ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าในขณะนี้นั้นนับว่าเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริงสำหรับหมิงยู่ผู้นี้ แม้แต่มันจะนอนหลับฝันมันก็ยังมิกล้าคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่ที่บัดซบยิ่งไปกว่านั้นภาพที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าสายตาของมันอยู่ในขณะนี้นั้นมันมิใช่ความฝันแต่มันคือความจริง มันพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะขบริมฝีปากตัวเองให้เตือนจากฝันจนกระทั่งเลือดไหลซึมไปทั่วริมฝีปากแต่ก็ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเสียเหลือเกินที่ตัวของมันนั้นก็ยังไม่ยอมที่จะตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าของมันในขณะนี้นั้นมันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อจนเกินไป เจ้าเศษสวะหลินเทียนที่ตนเองไม่เคยให้ราคามันแม้แต่เพียงสักเศษเสี้ยว แต่ตัวของมันผู้นี้นั้นกับทุบตีลูกน้องของตนจนแทบปางตายและอนาคตของมันคงจบสิ้นแล้ว หมิงยู่นั้นรู้ซึ้งความแข็งแกร่งของลูกน้องตนแต่ละคนเป็นอย่างดี ต่อให้เป็นตัวมันเองก็เกรงว่ามิอาจที่จะจัดการพวกมันโดยง่ายได้ ความหวาดกลัวค่อยๆกัดกินไปสู่สุดขั้วของดวงวิญญาณของมันอย่างช้าๆถึงอย่างงั้นมันก็พยายามที่จะใจเย็นลง เพราะว่าตัวของมันนั้นพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตัวของมันเองนั้นมีผู้คนคอยหนุนหลังอยู่ตั้งมากมายมันจะไปกลัวอะไรกับไอ้คนตรงหน้า“หลินเทียนให้เรื่องระหว่างเรามันจบลงเพียงแค่นี้เถอะอย่าให้เรื่องมันดูยุ้งยากไปกว่านี้เลยเจ้าไม่รู้หรอกว่าพี่ชายของข้านั้นเป็นใครเขาไม่ใช่บุคคลที่ตัวของเจ้าจะไปยั่วยุได้” นี่ถือเป็นเพียงโอกาสรอดเดียวของมัน ภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักพี่ชายของมัน และมันเชื่อว่าเจ้าบัดซบผู้นี้มันคงไม่เสียสติพอที่จะกล้าแตกหักกับพี่ชายของตน“เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าข้าจะยังกลัวพี่ชายโง่ของเจ้าอยู่อีกอย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนนั้นรู้ซึ้งถึงขีดจำกัดความสามารถของตนเป็นอย่างดีว่าตัวของเขานั้นไม่ควรที่จะไปหาเรื่องกับเจ้าพวกศิษย์หลักในตอนนี้ และด้วยความคับแคบของเจ้าบัดซบผู้นี้เขาเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งมันจะต้องให้พี่ชายของมันจัดการตนเป็นแน่ ต่อให้ตัวเขาเลือกที่จะจัดการมันหรือเลือกที่จะปล่อยตัวมันไปภัยร้ายก็ย่อมที่จะมาเยือนตนอยู่ดี ศัตรูที่ไม่สามารถยาทดีกันได้หลินเทียนก็ไม่รู้ว่าจะเก็บพวกมันไว้ไปทำไม“ไอ้สารเลว ทางสวรรค์มีเจ้าไม่เลือกเดินแต่ตัวเจ้ากับเลือกทางนรกเสียดายงั้นก็ไปตายซ่ะ” หมิงยู่นั้นรู้ตัวเองดีว่าเจ้าหลินเทียนผู้นี้นั้นมันช่างรวดเร็วนักต่อให้ตนเองคิดหนีก็คงที่จะหนีไม่พ้น มีเพียงแต่ที่จะต้องต่อสู้แตกหักกับเจ้าบัดซบนี่เท่านั้นเพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ตนเองรอดหวืดดดด หวืดดดด หมิงยู่เรียกสัตว์อสูรพันธสัญญาของตนออกมาเพียงแค่มันก้าวเท้าออกมาจากมิติหลินเทียนสามารถสัมผัสถึงพลังแรงกดดันอย่างชัดเจนนี่จะต้องไม่ใช่สัตว์อสูรระดับธรรมดาอย่างแน่นอนความน่าเกรงขามของมันนั้นมากกว่าเจ้าพวกสวะที่ตนเองจัดการไปเมื่อครู่ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าการที่ตัวของมันสามารถครอบครองสัตว์อสูรเช่นนี้ได้นี่เป็นการบ่งชี้พรสวรรค์ที่แอบแฝงของมัน เจ้าอสูรตัวนี้นั้นมีนามว่า อสูรยักษ์ตาเดียวรูปร่างของมันสูงใหญ่ดุจภูเขาที่ส่วนแขนของมันตัวของมันนั้นมีแขนมากถึงสี่ข้าง และที่มือทั้งสี่ของมันนั้นล้วนแล้วแต่ถูกติดตั้งอาวุธที่แหลมคมมากมายราวกับว่าต้องการที่จะบดขยี้ศัตรูตรงหน้าให้เหลือเพียงแต่เศษซากตัวของหลินเทียนนั้นสามารถที่จะจับจิตสังหารที่เข้มข้นของมันได้อย่างชัดเจนจนที่จะทำให้ตัวของเขานั้นรู้สึกอีดอัดอยู่เพียงเล็กน้อย ว่ากันว่าเจ้าสัตว์อสูรยักษ์ตาเดียวนั้นเป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ภายในดินแดนนรกเท่านั้นไม่คาดว่าจะมีผู้คนที่จะสามารถทำพันธสัญญากับพวกมันได้ยิ่งความทรงพลังของมันนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงมันถูกจัดเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 หลินเทียนนั้นจึงไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีผู้คนตั้งมากมายคอยเอาใจใส่เจ้าบัดซบผู้นี้ตั้งมากมายถึงเพียงนี้หากเจ้าหมิงยู่ผู้นี้เติบใหญ่ขึ้นมันจะต้องเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีเชื่อเสียงอย่างแน่นอน เพราะเจ้าสัตว์อสูรระดับ 7 นั้นถือว่าเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่บุคคลเช่นนี้นั้นกับมีจิตใจที่ชั่วร้ายจนเกินไปหวืดดดดดด เจ้าสัตว์อสูรยักษ์ตาเดียวผู้นี้ยังไม่ทันที่มันจะได้รับคำสั่งจากหมิงยู่มันทำการเปิดฉากโจมตีไปที่หลินเทียนในทันทีราวกับว่าตัวของมันนั้นเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นนายยิ่งสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสูงพวกมันก็ยิ่งที่จะมีแต่สติปัญญาที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้นทางด้านตัวของหลินเทียนเห็นท่าไม่ดีตัวของเขานั้นรีบร่างอักขระเวทป้องกันขึ้นมาทันทีเกิดโล่สีทองขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่าเจ้าโล่สีทองชิ้นนี้นั้นมันช่างให้ความสวยงามและความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากตู้มมมม ตู้มมมมม ศาสตราวุธเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนกระหน่ำโจมตีมาที่ร่างของหลินเทียนแต่ถือว่าโชคยังดีเป็นอย่างมากที่ตัวของเขาร่างอักขระป้องกันเอาไว้ทุกการโจมตีของมันนั้นเต็มไปด้วยความหนักหน่วงและความรุนแรงเป็นอย่างยิ่งจึงทำให้อวัยวะภายในของเขานั้นมันเคลื่อนที่ไปหมดสีหน้าของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นถือว่าไม่ค่อยสู้ดีนักและในขณะเดียวกันพลังเวทของเขานั้นก็ถูกใช้ไปอย่างมากมายมหาศาลเพื่อใช้ออกมาในการป้องกันจากเจ้าสัตว์อสูรร้ายที่บ้าคลั่งตนนี้ตู้มมมม ร่างของหลินเทียนถึงกับหลุดลอยไปไกลหลังจากที่โล่อักขระเวทแตกสลาย ต้นไม้น้อยใหญ่นับสิบต้นถึงกับแตกหักเมื่อเข้าปะทะกับร่างของหลินเทียน สภาพของหลินเทียนในยามนี้นั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีนัก
“กร๊ากกก ฮ่า ฮ่า หากจะโทษก็จงโทษตัวเจ้าเองเสียเถอะทางสวรรค์มีให้เจ้าเดินแต่เจ้ากับไม่เลือกเดินเสียได้” ทางด้านเจ้าหมิงยู่ในยามนี้นั้นส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งหลังจากที่ได้พบเห็นสภาพที่ดูไม่จืดของหลินเทียน เจ้าเด็กนี่มันแสบนักปล่อยให้ตัวของมันแอบหลงหวาดกลัวอยู่ตั้งนานที่แท้ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ไม่ว่าจะอย่างไรภายในวันนี้ตนจะต้องฆ่าเจ้าบัดซบหลินเทียนให้จงได้ ข้อหาที่มาทำให้ตนเองรู้สึกอับอายขายหน้าทางด้านตัวของหลินเทียนเองตัวของเขานั้นค่อยๆปรับลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ เพื่อที่จะรวบรวมสตินึกคิดของตนออกมาว่าตัวของเขานั้นจะจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี และดูเหมือนเวลาที่จะให้ตัวเขาต้องมาตัดสินใจมันก็เหลือไม่มากแล้วในช่วงเวลานี้นั้นตัวของหลินเทียนเองไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากที่จะเรียกสัตว์อสูรพันธสัญญาของตนออกมาเพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ตนเองมีชีวิตรอด“จงออกมา” นับว่านี่เป็นครั้งที่สองที่ตัวของหลินเทียนนั้นเรียกมันออกมาหลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีการทำพันธสัญญาระหว่างคนกับสัตว์อสูร หลังจากนั้นตัวของเขาก็ไม่ได้เรียกมันอีกเพราะตัวของหลินเทียนนั้นรู้สึกรับรู้เป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นมีลักษณะนิสัยที่ชั่วร้ายและร้ายกาจมากจนเกินไป“หึ หึ ในที่สุดก็เรียกข้าออกมาเสียที” น้ำเสียงหัวเราะของมันนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายอย่างถึงที่สุดเจ้าของน้ำเสียงนี้ถึงขนาดสร้างความหวาดกลัวให้กับคนทุกคนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้จะมีก็เพียงแต่หลินเทียนเท่านั้นที่ตัวของเขานั้นไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทางด้านของเจ้าหมิงยู่ในยามนี้นั้นปากของมันถึงกับปิดเงียบสนิทว่ามันคือสิ่งใดกันแน่ถึงกับสร้างความหวาดกลัวให้กับตนอย่างไร้ที่มาเช่นนี้