่สองสามสัปดาห์นี้เป็่ที่หนักหนาสาหัสสำหรับเหนือธรา เพราะเขาเพิ่งจะส่งโครงร่างวิจัยสามบทแรกให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจไปเมื่อสองวันก่อน และเหตุผลนั้นทำให้สองอาทิตย์มานี้เขาไม่ได้เข้าซีนเพลย์กับนายท่านเลย แต่ยังคงไปหานายท่านทุกอาทิตย์ แน่นอนว่า่เวลาเ่าั้นายท่านของผมก็เอาอกเอาใจกันจนผมนี่รู้สึกผิดที่ไม่ได้เพลย์กับเขาเลยละครับ แล้วยิ่ง่นี้ก็ยังมาอยู่ใน่โอเพ่นเฮาส์อีก กลายเป็ว่า่เวลาเย็นย่ำค่ำมืดที่ควรจะเป็่เวลาของนายท่านได้ถูกริดรอนไปด้วย เพราะผมต้องไปช่วยงานเพื่อน ๆ รวมไปถึงรุ่นน้องในคณะ
“แตมป์ กูกลับก่อนนะ” เหนือธราโบกมือลาเพื่อนสนิทหลังจากช่วยกันจัดพื้นที่และเตรียมงานทุกอย่างเรียบร้อย เ้าตัวรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวอีกทั้งยังมีอาการเพลียนิดหน่อยมาสองวันแล้ว ซึ่งเขาคิดว่าอาจเป็เพราะ่นี้ทำงานที่มหา’ ลัยหนักไปหน่อย ดวงตาก็เริ่มจะปรือปรอยดูน่าสงสารจนเพื่อนสนิทถามด้วยความเป็ห่วง
“ไหวปะมึง”
“ไหวดิ กูไม่ได้เป็อะไร กูแค่ง่วง” เขาไม่ได้โกหก เหนือธรารู้สึกง่วงมาก ตาจะปิดแล้วเนี่ย
“โอเค แล้วเจอกันเพื่อน” แสตมป์โบกมือล่ำลากันอีกรอบเมื่อเห็นว่าเพื่อนแค่อ่อนเพลียอย่างที่ว่าไว้ และเหนือธราพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังรถยนต์เพื่อขับกลับคอนโดแม้วันนี้จะเป็วันศุกร์แต่ก็ดึกมากแล้ว เขาบอกพี่จินว่าจะไปหาอีกฝ่ายพรุ่งนี้แทน
แบบวันนี้ไปหาไม่ไหว ขอผมนอนพักเอาแรงก่อนละกัน
-เหนือ ไม่ใช่ดาวเหนือ-
‘ฝันดีนะครับพี่จิน’
มือกดส่งเป็ข้อความล่าสุดที่เขาส่งหาอีกฝ่าย วันนี้เขาเพลียจนไม่อยากคุยอะไรกับพี่จินมากนัก แถมยังปวดหัวขึ้นมาอีก ทำไม่นี้ร่างกายถึงได้อ่อนแอนักนะ คิดพลางทิ้งเครื่องมือสื่อสารไว้ข้างตัวก่อนจะจัดท่าทางให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมหลับใหล ดวงตาอ่อนล้าปรือลงจนปิดสนิท ไม่ทันที่จะเห็นแสงสว่างวาบของข้อความตอบกลับ
-จินครับ-
“ฝันดีครับ เจอกันพรุ่งนี้นะ ลูกหมาน้อย :P”
เกือบสาย!
เหนือธราเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอน มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะพบว่ามันเป็่เวลาแปดโมงเช้าของวันเสาร์ ซึ่งเขานัดกับพี่จินไว้เก้าโมงเช้า อีกฝ่ายจะขับรถมารับเขาที่คอนโด ใบหน้าที่ยังสะลืมสะลือกับทรงผมที่ไม่ได้รับการจัดแต่งทำให้อีกฝ่ายดูเด็กลงไปมากโข ร่างโปร่งหยัดตัวลุกขึ้นจากที่นอน สะบัดใบหน้าไล่อาการมึนศีรษะที่ยังหลงเหลืออยู่ เร่งรีบเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะออกมาจากห้องน้ำด้วยเนื้อตัวที่หอมฟุ้ง เขาค้นพบว่าตัวเองยังคงมีอาการปวดหัวอยู่ และดูเหมือนว่าการนอนหลับไวเมื่อคืนจะไม่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเหนือธราจึงงอง้ำอยู่แทบตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่ก้าวขึ้นรถไปนั่งข้างคนขับ เ้าตัวก็ยังมีสีหน้าที่ไม่สดใส
“สวัสดีครับพี่จิน” เด็กน้อยยกมือไหว้คนมากวัยกว่าด้วยใบหน้าติดจะบูดบึ้งเล็กน้อย
“สวัสดีครับ เหนือหิวหรือยัง” อีกฝ่ายยิ้มรับพร้อมถามกลับคนน้องที่วันนี้เขารู้สึกว่าเ้าตัวดูอารมณ์ไม่ค่อยดี
“นิดหน่อยครับ พี่ล่ะ?” เอียงใบหน้าไปถามคนพี่ หัวคิ้วจึงขมวดมุ่นเพราะการเปลี่ยนองศาทำให้รู้สึกยิ่งปวดหนึบที่บริเวณศีรษะ
“ยังไม่เท่าไหร่ เมื่อคืนหลับสบายไหมเรา หือ...ทำไมทำหน้าแบบนั้น” มือหนาข้างซ้ายผละออกมาจากการจับพวงมาลัยรถไปวางแหมะลงบนกลุ่มผมนุ่มแล้วตั้งใจจะขยี้เบา ๆ แต่เหนือธรากลับเอียงหัวหลบมือคนพี่แทบจะในทันที การกระทำนั้นทำให้จิราธิปแปลกใจ
“เอ่อ...พี่จินขับรถอยู่ อย่าเพิ่งเล่นสิครับ” เลิ่กลั่กเอ่ยแก้ตัวแทบจะลิ้นพันกัน เขาแค่รู้สึกปวดหัวและรู้สึกไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายวางมือที่หนาหนักลงมาก็เท่านั้น ดูเหมือนว่าในเช้าวันนี้เขากำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดีเลยสักนิด
เป็อะไรไปวะ เฮ้อ
“โอเค ๆ แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็อะไร” ่นี้เขาไม่ได้เพลย์กับน้อง ในตอนแรกแอบคิดไปว่าน้องาเ็จากการเพลย์เลยไม่อยากให้เขาโดนตัวหรือเปล่า แต่เมื่อนึกออกว่าไม่ได้เพลย์กันเลยใน่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ค่อยเบาใจไปว่าน้องคงไม่ได้เจ็บตัวเพราะเขาแล้วไม่ยอมบอกกัน
อือ พักหลังก็สนใจน้องมาตลอด
“ไม่ได้เป็อะไรครับ” ใช่...เหนือธราโกหก ตอนนี้เขารู้สึกปวดหนึบ ๆ ในหัวมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังอยากนอนมากอีกด้วย ความรู้สึกคล้ายจะไม่สบายเหมือนคราวก่อน แน่นอนว่าเขาไม่คิดอยากให้ตัวเองป่วยอีก มันแย่เอามาก ๆ ที่จะต้องมาป่วยใน่ที่ต้องมาค้างกับนายท่าน เขากลัวอีกฝ่ายจะเบื่อเพราะไม่ได้เพลย์มานาน แล้วถ้าขืนเขาป่วยอีกละก็แพลนที่จะเพลย์ในวันนี้คงล่ม
เหนือธราเกรงใจอีกฝ่าย ไม่อยากให้แพลนที่นัดกันไว้มาล่มเพราะเขาป่วย
บรรยากาศในรถที่เงียบก่อนหน้าดีขึ้นหน่อยเมื่อพี่จินเปิดเพลงคลอฟังสบาย พวกเขาแวะตลาดใกล้ทางเข้าหมู่บ้านเพื่อซื้อกับข้าวและของสดเข้าไปตุนไว้ พวกเขาคล้ายเกิดการทะเลาะกันขึ้นเล็กน้อยในขณะที่เดินอยู่ในตลาด เหนือธรามีอาการปวดหัวมากขึ้นจากเดิมจนแทบจะไม่อยากลงจากรถ และเขาก็เผลอชักสีหน้าเมื่อคนพี่ถามเซ้าซี้เื่อาหาร เพราะเขาอยากกลับขึ้นไปนั่งเฉย ๆ บนรถมากกว่าการเดินในตลาดที่ร้อนอบอ้าว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงวันด้วยซ้ำ การเดินซื้อของในตลาดจึงยุติไวกว่าปกติ เพราะคนพี่เองก็แปลกใจกับอาการของน้องในวันนี้ เหนือธราดูหงุดหงิดตลอดเวลาจนเขาเอาใจเ้าตัวไม่ถูกเลย
“เหนือไปล้างมือก่อนเลยครับ เดี๋ยวพี่จัดโต๊ะเอง” ประโยคยาว ๆ ถูกเอ่ยขึ้นจากคนพี่ ส่วนคนที่คล้ายกับโดนสั่งก็พยักหน้ารับหงึกหงัก สีหน้าดูสลดลงเล็กน้อยจากการกระทำไม่น่ารักของตนเมื่อก่อนหน้านี้ เขาจึงว่าง่าย ย้ายตัวเองไปยังห้องครัว และรีบล้างมือตามที่อีกฝ่ายบอก จากนั้นจึงมาช่วยคนพี่แกะถุงอาหาร พี่จินไม่ได้พูดอะไรต่อและเขาเองก็เงียบในระหว่างทานอาหาร จนกระทั่งเป็เหนือธราที่รวบช้อนเมื่อกินไปได้ไม่ถึงครึ่ง เขาไม่รู้สึกอยากอาหาร และอาการปวดหัวก็ยังไม่ทุเลาลง
“กินเข้าไปอีก” น้ำเสียงรวมถึงรูปประโยคบอกชัดว่าอยู่ในรูปของคำสั่ง คนพี่เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบและมาพร้อมสายตาคมดุมองเหนือธราอย่าง้าย้ำชัดถึงคำพูดนั้น ทำให้คนที่รวบช้อนไปแล้วเรียบร้อยจับช้อนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมกับแอบระบายลมหายใจแ่เบา
เหนือธรารู้สึกเจ็บคอทุกครั้งที่กลืนอาหาร
“ผมอิ่มแล้วครับ” หลังจากพยายามฝืนกลืนข้าวไปอีกสี่ห้าคำ เขาก็รวบช้อนอีกครั้ง คราวนี้ยังส่งเสียงคล้ายกำลังอ้อนขอให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเห็นใจกันด้วย เพราะกินต่อไม่ไหวแล้ว และดูเหมือนว่าเขาอาจจะป่วยจริง ๆ เสียแล้วล่ะ
“อิ่มก็พอ ทำไมวันนี้กินน้อยล่ะ” ถามออกไปอย่างไว้เชิง จิราธิปยังรู้สึกขุ่นเคืองน้องเล็กน้อยจากเหตุการณ์ในตลาด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็ห่วงก็มีมากจนแทบจะปัดความขุ่นเคืองนั่นทิ้ง
“ความจริงผมไม่ค่อยอยากอาหารมาสองวันละครับ” น้องตอบแล้วลุกขึ้นเตรียมเก็บจานอาหารไปจัดการล้างหลังเห็นว่าคนพี่เองก็อิ่มแล้วเหมือนกัน น้องทำทุกอย่างเหมือนปกติที่มาที่นี่ จะแปลกไปก็เพียงบรรยากาศรอบตัวน้องดูจะมีความหงุดหงิดรายล้อมตลอดเวลา เขาช่วยเหนือธราเก็บจานแล้วปล่อยหน้าที่ให้คนน้องทำต่อ ส่วนตนเองก็เดินมานั่งที่โซฟา เช็คข้อความของลูกค้าเป็การฆ่าเวลาระหว่างรอเหนือธราเก็บล้างเสร็จ
“มานั่งนี่” เขาตบเบาะโซฟาข้างตัวเองเรียกร่างโปร่งให้มาหา ตั้งใจจะคุยให้รู้เื่ว่าเหนือธรากำลังเป็อะไร “เหนือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ”
“แล้วทำไมถึงเป็แบบนี้”
แบบนี้? แบบไหน? เหนือธราขมวดคิ้วฉับส่งผลให้ปวดหัวรุนแรงขึ้นมาอีกระลอก คราวนี้ใบหน้าของเขาดูเหวี่ยงขั้นสุด คิดเอาไว้แล้วว่าต้องโดนดุแน่
“ตกลงว่าเป็อะไรครับ” พี่จินวางมือลงบนไหล่เขาแล้วจับเขย่าเล็กน้อย เขาเลื่อนสายตาไปมองก่อนจะส่ายหน้า
“ผมไม่เป็อะไรครับ แค่..แค่ง่วงนอน” ใช่ ๆ แค่ง่วงนอนเท่านั้น แต่เขาลืมไปว่ามันพึ่งจะเที่ยงครึ่ง!!
แน่นอนว่าพี่จินไม่เชื่อ มือที่วางบนไหล่จึงเลื่อนขึ้นไปทาบทับกับหน้าผากเล็ก ก่อนคนมากวัยกว่าจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไม่สบายเหรอ ทำไมเหนือตัวอุ่น ๆ” จากแตะหน้าผากก็ไม่แน่ใจนักเขาจึงเลื่อนลงมาแตะที่ลำคอของคนน้อง เ้าเด็กหดคอหนีคล้ายเกิดอาการจั๊กจี้ “พี่ว่าเหนือไม่สบายแล้วล่ะ”
“ผมสบายดี” ไม่รู้ว่าตอนป่วยแล้วจะชอบเอาแต่ใจหรือเป็เพราะอะไร เหนือธราหันไปตอบคนพี่ด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะดีนัก ราวกับหงุดหงิดที่จะนั่งพูดคุยกับเขา
จิราธิปรู้สึกงุนงง ตอนนี้เขาไม่เข้าใจน้องว่าเ้าตัวเป็อะไรกันแน่ ต่างกับอารมณ์ของเหนือธราที่ปวดศีรษะรุนแรงจนพาลโมโห หงุดหงิดนึกพาลไปทั่ว
“ไปหาหมอมั้ยครับ เหนือตัวร้อนมากด้วย” แน่นอนว่าคนพี่ก็ไม่ละความพยายามเช่นกัน “ปะ ไปหาหมอกัน”
เขาว่าพลางลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้าแขนน้องให้ลุกขึ้นไปหาหมอกับเขา แต่เหนือธรากลับยังนั่งนิ่งเฉย
“เหนือลุก”
“ผมไม่ไปนะพี่” พอพูดถึงเื่ไปหาหมอก็เกิดอาการงอแงขึ้นมากะทันหัน
“อย่าดื้อ ลุกขึ้นครับ” คราวนี้กระตุกแขนน้องให้ลุกขึ้นและเพิ่มการออกแรงฉุดรั้งด้วย
“ผมบอกว่าไม่ไปไงครับ”
แปะ!
การสะบัดมือให้หลุดของเหนือธราแรงจนแขนของจิราธิปสะบัดฟาดลงกับลำตัวของเ้าของ ทำให้เหนือธราใจนรีบลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับคนพี่ เขาไม่ได้ตั้งใจสะบัดมือแรง เพียงแต่พี่จินเองน่าจะจับเขาไว้หลวม ๆ พอสะบัดเบา ๆ จึงหลุดจากการเกาะกุมโดยง่าย แถมแขนที่เขาสะบัดยังฟาดใส่คนพี่อีก!
จิราธิปยืนนิ่ง ยอมรับว่าอารมณ์โกรธกลับมาปะทุอีกรอบ เขาสูดหายใจลึกมองน้องหน้านิ่งเรียบ ส่วนเ้าเด็กหน้าซีดไปแล้ว และก่อนที่เขาจะได้ทันทำอะไร ข้อมือของเขาก็ถูกน้องคว้าเอาไว้ ใบหน้าสำนึกผิดเงยมองเขา
“พี่จิน เหนือขอโทษ เหนือไม่ได้ตั้งใจครับ”
“พี่ว่าเหนือไปพักผ่อนเถอะ” เพราะเขาเองก็จะไประงับอารมณ์เช่นกัน
“แต่ผมยัง—”
“ไว้ค่อยคุยกันครับ”
“ผมขอโทษ” น้องยังคงไม่ปล่อยมือจนเขาต้องแกะมือน้องออก และน้องเริ่มน้ำตาร่วงเผาะพร้อมเสียงสะอื้น “ฮึก...เหนือไม่รู้ว่าตัวเองเป็อะไรเหมือนกัน มันปวดหัวแล้วก็หงุดหงิดไปหมด เป็มาสองวันแล้วครับ พี่จิน เหนือขอโทษ ไม่โกรธกันนะครับ ฮืออ”
“แล้วโกหกพี่ทำไมครับ” ถามน้องด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามบอกตัวเองว่าน้องไม่ได้ตั้งใจ แม้วันนี้เ้าเด็กจะออกอาการดื้อหลายครั้งแล้วก็ตาม
“ก็...” น้องเม้มปากแน่น มองหน้าเขาอย่างออดอ้อน
“...”
“ผมไม่อยากไปหาหมอ”
จิราธิปฟังเหตุผลแล้วกัดฟันกรอด เขาอยากจับเ้าเด็กนี่หันหลังแล้วฟาดก้นสักสามสี่ที โทษฐานดื้อและโกหกปิดบังจนต้องมาทะเลาะกันแบบนี้
“ขึ้นห้องไปนอนพักก่อนไป” ในเมื่อไม่อยากไปหาหมอก็ควรจะขึ้นไปนอนพักผ่อน
“ฮึก..ไม่ไป พี่จินโกรธเหนืออยู่” คราวนี้คนเป็พี่ปล่อยมือจากซับในปกครองแล้วนั่งลงก่อนจะตบเบาะให้น้องมานั่งข้าง ๆ อีกครั้ง ดวงตาคมดุมองเด็กดื้อที่หันหน้าเข้าหาพลางกำลังหย่อนสะโพกลงบนตักเขาแทนที่จะเป็ที่นั่งข้าง ๆ น้องสะอื้นฮักแล้วยกแขนขึ้นมาคล้องคอ ขยับท่านั่งให้ถนัดถนี่
เนี่ย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะเชื่อฟังกันแล้ว บอกอะไรก็ดื้อตลอด ทำเกินที่สั่งตลอดขนาดกลัวเขาโกรธนะ
คนพี่ถอนหายใจแ่เบา มือหนากอดประคองเอวน้องไว้กันหล่น
“เหนือ...ฟังพี่นะ ถ้าจะไม่ไปหาหมอก็ควรขึ้นไปนอนพักผ่อน พี่ยอมรับว่าโกรธเพราะความหวังดีของพี่ถูกเหนือทำเหมือนไม่สนใจกัน...” เขาเว้นวรรคสังเกตท่าทีน้องก่อนพูดต่อ “แต่เื่โกรธจะยกเว้นไปก่อน ตอนนี้เหนือควรไปนอนพัก”
“.....” น้องใช้ดวงตาฉ่ำน้ำมองหน้าผมในขณะที่ผมพูด ชวนให้ความโกรธลดลงไปเกือบหมด
“ผมรู้ว่าพี่เป็ห่วง”
“แต่ก็ยังดื้อ แล้วนี่ปวดหัวมากไหม”
“มากครับ” น้องพยักหน้าน้ำตาร่วงเผาะ
เฮ้อ มาโหมดนี้แล้วจิราธิปจะทำอะไรได้
“งั้นไปหาหมอเลย ลุกครับ”
“ฮึก...ไม่ไปครับ ถ้าพี่บังคับผม ผมจะกลับคอนโด”
ยืนยันกับคนพี่น้ำเสียงหนักแน่นแล้วผละออกจากการคล้องคออีกฝ่ายมาเช็ดน้ำตาป้อย ๆ คราวนี้เ้าของตักแกร่ง กรุ่นโกรธจริงจัง จิราธิปจ้องน้องอย่างดุดัน
“ทำไมพูดไม่ฟัง จะดื้อกับพี่ใช่มั้ย” คนพี่น้ำเสียงเข้มขณะถามแล้วเลื่อนมือข้างหนึ่งลงไปกอบกุมสะโพกนิ่มก่อนจะบีบแรง ๆ “อยากโดนตีเหรอ” ไม่ได้พูดขู่ ถ้าเหนือธรายังดื้ออยู่แบบนี้เขาจับตีก้นแน่
เหนือธราเบะปาก อาการปวดหัวและไม่สบายตัวทำให้เขางอแง พอโดนพี่ดุก็ยิ่งเกิดอาการน้อยใจ แต่ก็กลัวเ้าของตักด้วย ใบหน้าเล็กเลยโน้มเข้าไปซุกที่บ่ากว้าง สะอื้นฮัก ๆ ข้างหูแถมน้ำตายังเปียกชุ่มเสื้อจิราธิป
“ไปพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอครับ” เขาเอ่ยเสียงอ่อยต่อรองเพราะตอนนี้หมดแรงจะเถียงกับคนเป็เ้านายแล้ว
จิราธิปดันตัวน้องออกใช้มือเชยคางเ้าตัวแสบให้สบตากัน “ได้ครับ แต่เหนือจะดื้อไม่ไปแบบวันนี้หรือเปล่า”
“ผมจะไม่ดื้อ”
“ถ้าไม่ดื้อ งั้นก็ไปวันนี้เลย เผื่อตอนดึกไข้ขึ้น”
“พี่จินอะ” ทำหน้างอใส่คนพี่
“พี่เป็ห่วงเหนือนะ”
“พรุ่งนี้นะผมสัญญา จะไม่ดื้อนะครับ นะ”
จิราธิปถอนหายใจ ยอมพยักหน้าให้คนน้อง มือหนาเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้างอง้ำให้เด็กดื้อ “ถ้าอาการไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้ไปหาหมอนะครับ”
“ครับ งั้นวันนี้ที่จะเพลย์-----”
“ไว้หายป่วยก่อน พี่ไม่ได้คิดว่าจะต้องเพลย์กับเหนือทุกครั้งที่เราเจอกันนะ” เบรกคำพูดน้องไว้พลางเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาให้พ้นจากเปลือกตาที่เริ่มบวมตุ่ยเพราะร้องไห้นาน “แต่รู้ใช่มั้ยว่าวันนี้เหนือดื้อมาก”
“รู้ครับ” ผมพยักหน้ารับคำพูดของพี่จินด้วยใบหน้าหงอย
“ไว้ค่อยจัดการ ตอนนี้ไปพักผ่อนได้แล้ว ลุกครับ” เขาตบก้นน้องไม่แรงมากเป็สัญญาณให้เด็กดื้อลุกขึ้นจากตักไปพักผ่อน
จิราธิปยืนขึ้นหลังน้องลุกขึ้นจากตัก เดินนำเด็กดื้อขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน กะจะให้น้องมานอนห้องเขาแทนห้องรับแขกที่น้องนอนอยู่ทุกครั้งเพราะน้องไม่สบาย
“พี่จินจะเบื่อหรือเปล่า ผมอุตส่าห์ว่างทั้งที” ในขณะที่เขากำลังเปิดประตูห้องนอน น้องไม่วายหันมาถามด้วยใบหน้าเป็กังวลอีกแล้ว
น่าตีจริง ๆ เด็กที่พูดไม่รู้เื่เนี่ย
“งั้นพี่ทำโทษเื่ที่ดื้อก่อนเลยดีมั้ย” เดินเข้าไปในห้องแล้วหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับคนน้องที่ตอนนี้เบิกดวงตาบอบช้ำจนกว้างด้วยความใ
“....”
“มานี่ซิ” ร่างสูงนั่งลงบนขอบเตียงแล้วกระดิกนิ้วเรียกน้องให้เข้ามาหา และเ้าเด็กก็เดินมาหาอย่างว่าง่าย เขารั้งน้องให้นั่งลงข้าง ๆ แล้วเป็ฝ่ายลุกขึ้นแทน
“พี่จะไปหยิบยามาให้ นั่งเฉย ๆ ไปเลยเรา”
เหนือธราทำตามอย่างว่าง่าย เขารับยามาจากคนพี่ที่ยื่นให้ รับน้ำมาดื่มแล้วส่งแก้วคืนให้จิราธิป
“นอนพักไปก่อน เผื่อตอนเย็นจะดีขึ้น”
“ครับ แล้วพี่จินจะทำอะไรต่อครับ” ถามเพราะ่เวลานี้เป็่เวลาพักผ่อนของร่างสูง ไม่ใช่เวลางาน
“นอนไปเถอะ พี่ก็จะนั่งทำงานเฝ้าเหนือในห้องนี่แหละ” คราวนี้คนน้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทิ้งตัวลงนอนพร้อมห่มผ้าอย่างเรียบร้อยเพราะอาการปวดหัวที่ไม่ได้ลดลงทำให้เหนือธราเข้าสู่นิทราอย่างรวดเร็ว
เสียงพลิกหน้ากระดาษเงียบลงเมื่อมือหนาปิดแฟ้มเอกสารที่เซ็นเรียบร้อยแล้ว เขาลุกขึ้นยืนขยับร่างกายไล่ความเมื่อยขบเพราะนั่งทำงานและเฝ้าเหนือธราที่หลับไปเพราะความเพลียและพิษไข้ ร่างสูงเดินออกจากโต๊ะทำงานมานั่งลงบนขอบเตียงเพื่อวัดอุณหภูมิบนหน้าผากของคนน้อง คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อพบว่าไข้น้องไม่ลดลงเลยทั้ง ๆ ที่ทานยาและเช็ดตัวหลายครั้งแล้ว
“เหนือ ตื่นได้แล้วครับ”
“อื้อ”
เ้าตัวงัวเงียหลังจากโดนคนพี่เขย่าปลุกให้ตื่น ดวงตาเรียวรีกะพริบปริบปรับสายตาให้ชินกับแสง เอียงหน้าเข้าหาฝ่ามือของคนพี่คล้ายออดอ้อนท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู แต่จิราธิปกลับมีสีหน้าเคร่งเครียด
“พี่ว่าไปโรงพยาบาลเถอะเหนือ เราไข้ไม่ลดเลย”
“....”
คำพูดห่วงใยและนิ้วหัวแม่มือที่กำลังไล้ผิวแก้มนิ่มของคนน้องทำให้เหนือธราเม้มปาก เ้าตัวรู้ดีว่าตนเองไข้ไม่ลดลงและอาการปวดหัวก็ไม่ดีขึ้นเลยแม้จะนอนพักมาเกือบจะสองชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่อยากไปโรงพยาบาลจริง ๆ นะ
ไม่ชอบเอาซะเลย
“ตกลงนะ” พยายามเอาความใจเย็นเข้าปะเลาะน้อง
“ผมหิวข้าว”
เหนือธรารู้ตัวว่าตนเองกำลังเฉไฉเพราะพอถูกดวงตาคมดุของพี่จ้องมองมาก็ก้มหน้างุดหลบตาคนพี่อย่างไม่กล้าสู้หน้า
“งั้นลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา เสร็จแล้วตามลงไปนะครับ พี่ไปเตรียมของก่อน” เขาบอกน้อง ไม่พยายามเซ้าซี้ให้คนป่วยต้องงอแงเพิ่ม ให้กินอิ่มก่อนค่อยว่ากันอีกที
“พี่สั่งโจ๊กมาให้ เหนือทานได้ใช่ไหม”
“ได้ครับ ขอบคุณนะครับ”
เหนือธรามองชามโจ๊กควันฉุยตรงหน้า ความรู้สึกอยากอาหารยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง ร่างโปร่งจึงนั่งลงตรงตำแหน่งที่มีชามโจ๊กวางอยู่ เขามองในส่วนของคนพี่ก็เห็นว่าเป็ข้าวกะเพราหมูสับโปะด้วยไข่ดาวไม่สุกหน้าตาน่าทาน
ทั้งคู่ใช้เวลาบนโต๊ะอาหารในมื้อนี้อย่างเงียบเชียบ เหนือธรากล้ำกลืนฝืนทานโจ๊กในชามไปได้แค่ครึ่งเดียวเพราะเจ็บคอ และไม่ค่อยอยากอาหาร และคราวนี้จิราธิปก็ไม่บังคับเขา....
มันดูปกติเกินไป
จนกระทั่งมือหนาดึงชามที่อยู่ตรงหน้าเขาเดินไปที่อ่างล้าง เหนือธราลุกตามพี่จินไปทันที
“นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ พี่ล้างเองครับ”
“แต่-”
“อย่าดื้อได้มั้ยครับ”
“....”
เป็อันว่าต้องรีบกลืนคำพูดที่จะพูดลงทันที แล้วนั่งนิ่ง ๆ สงบเสงี่ยมก่อนที่จะโดนดุไปมากกว่านี้
เหนือธรานั่งมองจิราธิปล้างจานจนกระทั่งอีกฝ่ายเช็ดจานเก็บเรียบร้อยแล้วหันมามองเขา คนตัวเล็กที่ยังดูอ่อนเพลียเอียงคอมองเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ แล้วเอื้อมมาดึงแขนของเขากระตุกให้ลุกขึ้น คราวนี้เหนือธราว่าง่ายเขาเดินตามอีกฝ่ายไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก ร่างนุ่มนิ่มตกอยู่ภายในอ้อมแขนแกร่งเพราะโดนจิราธิปจับนั่งตักหันหน้าเข้าหาเ้าของตักแกร่งเหมือนเมื่อ่เที่ยง ชายหนุ่มกักตัวน้องไว้ไม่ให้หลบหนีไปไหน
“ไปโรงพยาบาลกัน”
“เราตกลงกันไว้ว่าพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอครับ”
ทำใจกล้าเถียงออกไป จิราธิปมองริมฝีปากที่แห้งแตกเพราะพิษไข้แล้วอยากบีบให้เจ็บ ๆ จะได้เลิกเถียงเขาสักที เขาสบตาน้องนิ่งก่อนจะเคลื่อนหน้าผากไปแนบกับหน้าผากน้อง ความร้อนระอุของผิวเนื้อจากพิษไข้ชวนให้ชายหนุ่มหงุดหงิด
“พี่ไม่อยากรอ ไปให้หมอตรวจแปบเดียวเองครับ” ความกังวนฉายชัดในน้ำเสียง เขาผละออกก่อนจะใช้ปลายจมูกกดลงบนแก้มนุ่มที่ร้อนผ่าว “เนี่ยไข้ไม่ลดลงเลย ไปหาหมอนะครับ พี่พาไป”
เหนือธรานิ่งอึ้งไปกับการกระทำของคนเป็เ้านาย น้อยครั้งที่อีกฝ่ายจะทำกับเขาแบบนี้ อาจเพราะรอบนี้เขางอแงหนักและจิราธิปก็ไม่อยากใช้ไม้แข็งกับเขาแน่ ๆ ถึงได้ทำเป็ตะล่อมกันด้วยความอ่อนโยน
“ตรวจเสร็จก็กลับใช่มั้ยครับ” เขาขอความมั่นใจจากคนพี่
“ครับ”
“ไม่นอนรพ.นะ”
“อื้อ ไปนะ พี่เป็ห่วง”
“พี่จินสัญญาแล้วนะ” จ้องตาคนพี่ขอคำยืนยันอีกครั้ง
“ครับ”
“ก็ได้ครับ” ผมจำยอมรับปากแม้ตอนนี้จะทำหน้าคว่ำมากแค่ไหนก็ตาม ต่างกับพี่จินที่พอเห็นว่าเขาตกลงก็เผยรอยยิ้มกว้าง เหนือธราหงุดหงิดจนก้มลงไปงับไหล่หนาให้คนตัวโตสะดุ้ง
“กล้ากัดพี่เหรอเด็กดื้อ” มือหนาบีบลงบนก้นนุ่มเ้าตัวดื้อช้อนสายตาขึ้นมองริมฝีปากเบะคว่ำ “โอ๋ ๆ ไม่แกล้งแล้ว ปะครับ ไปเตรียมตัวไปโรงพยาบาลกัน”
ผลตรวจออกมาพบว่าเหนือธราเป็ไข้เืออก
เ้าเด็กดื้อเป็ไข้เืออกมา 2 วันแล้ว โชคดีที่อาการยังไม่หนักจนถึงขั้นมีจุดเืตามิั และน้องก็งอแงเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล เอาแต่พูดว่าเขาสัญญาแล้วว่าจะกลับบ้านทันทีที่เ้าตัวตรวจเสร็จ! จิราธิปยอมรับว่าเหนือธราในโหมดดื้อตอนป่วยนี่น่าจับฟาดก้นแรง ๆ ให้หายดื้อและเขาก็ค้นพบว่าสาเหตุที่น้องดื้อไม่อยากมานอนโรงพยาบาลเพราะเ้าตัวกลัวว่าจะทำให้เขาลำบาก อีกอย่างเขาเพิ่งรู้ว่าน้องไม่เหลือครอบครัวแล้ว เ้าเด็กดื้อใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาั้แ่ขึ้นมหาวิทยาลัยปีที่หนึ่ง เพราะคุณแม่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ในขณะที่คนเป็พ่อแต่งงานกับครอบครัวใหม่แล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศั้แ่เ้าตัวยังเด็ก เขาถึงเข้าใจว่าน้องไม่อยากป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล
คงเพราะไม่มีใครคอยดูแลตอนอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นแหละ
แต่ถึงจะเข้าใจก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่โกรธที่ปล่อยให้ตัวเองป่วยมาตั้งหลายวันแล้วยังไม่ยอมไปหาหมอ ยังไงเื่นี้ก็ปล่อยผ่านไม่ได้ น้องเคยดื้อกับเขาเื่ที่เ้าตัวป่วยมาครั้งหนึ่งแล้ว และคราวนี้ก็อย่าหวังว่าเขาจะละเลย
ไม่ว่าอย่างไร คราวนี้เด็กดื้อก็ต้องโดนทำโทษ
............................................
Talk: เป็ไงละเด็กดื้อป่วยหนักเลย นายท่านพี่จินรอบนี้ดูจะไม่ยอมใจอ่อนให้เด็กดื้อแล้วค่ะ เด็กดื้อต้องโดนอะไรน๊าาาาาา ^^
ปล. เอาภาพน้องเหนือมาฝาก หลังจากหายไปนานคือไปทำคมช.มาค่ะ ฝากเอ็นดูน้องด้วยนะคะ