AIBO 相棒
บทที่ 7.2 พี่ชาย (2)
หลังจากเขาขึ้นๆ ลงๆ เครื่องแสกนไอโบหลายรอบ ดอกเดอร์ก็ทำหน้างุนงง
“พลังของเธอช่างดูแปลกประหลาดจริงพลังความถี่ไม่สเถียรเลย ชั้นเองมีประสบการณ์กับไอโบมามากยังไม่เคยเห็นมาก่อน” เค้าคิดกับตัวเอง “ดีมากครับคุณริเวีย” ดร.แดร์ถอนใจเบาๆ “แต่เอาเถอะประเมินไว้ที่ขั้นสี่ประเภทโจมตีระยะประชิดละกัน”
เขางงกับคำพูดของเธอ “ขั้นสี่ประเภทโจมตีระยะประชิด? ขอโทษนะครับดอกเตอร์ผมไม่ค่อยเข้าใจ” เขาพยามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ดร.แดร์กดปุ่มตรงหน้าจอแล้วภาพกราฟบางอย่างก็ปรากฏขึ้นเธอเริ่มอธิบาย “ไอโบจะมีทั้งหมด 5 ขั้นคล้ายพวกไคจู”
ขั้นที่หนึ่งไม่สามารถเรียกไอโบเป็ตัวเป็ตนออกมาได้ ขั้นสองและสามมีไอโบเป็ตัวเป็ตนแต่พลังไม่มากนัก
ทำได้แค่โจมตีปรกติขั้นสี่ขึ้นไปจะมีพลังพิเศษ เช่นของหยางมี่เป็พลังน้ำแข็ง” เธอชี้พ้อยเตอร์ไปที่หน้าจอแล้วชี้นิ้วมาที่เขา
ของเธอพลังเท่าพวกขั้นสี่แต่ไม่มีพลังพิเศษ นี่แหละที่ทำชั้นงง”
เขาพยักหน้าเข้าใจ “แล้วแทวอนล่ะครับ?” ดอกเตอร์หันมามองเขาแล้วยิ้ม “ใช่เขาคือขั้นห้า พวกนี้มีพลังที่ลึกลับโจมตีได้
ทั้งประชิดและระยะไกลและมีสกิลพิเศษเฉพาะตัว เรียกได้ว่าเป็สัตว์ประหลาดขนานแท้ยิ่งกว่าพวกไคจูเสียอีก”
เธอถอนใจเบาๆ “เฮ้อ.......เธอรู้มั๊ยระดับพลังที่ชั้นพูดให้เธอฟังเมื่อกี้มันใช้ได้แค่ในทฤษฎีเท่านั้น ในความเป็จริงขั้นสามกับสี่พลังต่างกันราวฟ้ากับเหว” เธอเดินไปที่ประตูทางออกจากห้องทดลอง “ลองคิดดูสิว่าขั้นสี่กับห้ามันจะต่างกันขนาดไหน?” ดอกเตอร์พูดจบเธอก็เดินออกจากห้องไป เขาเสร็จธุระกับดอกเตอร์แล้วก็เดินออกมาจากศูนย์วิจัย
ระหว่างทางออกนั้นเขาก็บังเอิญมาเจอกับแทวอนที่มากับสาวสวยอีกสามคนที่ดูเหมือนกำลังมาที่นี่เหมือนกัน
เขาพยามเดินเลี่ยงโดยออกไปอีกทาง โดยไม่สบตาใคร แทวอนเดินยิ้มอย่างรวดเร็วปรี่ตรงมาเข้ามาเขา แทวอนพูดขึ้นด้วยเสียงยียวน “ว่าไงลัคกี้บอยฉันดีใจที่เห็นนายสบายดีเห็นเขาว่านายเป็สายฮานี่ทำให้ฉันขำหน่อยซิ?
เขาพูดด้วยเสียงขำแบบขืนๆ “สายฮามันคืออะไรเหรอครับ? ...ขอโทษนะครับผมไม่รู้จริงๆ”
แทวอนหัวเราะออกมา “เอาจริงดิแค่นี้ก็ฮาแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ นายน่ะก็แค่โชคดีที่ได้พลังมาโดยบังเอิญ
นายใช้มันไม่เป็ด้วยซ้ำ พวกชั้นน่ะฝึกฝนและเรียนรู้อย่างหนักเพื่อควบคุมพลังของชั้น”
แทวอนเดินเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ “ฉันหวังว่านายจะสามารถใช้พลังของนายให้เกิดประโยชน์ได้นะเพราะมันเป็ของขวัญที่หายาก ไม่อยากให้ใครมาว่านายว่าเป็พวกโชคดีได้พลังมาโดยบังเอิญแต่ใช้ไม่เป็ใช่ไหมล่ะ ฮะ ฮะ ฮะ” พูดจบเขาก็เดินขึ้นตึกศูนวิจัยไป เสียงริเวียดังขึ้น “แหมม.......มันน่าหมั่นไส้จริงๆ เลย นี่นายไม่รู้สึกอะไรมั่งเลยรึไง?” เธอมีอาการหัวร้อนแทน
เขาพูดกับเธอด้วยเสียงเรียบๆ ฟังดูเวิ้งว้าง “เฮ้...พี่ชายของคุณริเวียกับไอ้หมอนี่นิสัยเหมือนกันรึเปล่าครับ?
เธอหัวเราะเบาๆ ...คิกคิกๆ “อืม...ฉันว่าพวกเขาคล้ายกันในบางอย่างนะ ทั้งคู่อาจจะหยิ่งและมีความมั่นใจคล้ายๆ กัน”
เขารู้สึกเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบค่อยพี่ชายของเธอ
............................................................................
วันต่อมามีการประชุมแผนการใหญ่ผู้การแมทแจ้งว่าจะมีไคจูระดับ 4 เกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่ ดอกเดอร์แดร์เข้ามาพูดขึ้นในที่ประชุม “ตอนนี้เริ่มมีไคจูเลเวลสามมากขึ้นทุกที ดังนั้นจึงมีความเป็ได้มากที่มันจะกินกันเองจนเกิดเป็เลเวลสี่ขึ้นมาเร็วๆ นี้”
ผู้การแมทจึงสั่งให้ทุกคนฝึกฝนการใช้ไอโบให้คล่องขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็การทดสอบอะไรแทวอนจะทำได้ที่หนึ่งในทุกๆ อย่างคุณสุริยะกับน้องตะวันก็อยู่ในการฝึกด้วยในระหว่างการฝึกการต่อสู้แทวอนเข้ามาโจมตีเขาอย่างรุนแรง
“อั๊ก....” เขากระเด็นถอยหลังครูดไปกับพื้น แทวอนยิ้มเยาะเหมือนอย่างเคย “นายนี่มัน.....หมดหนทางจะเยียวยาจริงๆ”
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากสนามฝึก เขาคิดกับตัวเอง “เจอแบบนี้บ่อยๆ มันก็จะฟิวว์ขาดเข้าสักวันนะเนี่ย”
คะแนนของเขาอยู่กลางๆ ค่อนไปทางแย่ แต่เขาชมริเวียว่าทำได้ดีมาก เหมือนเขาจะพยามแกล้งทำตัวอ่อนแอให้ได้คะแนนต่ำๆ
แทวอนก็เข้ามาบูลลี่เขาบ่อยๆ ทุกครั้งที่แทวอนชนะเขาจะยิ้มเยอะเย้ยถากถาง นินกับน้องตะวันชอบเล่นกันระหว่างฝึกมากกว่าจะฝึกจริงจัง เสียงริเวียดังขึ้นมาในหัวของเขา “นี่นาย...นายไม่รู้สึกอะไรกับไอ้หมอนั่นเลยจริงๆ เหรอ?” เธอถามเขาหลังการฝึกซ้อม เขาลงไปนั่งกับเก้าอี้ข้างตู้กดน้ำอัตโนมัติ เขาถอนใจเบาๆ “เฮ้อ..มันจะไม่รู้สึกได้ยังไงล่ะครับ” เขาทำหน้าเบื่อๆ “ผมแค่พยามอดทนไว้น่ะครับ”
หลายวันผ่านไปทุกอย่างดูสงบดีหลังจากการฝึกซ้อมวันนี้เขานั่งกินขนมอยู่หน้าสนามฝึก เขามองดูแทวอนซึ่งรายล้อมไปด้วยสาวๆ มากมาย ริเวียพูดขึ้นว่า “โห แทวอนนี่ดังน่าดูเลยนะ ทั้งหล่อทั้งเก่ง” เขาทำหน้าเซ็งๆ “อือ” เขาตอบห้วนๆ
เธอหัวเราะนิดๆ “นี่นาย...ไม่อยากเป็อย่างนั้นมั่งเหรอ สาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเลยนะ”
เขาส่ายหน้าพูดนิ่งๆ ” ไม่หล่ะครับผมมีคุณริเวียคนเดียวก็พอ” เธอแสดงอาการเขินออกมา “เอ๊ะ....อะไรของนายเนี่ย”
แล้วเธอก็รีบพูดตัดบท “ตกลงว่าเราจะลงมือคืนนี้เลยใช่มั๊ย?”
เขามองไปที่แทวอนแล้วเริ่มหัวเราะอย่างชั่วร้าย ฮึ... ฮึ... ฮึ...” ใช่ครับเราจะลงมือคืนนี้”
............................................................................
เขาเชิญแทวอนมากินอาหารไทยฝีมือเขาเองโดยอ้างว่าอยากจะปรึกษาวิธีใช้ไอโบ
แทวอนที่ชื่นชอบอาหารไทยมากเลยยอมมาตามคำเชิญ ระหว่างมื้ออาหารเขาบริการและพยามชมเชยแทวอนต่างๆ นาๆ
“คุณแทวอนนี่ความสามารถก็สูงตัวก็สูงทั้งหล่อทั้งเท่เลยนะครับ แหม ผมละปลื้มใจจริงๆ ที่คุณยอมมาตามคำเชิญ”
แทวอนตอบเขาด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “เื่เล็กน้อยน่า ว่าแต่นายทำอาหารใช้ได้เลยนะเนี่ยไม่อยากจะเชื่อเลยว่านาย
ทำอาหารแบบนี้ได้จริงๆ” “เขาถูสองมือไปมาทำหน้าสดใสแต่ไม่จริงใจ “อ๋อ...หัดทำอาหารตอนอยู่กินเองนี่แหละครับ
เลยพอจะคล่องอยู่” เขาลุกขึ้น “ผมจะไปเอาเครื่องดื่มมาเติมให้นะครับคุณแทวอน” ว่าแล้วเขาก็ลุกจากโต๊ะไป
“พลั่ก” เสียงอะไรหนักๆ กระแทกพื้น แทวอนผู้ยิ่งใหญ่ลงไปนอนคุดคู้อยู่กับพื้น เขาเดินมายืนเหนือตัวแทวอนแล้ววาง
ขวดยาUC-potion (ยูซีโพชั่น) ลงบนโต๊ะเขาพูดแบบล้อเลียน “หลับสบายมั๊ยคะคุณแทวอน” แล้วก็ลากแทวอนไปนั่งพิงผนัง
เขายังส่งเสียงล้อเลียนแทวอนไม่เลิก เพียงครู่เดียว ชอ–นยอควีชินไอโบของเขาก็ปรากฏกายออกมา
ท่าทางมันเตรียมพร้อมโจมตีเขาแล้ว เขาหันไปมองที่มันแล้วพูดขึ้น “ริเวียแห่งพากานอส”
หุ่นยนต์สีเงินค่อยๆ ปรากฏออกมาออกมา ชอ–นยอควีชิน ชงักกึก” ริเวียพูดขึ้น “พี่รีส น้องเอง ชอ–นยอควีชินยื่นมือ
เข้ามาหาหุ่นยนต์สาวช้าๆ เธอก็ยื่นมือออกไปรับไว้ เวลานั้นมีเสียงดังขึ้นสองเสียงเกือบจะพร้อมๆ กัน
” ริเวียแห่งพากานอส” “รีสแห่งพากานอส” เมื่อกลุ่มแสงและควันจางไป ชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนั้นจับมือกันแน่น
ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามกับริเวีย มีผมสีเงินเช่นเดียวกับเธอ หน้าตาก็ละม้ายคล้ายกันมาก ตาก็สีเงินเหมือนกันต่างเพียงว่ารูปร่างกำยำล่ำสันเป็ชาย พี่น้องทั้งสองจ้องตากันเหมือนมีความในมากมายที่อยากจะพูดคุยกัน
ในความเงียบนั้นรีสเป็คนพูดขึ้นมาก่อน “ริเวีย พี่รู้ว่าเรามีเื่มากมายที่จะต้องสะสางกัน แต่ตอนนี้มีเื่เร่งด่วนกว่ามาก”
เขาเล่าให้ฟังว่าหอกสกาล่ามาโลกนี้ด้วยในรูปแบบสะเก็ดพลังงานและมันน่าจะเป็สาเหตุของการกลายพันธุ์ของสองโลก
ตอนนี้สะเก็ดของหอกถูกพวกมนุษย์โลกนี้นำไปใช้เพื่อสังเคราะพลังงานจากพวกกลายพันธุ์มันคือส่วนหนึ่งของ
แกนโลหะกักพลัง รีสพูดขึ้นด้วยเสียงสำนึกผิด “สาเหตุอาจจะเกิดจากการที่พี่ใช้หอกสกาล่าเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเรา” เขาทำหน้าเศร้าลง นินนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เสียงนี้ อ๋อ...ชายชุดดำในความทรงจำคือพี่ชายของริเวียนี่เอง”
เธอดูโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที “นี่....พี่?” เธอพูดซ้ำอย่างเหลือเชื่อ เดินไปมาอย่างกระสับกระส่าย เธอคงโกรธจนพูดไม่ออก
รีสเดินไปจับไหล่ของเธอ “พี่รู้ว่าน้องโกรธ เสร็จจากเื่นี้พี่สัญญา พี่จะให้น้องตัดสินลงโทษได้ตามใจแต่ตอนนี้เื่สำคัญคือการช่วยเหลือชาวพากานอสก่อนนะ มันเป็ภาระหน้าที่ของราชวงศ์ เ้าหญิงริเวียแห่งพากานอส ได้โปรดวางความโกรธลงก่อนเถิด” เธอตวาดเสียงเข้มดูโกรธจัดจริงๆ “อย่ามา...เรียกชื่อชั้น......” เธอนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างอดไม่ได้ด้วยเสียงกระแทก
“แล้วจะให้ทำยังไง? ......ไหนพี่ลองบอกวิธีมาสิ?” เขานั่งลงและเริ่มเล่าข้อมูลต่างๆ ที่เขาได้ไปรวบรวมมาให้ทุกคนฟัง
รีสเล่าว่าที่ฐานนี้มีสะเก็ดหอกสี่ชิ้นแยกกันเก็บไว้ในแกนกักพลังต้นละหนึ่งชิ้น อยากให้พวกเขาไปสืบหาที่อยู่และชิงมา
สาเหตุที่นินต้องไปด้วยเพราะร่างไอโบไม่สามารถสัมพัสสะเก็ดของหอกสกาล่าได้ ริเวียใมากเธอทำหน้าเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเธออุทานออกมา “นี่พี่จะบ้าไปแล้วเหรอ?” รีสบอกว่าเขาไปไม่ได้เพราะร่างต้นเขาไม่มีทางร่วมมือด้วยแน่นอน รีสมองไปที่แทวอนซึ่งตอนนี้หลับคอพับอยู่ “ก็อย่างที่ทุกคนเห็นถ้าบอกเื่นี้กับเขาละก็ น่าจะเป็การเพิ่มปัญหาให้พวกเรามากกว่า
เขาเป็คนที่ชอบจะอยู่เหนือคนอื่น ถ้าเราไปบอกเขาว่าพวกเราจะหาทางทำให้โลกกลับเป็เหมือนเดิมเขาคงไม่ชอบแน่ ดีไม่ดีเขาเอาไปบอก ผู้การแมทจะไปกันใหญ่” ริเวียส่ายหัว “นินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้เลยนะ?” รีสหันไปหาเขาซึ่งนั่งมองการสนทนาอยู่เงียบๆ
“ท่านนิน ได้โปรดช่วยเหลือพวกเราพี่น้องได้รึไม่? และถ้าหากสิ่งนี้สำเร็จก็เท่ากับว่าท่านช่วยตัวเองและโลกของท่านได้ด้วย
ข้าเห็นการกระทำของท่านที่ผ่านมา ท่านพยามทำตัวไม่เด่นท่านเข้าใจผู้ที่อ่อนแอ ท่านเป็คนอ่อนโยน ข้าเชื่อใจท่าน”
เขามองหน้ารีสอย่างไม่วางใจพูดขึ้นด้วยเสียงที่หนักแน่น” ถ้าเธอไปผมก็ไป” ริเวียทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา
ความรู้สึกมากมายถาโถมกันเข้ามาหาเธอทั้งปลาบปลื้มยินดีที่เขายอมสี่ยงชีวิตช่วยเธอและกังวลใจที่เขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย เป็สิ่งที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต เธอพูดเสียงสั่นแบบไม่มองหน้าเขา “ทำไมนายถึงอยากจะไปกับฉัน?”
เขายิ้มนิดๆ พูดด้วยเสียงสบายๆ เหมือนที่เข้าใช้กับเธอเสมอมา “ผมชอบอยู่กับคุณริเวียนิครับ”
เกินจะกลั้นน้ำตาของริเวียไหลลงเป็ทางอาบแก้มสีชมพูของเธอ
รีสทำหน้าเวิ้งว้างว่างเปล่า พยามทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่สุดเขากระแอมออกมาเบาๆ
“อะ....แฮ่ม น้องพี่เ้าคือความหวัง ได้โปรด.....ริเวีย” เขาพยามโน้มน้าวอ้อนวอน เธอเอามือปาดน้ำตาแต่ยังไม่ยอมสบตานิน
เธอพูดขึ้น “น้องจะลองทำเท่าที่ทำได้ ถ้าเขาตกอยู่ในอันตรายน้องจะยกเลิกทันที” รีสเข้ามาจับมือเธอไว้แน่น
“ขอบคุณมากเ้าหญิงริเวีย” เขาพูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง นินฉีดเซรุ่มช่วยให้ฟื้นตัวกับแทวอนแล้วพาเขาไปนอนที่ล็อบบี้โรงแรม
............................................................................