“นังพลอยฟ้ามันมัวแต่ทำอะไรอยู่นะ แต่งงานไปเกือบสองเดือนแล้ว เงินที่ส่งมาให้แค่นี้มันจะไปพออะไร ฉันให้คุณโทรหามัน คุณก็ไม่ยอมโทรสักที ลูกสาวสุดที่รักของคุณไม่ใช่หรือค่ะคุณดิลก มันลืมพ่อลืมแม่มันเสียแล้ว หายหัวไปเลย เชื้อไม่ทิ้งแถวเหมือนแม่มันเสียจริงๆ ยังมีหน้ามาเรียกฉันว่า แม่ จ้างให้ก็ไม่มีวันนับมันเป็ลูกเด็ดขาด"
คุณหญิงแจ่มจันทร์พูดด้วยความโมโห
“คุณหญิงอย่าพูดแบบนั้น คุณเห็นพลอยฟ้ามาั้แ่ยังแบเบาะ ผมไม่เชื่อว่าคุณจะไม่เมตตาตาแกไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ยอมให้ผมดูแลแกมาจนโตหรอก”
คุณหญิงแจ่มจันทร์ชะงักไปเล็กน้อย
คุณดิลกรู้ดีว่า แม้ภายนอกภรรยาตนจะดูปากไม่ตรงกับใจบ้าง หากคุณหญิงแจ่มจันทร์เกลียดชังพลอยฟ้าจริงๆ หล่อนคงไม่ยอมให้คุณดิลกเลี้ยงเด็กสาวมาจนโตแน่ๆ ถึงแม้จะให้แม่นมดูแลพลอยฟ้า เธอไม่ไปแตะต้องยุ่งเกี่ยว แต่เื่การจัดแจงการเรียน เสื้อผ้า คุณหญิงแจ่มจันทร์เป็คนดูแลเองทั้งหมด
แต่เพราะอะไรนั้นเขาก็รู้ดี ภรรยาของเขาติดการพนันอย่างหนักแม้ไม่ได้เอาเงินส่วนของเขาไปใช้ แต่ก็ถลุงทรัพย์สินเก่าของตนเองไปเกือบหมดแล้ว จึงได้มาร่ำร้องเช่นนี้ แต่อย่างไรเขาก็จะต้องให้คุณหญิงแจ่มจันทร์ได้เจอบทเรียนด้วยตัวเอง เพราะเธอนั้นเป็คนดื้อรั้นเสียเหลือเกิน
“คุณต้องใจเย็นๆก่อนคุณหญิง ลูกสาวเราพึ่งย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ ต้องปรับตัวอะไรหลายๆ อย่าง ไปเป็สมาชิกในตระกูลกิจพาณิชย์เจริญก็ใช่ว่าจะเป็เื่ง่ายนะคุณ”คุณดิลกแก้ต่างให้กับพลอยฟ้า เพราะไม่อยากให้ภรรยาตนเองบีบเอาเงินที่พลอยฟ้าอีก
เพราะหลังจากแต่งงานคิมหันต์ก็ได้ให้เงินมาเพื่อดำเนินการผ่าตัดหัวใจให้แก่เขาแล้ว ตอนนี้เขาพักฟื้นใกล้จะหายดี บริษัทก็เริ่มเข้าที่เข้าทางเพราะได้เงินจากคิมหันต์มาช่วยหมุนจนตอนนี้ได้กำไรมากพอสมควร อีกอย่างพลอยฟ้ากับเขาก็ติดต่อกันตลอด แต่เขาไม่ได้ให้ภรรยารับรู้ ด้วยสาเหตุอะไรก็น่าจะรู้อยู่คงไม่พ้นเื่เงินอีกตามเคย
“ไม่รู้แหละค่ะ ถ้าคุณไม่โทร ฉันโทรเอง คุณก็รู้อยู่แก่ใจตนเองดีว่าตอนนี้ บ้านเรากำลังถังแตก ลูกน้องที่บริษัทไม่ได้เงินเดือนมาสองเดือนแล้วนะคะ จะรอให้พวกมันมาประท้วงให้เราเสียหน้าหรือไง”
“เื่เงินเดือนพนักงานคุณไม่ต้องเป็ห่วง ผมได้ให้ฝ่ายการเงินเคลียร์เื่นี้อย่างชัดเจนแก่พนักงานทุกคนแล้ว พวกเค้าจะได้เงินทบยอด พร้อมโบนััสในสิ้นเดือนนี้แล้วล่ะ”
“แล้วค่าใช่จ่ายในบ้านล่ะคะ บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายก็มากมาย จะให้เรามาออกอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ค่ะ นังพลอยฟ้า มันจะถือว่าไปอยู่สุขสบายคนเดียวได้ยังไงกัน ฉันจะช่วยเตือนความจำมันเอง คุณอยู่เฉย ๆ ไปเลยคุณดิลก”
คุณดิลกได้แต่ถอนหายใจกับความรั้นของภรรยาตนเอง เขาเองตอนนี้ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะรบรากับคุณหญิงแจ่มจันทร์ เพราะต้องพักฟื้นร่างกายอยู่ เวรกรรมอะไรหนอ
พลอยฟ้าพ่อจะช่วยลูกได้อย่างไร….
"ลูกหยาดเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าเลยนะ เราจะไปเยี่ยมนังพลอยฟ้ากััน"
“จริงหรือคะคุณแม่ เลิศมากค่า หยาดกำลังอยากไปเที่ยวอยู่พอดีเลย”
ในที่สุดทั้งสองแม่ลูกได้เดินทางมาถึงที่ไร่ส้มของคิมหันต์เป็ที่เรียบร้อย
“สวัสดีค่ะ เชิญด้านในค่ะคุณหญิงแจ่มจันทร์ คุณหยาดน้ำ” แจ๋วต้อนรับทั้งสองอย่างเป็กันเอง เพราะจำได้ว่าคือแม่และน้องสาวของพลอยฟ้า
“แล้วนัง เอ่อคุณพลอยฟ้าอยู่ไหม” คุณหญิงแจ่มจันทร์ถามแจ๋วด้วยความร้อนรน
“อยู่ค่ะ คุณพลอยฟ้ากำลังทำอาหารอยู่ เดี๋ยวแจ๋วไปตามให้นะคะ”
“ดีมาก"
“คุณแม่คะ ความจริงแล้ว หยาดก็แอบอิจฉาพี่ฟ้าอยู่เหมือนกันนะคะเนี่ย แหมได้สามีเป็พ่อเลี้ยงไร่ส้มแถมหล่ออีกต่างหาก เสียดายจริงเกือบจะเป็หยาดแล้วที่ได้แต่งกับพี่คิม”
หยาดน้ำพูดพร้อมกับทำปากจู๋
“ก็ทำให้มันเป็จริงไปเลยสิค่ะคุณลูก ลูกสาวแม่ทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้เนี่ย แม่ว่าตาคิมต้องชอบลูกมากกว่านังพลอยฟ้าเป็ไหนๆ อีกอย่างเค้าก็พึ่งแต่งกันได้ไม่นาน ยังเปลี่ยนใจทันอยู่ เชื่อแม่สิ” คุณหญิงแจ่มจันทร์เสี้ยมให้หยาดน้ำที่หัวอ่อนเชื่อฟังแม่ของตนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เธอคล้อยตามแม่อย่างว่าง่ายทุกเื่มาตลอด
แต่อย่างไรเสียหยาดน้ำก็จะไม่ทำร้ายพี่ฟ้าของเธอหรอก เพราะเธอเองก็มีคุณธรรมอยู่บ้าง
“สวัสดีค่ะคุณแม่ น้องหยาด” พลอยฟ้าดีใจที่แม่กับน้องมาหา
หยาดน้ำก็ทำท่าจะเข้ามากอดพี่สาวตน แต่….
“ยังจำได้อยู่นี่ว่าฉันเป็แม่แก ั้แ่แต่งงานมาเนี่ย ไม่เคยที่จะติดต่อไปที่บ้านเลยนะ เป็ไงล่ะ อยู่สุขสบายเสียจนลืมผู้มีพระคุณไปเสียแล้วเหรอนังฟ้า”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณแม่ ฟ้าติดต่อไปหาคุณพ่อเกือบทุกวัน คุณพ่อบอกว่าแม่กับน้องหยาดสบายดีฟ้าเลยไม่ได้ถามอะไรมาก” พลอยฟ้าถึงกับน้ำตาคลอ ถึงแม้ว่าจะถูกคุณหญิงแจ่มจันทร์ดุด่าอยู่เป็ประจำ แต่เธอก็ไม่เคยชินจะต้องร้องไห้อยู่เสมอ
“อะไรกัน นี่คุณดิลกปิดบังฉันเหรอ เดี๋ยวกลับไปที่บ้านก่อนเถอะ” คุณหญิงเริ่มโมโห
“คุณแม่คะ ใจเย็นๆ ก่อนเราพึ่งมาถึงบ้านพี่ฟ้า อย่าพึ่งโมโหสิคะ หยาดอยากพักแล้วเนี่ย นั่งรถจนปวดหลังไปหมด แล้วก็หิ๊ว หิวค่ะพี่ฟ้า”
หยาดน้ำเห็นพี่สาวกำลังจะร้องไห้เพราะถูกแม่โมโหใส่เธอจึงรีบขัดจังหวะเสียก่อน
“พี่ทำมัสมั่นไก่ แกงไตปลา คุณแม่กับน้องหยาดไปทานอาหารกับฟ้านะคะ"
คุณหญิงแม้จะยังโมโหอยู่ แต่ตอนนี้ก็หิวมากเหมือนกันจึงยอมไปกินข้าวอย่างเสียไม่ได้
“แล้วตาคิมล่ะ ไม่อยู่เหรอ” คุณหญิงแจ่มจันทร์ถามพลอยฟ้า
“วันนี้พี่คิมออกไปที่ไร่ค่่ะ เห็นว่าได้ส้มสายพันธุ์ใหม่มา ตอนเย็นๆ ถึงจะกลับค่ะ ”
“ฉันกับยัยน้ำจะมาอยู่มี่นี่ซักอาทิตย์หนึ่งแกจะว่าอะไรไหม นังฟ้า”
“ฟ้ายินดีมากค่ะ คุณแม่” พลอยฟ้ายิ้มตอบคุณหญิงแจ่มจันทร์ด้วยความจริงใจ
“ดีแล้ว ฉันก็อยากจะมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อยู่แต่กรุงเทพน่าเบื่อจะตาย” คุณหญิงแจ่มจันทร์พูดเหมือนกับมีแผนการณ์ในใจ…..
แหล่งกบดานเสี่ยเม้ง
“เฮ้ย ไอ้เส็งเื่ที่ข้ากับอานิตยาใช้ให้ไปจัดการ ลื้อเริ่มแผนคืนนี้ได้เลยนะ” เสี่ยเม้งคุยสายกับลูกน้องคนสนิทอย่างอารมณ์ดี
“ครับนาย เฮียชัยบอกว่าเขาจะลงมือเองครับ จะจับทั้งนังลิลลี่ และเมียไอ้คิมหันต์ไว้รอที่กระท่อม แล้วให้เสี่ยเม้งจัดการ บีบพ่อเลี้ยงสมานกับพ่อเลี้ยงคิมหันต์ให้เซ็นต์โอนสัมประทานให้เรียบร้อยครับ”
“อืม ดีมาก จัดการให้เรียบร้อยเดี๋ยวทางนี้ข้าจะรอดูน้ำหน้าไอ้คิม กับไอ้สมานที่มันเลิ่กลักไม่หยุดที่ลูกเมียมันหายไปไหนก็ไม่รู้ 55+” เสี่ยเม้งกดวางสายและหัวเราะเสียงดังสนั่น พร้อมกับหันมากอดรัดร่างอันอวบอิ่มของนิตยาที่ถึงแม้เธอจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังคงสวยมากอยู่เช่นกัน
“ ให้อาชัยจัดการจับตัวคนรักของพวกมันไว้ ถ้าแผนการณ์ทุกอย่างสำเร็จ อั้วจะให้อาชัยคุมไร่ของไอ้สมานไปเลย ลื้อว่าดีไหมอานิด” เสี่ยเม้งไม่พูดเพียงอย่างเดียว ยังใช้มือหยาบกระด้างลูบไล้หน้าอกอวบของนิตยาอย่างมีกำหนัด
“ดีสิคะเสี่ย ทุกอย่างจะต้องกลับมาเป็ของนิดกับลูกอย่างถูกต้อง ยังไงนิดก็ต้องขอบคุณเสี่ยที่ช่วยเหลือเราสองคนแม่ลูกมาตลอด” นิตยาเอ่ยเสียงแหบพร่าเพราะตอนนี้อารมณ์ของเธอได้เตลิดเปิดเปิงไปกับลีลาอันเร่าร้อนของเสี่ยเม้งเสียแล้ว
“เรามามีความสุขกันเพื่อฉลองความเป็ใหญ่กันเถอะ เราจะรวยอย่างมหาศาลกันแล้วล่ะ เมียจ๋า” ว่่าแล้วเสี่ยเม้งก็ก้มลงดูดดึงหน้าอกอวบอย่างกระหายก่อนจะดันแท่ง์เข้าช่องรักของนิตยาเต็มแรงอย่างอารมณ์กลัดมัน
“เสี่ย เบาๆสิคะ นิดช้ำหมดแล้ว อ่าาาา”
“อื้อ อั๊วจะไม่ไหวแล้ว อ่าาา” เสียงเนื้อกระทบกัน และเสียงดังครวญครางสนั่นห้องก่อนที่ทั้งคู่จะแตะขอบ์ไปพร้อมกันครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างอิ่มเอม
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไป
โดยที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่กระท่อมกลางป่าของวีรชัยได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว
“ผมจะให้ลิลลี่หนีไปกับคุณก่อน” วีระชัยพูดกับราเมศ
"แต่ยังไงเสียคืนนี้ผมต้องไปจับตัวเมียของคิมหันต์มาก่อน เพื่อไม่ให้แม่และเสี่ยเม้งสงสัย"
“ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจล่ะ ชัย” ราเมศเอ่ยถามวีระชัยด้วยความสงสัย
“ผมเหนื่อยกับการทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมไม่อยากให้แม่และตัวผมเองถลำลึกไปมากกว่านี้แล้ว ฝากลิลลี่ด้วย”
“ไม่ต้องเป็ห่วงผมจะดูแลลิลลี่เป็อย่างดี แต่ผมขอให้คุณดูแลพลอยฟ้าให้ผมด้วย แล้วผมจะไปตามกำลังเสริมมาช่วยอีกที เพราะที่นำมาในวันนี้คงไม่พอรับมือเสี่ยเม้งแน่ๆ” ราเมศรับปากกับชัยอย่างหนักแน่น
“ครับผมรับปากคุณ ไม่ต้องห่วงนะ ลิลลี่ดูแลตัวเอง และพ่อให้ดีนะ” ชัยพูดด้วยสีหน้าที่เหนื่อยอ่อน
“พี่ชัยดูแลตัวเองดีๆ ลี่เป็ห่วงพี่นะ” ลิลลี่เข้าไปกอดชัยไว้แน่น ชัยมองสบตาราเมศเหมือนกับฝากฝังน้องสาวของเขา ทั้งคู่พยักหน้าให้กัน ก่อนที่จะจากไป
“ไอ้ชัย คิงย่ะจะอี้ ถ้าเสี่ยเม้งเปิ้นหู้ คิงกับแม่คิงต๋ายแน่” (ไอ้ชัย มึงทำอย่างนี้ ถ้าเสี่ยเม้งรู้ มึงกับแม่มึงตายแน่) เส็งลูกน้องของเสี่ยเม้ง กับพวกลูกน้องที่ถูกมัดมือมัดเท้าไว้ก่นด่าชัยไม่หยุด
“คิงก็กลับตั๋ว กลับใจ๋ได้ล่ะไอ้เส็ง เสี่ยเม้งมันจุ๊มึงมากี่ห้อบเื่ย่ะบัตรประชาชน มึงย่่ะก๋านหื้อมันมาเต้าใด มันยังม่ะย่ะบัตรหื้อหมู่มึงกับแม่สุ่มมึงซักเตื้อ มึงโดนมันหลอกใจ๋ล่ะวะ”
(มึงกลับตัว กลับใจได้แล้วไอ้เส็ง เสี่ยเม้งมันโกหกมึงมากี่รอบเื่ทำบัตรประชาชน มึงทำงานให้มันมาเท่าไหร่ มันยังไม่ทำบัตรให้พวกมึงกับพวกแม่สักที มึงโดนมันหลอกใช้แล้ว
ชัยพูดกับเส็งอย่างหวังดี
“พวกเอ็งไม่ต้องห่วง รอบนี้ถ้ากลับตัวกลับใจช่วยงานของทางการ ฉันสัญญาว่าจะกันตัวหมู่เองทั้งหมดไว้เป็พยาน และจะดำเนินการทำบัตรให้เป็คนไทยทุกคน” ราเมศพูดกับหมู่สมุนของไอ้เส็งที่นั่งฟังกันอย่างลังเล
เส็งและพรรคพวกเป็ชาวเขาที่เกิดในประเทศไทย ทำงานรัับจ้างและรับใช้เสี่ยเม้งมานานเพื่อหวังจะได้บัตรเป็คนไทย ตามที่เสี่ยเม้งเคยให้ความหวังกับพวกเขาไว้ แต่ก็ไม่เคยได้เื่อะไรเลย
“พวกผมจะเชื่อคุณได้อย่างไง คุณตำรวจ” เส็งถามราเมศอย่างกล้้าๆ กลัวๆ
“ฉันเอาศักดิ์ศรีของตนเองเป็ประกัน ข้าราชการอย่างฉัน ถึงแม้พวกเองจะเห็นว่าสมัยนี้แปดเปื้อนมีทั้งดีและไม่ดี แต่ขอให้ครั้งนี้ทุกคนเชื่อฉัน ว่าคนเมืองอย่างฉันเห็นคุณค่าทุกคนเ
ท่าเทียมกันเสมอ”
ราเมศประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ จนพวกเส็งเริ่มคล้อยตามและยอมร่วมมือในแผนการณ์ครั้งนี้ด้วย……