บทที่8
มีน้ำเต้าหู้แล้วก็ต้องมีปาท่องโก๋ด้วยสิ
หลังจากที่เห็นผลตอบรับจากการขายน้ำเต้าหู้ในวันแรกดีเกินคาดเว่ยเถียนเถียนก็เริ่มคิดแผนการสำหรับวันถัดไปเธอตัดสินใจว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำเต้าหู้ให้มากขึ้นและยังมีความคิดที่จะเพิ่มเมนูใหม่คือปาท่องโก๋เข้ามาขายควบคู่กันด้วยเนื่องจากน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เป็ของคู่กันที่หลายคนชื่นชอบ
เช้าวันรุ่งขึ้นเว่ยเถียนเถียนปลุกจางเสวียอี้แต่เช้าเพื่อมาขายย้ำเต้าหู้ช่วยหลังจากปิดร้านก็ชวนกันไปตลาดเพื่อหาซื้อของที่จำเป็สำหรับการขยายกิจการเล็ก ๆของพวกเขา
"เสวียอี้...วันนี้เราจะไปซื้อหม้อใบใหญ่กว่าเดิมนะจะได้ทำทีเดียวได้เยอะ ๆ หน่อย" เว่ยเถียนเถียนบอกลูกชาย
จางเสวียอี้พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้นการได้ไปเดินตลาดและช่วยแม่เลือกของเป็สิ่งที่เขาอยากทำเป็อย่างยิ่ง
ทั้งสองเดินทางมาถึงตลาดเว่ยเถียนเถียนเดินเลือกหม้อขนาดใหญ่กว่าที่เคยใช้พร้อมทั้งเลือกเตาที่สามารถวางได้หน้าร้าน เพื่อจะได้ทำน้ำเต้าหู้สด ๆให้ลูกค้าดูได้เลย นอกจากนี้ยังเดินหาซื้ออุปกรณ์สำหรับการทำปาท่องโก๋ทั้งกระทะใบใหญ่ ตะหลิว ไม้นวดแป้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย
หลังจากได้ของครบทั้งสองคนก็เดินทางกลับบ้านจางเสวียอี้ช่วยแม่ถืออุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนเว่ยเถียนเถียนก็หอบเตาและหม้อใบใหญ่เมื่อถึงบ้านทั้งสองเริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์และวางแผนว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน
เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังจากที่เหนื่อยล้าจากการเดินตลาดและการจัดเตรียมอุปกรณ์เว่ยเถียนเถียนก็ตัดสินใจว่าจะไม่ปิดบังเื่มิติของเธอกับลูกชายอีกต่อไปแต่ก่อนจะบอกเธอกำชับลูกชายด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า"เสวียอี้...แม่มีเื่สำคัญจะบอกแต่ลูกต้องสัญญากับแม่นะว่าจะไม่เล่าเื่นี้ให้ใครฟัง เข้าใจไหม"
จางเสวียอี้ทำหน้าตาสงสัยแต่เขาก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย"ครับแม่ ผมสัญญาว่าจะไม่บอกใคร"
เว่ยเถียนเถียนยิ้มอย่างพอใจจากนั้นก็จับมือลูกชายแน่น"งั้นตามแม่มา แม่จะพาไปดูบางอย่าง"
เมื่อเว่ยเถียนเถียนพาจางเสวียอี้เข้ามาในห้องนอนจากนั้นก็เริ่มเปิดประตูเข้าสู่มิติพิเศษของเธอจางเสวียอี้ทำหน้าตาประหลาดใจเมื่อเห็นบรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีที่ประตูมิติถูกเปิดออกทั้งสองคนถูกดึงเข้าสู่มิติที่เต็มไปด้วยของมากมาย ข้าวของที่ถูกเก็บไว้อย่างเป็ระเบียบทุกอย่างดูแตกต่างจากโลกภายนอก ทั้งความกว้างใหญ่ของพื้นที่และสิ่งของต่าง ๆที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
เด็กน้อยถึงกับอ้าปากค้างเขายืนนิ่งมองรอบตัวด้วยความตื่นเต้น "แม่...นี่มันที่ไหนกัน ทำไม่มีของเยอะแยะมากมายขนาดนี้"
“นี่คือมิติพิเศษของแม่ในนี้เราสามารถเก็บของต่าง ๆ ไว้ได้มากมายเราสามารถเอาของพวกนี้ออกไปทำกินและทำขายได้” เว่ยเถียนเถียนตอบ
จางเสวียอี้ะโโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นเขารีบวิ่งไปตรงชั้นวางที่มีเนื้อสัตว์สดและอาหารอื่น ๆที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ “แม่...ที่นี่มีเนื้อเยอะมากพวกเราสามารถทำอาหารได้ทุกอย่างเลย”
"ต่อไปนี้เสวี่ยอี้อยากกินอะไรบอกแม่ได้เลยนะพวกเราวัตถุดิบมีมากมายแล้วแต่ว่าตอนนี้พวกเราต้องขนวัตถุดิบสำหรับทำน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ออกไปก่อน" เว่ยเถียนเถียนหัวเราะเบาๆ
จากนั้นทั้งสองแม่ลูกก็เริ่มขนวัตถุดิบออกมาเว่ยเถียนเถียนจัดการเอาถั่วเหลืองมาวางใส่ตะกร้าก่อนจะหยิบแป้งและเครื่องปรุงอื่น ๆ มาวางเรียงกันอย่างดีขณะที่จางเสวียอี้ช่วยขนวัตถุดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นน้ำมันสำหรับทอดและเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้
เว่ยเถียนเถียนมองลูกชายด้วยความภาคภูมิใจเธอรู้สึกดีใจที่มีลูกชายที่เข้มแข็งและพร้อมช่วยเหลือเธอในทุกสถานการณ์ถึงแม้ว่าอนาคตข้างหน้าจะยังไม่แน่นอนแต่เธอก็เชื่อว่าการทำงานหนักและความตั้งใจของเธอกับลูกจะทำให้สามารถผ่านทุกอุปสรรคไปได้
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยอากาศเย็นสบายเว่ยเถียนเถียนตื่นแต่เช้ามืดเหมือนเคยเธอปลุกลูกชายที่ยังหลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาช่วยเตรียมร้านสำหรับขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ในวันนี้จางเสวียอี้ยังงัวเงียเล็กน้อยแต่เมื่อได้ยินว่าจะได้ช่วยแม่นวดแป้งสำหรับปาท่องโก๋ก็ลุกขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น
“ลูกตื่นเร็วจริงๆ นะวันนี้” เว่ยเถียนเถียนแซวเบา ๆ พลางยิ้มให้ลูกชาย
“ก็ผมอยากเล่นแป้งนี่ครับแม่สนุกจะตาย” จางเสวียอี้ยิ้มตอบ
เว่ยเถียนเถียนก็หันมาจัดเตรียมแป้งสำหรับทำปาท่องโก๋เธอนำแป้งสาลีมาวางไว้ในชามใหญ่ แล้วเทน้ำเปล่าลงไปทีละน้อยจางเสวียอี้นั่งอยู่ข้าง ๆ มองด้วยความตั้งใจ
“ลูกดูนะการนวดแป้งต้องทำแบบนี้” เว่ยเถียนเถียนพูดพร้อมกับเริ่มนวดแป้งในชาม ช้า ๆและสม่ำเสมอ “เราต้องนวดแป้งให้เนียนนุ่ม แต่อย่ากดแรงเกินไปเพราะจะทำให้แป้งเหนียว”
จางเสวียอี้พยักหน้า“ผมอยากลองบ้างครับแม่”
“มาเลยมือลูกนวดได้สบายอยู่แล้ว” เว่ยเถียนเถียนยื่นกะละมังใส่แป้งให้ลูกชาย
เด็กน้อยรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอามือลงในชามแป้งเขารู้สึกสนุกสนานเมื่อมือของเขาจมอยู่ในเนื้อแป้งนุ่ม ๆการนวดแป้งสำหรับจางเสวียอี้เหมือนการเล่นสนุกเขาชอบความรู้สึกที่ได้ัักับเนื้อแป้งอุ่น ๆ
“รู้สึกยังไงบ้าง”เว่ยเถียนเถียนถามพลางยิ้มอย่างเอ็นดู
“ดีครับแม่สนุกมากเลย” จางเสวียอี้ตอบกลับอย่างตื่นเต้น มือเล็ก ๆของเขานวดแป้งไปมาอย่างตั้งใจ แม้ว่าจะยังไม่ชำนาญนักแต่เขาก็พยายามทำตามที่แม่สอนอย่างสุดความสามารถ
หนึ่งเดือนผ่านไปกิจการของสองแม่ลูกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วร้านน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ที่พวกเขาเปิดขายกลายเป็ที่รู้จักของผู้คนในละแวกตลาดและชุมชนรอบๆ ทุกเช้าั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี ผู้คนเริ่มมาต่อแถวที่หน้าร้านเล็ก ๆของพวกเขาแล้ว บ้างมาสั่งน้ำเต้าหู้ บ้างมารอซื้อปาท่องโก๋ร้อน ๆ
เสียงกระทะน้ำมันร้อนเดือดซู่ซ่าดังอย่างต่อเนื่องกลิ่นหอมของปาท่องโก๋ทอดใหม่ ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ดึงดูดลูกค้าที่เดินผ่านไปมาให้ต้องหยุดแวะซื้อติดมือกลับบ้านในขณะที่น้ำเต้าหู้หอมอ่อน ๆที่ต้มสดใหม่ก็กลายเป็เครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับมื้อเช้าของคนงานและชาวบ้านทั่วไปความนุ่มนวลและกลมกล่อมของน้ำเต้าหู้ที่เว่ยเถียนเถียนตั้งใจปรุงอย่างพิถีพิถันทำให้คนที่ได้ลิ้มลองต่างพากันพูดถึงจนกลายเป็ที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
นอกจากชาวบ้านทั่วไปแล้วเถ้าแก่เ้าของร้านอาหารหลายร้านในตลาดก็เริ่มสนใจมาสั่งน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จากเว่ยเถียนเถียนเพื่อนำไปขายเป็อาหารเช้าในร้านของตนเอง
ทุกวันก่อนสิบโมงเช้าน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของพวกเขาจะขายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว ลูกค้าที่มาไม่ทันมักจะต้องกลับไปด้วยความเสียดายและบางครั้งก็มีคนมาต่อแถวรอั้แ่เช้าตรู่เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ซื้อก่อนที่ของจะหมด การเห็นลูกค้ายิ้มแย้มและพึงพอใจในสินค้าของพวกเขาทำให้เว่ยเถียนเถียนอบอุ่นใจและรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าทุกอย่างนั้นคุ้มค่า
ในแต่ละวันหลังจากขายของเสร็จเว่ยเถียนเถียนจะนั่งนับเงินกับจางเสวียอี้ พวกเขาได้เงินเป็กอบเป็กำจากการขายแม้ว่าจะเป็ร้านเล็ก ๆแต่รายได้ที่เข้ามานั้นเกินกว่าที่เว่ยเถียนเถียนเคยคาดคิดไว้
“แม่วันนี้ได้กี่หยวนเหรอ”จางเสวียอี้นั่งอยู่ที่ตรงข้ามกับแม่ เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“วันนี้ได้สามสิบหยวนเลยนะเยอะกว่าทุกวันเลย น่าจะเป็เพราะว่าพวกเราทำปาท่องโก๋เยอะกว่าเดิม”เว่ยเถียนเถียนตอบ
“สี่สิบหยวนนี้ซื้ออะไรได้บ้างเหรอครับ”จางเสวียอี้ถามอีก เด็กน้อยไม่รู้ว่าสามสิบหยวนนั้นมีมูลค่าเท่าไร
เว่ยเถียนเถียนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ“ก็ซื้อได้เยอะเลย ซื้อเสื้อผ้า ซื้อของใช้ว่าแล้ววันนี้พวกเราก็ไปซื้อของใช้เข้าบ้านกันดีกว่า”
“เย้ ๆ ไปตลาดกัน”จางเสวียอี้ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ