เมิ่งเจี้ยนเฉินฝึกการวางหมากรวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับนิสัยของอีกฝ่ายจากอาจารย์ของตนหากจะบอกว่าให้เมิ่งเจี้ยนเฉินไปเล่นหมากล้อมกับอีกฝ่ายที่ฝึกฝนมานานหลายปีย่อมไม่อาจสู้ได้แน่นอนว่าหากเป็การเดินหมากธรรมดาแต่กระดานหมากที่นักพรตชราเตรียมเอาไว้ค่อนข้างพิเศษ
ขณะที่เมิ่งเจี้ยนเฉินฝึกฝนการเดินหมากอยู่กับอาจารย์ของตนสาวใช้ก็เดินเข้ามาแจ้งเื่งานน้ำชาให้นายน้อยทราบ
“จริงด้วยคืนนี้น่าจะมีงานน้ำชาอยู่นี่นาพี่สาวชิงอี้พวกเราเตรียมตัวกันเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เ้ายัง้าจะไปอีกงั้นเหรอ”เห็นได้ชัดว่าเซี่ยชิงอี้ไม่อยากไป
“เช่นนั้นศิษย์พี่คนนี้จะไปกับเ้าเอง”ชิงเสวี่ยกล่าว
“ศิษย์พี่จะไปด้วยงั้นเหรอดีเลย”เมิ่งเจี้ยนเฉินดวงตาเป็ประกาย
“อย่าได้ก่อเื่เด็ดขาด”นักพรตชรากล่าว
“หากไม่มีใครหาเื่ข้าละก็นะอีกอย่างข้าก็ไปปกป้องศิษย์น้องไม่ใช่เหรอ”ชิงเสวี่ยยกยิ้ม
นักพรตชราส่ายหน้าเป็อาจารย์และศิษย์กันมาหลายร้อยปีจะไม่รู้นิสัยใจคอกันและกันได้อย่างไรเห็นได้ชัดว่าชิงเสวี่ยเริ่มเบื่อหน่ายและอยากออกไปเที่ยวเล่นหาความสนุกให้ตัวเองเท่านั้น
“แต่ศิษย์พี่จะไปด้วยฐานะอะไรละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เอาเป็สาวใช้ของเ้าเป็อย่างไร”ชิงเสวี่ยกล่าว
“ไม่มีใครเขาพาสาวใช้ไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาหรอกนะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เช่นนั้นก็เป็สหายที่รู้จักกันไม่นานก็พอ”ชิงเสวี่ยกล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินพยักหน้าส่วนเซี่ยชิงอี้ยังคงฝึกฝนภายใต้คำแนะนำของศิษย์พี่ของนางตอนนี้เซี่ยชิงอี้เริ่มเตรียมการสำหรับปลุกร่างเทพอัคคีของนางขึ้นมาแล้วแน่นอนว่าขั้นตอนสุดท้ายจำเป็ต้องให้อาจารย์ที่นางยังไม่เคยเห็นหน้าช่วยเหลือถึงจะปลอดภัย
อีกด้านหนึ่งองค์ชายและมือกระบี่สีหน้ามือมนนั่งอยู่ในจวนของตระกูลเกาทั้งสองต่างนึกไปถึงเหตุการณ์ที่จวนตระกูลเมิ่ง
“เ้าคิดว่าสิ่งนั้นคืออะไร”องค์ชายกล่าว
“น่าจะเป็มรดกโบราณชิ้นหนึ่งที่ตกทอดมาจากยุคโบราณจากที่ข้ามองรูปร่างแบบนั้นเป็ของเทพบนสรวง์เกรงว่าตระกูลเมิ่งคงได้รับของล้ำค่าชิ้นนี้มาโดยบังเอิญหากองค์ชายสามารถนำกลับไปมอบให้กับฝ่าาได้ละก็ฝ่าาจะต้องพอใจแน่”มือกระบี่กล่าว
“แล้วข้าจะไปเอาสิ่งนั้นได้ยังไงแค่เข้าใกล้ก็ถูกทำร้ายจนมีสภาพนี้ขนาดขันทีของข้าตอนนี้ยังไม่ได้สติเลย”องค์ชายสีหน้าเ็าความแค้นและความอัปยศอัดอั้นอยู่เต็มอก
“คืนนี้จะมีงานเลี้ยงน้ำชาและได้ยินตระกูลเกาว่าเกาผิงได้เชิญเมิ่งเจี้ยนเฉินและเซี่ยชิงอี้ไปร่วมงานเลี้ยงด้วย”ทูตจากเมืองหลวงเดินเข้ามา
“ผู้หญิงคนนั้นก็ไปด้วยงั้นเหรอ”องค์ชายดวงตาเป็ประกาย
“ดูเหมือนองค์ชายจะสนใจผู้หญิงแซ่เซี่ยคนนั้นมากนะแต่ข้าน้อยขอเตือนสติองค์ชายสักหน่อยนางมาจากตระกูลเซี่ยของแม่ทัพเซี่ยในสายตาของนางคนจากเมืองหลวงคือศัตรูคู่แค้นอย่างไม่ต้องสงสัย” ทูตจากเมืองหลวงกล่าว
“เพราะแบบนั้นข้าถึงยิ่งอยากได้แน่นอนว่าข้าไม่คิดจะมอบสถานะสูงให้กับนางหรอกแค่เป็นางสนมคนหนึ่งก็เพียงพอจากนั้นข้าก็จะค่อยๆเล่นกับนางจนเบื่อยังไงละ”องค์ชายยกยิ้ม
“เช่นนั้นก็ต้องดูที่ความสามารถขององค์ชายแล้ว”ทูตจากเมืองหลวงยิ้มบางๆ
“จะต้องให้ข้าไปคุ้มกันหรือไม่”มือกระบี่กล่าว
“แน่นอนหากเกิดอะไรขึ้นกับข้าเ้าจะรับผิดชอบไหวงั้นเหรอ” องค์ชายกล่าว
“ก็คงไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ”มือกระบี่ยิ้ม
งานเลี้ยงน้ำชาถูกจัดขึ้นที่หอสายลมบุปผาตอนนี้รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของเมืองชิงต่างก็มารวมตัวกันแต่ละคนล้วนแต่เป็ผู้มีความสามารถบ้างก็มีฐานะร่ำรวย บ้างก็เป็ตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านขุนนาง บ้างก็เป็อัจฉริยะด้านการฝึกตน
เมิ่งฉีเองก็เข้าร่วมด้วยเมิ่งฉีที่เดินมาพร้อมกับสหายต่างก็ได้รับความสนใจไม่น้อยถึงอย่างไรก็มาจากสำนักเจินอูหนึ่งในสำนักที่มีชื่อเสียงในแคว้นสุ่ย
“อะไรกันนั่นไม่ใช่เมิ่งฉีหรอกหรือไม่เจอกันนานเ้ายังไม่ทะลวงระดับปราณแท้อีกงั้นเหรอ”ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดสีแดงที่เป็ของสำนักอัคคีมองกลุ่มของเมิ่งฉีและยกยิ้มหัวเราะ
“ผูหยางเ้า้าจะสื่ออะไรกันแน่”เมิ่งฉีกล่าว
“จะสื่ออะไรงั้นเหรอไม่เลยข้าก็แค่แปลกใจเท่านั้นศิษย์น้องเล็กของข้าขึ้นเขามาฝึกพร้อมกับเ้าแต่ตอนนี้ศิษย์น้องของข้าบรรลุปราณแท้แล้วเฮ้อ พร์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่นะ” ผูหยางกล่าว
“ทำไมมีศิษย์น้องดีเลยจะมาโอ้อวดคนอื่นงั้นเหรอแม้ข้าจะเทียบกับศิษย์น้องของเ้าไม่ได้แต่กับเ้าเหอะอายุของเ้า 20กว่าปีแล้วยังอยู่ขอบเขตรากฐานขั้นสมบูรณ์อยู่เลยไม่ใช่หรือ” เมิ่งฉีเค้นเสียง
“เ้า!!!!!!!!”ผูหยางกลายเป็โกรธทันที
“พูดความจริงเข้าหน่อยก็รับไม่ได้แล้วงั้นเหรอ”ศิษย์ของสำนักเจินอูเย้ยหยัน
“รนหาที่ตาย”ศิษย์ของสำนักอัคคีกลายเป็โกรธ
“ทุกท่านอย่าได้มีเื่กันเลยงานน้ำชาพึ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้นเอง”เกาผิงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“เกาผิงได้ยินว่าเ้าเชิญคนจากสำนักดอกเหมยมาด้วยงั้นเหรอ”ผูหยางกล่าว
“ไม่ผิดข้าได้เชิญพวกนางมาจริงๆแต่ไม่รู้ว่าจะมีใครมาบ้าง”เกาผิงกล่าว
“แบบนี้ค่อยหน้าสนใจหน่อย”ผูหยางยกยิ้ม
ขณะเดียวกันองค์ชายก็เดินเข้ามาพร้อมกับมือกระบี่ที่ตามมาด้านหลังเกาผิงรีบเดินเข้าไปต้อนรับทันที
“คารวะองค์ชายและมือกระบี่ข้าได้เตรียมโต๊ะพิเศษเอาไว้ให้องค์ชายแล้ว” เกาผิงกล่าว
“ทำดีมากแล้วเซี่ยชิงอี้ยังไม่มาอีกงั้นเหรอ”องค์ชายกล่าว
“อีกสักครู่ก็น่าจะมาแล้ว”เกาผิงยิ้มในใจเกาผิงอดเสียดายไม่ได้ที่องค์ชายดันมาถูกใจหญิงสาวที่ตนชอบแต่เพื่ออนาคตเกาผิงย่อมเลือกปล่อยวางเื่เซี่ยชิงอี้และประจบเอาใจองค์ชายแทน
“ดีอยู่นอกจวนเมิ่งนางก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือของข้า” องค์ชายยิ้ม
เพียงแต่ในตอนที่เมิ่งเจี้ยนเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับชิงเสวี่ยหลายคนก็มองไปและขมวดคิ้วเมิ้งเจี้ยนเฉินในตอนนี้สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ถือพัดอยู่ในมือมีมาดของคุณชายสูงศักดิ์
“นั่นใครหล่อเหลามาก”
“นั่นสิใบหน้านั่นต่อให้เป็สตรีเช่นข้ายังอิจฉา”เหล่าหญิงสาวที่มองไปยังเมิ่งเจี้ยนเฉินพากันตกตะลึงพวกนางไม่คิดว่าในเมืองชิงจะมีคุณชายหล่อเหลาเช่นนี้อยู่ด้วย
“ศิษย์พี่งานเลี้ยงน้ำชาพวกนี้ปกติเขาทำอะไรกันหรือว่าจะแข่งกันชงชางั้นหรือ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่ใช่หรอกก็แค่งานที่พวกลูกคุณหนูพวกนี้มาอวดบารมีกันเท่านั้น”ชิงเสวี่ยกล่าว
“เอ๋แบบนี้ก็ไม่น่าสนใจแล้วสิ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เอาน่าไม่แน่อาจจะมีเื่สนุกๆให้ดูก็ได้”ชิงเสวี่ยยกยิ้ม
ชิงเสวี่ยในวันนี้สวมชุดสีม่วงอ่อนใบหน้างดงามและเย้ายวนแบบผู้ใหญ่นางเดินข้างๆและกอดแขนเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้ทำเหมือนเป็คนที่สนิทกันหรือคู่รักเดินเข้าไปในงานทันที
“หญิงสาวคนนั้นใครกัน”ผูหยางถึงกับดวงตานิ่งค้างอยู่ที่รูปร่างของชิงเสวี่ย
“เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ใช่เหรอเมิ่งฉีไม่ใช่ว่าเขามีแม่นางเซี่ยเป็คู่หมั้นอยู่แล้วงั้นเหรอ” ศิษย์ของสำนักเจินอูกล่าว
“....”เมิ่งฉีกำหมัดแน่นในใจยิ่งมองว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่คู่ควรกับเซี่ยชิงอี้
“ไม่ต้องไปสนใจ”เมิ่งฉีเดินไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่
“เมิ่งเจี้ยนเฉินแม่นางเซี่ยไม่มาด้วยงั้นเหรอ”เกาผิงเดินเข้ามามองไปด้านหลังของเมิ่งเจี้ยนเฉินแต่กลับมองไม่เห็นเซี่ยชิงอี้
“พี่สาวชิงอี้บอกว่าไม่มาแล้วนางเลยให้สหายของนางมาแทน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แม่นางคือ”เกาผิงมองมายังชิงเสวี่ยด้วยแววตาเป็ประกายพูดถึงเสน่ห์เย้ายวนเซี่ยชิงอี้ย่อมสู้กับชิงเสวี่ยไม่ได้อย่างน้อยก็ในตอนนี้
“ข้ามีนามว่าชิงเสวี่ยเป็สหายของชิงอี้และเจี้ยนเฉินวันนี้ได้ยินว่ามีงานน้ำชาเลยทำหน้าหนาติดตามเจี้ยนเฉินมาหวังว่าสหายจะไม่กล่าวโทษ”ชิงเสวี่ยยิ้ม
“แน่นอนๆเชิญๆ” เกาผิงยิ้มทันที
เมื่อเมิ่งเจี้ยนเฉินเดินเข้าไปนั่งองค์ชายและมือกระบี่ก็มองหน้ากันไม่เห็นเซี่ยชิงอี้แต่กลับมีใครก็ไม่รู้โผล่มา
“ในวันนั้นข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าในจวนเมิ่งมีผู้หญิงคนนี้อยู่”มือกระบี่กล่าว
“แต่นางเองก็ไม่เลวเหมือนกันไปพานางมา” องค์ชายกล่าว
“องค์ชายข้าขอเตือนท่านสักหน่อยหากไม่รู้จักเื้ัของอีกฝ่ายยิ่งไม่รู้ข้อมูลของอีกฝ่ายเลยอย่าได้ไปตอแย่คนอื่นง่ายๆเด็ดขาดที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงต่อให้เป็เมืองหลวงแต่หากไปชนเข้ากับตอฝ่าาก็ช่วยอะไรท่านไม่ได้” มือกระบี่กล่าว
“เ้ากำลังจะบอกว่านางอาจจะมีที่มาไม่ธรรมดางั้นเหรอน่าขันหากนางมีที่มาไม่ธรรมดาแล้วจะมาอยู่กับเ้าสวะเมิ่งเจี้ยนเฉินได้อย่างไร”องค์ชายกล่าว
“ระวังตัวเอาไว้ก่อนเป็เื่ดี”มือกระบี่กล่าว
“ดูเหมือนเ้าจะถูกเมิ่งเจี้ยนเฉินทำให้หวาดกลัวไปแล้วสินะ”องค์ชายเย้ยหยัน
“เพราะข้าเคยอยู่ในยุทธภพมาก่อนรู้ว่าพวกยอดฝีมือชอบปลอมตัวเป็ชาวบ้านธรรมดาบางครั้งขอทานข้างทางยังมีพลังแข็งแกร่งมากพอจะลบแคว้นหนึ่งให้หายไปได้เลย”มือกระบี่กล่าว
องค์ชายเริ่มแสดงสีหน้ารำคาญออกมาเห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจในเมื่อเซี่ยชิงอี้ที่เป็เป้าหมายไม่มาเช่นนั้นก็ต้องแย่งหญิงสาวที่อยู่ข้างๆเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“หวังว่าองค์ชายจะไม่เสียใจทีหลังนะ”มือกระบี่กล่าว
สายตาหลายคู่ต่างมองไปยังชิงเสวี่ยที่พูดคุยกับเมิ่งเจี้ยนเฉินและยกยิ้มอย่างมีเสน่ห์ออกมา
“ศิษย์พี่ท่านกำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่งั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินััได้ว่าตอนนี้สายตาจำนวนมามองมายังพวกตนก็รู้สึกว่าศิษย์พี่ของตนทำเกินเหตุหรือไม่
“ไม่ต้องกังวลไปข้าก็แค่กำลังทดสอบสภาพจิตใจของพวกเขาดูแต่น่าเสียดายที่พวกเขาจิตแห่งเต๋าไม่มั่นคงเลยจริงๆสู้ศิษย์น้องไม่ได้ขนาดข้าอยู่ข้างๆจิตแห่งเต๋าของเ้ายังมั่นคงเหมือนเดิม”ชิงเสวี่ยยกยิ้ม
“ก็ท่านคือศิษย์พี่ของข้านี่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ฮิฮิ เ้าตัวดีเ้าไม่รู้เื่พวกนี้หรือแกล้งโง่กันแน่” ชิงเสวี่ยหัวเราะชอบใจ
ขณะนั้นเองมือกระบี่ก็เดินเข้ามาเมิ่งเจี้ยนเฉินจำอีกฝ่ายได้ทันทีก่อนจะกระซิบไปยังชิงเสวี่ย
“อ้อที่แท้ก็เป็พวกมีเจตนาร้ายไม่ต้องกังวลมีศิษย์พี่อยู่ใครจะกล้าทำอะไรเ้าได้”ชิงเสวี่ยหัวเราะ
“แม่นางองค์ชายของข้ามีความ้าจะพูดคุยกับแม่นางโปรดตามข้าไปพบองค์ชายด้วย”มือกระบี่กล่าว
“ข้าไม่สนอยากจะคุยกับข้าให้เขามาคุยเอง”ชิงเสวี่ยยกยิ้ม
“แม่นางอยู่ในแคว้นสุ่ยไม่ควรไปมือเื่กับราชวงศ์”มือกระบี่กล่าว
“ราชวงศ์นับเป็ตัวอะไรได้ขนาดราชวงศ์เซียนของทวีปใหญ่ข้ายังไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย”ชิงเสวี่ยเค้นเสียง
ใบหน้าของมือกระบี่เริ่มเปลี่ยนไปสัญชาตญาณของตนบอกว่าอีกฝ่ายไม่ควรไปมีเื่ด้วยจึงคารวะไปทางชิงเสวี่ยและรีบจากไป
การกระทำนี้อยู่ในสายตาของคนจำนวนมากพวกเขาต่างงุนงงว่าเหตุใดผู้ฝึกวารยุทธที่มีขอบเขตพลังเทียบได้กับระดับถ้ำ์ถึงได้ยอมถอยออกไป