บทที่ 2 การแต่งงาน
หลังจากที่ได้ตรวจสอบร่างกายของเฉินชิงหยวนด้วยเคล็ดวิชาต่าง ๆ แล้ว พวกเขาก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
“หรือพวกข้าจะคิดมากไปเอง?” ทุกคนยังคงยากที่จะเชื่อว่า ศิษย์น้องร่วมสำนักที่หายนานนับร้อยปี จู่ ๆ ก็กลับมา แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่ถูกผู้ทรงอำนาจบางคนยึดร่างไปหรอกหรือ?
เมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่ค่อยมั่นใจนัก เฉินชิงหยวนจึงหันไปมองหัวหน้าผู้าุโที่นั่งอยู่ทางซ้ายมืออย่างตงเหวินจวิน แล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ศิษย์พี่ตง ข้าจำได้ว่าเมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน ท่านพาข้าไปขโมยผลร้อยิญญาที่ศิษย์พี่หญิงเหอปลูกเอาไว้อย่างพิถีพิถันมาตลอดหลายปี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของศิษย์พี่ตงก็แดงก่ำขึ้นมาทันที สายตาหลบเลี่ยง จากนั้นเฉินชิงหยวนก็เลื่อนสายตาไปตามที่นั่งและพูดว่า “ศิษย์พี่สวี หินิญญาหลายหมื่นก้อนที่ท่านซ่อนไว้ลับหลังภรรยา ตอนนี้เสียไปหมดแล้วหรืออย่างไร?” ศิษย์พี่สวีขมวดคิ้ว ตาเบิกกว้าง ท่าทางร้อนรนราวกับกลัวว่าใครจะได้ยิน
"ศิษย์พี่หวัง ครั้งก่อนท่านบอกข้าว่าบรรดาเซียนสาวแห่งตำหนักบูรพาสุขงดงามยิ่งนัก งามกว่าภรรยาท่านนับพันเท่า เื่นี้ภรรยาท่านรู้หรือไม่?” เมื่อพูดจบ หูของศิษย์พี่หวังก็ถูกภรรยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ บิดจนแดงก่ำ เจ็บจนยิ้มไม่ออก
“ศิษย์พี่ซีเหมิน ท่านติดค้างหินิญญาชั้นดีข้าสามพันเจ็ดร้อยก้อน ถึงเวลาคืนแล้วนะ!”
“ศิษย์พี่หลิง ท่านเปิดกล่องสมบัติที่เก็บไว้ที่บ้านหรือยัง ข้างในมีของดีอะไรบ้าง?” เมื่อเฉินชิงหยวนกำลังจะพูดต่อ บรรดาศิษย์พี่ก็รีบเข้ามาปิดปากของเฉินชิงหยวนเอาไว้ พลางส่งสายตาให้กันไปมา “ศิษย์น้องเล็ก เ้าไม่ต้องพูดแล้ว”
“ข้ายืนยันได้ว่านี่คือศิษย์น้องตัวจริง ไม่ผิดแน่!”
“ใช่ ๆ ๆ แน่นอนที่สุด”
“แน่นอนว่าเป็ศิษย์น้องโดยไม่ต้องสงสัย” ทุกคนต่างพากันแสดงความคิดเห็น สนับสนุนว่าเฉินชิงหยวนไม่ได้ถูกยึดร่าง
“เ้าเด็กบ้า! ไม่ได้ตกลงกันไว้หรอกหรือว่าจะเก็บความลับนี้ไว้ตลอดไป เ้าทำอะไรอยู่กันเนี่ย!” บรรดาศิษย์พี่ต่างพากันส่งเสียงกระซิบหาเฉินชิงหยวน จนหูของเฉินชิงหยวนอื้ออึง
เชื่อแล้ว ตอนนี้ทุกคนเชื่อแล้ว ไม่มีใครสงสัย มีเพียงผู้ทรงพลังที่น่ากลัวเท่านั้นที่จะสามารถยึดร่างโดยสามารถความทรงจำของผู้ถูกยึดร่างได้ แต่ถึงแม้ความทรงจำจะถูกยึดครอง แต่บุคลิกและอารมณ์กลับไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
บุคลิกเ้าเล่ห์ของเฉินชิงหยวน รอยยิ้มที่มุมปาก ทำให้ทุกคนไม่เกิดความสงสัยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเป็ศิษย์น้องเล็กของพวกเขาแน่ ๆ
‘ท่านบังคับให้ข้าต้องพูดความลับพวกนี้ออกมา ถึงจะพิสูจน์ได้ว่าข้าเป็คนของพวกเราเองมิใช่รึไง?’
‘โอ๊ย! เื่นี้อย่าโทษข้าเลย’ เฉินชิงหยวนแสดงท่าทีไม่มีทางเลือก เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง จึงต้องขายพวกศิษย์พี่เป็ธรรมดา
“ศิษย์น้องเล็ก พูดต่อสิ! ทำไมไม่พูดแล้วล่ะ?” ทางด้านขวา สีหน้าของบรรดาศิษย์พี่หญิงดูหม่นหมอง สายตาคมกริบ เมื่อเื่ราวลามมาถึงขั้นนี้ ความยินดีที่เฉินชิงหยวนกลับมาของบรรดาผู้าุโก็หายไปชั่วคราว
“เอ่อ… ข้ารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนนะ!” เฉินชิงหยวนไอสองสามที แล้วก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น ในห้องโถงใหญ่ก็มีเสียงโต้เถียงดังขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการต่อสู้กันโต้ง ๆ อีกด้วย
ยามนี้ไม่มีพลังแล้ว เฉินชิงหยวนให้ศิษย์ที่เข้าเวรช่วยเหลือโดยส่งเขาไปยังถ้ำที่ว่างมานับร้อยปี เฉินชิงหยวนกินอะไรเล็กน้อย แล้วนอนบนเตียงพลางครุ่นคิด
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “เ้าเพิ่งกลับมาก็ก่อเื่ใหญ่เลยนะ ข้าละปวดหัวจริง!”
“ศิษย์พี่ใหญ่” เฉินชิงหยวนรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นหลินฉางเซิงเดินเข้ามาในห้อง หลินฉางเซิงสวมเสื้อคลุมสีม่วง ขมับทั้งสองข้างขาวโพลน ดูสง่างามสมเป็ผู้ทรงอำนาจ
ในหอใหญ่เสียงดังจนหูปวด หลินฉางเซิงี้เีจะสนใจเื่ของแต่ละคน จึงหาข้ออ้างออกมาและตรงดิ่งมาที่นี่
“รากฐานิญญาของเ้าสูญสิ้นแล้ว ข้าคงช่วยเ้าไม่ได้” หลังจากยืนยันว่าเฉินชิงหยวนไม่ถูกยึดร่าง หลินฉางเซิงก็เก็บสีหน้าเข้มงวดในหอใหญ่เมื่อครู่ หลงเหลือเพียงแต่ความกังวลใจ
“ไม่เป็ไร เป็คนธรรมดาก็ดีเหมือนกัน” เฉินชิงหยวนยิ้มกว้างแสดงออกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น
“ตอนนั้น ข้าควรจะห้ามเ้า มิเช่นนั้นก็คงไม่เกิดเื่ร้ายขนาดนี้!”
ร้อยปีก่อน หลินฉางเซิงรู้สึกว่าแดนต้องห้ามเทียนหยวนอันตรายยิ่งนัก ตักเตือนเฉินชิงหยวนหลายครั้งว่าห้ามเข้าไป! แต่ว่าเฉินชิงหยวนมีความตั้งใจมั่น บอกว่าตนเองต้องไปให้ได้!
เขาไม่มีทางเลือก หลินฉางเซิงจึงได้แต่พยักหน้าตกลง
จนถึงตอนนี้ หลินฉางเซิงก็ยังไม่เข้าใจประเด็นนี้เสียทีว่าทำไมเฉินชิงหยวนถึงยืนกรานจะไปพื้นที่หวงห้ามเทียนหยวน ทั้ง ๆ ที่ด้วยพร์ของเฉินชิงหยวน ต่อให้ไม่ได้ใช้โชคช่วย ก็ยังสามารถก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อาจปีนขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเลยก็ว่าได้
“นี่ไม่ใช่ความผิดของศิษย์พี่ใหญ่สักหน่อย ท่านอย่าโทษตัวเองเลย” เฉินชิงหยวน รินชาให้หลินฉางเซิงแก้วหนึ่งพลางยิ้มน้อย ๆ
ปีนั้น เฉินชิงหยวนเหมือนถูกพลังบางอย่างดึงดูด ไม่อาจควบคุมตนเองได้ อยากจะเข้าไปในแดนต้องห้ามเพื่อห้ามเทียนหยวน สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่ตัวเฉินชิงหยวนเองก็ยังไม่เข้าใจเช่นกัน
“วันข้างหน้า เ้าจะทำอย่างไรต่อ?”
หลินฉางเซิงไม่มีใจจะดื่มชา ในหัวคิดถึงแต่เื่ของเฉินชิงหยวน
“ข้ามีหนทางของตนเองแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็ห่วง” สำหรับชีวิตในอนาคต เฉินชิงหยวนวางแผนไว้นานแล้ว พลังถูกทำลาย รากฐานิญญาสูญสิ้น ในสายตาคนนอกถือเป็หายนะยิ่งนัก แต่สำหรับเฉินชิงหยวนแล้วไม่เป็เช่นนั้นเลย
“ดี” หลินฉางเซิงรู้จักนิสัยของเฉินชิงหยวนดี เื่ที่ตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้
“ข้าจะพยายามหาทางฟื้นฟูรากฐานให้เ้า” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉินชิงหยวนยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ตอบอะไร
“มีเื่หนึ่ง ข้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี” ครั้งนี้นอกจากมาเยี่ยมเฉินชิงหยวนแล้ว ยังมีเื่ที่จะหารือด้วย
“ศิษย์พี่พูดมาตรง ๆ เถิด” เฉินชิงหยวนกับหลินฉางเซิงนั่งอยู่ในลานบ้าน ลมพัดเย็นสบาย
“ตำหนักบูรพาสุขกับสำนักหยก์กำลังจะร่วมเป็พันธมิตรโดยผ่านการแต่งงาน” หลินฉางเซิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวช้า ๆ “ฝ่ายหญิงคือ… ไป๋ซีเสวี่ย”
เมื่อได้ยินดังนั้น หนังตาของเฉินชิงหยวนกระตุกเล็กน้อย ไป๋ซีเสวี่ยจากตำหนักบูรพาสุขเคยเป็คู่หมั้นของเฉินชิงหยวนมาก่อน
ตอนนั้นเฉินชิงหยวนเป็ที่รู้จักในฐานะบุตรแห่ง์ของเป่ยหวง สตรีนับไม่ถ้วนหลงใหลในตัวเขา
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาออกไปบำเพ็ญวิชา เขาได้พบกับไป๋ซีเสวี่ยและเกิดความรู้สึกดีต่อกัน ด้วยเหตุนี้เมื่อทั้งสองตระกูลได้ทราบเื่นี้ จึงได้ตกลงทำสัญญาแต่งงานไว้ โดยรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมจึงจะแต่งงานกัน
ใครจะไปรู้ว่าต่อมาจะเกิดเื่ของแดนต้องห้ามเทียนหยวนขึ้น ผู้คนต่างคิดว่าเขาได้ตายไปแล้ว สัญญาแต่งงานจึงไม่มีใครพูดถึงอีก
วันนี้เขากลับมาแล้ว เื่ราวจึงไม่ง่ายอย่างนั้น
“นี่เป็การตัดสินใจของทั้งสองตระกูล หรือเป็ความประสงค์ของซีเสวียเองหรือ?” สีหน้าของ เฉินชิงหยวนดูหนักแน่นขึ้นหลายส่วน
“ได้ยินว่าผู้สืบทอดของสำนักหยก์ ได้มอบโอสถวิเศษให้ไป๋ซีเสวี่ย ช่วยให้นางก้าวข้ามขีดจำกัดไปถึงขอบเขตจินตาน ตามความเห็นของข้าไป๋ซีเสวี่ยในเมื่อรับน้ำใจของอีกฝ่ายไปแล้ว ย่อมไม่มีท่าทีปฏิเสธ”
หลินฉางเซิงเล่าเื่ที่ตนรู้ให้ฟัง
วิถีแห่งการเป็ผู้บำเพ็ญ แบ่งเป็ขอบเขตโหวเทียน ขอบเขตเซียนเทียน ขอบเขติญญาะ ขอบเขติญญาพิศวง ขอบเขติญญาปฐี ขอบเขติญญาฟากนภา นี่คือหกขั้นของร่างกาย เป็รากฐานของเส้นทางการบำเพ็ญ
ต่อจากนั้น ก็คือ ขอบเขตจินตาน ขอบเขติญญาจุติ ขอบเขตเทวะผกผัน ขอบเขตบูรณาการ ขอบเขตหลุดพ้น ขอบเขตสุญญะญาณ
ร้อยปีก่อน เฉินชิงหยวนเป็ผู้บำเพ็ญขอบเขติญญาจุติได้รับการยกย่องว่าเป็ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของดินแดนเป่ยหวง
“พิธีแต่งงานจะจัดขึ้นเมื่อไร?” เฉินชิงหยวนถามเสียงเบาด้วยแววตาที่ซับซ้อน
“อีกหนึ่งปี” หลินฉางเซิงตอบหลังจากคำนวณเวลาแล้ว
“ข้าเข้าใจแล้ว…” เฉินชิงหยวนพยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก
“น้องรัก ในเมื่อเ้ายังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นการหมั้นหมายระหว่างเ้ากับไป๋ซีเสวี่ยย่อมยังไม่จบลง บางที… ทางตำหนักบูรพาสุขอาจจะส่งคนมา และนางก็อาจจะมาเช่นกัน” หลินฉางเซิงกังวลในจุดนี้ กลัวว่าเฉินชิงหยวนจะได้รับาเ็
“ถ้ามาก็ดี จะได้ดูว่านางจะเลือกอย่างไร” เฉินชิงหยวนไม่ได้แสดงอารมณ์ที่รุนแรงออกมามากนัก ยังคงรักษาท่าทางสงบนิ่งไว้ดังเดิม
“ข้ากลัวว่า…” หลินฉางเซิงอยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้
“ศิษย์พี่ ข้าเหนื่อยแล้ว อยากพักสักหน่อย!” เฉินชิงหยวนตัดบท พลางแสดงท่าทีเหนื่อยอ่อน
“ได้ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเ้าแล้ว” หลินฉางเซิงมองเฉินชิงหยวนอย่างลึกซึ้ง พลางลุกขึ้นยืน เดินออกไปข้างนอกห้องอย่างช้า ๆ
ไม่กี่วันต่อมา เื่ที่เฉินชิงหยวนตายแล้วฟื้นคืนชีพก็แพร่ไปทั่ว ก่อให้เกิดความฮือฮาเป็อย่างมาก
ในขณะเดียวกัน เื่ที่เฉินชิงหยวนกลายเป็คนพิการก็แพร่ออกไปด้วย ทำให้ผู้คนมากมายอดสูและถอนหายใจ วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างคึกคัก
ข่าวนี้ย่อมเข้าหูผู้นำระดับสูงของตำหนักบูรพาสุขด้วย
เพื่อรับประกันว่าเื่การแต่งงานจะไม่ถูกรบกวน ตำหนักบูรพาสุขจึงส่งคนมาจัดการทันที
หลายวันต่อมา ผู้าุโหญิงที่ทรงเกียรติและน่าเคารพของตำหนักบูรพาสุขก็มาถึง ผู้าุโหญิงนามว่าเหยาซู่ซู่ นางเป็สตรีวัยกลางคน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปแต่ยังคงมีเสน่ห์เย้ายวนใจไม่เลือนหาย
วิถีการต้อนรับแขกของสำนักเสวียนชิงนั้น เหยาซู่ซู่หาข้อติติงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรพูดก็ยังต้องพูด ไม่อาจมาเปล่า ๆ ได้ “ท่านประมุขสำนัก ข้าจะพบกับท่านผู้าุโเฉินชิงหยวนได้หรือไม่?”
“ได้” หลินฉางเซิงในใจถอนหายใจเบา ๆ แต่ภายนอกไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ จึงส่งคนไปแจ้งเฉินชิงหยวน
เฉินชิงหยวนรู้เื่นี้แล้ว ให้ศิษย์ที่ส่งข่าวนำสมบัติศักดิ์สิทธิ์พาตนมาถึงโถงประชุมใหญ่
ภายในโถงประชุม มีหมอกลอยละล่อง ราวกับอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก เมื่อเฉินชิงหยวนเข้ามาทุกคนต่างมองมาที่เขาเป็ตาเดียว
เหยาซู่ซู่พิจารณาเฉินชิงหยวน ตรวจสอบอย่างลับ ๆ ในใจกล่าวว่า ‘ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก เขาพิการจริง ๆ ด้วย!’
นึกถึงปีก่อน เฉินชิงหยวนโด่งดังไปทั่วเป่ยหวง ยามนั้นเขาช่างงดงามเพียงใด
เวลานี้ กลับตกต่ำกลายเป็เพียงคนพิการ รากฐานิญญาสูญสิ้น
“ศิษย์พี่” เฉินชิงหยวนคารวะประมุขสำนักหลินฉางเซิงหนึ่งครั้ง แล้วหมุนตัวนั่งลงบนที่ว่างด้านข้าง
วันนี้ เฉินชิงหยวนสวมชุดคลุมยาวสีขาวอ่อน ผมยาวดำขลับรวบด้วยปิ่นไม้อันหนึ่ง
“ท่านผู้าุโเหยามาพบข้า มีเื่ใดหรือ?” เฉินชิงหยวนถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ต่อหน้าสหายเต๋าทั้งหลาย ข้าจะพูดตรง ๆ เลย หากล่วงเกินประการใด โปรดให้อภัยด้วย” เหตุที่ส่งเหยาซู่ซู่มาทำภารกิจนี้ เพราะนางเป็อาจารย์ของไป๋ซีเสวี่ย
“กล่าวมาเถิดขอรับ” เฉินชิงหยวนพยักหน้า ทุกคนเงียบกริบ มอบอำนาจการจัดการเื่นี้ให้เฉินชิงหยวน
ไม่ว่าเฉินชิงหยวนจะเปลี่ยนไปเป็เช่นไร ก็ยังคงเป็ศิษย์น้องของทุกคน ไม่อาจถูกผู้อื่นดูิ่ได้ หากตำหนักบูรพาสุขกล้าพูดไม่ให้เกียรติเฉินชิงหยวน สำนักเสวียนชิงก็ไม่กลัวที่จะผิดใจกัน
“เมื่อปีนั้น ท่านผู้าุโเล็กเฉินและศิษย์รักของข้าซีเสวี่ยเคยมีสัญญาปากเปล่าว่าจะแต่งงานกัน แต่เดิมการแต่งงานระหว่างสองตระกูลนับเป็งานมงคลอันยิ่งใหญ่ แต่เพราะผู้าุโเล็กเฉินเข้าสู่เทียนหยวนเมื่อร้อยปีก่อน โคมิญญาดับลง ผู้คนต่างคิดว่าท่านผู้าุโเฉินประสบเคราะห์กรรม เพราะเหตุนี้ ซีเสวี่ยจึงเศร้าโศกเสียใจอยู่หลายปี กว่าจะค่อย ๆ ฟื้นคืนดังเดิม”
เหยาซู่ซู่กล่าวโทษไปที่เฉินชิงหยวนก่อน แล้วแสดงให้เห็นว่าไป๋ซีเสวี่ยใส่ใจและคิดถึงเฉินชิงหยวนจนป่วย
ต่อมาเหยาซู่ซู่กล่าวต่อ “พวกข้าต่างคิดว่าท่านผู้าุโเฉินคงประสบเคราะห์กรรม คงเป็เช่นนั้นกระมังที่ท่านสำนักคิด เช่นนั้นสัญญาปากเปล่าเมื่อปีนั้นก็ถือว่าขาดไป โดยไม่ได้ปรึกษาหารือกันต่อหน้า สองปีก่อนซีเสวี่ยได้พบและผูกสัมพันธ์กับผู้สืบทอดสำนักหยก์ จึงได้กำหนดวันแต่งงานไว้”
“โดยเหตุและผล ตำหนักบูรพาสุขของข้าไม่ได้ทำผิดพลาดใด ๆ ซีเสวี่ยก็ไม่ได้ตั้งใจผิดสัญญา ครั้งนี้ที่มาก็เพื่อชี้แจงเื่นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็”
เหยาซู่ซู่หันมือขวา หยิบถุงเก็บสรรพสิ่งออกมาก่อนจะล้วงมือนำของในถุงออกมา “ท่านผู้าุโเฉินกลับมาอย่างปลอดภัย ตำหนักบูรพาสุขรู้สึกยินดีแทนสำนักของท่าน จึงเตรียมของกำนัลเล็กน้อยมา ขอให้ท่านรับไว้ด้วยเถิด”
เส้นชีพจริญญาขั้นกลางวนเวียนอยู่เหนือโถงประชุม นี่คือการใช้วิชาเก็บสรรพสิ่ง โดยย่อเส้นชีพจริญญาให้เล็กลง แท้จริงแล้วเส้นชีพจริญญายาวนับร้อยลี้ สามารถขุดหาหินิญญาได้มากมาย เพื่อให้ศิษย์และผู้าุโจำนวนมากใช้ในการบำเพ็ญ
‘นี่ไม่ใช่ของกำนัลเล็กน้อยเลยนะ!’
แม้เหยาซู่ซู่จะไม่ได้พูดชัดเจนนัก แต่ทุกคนก็ได้ยินชัดเจนและไม่อาจหาข้อบกพร่องใด ๆ ได้เลย
ก่อนอื่นก็ชี้แจงสถานการณ์ จากนั้นก็มอบของกำนัลล้ำค่า ถือว่าให้เกียรติสำนักเสวียนชิงอย่างเต็มที่แล้ว
หากสำนักเสวียนชิงยังไม่ยอมปล่อยวาง ก็จะกลายเป็ความผิดของสำนักเสวียนชิงเอง ท้ายที่สุด! สัญญาแต่งงานในอดีตก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน ที่ตำหนักบูรพาสุขยอมมาขอโทษด้วยตนเองก็ถือว่าดีมากแล้ว
และที่ตำหนักบูรพาสุขมาขอโทษ หนึ่งเพราะไม่อาจทำให้สำนักเสวียนชิงขุ่นเคืองได้ สองเพราะไม่้าให้สำนักเสวียนชิงมาก่อกวนในภายหลัง
“ศิษย์น้องเล็ก เ้าคิดเห็นเช่นไร” หลินฉางเซิงมิได้ตัดสินใจในทันที หากแต่หันไปมองเฉินชิงหยวนแทน