“นี่พวกคุณทำงานประสาอะไรกันกี่วันแล้วเนี่ย ที่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย” เสียงเอะอะโวยวายดังจนสามารถทำให้ใครก็ตามที่อยู่แถวนั้นคงจะได้ยินกันหมดแต่โชคดีที่ตรงนั้น มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
“พวกผมก็พยายามเต็มที่แล้ว” น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความรู้สึกผิด ค่อยๆ ถูกพูดออกมาจากปากของผู้ที่าุโกว่า
หากใครผ่านมาเห็น ก็คงคิดว่าหัวหน้ากำลังตำหนิลูกน้องที่ทำงานไม่ได้เื่ แต่เปล่าเลย คนทั้งสองที่นั่งคุยกันอยู่นั้นคือพาฝัน และผู้กองอภิสิทธิ์
“ก็พวกคุณทำงานไม่ได้เื่แบบนี้ไงคนร้ายมันถึงได้เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด” พาฝันยังบ่นไม่หยุด
“แล้วคุณจะให้พวกผมไปสืบจากที่ไหนเราก็ไปสืบตามแหล่งข่าวของเราหมดแล้ว ไม่มีใครรู้เื่นี้เลย” ผู้กองพยายามอธิบายให้ฟัง
“ก็พวกคุณไม่ยอมเชื่อหนูหนูบอกแล้ว ไม่ต้องไปไหนไกล เข้าไปสืบในโรงเรียนนั่นแหละ” พาฝันเสนอ
“เราก็พยายามแล้วแต่ทางคุณประพาสขอร้องเอาไว้ ว่าอย่าให้เื่นี้กระทบกับโรงเรียนเด็ดขาด”
“พวกคุณก็อย่าบอกคุณลุงสินี่ต้องให้สอนทุกเื่เหรอ” พาฝันกล่าวอย่างเหลืออด
“พูดหนะง่าย แต่ทำแบบนั้นมันยาก คุณจะให้พวกเราส่งสายเข้าไปสืบในโรงเรียนโดยที่ไม่ให้แตกตื่นมันเป็ไปไม่ได้ คุณก็ลองดูสายสืบของเราแต่ละคนสิ หน้ายังกะโจรจะแอบเข้าไปในโรงเรียนได้ยังไง”
“งั้นเอางี้” พาผันเสนอ “ฉันจะเข้าไปสืบในโรงเรียนเอง”
“เห้ย ไม่ได้นะ” ผู้กองค้านเสียงหลง “เธอจะเข้าไปในโรงเรียนตอนนี้ไม่ได้ เธอถูกกักตัวอยู่นะ”
“แล้วใครละที่กักตัวหนู” พาฝันชี้หน้าผู้กอง
“ฉันเองไง”
“ก็นั่นไงล่ะ ผู้กองเป็คนกักตัวผู้กองก็ปล่อยตัวหนูได้นิ จะไปยากตรงไหน”
“แต่เธอจะ....”
“ไม่ต้องห่วงหนูหรอก หนูเอาตัวรอดได้อยู่แล้วที่สำคัญ งานนี้ไม่มีใครเหมาะกว่าหนูอีกแล้ว” พาฝันกล่าวอย่างมั่นใจ
ผู้กองอภิสิทธิ์ลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำตามข้อเสนอของพาฝัน เพราะเขาเองก็อับจนหนทางไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน
............................................................
ข่าวที่พาฝันจะกลับมาเรียนหนังสืออีกครั้งได้แพร่กระจายไปในหมู่ครูและนักเรียนของเรียนอย่างรวดเร็ว เสียงซุบซิบนินทาถึงความหวาดกลัวที่ผู้ต้องสงสัยเป็ฆาตรกรจะกลับมาอีกครั้ง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก
มีผู้ปกครองบางท่านโทรมาขอให้ลูกของตัวเองหยุดไปก่อน จนกว่าตำรวจจะจับฆาตรกรได้ นั่นก็เป็เพราะพวกเขาหวาดกลัวที่จะให้ลูกต้องมาอยู่ในชายคาเดียวกับฆาตรกรเช่นนี้
ผู้อำนวยการต้องเรียนประชุมด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ไม่มีความคิดเห็นใดๆจากครูที่เข้าประชุม จนกระทั่งนาวินลุกขึ้นพูด
“ทำไมทุกคนถึงเป็กันแบบนี้ไปหมดตอนนี้เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็ฆาตรกร พาฝันเองก็ยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็คนทำแล้วทำไมพวกเราจะต้องใส่ร้ายเธอแบบนี้ เธอเป็ลูกศิษย์ของพวกเรานะครับ”
“คุณก็รู้ว่ามีหลักฐานมัดตัวเธอขนาดนี้มันยังไม่ชัดอีกเหรอครับครูนาวิน” ครูราชิดรีบแทรกขึ้น พร้อมกับหันไปส่งยิ้มให้ผู้อำนวยการ
“ไหนละ หลักฐานที่ครูราชิดบอกผมก็เห็นมีแค่แชท” นาวินพูดได้แค่นี้ก็ต้องหยุดเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้
“ก็เพราะแชทนี่แหละที่จะมัดตัวเธอเข้าห้องขังได้” ครูราชิดยังไม่ยอมหยุด
“เอาละๆ” ผู้อำนวยการยกมือขึ้นห้ามคนทั้งสองคน“ผมไม่รู้หรอกว่าใครคือฆาตรกร และใครคนบริสุทธิ์ ปล่อยเื่นี้ให้เป็หน้าทีของตำรวจเถอะแต่ตอนนี้ หากตำรวจบอกว่า เธอพร้อมจะเข้าเรียนได้แล้ว เราก็อนุญาติให้เธอเข้ามาเรียนเถอะฝากครูเวรตอนเช้า ก็ช่วยตรวจตราเธอสักหน่อย อย่าให้พาของผิดกฎหมายเข้ามาในโรงเรียนแล้วครูประจำชั้นก็ช่วยดูแลให้ดี อย่าให้เธอไปทำร้ายใครได้อีก ฝากบอกเพื่อนร่วมห้องของเธอด้วย ขอให้ทุกคนระวังตัวกันกันให้มากๆอย่าอยู่ตามลำพัง ให้จับกลุ่มกันไว้ หากมีอะไรผิดปกติ ให้รีบแจ้งทันที”
“รับทราบครับ .. ค่ะ” ครูทุกคนพยักหน้าตอบรับคำสั่ง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมก็ขอปิดการประชุมและขอให้ทุกคนกลับไปทำงานตามปกติ อย่าลืม นอกจากเด็กนักเรียนแล้วพวกเราก็ต้องระมัดระวังตัวกันด้วย ช่วยเป็หูเป็ตาให้กันและกันเข้าใจมั้ย ปิดประชุม แยกย้ายกันไปทำงาน”
พุดจบผู้อำนวยการรีบเดินออกจากห้องไปในทันที
ลับหลังผู้อำนวยการ เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นทันที ครูหลายคนจับกลุ่มพูดคยกันอย่างสนุกสนานนาวินได้แต่นั่งฟังสิ่งที่พวกเขาพูดกัน โดยไม่สนใจที่จะเข้าร่วมวงด้วย
“วันนี้ ผอ.มาแปลกแหะ ไม่เข้าข้างครูราชิดเลย”
“ดูเหมือนว่า ผอของเราจะอยากให้เด็กนั่นมาโรงเรียน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ท่านไม่เคยแม้แต่จะอยากเห็นหน้าเธอมันเกิดอะไรกันนี่”
“ท่าน ผอ. คิดอะไรของเขา เอาฆาตรกรมาอยู่ร่วมกับเด็กนักเรียนแบบนี้พวกเราไม่ต้องเฝ้ากันตลอด 24 ชั่วโมงเลยเหรอ”
“ฉันละกลัวจริงๆ เลย”
“แบบนี้ฉันจะกล้าเข้าสอนห้องนั่นมั้ยเนี่ย”
เสียงซุบซิบต้องเงียบลงเมื่อนาวินเดินตรงเข้ามายังจุดที่มีการจับกลุ่มกันอยู่
“พวกคุณเป็ครูภาษาอะไรแทนที่จะอยู่ข้างลูกศิษย์ตัวเอง กลับไปให้ร้ายเด็กจนเสียๆ หายๆ ตำรวจยังไม่เคยพูดสักคำว่าพาฝันเป็ฆาตรกร มีแต่พวกเรานั่นแหละ ที่คิดกันไปเอง” นาวินพูดพลางมองไปรอบๆ เพื่อให้ได้เห็นหน้าทุกคน
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาทุกคนได้แต่นิ่งเงียบ จนนาวินต้องเดินออกจากห้องไปและทันทีทีนาวินออกพ้นประตู เสียงพูดคุยกันกลับมาดังอีกครั้งหนึ่ง
………………………………………………………..
“นี่หลานจะไปโรงเรียนจริงๆ เหรอ”เสียงคุณย่าถามด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นพาฝันหยิบชุดนักเรียนมาใส่อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ใส่มาหลายวัน
“ค่ะคุณย่า” น่าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง “หนูจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว มันอยากทำลายหนู แต่กลับไปทำร้ายคนอื่นเพื่อใส่ร้ายหนู คนพวกนั้นมันทำเกินไป เราจะต้องลากพวกมันมาลงโทษให้ได้”
“ย่ารู้ว่าหนูบริสุทธิ์หนูไม่ได้ทำผิด แต่หนูก็น่าจะพูดไปตรงๆ ย่าเชื่อว่า จะต้องมีคนเชื่อหนูอยู่แล้ว” คุณเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนของเธอ
“ถึงตอนนี้แล้วไม่มีใครฟังหนูหรอกค่ะ” พาฝันเริ่มสะอื้น “หนูต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเท่านั้นทุกคนจึงจะเชื่อ แค่คำพูด มันไม่พอสำหรับพวกเขาหรอก”
“ให้ย่าบอกอากริชให้มั้ย” ย่ายื่นข้อเสนอ
“อย่าเลยคะคุณย่า หนูไม่อยากให้เื่มันต้องบานไปปลายไปไกลย่าไม่ต้องเป็ห่วงหรอก หนูมีคนช่วยอยู่แล้ว และที่สำคัญ ตอนนี้ ตำรวจก็อยู่ข้างเรา” เธอยิ้มให้กับคุณย่าด้วยความจริงใจ
ย่าดึงเธอเข้ามากอด พร้อมกับอวยพรให้เธอเอาชนะความเลวร้ายครั้งนี้ไปให้ได้เป็อีกครั้ง ที่พาฝันต้องร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ