ทุกคนทำงานเสร็จเรียบร้อยก็มาล้างมือแล้วนั่งล้อมวงกินข้าว เมื่อเห็นอาหารมากมายบนโต๊ะทุกคนพากันตื่นเต้นดีใจราวกับได้ฉลองปีใหม่ และต่างก็รู้ดีว่ายุวชนซูเป็นคนมีน้ำใจหลังจากกินข้าวเสร็จ พวกเขาก็ต้องตั้งใจทำงานให้หนักขึ้นอีก จะได้ไม่กินข้าวอร่อยๆไปเปล่าๆ
ซูเจียวเจียวตั้งใจให้ป้าหวังกับป้าลู่ตักกับข้าวไปให้ลูกๆที่บ้านด้วย แต่ทั้งสองคนไม่ยอม พวกเธอทำงานให้ยุวชนซู ยุวชนซูถึงทำกับข้าวให้กินจะเอาไปให้ที่บ้านได้อย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ พวกเธอทำไม่ได้หรอก!
พวกเธอจะกินเฉพาะส่วนของตัวเองเท่านั้น!
แต่ก็จะแบ่งเนื้อในชามกลับไปให้ลูกๆที่บ้านได้ชิมบ้าง แต่จะไม่ตักเพิ่มจากส่วนของคนอื่นเด็ดขาด
หลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนก็พักครึ่งชั่วโมงก่อนจะเริ่มทำงานต่อ บ่ายนี้สามารถก่ออิฐได้แล้วทุกคนทำงานจนฟ้ามืดจึงหยุดพัก
พอฟ้ามืดห้องน้ำและห้องอาบน้ำก็สร้างเสร็จเรียบร้อย
ห้องน้ำและห้องอาบน้ำไม่ได้กินพื้นที่มากนักห้องอาบน้ำมีขนาดสิบห้าตารางเมตร มีท่อระบายน้ำและผนังยังมีชั้นไม้สองชั้นยื่นออกมา ชั้นหนึ่งสำหรับวางสบู่อีกชั้นสำหรับวางเสื้อผ้าสะอาดสำหรับเปลี่ยน
ตอนอาบน้ำสามารถถือถังใบใหญ่เข้าไปอาบได้เลย
ไม่ต้องถามว่าทำไมไม่ติดฝักบัวเพราะในชนบทกว่าจะติดตั้งท่อน้ำได้ก็ต้องรออีกหลายปีซูเจียวเจียวจำได้ว่ากองผลิตฉางซิงและหมู่บ้านอื่นๆจะมีท่อน้ำใช้ก็อีกหกปีข้างหน้า
บางพื้นที่ในชนบทก็ติดตั้งท่อน้ำช้ากว่านั้นอีก
การพัฒนาของชนบทไม่สามารถตามเมืองได้จริงๆ
เมื่อมีนโยบายออกมาอนุญาตให้มีการซื้อขายส่วนตัวได้ การพัฒนาของเมืองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน
ส่วนการเปลี่ยนแปลงในชนบทนั้นแทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากการยกเลิกระบบสาธารณะแล้ว สิ่งอื่นๆ ก็คือการซื้อขายสะดวกขึ้นและการใช้ชีวิตสะดวกขึ้นเล็กน้อย
ส่วนห้องน้ำมีขนาดสิบตารางเมตรหลุมส้วมเป็นแบบลาดลงไป ด้านหลังเชื่อมต่อกับหลุมขนาดใหญ่สำหรับทำบ่อพักสิ่งปฏิกูลซึ่งทุกคนช่วยกันขุดเสร็จเรียบร้อยเมื่อบ่ายนี้
พรุ่งนี้ก็สามารถถมทรายและฉาบปูนซีเมนต์ได้แล้ว
ตอนเย็นขณะกินข้าวบนโต๊ะอาหารช่างก่ออิฐทั้งสองคนต่างก็ชื่นชมการออกแบบห้องน้ำและห้องอาบน้ำไม่ขาดปากและยังชมว่าเซียวหยวนหมิงเก่งมากที่คิดวิธีที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ออกมาได้
เซียวหยวนหมิงตอบว่า“ทั้งหมดนี้เป็นความคิดของภรรยาน่ะผมที่เป็นคนหยาบกระด้างจะคิดการออกแบบที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ออกมาได้ยังไง”
ช่างก่ออิฐทั้งสองคนก็ชมซูเจียวเจียวอีกครั้งและบอกว่าต่อไปห้องน้ำและห้องอาบน้ำที่บ้านของพวกเขาก็จะออกแบบเช่นนี้จะได้สะดวกสบายขึ้นมาก การเข้าห้องน้ำและการอาบน้ำก็ล้วนสะดวกสบาย ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเลอะเทอะไปทั่วบ้าน
วันที่สองเริ่มฉาบปูนซีเมนต์โชคดีที่ช่วงสองสามวันนี้อากาศดีมีแสงแดดจัด ทำให้ปูนแห้งเร็วสิ่งที่ไม่สะดวกเพียงอย่างเดียวคือ พื้นในบ้านก็ถูกฉาบด้วยปูนซีเมนต์ทำให้การเข้าห้องนอนตอนกลางคืนไม่สะดวก ต้องใช้ไม้กระดานวางพาดไว้ แล้วค่อยๆเดินขึ้นเตียง
วันที่สามก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ซูเจียวเจียวคิดค่าแรงให้ทุกคน
ค่าแรงของช่างก่ออิฐสองคนค่อนข้างสูงหนึ่งหยวนต่อวัน สามวันก็ได้สามหยวน สองคนก็ได้หกหยวนส่วนป้าหวังกับป้าลู่ได้คนละหนึ่งหยวนแปดสิบเฟิน
ค่าแรงทั้งหมดใช้ไปไม่ถึงหกหยวนเมื่อรวมกับค่าวัสดุแล้ว ก็ใช้ไปหนึ่งร้อยกว่าหยวน
หนึ่งวันถัดมาปูนซีเมนต์ก็แห้งสนิทแล้ว สามารถถอนไม้กระดานที่วางพาดออกได้แล้ว
เมื่อมองดูพื้นปูนซีเมนต์ที่ไม่ได้เห็นมานานซูเจียวเจียวก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
แม้จะอยู่ที่นี่ได้เพียงปีครึ่งแต่ก็ไม่อยากจะทรมานตัวเองเลย!
เราก็ไม่ได้ขาดเงินนี่จริงไหม?
หลิวหยวนหยวนกระโดดโลดเต้นบนพื้นปูนซีเมนต์ในลานบ้านอย่างตื่นเต้นไม่ต้องกลัวว่ารองเท้าจะเปื้อนดินอีกต่อไปแล้ว ส่วนเซียวหยวนซินก็ยิ้มออกคราวนี้หยวนหยวนล้มลงบนพื้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเปื้อนโคลนแล้ว
และต่อไปในลานบ้านก็สามารถตากข้าวสาลีและผักแห้งได้สะดวกสบายมาก
การอาบน้ำและเข้าห้องน้ำก็ยิ่งสะดวกขึ้นทุกคนต่างอารมณ์ดีกันถ้วนหน้า
หลังจากจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จเซียวหยวนหมิงก็เริ่มไปทำงานส่วนซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนซินก็กลับไปทำอาชีพช่างตัดเสื้อเหมือนเดิมเมื่อเหนื่อยก็ออกไปเดินเล่นในหมู่บ้าน เมื่อว่างก็อ่านหนังสือ
ในเที่ยงวันนั้นซูเจียวเจียวทำงานเสร็จแล้วก็ออกมาเดินเล่นในหมู่บ้าน และไปรอเซียวหยวนหมิงเลิกงานที่ปากทางเข้าหมู่บ้านทันใดนั้นก็มีเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงดังมาจากด้านหน้าพร้อมกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงสาว
“แม่ หนูไม่ไป หนูไม่ไป!”
ซูเจียวเจียวเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยเมื่อมองดูก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวังข้างกายเธอยืนอยู่ด้วยหญิงวัยกลางคนผิวคล้ำหน้าตาดุดัน
โทสะพลุ่งพล่านในดวงตาของหญิงวัยกลางคนหล่อนกัดฟันเอ่ยด้วยความอ่อนโยนเพื่ออนาคตของลูกสาว "ผิงผิง ลูกเสียสติไปแล้วหรือไง? เจ้าลิงผอมจากไปแล้วลูกจะแบกรับภาระนี้ไปได้อย่างไร! เชื่อแม่เถิดลูก ตอนนี้ครรภ์ยังอ่อนเราไปเอาเขาออกเถอะ"
เฉิงติ้งผิงมองมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง"แม่! สามีของหนูตายไปแล้วนะนี่คือทายาทสืบสกุลเพียงคนเดียวของเขา แม่จะให้หนูกำจัดเขาได้ยังไงแม่พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงคะ!"
นางเฉิงหรือแม่ของเฉิงติ้งผิงตอบอย่างโกรธเคืองว่า“ลูกคิดว่าแม่คิดแบบนี้เหรอ? ลูกเพิ่งสิบเก้าเองนะ!ลูกยังเด็กยังสาว! ถ้าลูกต้องมีลูกติดตัวลูกที่เป็นแม่ม่ายจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร จะไม่มีใครคอยดูแลเลยพ่อของเจ้าลิงผอมเป็นคนกลัวภรรยา ส่วนภรรยาของเขาก็เป็นแม่เลี้ยงจะดีกับลูกและลูกในท้องได้อย่างไร?”
“ฟังแม่นะลูก เราจัดการเอาเด็กออกอย่างเงียบๆแล้วค่อยบอกว่าลูกเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มจนแท้งลูกไป จากนั้นแม่จะพาลูกกลับบ้านแล้วหาคู่ครองคนใหม่ให้ลูก”
เฉิงติ้งผิงส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว“หนูไม่เอา! นี่คือลูกของหนู! เขาอายุเกือบห้าเดือนแล้วตัวเกือบจะครบส่วนแล้ว! หนูเอาเขาออกไม่ได้!”
“ห้าเดือนถึงแม้จะเอาออกยากหน่อย แต่ก็ยังมีวิธีนะ”
“หนูไม่เอา! ถึงตายก็ไม่เอาออก!”
“เจ้าลูกคนนี้ช่างดื้อรั้นจริงๆ!ลูกรู้ไหมว่าการทำเช่นนี้มันทำร้ายตัวลูกเองนะ?”
เฉิงติ้งผิงคุกเข่าต่อหน้าแม่ของเธอทันที“แม่คะ หนูขอร้องล่ะค่ะ ตอนที่พ่อของลูกยังอยู่ เขาดีกับหนูมากไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับหนูเลย มีของอร่อยเขาก็จะให้หนูกินก่อนเสมอและยังทำอาหารให้หนูกิน ซักผ้าให้หนู ไม่ยอมให้หนูต้องเหนื่อยเลย ตอนนี้เขาไปแล้วสิ่งเดียวที่หนูทำได้คือเก็บเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไว้หนูจะเป็นคนอกตัญญูไร้น้ำใจไม่ได้!”
ดวงตาของนางเฉิงก็แดงก่ำ“แต่ถ้าลูกไม่ไร้น้ำใจ คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานในอนาคตก็คือลูกเองนะ!”
“คุณแม่คะ ถ้าตอนที่แม่กำลังตั้งท้องหนู แล้วเจอสถานการณ์แบบนี้แม่จะเอาหนูออกไหมคะ?”
นางเฉิงนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อคิดดูแล้วเธอคงไม่ยอมแน่ ชีวิตนี้เธอไม่มีลูกชาย มีเพียงลูกสาวสองคนเท่านั้น
ลูกสาวคนโตแต่งเข้าบ้านคนอื่นไปแล้วชีวิตก็พอใช้ได้
ไม่คิดว่าลูกสาวคนเล็กชีวิตจะอาภัพเช่นนี้
“แม่ก็คงไม่ทำใช่ไหมคะ?” เฉิงติ้งผิงเห็นแววลังเลบนใบหน้าของแม่จึงรีบกล่าว
นางเฉิงตีเธอเบาๆ“เจ้าลูกคนนี้ สถานการณ์ของเราจะเหมือนกันได้ยังไง? อย่าดื้อเลย รีบตามแม่มา!”