เกิดใหม่ทั้งทีดันมีเพื่อนเป็นพี่ซะงั้น

    ข้ามเวลามาเป็นน้องเพื่อน : วางแผนอนาคต

    วางแผนอนาคต “อะไรแปลกๆเหรอ อ้อ!! ฉันคิดออกแล้ว”เสียงของฟางหนิงดังขึ้นเมื่อเธอคิดอะไรบ้างอย่างออกแล้ว“อะไรเหรอ?”เสียงของฟางเซียนเอ่ยถามเพื่อนเธอด้วยความตื่นเต้น“เหมือนตอนตื่นมาฉันจะรู้สึกว่าร่างกายนี้มีพลังอีกสายไหลเวียนอยู่ในตัวด้วยแต่ไม่รู้ว่าคือธาตุอะไร”เสียงฟางหนิงเอ่ยถึงเรื่องที่เธอพึ่งนึกขึ้นมาได้ให้เพื่อนรู้“ธาตุเหรอ!”ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจเพราะในโลกนี้คนที่มีพลังธาตุถึงสองธาตุถือว่าหายากมากเลยทีเดียวเท่าที่ความทรงจำของร่างนี้บอกเธอนะ“อืม”“แสดงว่าในตัวแก้มีพลังธาตุสองธาตุนะสิ”“คงเป็นแบบนั้น”“อย่างน้อยก็ยังดีกว่าฉันที่ไม่มีพลังธาตุแม้แต่ธาตุเดียว แถมยังมาพิการเดินไม่ได้อีก”“ใจเย็นน่าบ้างที่แกอาจจะมีพลังธาตุก็ได้นะ”“ก็จริงงั้นเอาไว้เราค่อยหาโอกาสไปทดสองพลังธาตุแล้วกัน”ฟางเซียนเอ่ยเพราะไม่แน่ว่าบ้างที่เมื่อเธอเข้าร่างมาแล้วพลังธาตุอาจจะตื่นมาด้วยแต่คอยได้ไปตรงสอบที่หอทดสอบพลังธาตุเอาแล้วล่ะว่ามีธาตุอะไรบ้าง“คงต้องพักเรื่องดีไปก่อนฉันว่า”“อืมคงต้องเป็นแบบนั้น”“แล้วนี่เราจะเอาไงต่อไปล่ะ”“เท่าที่ฉันเรียงเรียบความคิดและวางแผนไว้นะฉันคิดว่าเราควรหาเงินเข้าบ้านก่อนเป็นอันดับแรก”เสียงของฟางเซียนเอ่ยความคิดให้ฟางหนิงฟัง“ฉันก็คิดแบบนั้นนะ แต่พวกเราจะหาเงินทางไหนล่ะ”“เท่าที่ฉันรู้คือครอบครัวนี้ดำรงด้วยการล่าสัตว์แต่ฉันว่ามันอันตรายเกินไป”เสียงฟางเซียนเอ่ยอธิบายในสิ่งที่เธอรู้ออกมา“ก็จริง งั้นก็เราทำการค้าไหม”เสียงออกความเห็นของฟางหนิงดังขึ้นเมื่อคิดหาทางออกได้แล้ว“เป็นความคิดที่ดีนะ แต่จะติดก็ตรงที่ว่าเราจะขายอะไรและเราจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุน เนี่ยละปัญญาถึงครอบครัวนี้จะไม่ได้จนเหมือนครอบครัวอื่นในหมู่บ้านแห่งนี้แต่ก็ไม่ได้มีเงินมากพอให้เราเอามาลงทุนเหรอนะ”ฟางเซียนเอ่ยถึงปัญหาที่พวกเธอกำลังเจอในการที่จะทำการค้า“เฮ้อ แบบนั้นก็ไม่ได้แบบนี้ก็ไม่ได้แล้วเราจะเอาไงล่ะ”เสียงถอดหายใจของฟางหนิงดังขึ้นเมื่อคิดไม่ตกกับปัญหาที่เกิดขึ้น“ฉันว่าเราพักเรื่องนี้เอาก่อนดีไหม เพราะถึงเราจะเค้นสมองตอนนี้ยังไงก็คิดไม่ออก ฉันว่ารอให้แกไปสำรวจรอบๆหมู่บ้านกับตลอดดีกว่าแล้วพวกเราค่อยมาคิดเรื่องนี้อีกที่”ฟางเซียนเอ่ยขึ้นมาเพราะเธอก็คิดเรื่องนี้ไม่ออกเหมือนกันเพราะร่างนี้ไม่เคยจะย่างกายออกไปนอกบ้านเลยซักครั้งมีแค่ครั้งนั้นที่ออกไปแล้วตกเขานั้นล่ะทำให้เธอคิดอะไรไม่ออกคงต้องพึ่งฟางหนิงให้ออกไปสำรวจแล้วมาเล่าให้เธอฟัง“ก็ดีนะ แล้วว่าแต่ขาทั้งสองข้างของเเกมีทางรักษาไหม”เสียงฟางหนิงเอ่ยถามถึงข้าของฟางเซียนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง“เท่าที่ฉันสำรวจดูน่าจะพอมีทางรักษาอยู่บ้างเพราะถือว่าข้างทั้งสองข้างยังมีความรู้สึกอยู่แต่แค่ลีบไปหน่อยแต่ตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากทำกายภาพบำบัดไปก่อนให้ขากับกลับมามีเนื้อมีหนังก่อนแล้วค่อยเริ่มขั้นตอนอื่นได้”เธอเอ่ยบอกความจริงเท่าที่เธอพอจะเรียบเรียงได้ให้ฟางหนิงรับรู้“อืมก็ดี ต่อไปถ้าเราหาเงินได้เดี๋ยวฉันจะสั่งทำรถเข็นให้แกล่ะกัน จะได้ออกไปข้างนอกได้ไม่อุดอู้อยู่แต่ในนี้อย่างเดียว”“อืมก็ดีเหมือนกันฉันจะได้ออกไปข้างนอกบ้าง อยู่แต่ในนี้อึดอัดมากเลย ฉันว่าเราสองคนก็ควรพูดแบบคนที่นี้นะ รวมไปถึงการเรียกสถานะของกันและกันควรจะทำให้เหมือนเจ้าของร่างเดิม คนอื่นจะได้ไม่สงสัยเรา”ฟางเซียนเอ่ยถามความเห็นของเพื่อนเธอทันทีพร้อมกบบอกขึ้นเพื่อให้เพื่อนเธอเปลี่ยนคำพูดมาใช้แบบคนที่นี้และเรียนเธอว่าน้องเล็กเหมือนเวลาปกติจะได้ไม่มีใครสงสัยเวลาได้ยินเข้า“ได้สิน้องเล็ก”เสียงตอบรับของฟางหนิงดังขึ้นรับคำ“ดีเจ้าค่ะพี่สาม ต่อไปข้าคงต้องฝากความหวังไว้ที่ท่านแล้วนะเจ้าคะ”เธอเอ่ยรับคำพร้อมกับย่ำเตือนให้พี่สาวคนใหม่ของเธอรับรู้หน้าที่ของตัวเองด้วย“ไม่ลืมหรอก ”“ดีเจ้าคะ”“เข้าว่าเจ้าควรนอนพักได้แล้วนะพึ่งจะหายปวดมานิเดี๋ยวก็ปวดขึ้นมาอีกเหรอ”เสียงฟางหนิงเอ่ยขึ้นด้วยความเป้นห่วงเพราะพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าของตนพึ่งจะหายจากอาการป่วยมากได้ไม่นานร่างกายน่าจะยังไม่ฟื้นตัวมากนัก“ท่านพี่ก็ควรนอนพักเหมือนกันนะเจ้าคะเพราะท่านเองก็พึ่งหายป่วยเหมือนกัน”เสียงของฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยความเป้นห่วงไม่ต่างกัน“ไม่เป็นไร เจ้านอนเถอะเดี๋ยวข้าจะออกไปสำรวจบ้านหลังนี้ให้ละเอียดทั้งในและนอกบ้านก่อนจะได้รู้ว่าพวกเราต้องวางแผนยังไงต่อไป”“อย่าหักโหมมากนักละเจ้าคะ ถ้าเหนื่อยก็ควรพัก”เสียงฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง“ได้สิ เจ้าก็นอนได้แล้วเดี๋ยวข้าห่มผ้าให้”“อืม”เสียงครางตอบรับในลำคอของฟางเซียนดังขึ้นพร้อมกับที่เจ้าตัวล้มตัวลงนอนที่เตียงก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการฝืดร่างกายตัวเองมากเกินไปหลังจากที่ฟางเซียนหลับไปแล้วฟางหนิงก็เดินออกไปจากห้องนั้นด้วยความเงียบเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเองทั้งการสำรวจบ้านและงานบ้านต่างที่เหลือเพราะสมาชิกคนอื่น ๆไปที่ไร่หมด