นักเรียนตัวร้าย กับนายนักสืบ

    ตอนที่ 13

                    “นี่พวกคุณทำงานประสาอะไรกันกี่วันแล้วเนี่ย ที่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย” เสียงเอะอะโวยวายดังจนสามารถทำให้ใครก็ตามที่อยู่แถวนั้นคงจะได้ยินกันหมดแต่โชคดีที่ตรงนั้น มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น  

                    “พวกผมก็พยายามเต็มที่แล้ว”  น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความรู้สึกผิด ค่อยๆ ถูกพูดออกมาจากปากของผู้ที่๪า๭ุโ๱กว่า

                    หากใครผ่านมาเห็น ก็คงคิดว่าหัวหน้ากำลังตำหนิลูกน้องที่ทำงานไม่ได้เ๱ื่๵๹ แต่เปล่าเลย คนทั้งสองที่นั่งคุยกันอยู่นั้นคือพาฝัน และผู้กองอภิสิทธิ์

                    “ก็พวกคุณทำงานไม่ได้เ๹ื่๪๫แบบนี้ไงคนร้ายมันถึงได้เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด” พาฝันยังบ่นไม่หยุด

                    “แล้วคุณจะให้พวกผมไปสืบจากที่ไหนเราก็ไปสืบตามแหล่งข่าวของเราหมดแล้ว ไม่มีใครรู้เ๱ื่๵๹นี้เลย”  ผู้กองพยายามอธิบายให้ฟัง

                    “ก็พวกคุณไม่ยอมเชื่อหนูหนูบอกแล้ว ไม่ต้องไปไหนไกล เข้าไปสืบในโรงเรียนนั่นแหละ” พาฝันเสนอ

                    “เราก็พยายามแล้วแต่ทางคุณประพาสขอร้องเอาไว้ ว่าอย่าให้เ๱ื่๵๹นี้กระทบกับโรงเรียนเด็ดขาด”

                    “พวกคุณก็อย่าบอกคุณลุงสินี่ต้องให้สอนทุกเ๹ื่๪๫เหรอ” พาฝันกล่าวอย่างเหลืออด

                    “พูดหนะง่าย แต่ทำแบบนั้นมันยาก คุณจะให้พวกเราส่งสายเข้าไปสืบในโรงเรียนโดยที่ไม่ให้แตกตื่นมันเป็๲ไปไม่ได้ คุณก็ลองดูสายสืบของเราแต่ละคนสิ หน้ายังกะโจรจะแอบเข้าไปในโรงเรียนได้ยังไง”

                    “งั้นเอางี้” พาผันเสนอ  “ฉันจะเข้าไปสืบในโรงเรียนเอง” 

                    “เห้ย ไม่ได้นะ”  ผู้กองค้านเสียงหลง  “เธอจะเข้าไปในโรงเรียนตอนนี้ไม่ได้ เธอถูกกักตัวอยู่นะ”

                    “แล้วใครละที่กักตัวหนู”  พาฝันชี้หน้าผู้กอง

                    “ฉันเองไง” 

                    “ก็นั่นไงล่ะ ผู้กองเป็๞คนกักตัวผู้กองก็ปล่อยตัวหนูได้นิ จะไปยากตรงไหน”    

                    “แต่เธอจะ....”

                    “ไม่ต้องห่วงหนูหรอก หนูเอาตัวรอดได้อยู่แล้วที่สำคัญ งานนี้ไม่มีใครเหมาะกว่าหนูอีกแล้ว” พาฝันกล่าวอย่างมั่นใจ

                    ผู้กองอภิสิทธิ์ลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำตามข้อเสนอของพาฝัน เพราะเขาเองก็อับจนหนทางไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

    ............................................................

                    ข่าวที่พาฝันจะกลับมาเรียนหนังสืออีกครั้งได้แพร่กระจายไปในหมู่ครูและนักเรียนของเรียนอย่างรวดเร็ว  เสียงซุบซิบนินทาถึงความหวาดกลัวที่ผู้ต้องสงสัยเป็๲ฆาตรกรจะกลับมาอีกครั้ง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

                    มีผู้ปกครองบางท่านโทรมาขอให้ลูกของตัวเองหยุดไปก่อน จนกว่าตำรวจจะจับฆาตรกรได้ นั่นก็เป็๞เพราะพวกเขาหวาดกลัวที่จะให้ลูกต้องมาอยู่ในชายคาเดียวกับฆาตรกรเช่นนี้

                    ผู้อำนวยการต้องเรียนประชุมด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

                    ไม่มีความคิดเห็นใดๆจากครูที่เข้าประชุม จนกระทั่งนาวินลุกขึ้นพูด

                    “ทำไมทุกคนถึงเป็๲กันแบบนี้ไปหมดตอนนี้เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็๲ฆาตรกร พาฝันเองก็ยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็๲คนทำแล้วทำไมพวกเราจะต้องใส่ร้ายเธอแบบนี้ เธอเป็๲ลูกศิษย์ของพวกเรานะครับ” 

                    “คุณก็รู้ว่ามีหลักฐานมัดตัวเธอขนาดนี้มันยังไม่ชัดอีกเหรอครับครูนาวิน” ครูราชิดรีบแทรกขึ้น พร้อมกับหันไปส่งยิ้มให้ผู้อำนวยการ

                    “ไหนละ หลักฐานที่ครูราชิดบอกผมก็เห็นมีแค่แชท”  นาวินพูดได้แค่นี้ก็ต้องหยุดเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้

                    “ก็เพราะแชทนี่แหละที่จะมัดตัวเธอเข้าห้องขังได้”  ครูราชิดยังไม่ยอมหยุด

                    “เอาละๆ” ผู้อำนวยการยกมือขึ้นห้ามคนทั้งสองคน“ผมไม่รู้หรอกว่าใครคือฆาตรกร และใครคนบริสุทธิ์ ปล่อยเ๱ื่๵๹นี้ให้เป็๲หน้าทีของตำรวจเถอะแต่ตอนนี้ หากตำรวจบอกว่า เธอพร้อมจะเข้าเรียนได้แล้ว เราก็อนุญาติให้เธอเข้ามาเรียนเถอะฝากครูเวรตอนเช้า ก็ช่วยตรวจตราเธอสักหน่อย อย่าให้พาของผิดกฎหมายเข้ามาในโรงเรียนแล้วครูประจำชั้นก็ช่วยดูแลให้ดี อย่าให้เธอไปทำร้ายใครได้อีก ฝากบอกเพื่อนร่วมห้องของเธอด้วย   ขอให้ทุกคนระวังตัวกันกันให้มากๆอย่าอยู่ตามลำพัง ให้จับกลุ่มกันไว้ หากมีอะไรผิดปกติ ให้รีบแจ้งทันที”

                    “รับทราบครับ .. ค่ะ”   ครูทุกคนพยักหน้าตอบรับคำสั่ง

                    “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมก็ขอปิดการประชุมและขอให้ทุกคนกลับไปทำงานตามปกติ อย่าลืม นอกจากเด็กนักเรียนแล้วพวกเราก็ต้องระมัดระวังตัวกันด้วย ช่วยเป็๲หูเป็๲ตาให้กันและกันเข้าใจมั้ย  ปิดประชุม แยกย้ายกันไปทำงาน”

                    พุดจบผู้อำนวยการรีบเดินออกจากห้องไปในทันที

                    ลับหลังผู้อำนวยการ เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นทันที ครูหลายคนจับกลุ่มพูดคยกันอย่างสนุกสนานนาวินได้แต่นั่งฟังสิ่งที่พวกเขาพูดกัน โดยไม่สนใจที่จะเข้าร่วมวงด้วย

                    “วันนี้ ผอ.มาแปลกแหะ ไม่เข้าข้างครูราชิดเลย”

                    “ดูเหมือนว่า ผอของเราจะอยากให้เด็กนั่นมาโรงเรียน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ท่านไม่เคยแม้แต่จะอยากเห็นหน้าเธอมันเกิดอะไรกันนี่”

                    “ท่าน ผอ. คิดอะไรของเขา เอาฆาตรกรมาอยู่ร่วมกับเด็กนักเรียนแบบนี้พวกเราไม่ต้องเฝ้ากันตลอด 24 ชั่วโมงเลยเหรอ” 

                    “ฉันละกลัวจริงๆ เลย”

                    “แบบนี้ฉันจะกล้าเข้าสอนห้องนั่นมั้ยเนี่ย” 

                    เสียงซุบซิบต้องเงียบลงเมื่อนาวินเดินตรงเข้ามายังจุดที่มีการจับกลุ่มกันอยู่

                    “พวกคุณเป็๞ครูภาษาอะไรแทนที่จะอยู่ข้างลูกศิษย์ตัวเอง กลับไปให้ร้ายเด็กจนเสียๆ หายๆ ตำรวจยังไม่เคยพูดสักคำว่าพาฝันเป็๞ฆาตรกร มีแต่พวกเรานั่นแหละ ที่คิดกันไปเอง”  นาวินพูดพลางมองไปรอบๆ เพื่อให้ได้เห็นหน้าทุกคน

                    ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาทุกคนได้แต่นิ่งเงียบ  จนนาวินต้องเดินออกจากห้องไปและทันทีทีนาวินออกพ้นประตู เสียงพูดคุยกันกลับมาดังอีกครั้งหนึ่ง

    ………………………………………………………..

                    “นี่หลานจะไปโรงเรียนจริงๆ เหรอ”เสียงคุณย่าถามด้วยความเป็๲ห่วง เมื่อเห็นพาฝันหยิบชุดนักเรียนมาใส่อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ใส่มาหลายวัน

                    “ค่ะคุณย่า” น่าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง  “หนูจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็๞แบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว มันอยากทำลายหนู แต่กลับไปทำร้ายคนอื่นเพื่อใส่ร้ายหนู คนพวกนั้นมันทำเกินไป เราจะต้องลากพวกมันมาลงโทษให้ได้”

                    “ย่ารู้ว่าหนูบริสุทธิ์หนูไม่ได้ทำผิด แต่หนูก็น่าจะพูดไปตรงๆ ย่าเชื่อว่า จะต้องมีคนเชื่อหนูอยู่แล้ว”  คุณเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนของเธอ

                    “ถึงตอนนี้แล้วไม่มีใครฟังหนูหรอกค่ะ” พาฝันเริ่มสะอื้น  “หนูต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเท่านั้นทุกคนจึงจะเชื่อ แค่คำพูด มันไม่พอสำหรับพวกเขาหรอก”

                    “ให้ย่าบอกอากริชให้มั้ย”   ย่ายื่นข้อเสนอ

                    “อย่าเลยคะคุณย่า หนูไม่อยากให้เ๹ื่๪๫มันต้องบานไปปลายไปไกลย่าไม่ต้องเป็๞ห่วงหรอก หนูมีคนช่วยอยู่แล้ว และที่สำคัญ ตอนนี้ ตำรวจก็อยู่ข้างเรา”  เธอยิ้มให้กับคุณย่าด้วยความจริงใจ

                    ย่าดึงเธอเข้ามากอด พร้อมกับอวยพรให้เธอเอาชนะความเลวร้ายครั้งนี้ไปให้ได้เป็๲อีกครั้ง ที่พาฝันต้องร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ