หลินซูลี่นอนไม่หลับทั้งคืน มาถึงตอนเช้าอาการของเธอก็ไม่ค่อยดีนัก แต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็วันเก็บเกี่ยววันสุดท้าย เธอต้องฝืนร่างกายออกไปทำงานในไร่อย่างไร้เรี่ยวแรง พอถึง่สายร่างกายของเธอก็ทนต่อไปอีกไม่ไหว หลินซูลี่เป็ลมไปในที่สุด
“ตื่นแล้วหรือ ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองไม่สบายขึ้นมาอีกล่ะ ก่อนหน้านี้ไม่ได้บอกไปแล้วหรือว่าให้ดูแลตัวเองดีๆ” หมอจูเริ่มบ่น
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” หลินซูลี่ถามเสียงเขา
“ยุวชนซ่งพาเธอมาส่งที่นี่ แต่ตอนนี้เขากลับไปทำงานในไร่ต่อแล้ว และเขายังฝากบอกอีกว่าให้เธอนอนพักรอเขาอยู่ที่นี่ เดี๋ยวเขาจะกลับมารับเธอกลับบ้านเอง ปวดหัวไหมหรือว่าจะกินอะไรรองท้องสักหน่อย”
“ขอฉันนอนพักต่ออีกหน่อยดีกว่าค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหมอจู” หลินซูลี่หลับไปอีกครั้งจนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด ตอนนี้ที่ข้างเตียงของเธอก็มีซ่งจื่อหยวนมานั่งรออยู่แล้ว
“ทำไมเธอถึงยังไม่ตื่นอีกหรือครับคุณหมอ หรือว่าเราต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาล” ซ่งจื่อหยวนถามอย่างร้อนใจ
“เป็ไข้ธรรมดาเท่านั้นเอง เธอไม่ต้องกังวลมากเกินไปหรอก อีกเดี๋ยวยุวชนหลินก็คงจะตื่นแล้วหรือไม่อย่างนั้นก็ปลุกเธอขึ้นมาได้ นอนมาเกือบทั้งวัน เธอควรที่จะตื่นมากินอะไรได้แล้วล่ะ”
ซ่งจื่อหยวนหันไปปลุกหลินซูลี่เบาๆ “ซูลี่ ซูลี่ คุณได้ยินผมไหม คุณตื่นมาทานอะไรก่อนดีไหมค่อยนอนต่อ”
หลินซูลี่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นสีหน้าของซ่งจื่อหยวนที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ตอนนี้เธออยากจะร้องไห้ออกมาแล้วจริงๆ ั้แ่ที่เธอเกิดมา แถมยังใช้ชีวิตมาแล้วสองครั้ง นอกจากพ่อของเธอแล้วก็คงจะมีแค่ซ่งจื่อหยวนเท่านั้นที่มองเธอด้วยความรักและความจริงใจอย่างนี้ สุดท้ายเธอก็ห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ “จื่อหยวน”
“ซูลี่! คุณร้องไห้หรือ คุณร้องไห้ทำไม หรือว่าคุณไม่สบายตรงไหน คุณบอกผมมาสิ” ซ่งจื่อหยวนหันไปถามหมอจู “คุณหมอครับ เธอไม่ได้เป็อะไรหนักจริงๆ ใช่ไหมครับ แล้วทำไมเธอถึงตื่นมาร้องไห้อย่างนี้ล่ะ”
หมอจูรีบเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงก่อนที่จะใช้มือแตะไปที่หน้าผากของหญิงสาว “ไข้ก็ลดลงไปเยอะแล้วนี่นา ยุวชนหลิน เธอได้ยินหมอพูดไหม เธอไม่สบายตรงไหนอีก เธอบอกหมอได้ไหม”
“ฉัน...ฉันไม่เป็อะไรแล้วค่ะ เพียงแต่ฉันคิดถึงบ้าน” หลินซูลี่เริ่มหาทางออกให้กับตัวเองที่เธอเผลอทำให้คนอื่นใ
“อ๋อ...อย่างนั้นเองหรือ ก็ไม่แปลกหรอกนะ ่ที่คนเราไม่สบายจะเป็่ที่เราอ่อนไหวมากที่สุด เอาล่ะในเมื่อไม่เป็อะไรแล้วก็ตื่นมากินข้าวสักหน่อย พี่สะใภ้เธอเตรียมข้าวต้มไว้ให้แล้ว กินข้าวเสร็จก็จะได้กินยา”
หลินซูลี่ลุกขึ้นมากินข้าวต้มโดยมีซ่งจื่อหยวนคอยป้อนให้ ถึงเธอจะแย้งว่าเธอสามารถกินข้าวเองได้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมอยู่ท่าเดียว เขาป้อนข้าวต้มให้เธอจนหมด “กินยาแล้วก็กลับบ้านกันเถอะ”
ซ่งจื่อหยวนให้หลินซูลี่ขี่หลังเขากลับบ้าน ตลอดทางเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับเธอเพราะเขาคิดว่าเธอคงหลับอยู่บนหลังของเขาไปแล้ว แต่ความจริงเธอแค่นอนซบอยู่บนแผ่นหลังอันอบอุ่นของชายหนุ่มอยู่เงียบๆ เท่านั้น ความคิดมากมายที่อยู่ในหัวของเธอเวลานี้
‘ซ่งจื่อหยวนฉันจะทำยังไงดี ชีวิตของฉันต่างก็ถูกคนใกล้ชิดหักหลังและทำร้าย ชีวิตที่แล้วแม่เลี้ยงพยายามกำจัดฉันและอยากไล่ฉันออกจากบ้าน น้องสาวก็อยากแย่งคนรักของฉัน เพื่อนที่ฉันคิดว่าสนิทที่สุดก็มาแทงข้างหลังฉัน เธอเป็ซู้กับสามีของฉันและพวกเขายังเอาเงินของฉันไปใช้จนหมด และคนที่ฉันเคยคิดที่จะฝากชีวิตไว้กับเขาอย่างเฉินเฮ่าจงก็วางแผนทำร้ายฉันและเขายังหักหลังฉันด้วยการทิ้งฉันไปแต่งงานกับคนที่เขาคิดว่าคู่ควร ฉันจะกล้าเปิดใจรับคุณเข้ามาในใจฉันได้จริงหรือ’
“จื่อหยวน”
“หืม...ไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า อยากให้ผมพาคุณกลับไปหาคุณหมอจูก่อนไหม” ซ่งจื่อหยวนยังเดินไปช้าๆ
“คุณชอบฉันหรือ” หลินซูลี่ถามเสียงเบา เธอไม่ได้คาดหวังกับคำตอบของเขามากนัก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอยากฟัง
ซ่งจื่อหยวนไม่คิดว่าเธอจะถามเขาออกมาตรงๆ แบบนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจ เขาตอบกลับเธออย่างเร็วเช่นกัน “ผมไม่ได้แค่ชอบคุณ ผมรักคุณต่างหากล่ะ”
“ฉันเชื่อใจคุณได้ใช่ไหม”
“คุณกำลังกังวลเื่อะไรอยู่หรือ” ซ่งจื่อหยวนเว้นจังหวะเพื่อดูปฏิกิริยาของหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอยังนิ่งเขาจึงพูดต่อ “ซูลี่ ผมไม่รู้หรอกนะว่าอยู่ดีๆ ทำไมคุณถึงถามคำถามนี้กับผม”
หลินซูลี่รีบพูดแทรก “ฉันแค่อยากรู้”
“ผมรู้ว่าคุณคงมีคนรักอยู่แล้วใช่ไหม ผมไม่โกรธหรอกนะถ้าคุณจะเอาผมไปเปรียบเทียบกับเขา แต่ผมขอแค่อย่างเดียว ผมขอให้คุณใช้ใจมองผมและมองที่การกระทำของผม เพราะผมไม่มีวันที่จะทำร้ายคุณ ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน ผมก็จะไม่ทำให้คุณเสียใจ”
หลินซูลี่แนบหน้ากับแผ่นหลังของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่สามารถซ่อนมันไว้ได้อีกแล้ว “ขอบคุณนะคะ”
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเสียงรอบข้างก็เงียบลงเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นในใจของทั้งสองกลับดูจะสว่างสดใสมาก ซ่งจื่อหยวนรู้สึกดีใจที่เธอเปิดโอกาสให้เขาได้สารภาพความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ ส่วนหลินซูลี่ก็มีความมั่นใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เธอลองทำตามคำแนะนำของเขา เพราะความรักไม่ต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจ เธอแค่เอาความรู้สึกของตัวเองและความจริงใจของเขามาตัดสินเท่านั้น และเธอก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจของเขาจริงๆ
เวลานี้หลินซูลี่ไม่อยากรออีกแล้ว เธออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนที่เข้าใจและรักเธอจริง และก็น่าแปลกที่เธอเลือกที่จะเชื่อใจซ่งจื่อหยวน ดังนั้นไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็อย่างไร เธอก็จะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้
“ฉันจะเชื่อใจคุณ และจะรักคุณให้มากเหมือนกับ เอ่อ...เหมือนกับที่คุณรักฉัน” หลินซูลี่พูดความในใจออกไปในที่สุด
“คุณยืนไหวไหม”
“คุณทำถามทำไมหรือ”
ซ่งจื่อหยวนย่อเข่าลงเมื่อให้หญิงสาวยืนกับพื้นได้อย่างมั่นคง จากนั้นเขาก็หันไปมองหน้าเธอพร้อมกับรอยยิ้ม แสงจันทร์ที่ส่องสลัวทำให้ภาพตรงหน้าของเขาสวยงามขึ้นมากกว่าเดิม “นี่คือคำสัญญาของผม”
ซ่งจื่อหยวนก้มลงไปจุมพิตหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน แต่เขาก็ต้องถอนริมฝีปากขึ้นมาก่อนเพราะไม่อยากทำให้เธอใไปมากกว่านี้ เขาก้มลงมองหน้าเธออีกครั้ง คราวนี้เป็หลินซูลี่ที่เขย่งเท้าขึ้นไปหาเขาด้วยตัวเอง จากนั้นทั้งคู่ก็ใช้การกระทำแทนคำมั่นสัญญาของตนเองที่มีให้แก่กัน จูบแรกของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความประทับใจ จูบแรกของพวกเขาเต็มไปด้วยคำสัญญาที่มั่นคง และจูบแรกของพวกเขาต่างก็แสดงความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกันออกมาได้อย่างชัดเจน
“อ้าว! ทำไมคุณจื่อหยวนถึงมาส่งซูลี่ได้ล่ะคะ”
ซ่งจื่อหยวนไม่ได้ตอบคำถามฟางซินเยว่ แต่เขาหันไปพูดกับคนรักแทน “คุณรีบเข้านอนเถอะนะ พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอาหารหรอก เดี๋ยวผมจะเอาข้าวต้มมาให้คุณเอง”
“อืม...ขอบคุณมากนะ คุณก็กลับไปพักผ่อนเถอะ” หลินซูลี่ยืนรอให้ซ่งจื่อหยวนเดินกลับบ้านพักของเขาไปก่อน
“แกล้งป่วยเพื่อหวังจะให้ท่าคุณจื่อหยวนล่ะสิ” ฟางซินเยว่เดินมาขวางหน้าหลินซูลี่ไว้ “เธอไม่ฟังที่ฉันเคยบอกเธอเลยใช่ไหมว่าฉันชอบคุณจื่อหยวน และเธอก็ต้องห้ามยุ่งกับเขา”
“หลบไป ฉันจะกลับห้องของฉัน” หลินซูลี่พูดขึ้น
“เธอยังเป็เพื่อนฉันอยู่ไหมหลินซูลี่ เธอก็รู้ว่าฉันชอบคุณจื่อหยวน แต่เธอก็ยังคิดที่จะแย่งเขาไป”
“เพื่อนหรือ? เธอบอกว่าเรายังเป็เพื่อนกันอย่างนั้นหรือฟางซินเยว่ เธอตั้งใจเก็บจดหมายของฉันไว้เพราะเธอไม่อยากให้ฉันติดต่อกับเฉินเฮ่าจง ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ว่าฉันรอจดหมายของเขามาอย่างทุกข์ทรมานใจขนาดไหน คนเป็เพื่อนกันเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอก” หลินซูลี่ผลักฟางซินเยว่ออกไปให้พ้นทาง “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรและฉันก็ไม่อยากรู้ด้วย แต่ตอนนี้เื่ที่ฉันรู้อย่างชัดเจนและแน่นอนที่สุดก็คือฉันกับเธอไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว ต่อไปนี้พวกเราก็ต่างคนต่างอยู่เถอะ”
“ไม่เป็เพื่อนก็ไม่เป็สิ แต่เื่ของคุณจื่อหยวน...”
“ตอนนี้ฉันกับคุณจื่อหยวนเป็แฟนกันแล้ว ทางที่ดีเธอรีบตัดใจจากคนรักของฉันจะดีกว่า และฉันก็หวังว่าแธอจะไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับพวกเรา เพราะฉันจะไม่ทนเธออีกแล้ว เธอร้ายมาฉันก็จะร้ายกลับเหมือนกัน” หลินซูลี่พูดจบก็เดินเข้าห้องของตัวเองไป
ฟางซินเยว่มองตามหลังอย่างเจ็บแค้น ‘ในเมื่อฉันเตือนแล้วเธอไม่ฟัง เธอก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายกับเธอก็แล้วกัน ยังไงซะคุณจื่อหยวนก็ต้องเป็ของฉัน เขาจะต้องเป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น’