หลายวันต่อมา
ด้วยเพราะ่นี้ปั่นวิทยานิพนธ์อย่างหนักพรีเทสก็เริ่มเข้า ทำให้หลีกเลี่ยงการมามหา’ลัยไม่ได้และแน่นอนว่าหลีกเลี่ยงการไปรวมกลุ่มที่ห้อง Vip ไม่ได้ด้วยเช่นกัน
“นี่ ่นี้หล่อนดูตึงๆ นะเป็อะไรรึเปล่า” หลินสะกิดถาม
“เปล่า…”
“โน้นก็อีกคน ติดเชื้อกันหรือไง” เมี่ยงจู๋ปากส่งไปทางภามม์
“ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหมฉันไม่เห็นพวกแกคุยกันเป็อาทิตย์แล้ว ปกติดูซี้กันจะตายออเซาะอย่างกับเป็ผัวเมีย”
“....” ฉันกับภามม์ต่างคนต่างเงียบ หันมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาจับผิด
ครืดดด ครืดดด
เสียงโทรศัพท์ของภามม์สั่นเตือนเขากดรับปลายสายและเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนบรรยากาศที่เพ่งเล็งไปทางเขา
“นี่.. เป็ไรเล่ามา” เมี่ยงกระทบไหล่ มองฉันด้วยสายตาจริงจัง
“ไม่มีอะไรหรอก ก็เื่เดิมๆ”
“ทะเลาะกับพ่อหรอ“ ภวินถาม ฉันจึงพยักหน้ารับเพื่อจบเื่
“เฮ้อ อย่าว่าแต่พวกแกเลยปะป๊าฉันก็โทรมาหาทุกวัน ว่าเรียบจบจะให้ฉันกลับไปอยู่จีนแล้ว”
“นั่นสิ ไม่อยากเรียนจบเลยอ่ะเหมือนชีวิตสุดแฮปปี้ของฉันกำลังจะจบลงตาม” เมี่ยงตัดพ้อ
แกร้ก
ทุกสายตาหันมองพร้อมกันไปที่บานประตูภามม์เดินนำหน้าเข้ามา พร้อมกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกคน… สาวคณะหมอ แฟนของเขา
“เอ่อ สะ สวัสดีค่ะพี่ๆ” เธอยกมือไหว้ด้วยอาการเขินอาย
“นี่แบม …แฟนฉันคงไม่ว่าอะไรนะที่พาเธอมาพักคลาสที่นี่ด้วย”
ทุกคนอ้าปากค้างบ้างตาถลน ยกเว้นฉันกับเจฟ ที่ดูจะนิ่งและไม่ไหวติงต่อการเปิดตัวของเขา
“เชรดดดด มันเอาจริงว่ะ..”
ภวินแซว แล้วผายมือเขิญแขกนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเธอมองฉันด้วยสายตาเหมือนกลัวนิดๆ แล้วก้มหน้าหนี ฉันถอนหายใจทิ้งด้วยความหงุดหงิดเอ่ยปากชวนโฟกัสเื่อื่น
“พรุ่งนี้ไปปาร์ตี้กันป่ะ”
“ไปดิ ไม่ได้ไปนานละเครียดโปรเจคจบจนจะบ้าตาย” หลินพูด
“ที่เก่า เวลาเดิม ตรีมคนโสด” ฉันพูด
“ตรีมคนโสด?” เมี่ยงทวนถามด้วยความสงสัย
“ก็ใช่ไง กลุ่มเราโสดนิคนไม่โสด … ไม่ต้องไปหรอกมั้ง”
ฉันจงใจพูดประโยคนี้ให้ดังเป็พิเศษพลางจ้องนัยย์ตาเขาอย่างไม่หลีกเลี่ยง เขาตอบกลับเสียงทุ้มแต่หนักแน่น แสดงความไม่แยแสกับคำ(ไม่)ชวนของฉัน
“แล้วแต่ ไม่ให้ไปก็ไม่ไป”
“เอ่อ..... ล้อเล่นแรงนะเนี้ยฮ่าๆๆ”
หลินที่ดูออกถึงอารมณ์ไม่ชอบมาพากลระหว่างฉันกับภามม์ก็พูดมุกติดตลกแล้วขำแห้งๆ
“ไปด้วยกันเนี้ยแหละถือว่าฉลองไอ้ภามม์มันยอมใส่ปลอกคอแล้ว”
“ไอ้วิน อยากปากแตกก่อนแดกเหล้าไหม”
เขาแดกดันกลับแล้วเอื้อมมือโอบไหล่สาวข้างกายโชว์ เธอยิ้มแหยๆ นั่งตัวลีบอย่างกับถูกเบียดทั้งๆที่โซฟายังมีที่ว่างยาวเกือบ 2 เมตร
“พอมีสาวหน่อยทำเป็เข้มเลยว่ะ” ภวินยังไม่หยุดแซว
“หึ…” ฉันหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจ ขอตัวกลับคอนโด
“จะรีบไปไหนอ่ะ ไหนว่าไม่มีคลาสแล้ว” เมี่ยงถาม
“ไปหาอ่อยหนุ่มๆ หน่อยนะ่นี้ท้องว่าง..” ฉันพูดพลางมองไปทางเขา
“เฮ้ย แววแม่เสือสาวออกรับครูต่อจากไอ้ภามม์หรอ” ภวินหันมาแซวฉัน
“หึ คนละครูกัน ฉันไม่เอาไปทั่วแบบมันหรอก”
ฉันกระแทกเสียงปิดท้ายจนคนที่เหลือตาถลน ใในคำหยาบคายของฉัน แม้แต่เขาเองยังกัดฟันกรอดทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันไม่อยู่ให้ถูกสวน ฉันรีบหันหลังเดินจ้ำออกมาทันทีโดยมีเจฟเดินตามมาติดๆ
“่นี้เธอฉุนเฉียวบ่อยนะเป็เมนส์หรอ หรือวัยทอง”
“ไม่ใช่เื่ของนาย”
“หึถือว่าเตือนด้วยความหวังดีน่ะ”
“รีบไปดูกราฟเถอะมัวเตือนฉันระวังจะเสียสิบล้านโดยไม่รู้ตัวนะ”
“ปากมะ…”
“บาย!”
ฉันรีบตัดบทก่อนที่เจฟจะเอ่ยปากด่าแล้วก้าวขึ้นรถเปิดประทุนหรูตัวใหม่ที่สอยมา แม้จะใส่แว่นดำปกปิดดวงตาแล้วแต่มันก็ซ่อนน้ำที่ไหลล้นกรอบออกมาไม่ได้
เขาดูมีความสุขและไม่เดือดร้อนต่อความสัมพันธ์ที่แตกร้าวของเราในเมื่อเป็เช่นนั้นฉันจะแคร์อะไรอีก ทั้งปัจจุบันและในอนาคตระหว่างฉันกับเขาคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว
ฉันตัดสินใจที่จะจบทุกอย่างวันนี้มือถือเครื่องเดิมถูกพิมพ์ข้อความส่งไปหาเขา
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ : Yes
สิ้นสุดการนัดพบฉันเงยหน้าขึ้นฟ้าพึมพำออกมาทั้งที่ใจเจ็บจนแทบจะไม่มีแรงเหยียบคันเร่ง
‘..ถึงเวลา ที่ต้องจบแล้ว..’
19.38 น.
ติ้ง
1 ข้อความใหม่จาก Pham
ฉันเปิดอ่านข้อความนั้นทันทีสิ่งที่เห็นจนชินตา ณ ตอนนี้มันกลับรู้สึกว่างเปล่า และสมเพชจนหยีปากออกมา
.....ภาพถุงยาง 3 กล่อง เปิดฝาเตรียมรอใช้งาน
ภามม์ :
ปิ่นมุก :
ภามม์ :
ฉันทาลิปสติ๊กสีสวยในแบบที่เขาชอบขยับเกาะอกเดรสสั้น โชว์เนินนมอย่างไม่อาย แล้วคว้ากุญแจรถหรูขับออกไปยังจุดหมายที่นัดกัน
ฉันสามารถขึ้นตึกได้โดยที่รปภ.และพนักงานโรงแรม ยิ้มรับก้มหัวให้อย่างไม่ข้องใจเพราะพวกเขารู้จักฉันและเห็นฉันมาที่นี่ มาหาเ้านายน้อยของพวกเขาจนชินตา
ติ้ด
ฉันแสกนนิ้วลงบนด้ามบิดประตูจ้ำเท้าเดินเข้าไปดั่งกับเป็เ้าของห้องหรูแห่งนี้ ร่างสูงนั่งไขว่ห้าง ในชุดซาตินสีดำเปิดแผงอกโชว์กล้ามเนื้อที่น่าลูบไล้นั้นเช่นเคย เขาหันมามองฉันมองั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหมาหิวเนื้อ ฉบับ ‘ภามม์’ พลางถือแก้วไวน์สีแดงเข้มเดินเข้ามาหาช้าๆ
“วันนี้ฉันจะ ‘เอา’ ให้เธอร้องไม่ออกเลย”
เสียงแหบทุ้มกระซิบข้างหูพลางกดจมูกสูดกลิ่นในซอกคอขาว มือที่ว่างล้วงจับก้น ดึงกระชับเข้าในอ้อมกอด ััรับกับแท่งใหญ่ที่แข็งอยู่ใต้ผ้าบางๆนี้
“ภามม์...”
ฉันเอ่ยชื่อนั้นเบาๆเหมือนตอนที่กำลังครางชื่อเขา พลางดันอกนั้นออกเพียงเล็กน้อยเขาจ้องตาฉันด้วยความงุนงงแต่ยังแฝงไปด้วยอารมณ์ตัณหาฉันใช้ปลายนิ้วเรียวััเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเขาเพียงเขาโน้มใบหน้าเข้ามาเพื่อทาบทับแลกลิ้นกัน ฉันก็ยกพลิกฝ่ามือคั่นเอาไว้ทันที
“ฉันไม่ได้มาเพื่อถ่างขาให้นายนะภามม์”
“เธอยังไม่หายโกธรฉันอีกหรอ”
“ฉันจะมีสิทธิ์อะไรไปโกธรนายล่ะ...ใช่ไหม?”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงติดขำแต่กลับแฝงไปด้วยความจริงที่เขาเคยฟาดใส่หน้าฉันทั้งหมด
“ถ้ารู้แบบก็ดีค่อยคุยกันง่ายหน่อย”
“อ่าาา ฉันมาเพื่อคุยนี่นา”
“หยุดพูดเื่พวกนั้นแล้วถอดเสื้อผ้าออก”
เขายังดึงดันที่จะใช้มือหยาบนั้นลูบไล้สัดส่วนเว้าโค้งของกายหญิงจมูกโด่งซุกไซ้สูดกลิ่นหอมจากผิว ใช้ลิ้นเลียบริเวณเนินอก และทำตำหนิจุดแดงไว้
“ไม่กลัวแฟนนายรู้หรอ”
“อะไร…”
“หึๆ เหี้xชิบ”
พลั้ก
“!!!!”