กว่าหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่กลุ่มเด็กๆที่นำโดยโนบลินนำสูตรยาไปขายที่สถาบันปรุงยาและยาเม็ดเสริมกายเวทชุดแรกเริ่มออกสู่ท้องตลาดซึ่งความ้าของมันนั้นสูงเกินกว่าที่โนบลินตั้งเอาไว้อย่างมากแค่ยาเม็ดระดับต่ำยังถูกซื้อด้วยราคาถึงยี่สิบเหรียญทองทำให้สถาบันปรุงยานั้นมีกำไรจากการขายยานั้นมากมายและผลกำไรนั้นก็ถูกแบ่งมาสู่โนบลินและบ้านเด็กกำพร้าของลอเลนซ์ด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ทางสถาบันจึงเพิ่มกำลังการผลิตยาเม็ดให้มากขึ้นเพื่อรองรับความ้าของนักเวทภายในเมืองอีกทั้งยังมีกลุ่มพ่อค้าที่ทำการค้าขายระหว่างเมืองให้ความสนใจในยาเม็ดเสริมกายเวทนี้เป็อย่างมากด้วยเช่นกันทำให้ความ้าของตลาดนั้นพุ่งสูงขึ้นไปอีก
ไม่เพียงเท่านั้นด้วยความ้าที่สูงขึ้นทำให้ทางสถาบันเพิ่มอัตราการผลิตส่งผลให้วัตถุดิบในการปรุงยานั้นเริ่มขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นด้วยเช่นกันด้วยความที่วัตถุดิบส่วนใหญ่นั้นเป็พืชสมุนไพรและพืชเวทมนต์ระดับต่ำที่หาง่ายและมีราคาถูกจึงทำให้ชาวเมืองนั้นไม่ให้ความสนใจที่จะปลูกเพื่อการค้า เมื่อจู่ ๆความ้าในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ผลิตได้ไม่ทันการจนเริ่มขาดตลาดและราคาเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังเริ่มมีการประกาศรับสมัครกลุ่มนักเวทเพื่อออกล่าสัตว์เวทในพื้นที่ป่านอกเมืองเนื่องจากการที่สถาบันปรุงยาประกาศรับซื้อ เื เนื้อและกระดูกของสัตว์เวทเพื่อใช้ในการปรุงยาโดยให้ราคาสูงกว่าปกติถึงห้าเท่าตัวทำให้เหล่านักเวทที่ประกอบอาชีพนักล่าวัตถุดิบมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นมากและเริ่มจับกลุ่มกันเพื่อล่าสัตว์เวทเพื่อนำมาขายให้แก่สถาบันปรุงยามากยิ่งขึ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการวางขายยาเม็ดเสริมกายเวททำให้เมืองทั้งเมืองคึกคักขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“นายพูดจริงเหรอโนบลิน?”พอละโถามเสียงดังอย่างตื่นเต้น
“อื้ม”โนบลินตอบรับพร้อมพยักหน้าเบา ๆ
“แล้ว..จะเริ่มได้เมื่อไหร่เหรอ?”พอลถามอยากตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”โนบลินตอบสั้น ๆ
“แล้วเราต้องทำยังไงบ้าง”เรซถามเสียงเรียบแต่ยังััได้ถึงความตื่นเต้นที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง
“แต่ก่อนที่จะเริ่มสะสมพลังเวทมนต์พวกนายต้องรู้จักรูปแบบเวทมนต์ของตัวเองซะก่อน”
“หานี่นายหมายความว่าพลังเวทของพวกเราไม่ได้เหมือนกันหรอกเหรอ?”เรซถามอย่างสงสัย
“ใช่ จริง ๆแล้วพลังงานเวทมนต์ในธรรมชาติก็เป็พลังงานเดียวกันเพียงแต่เมื่อเราดูดซับพลังงานเ่าั้เข้ามาในร่างกายแล้ว พลังงานนั้น ๆจะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามลักษณะของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มฝึกพวกนายต้องรู้จักรูปแบบพลังเวทของพวกนายกันให้ดีก่อนเพื่อที่จะได้เลือกวิธีฝึกที่สอดคล้องกันและจะได้ผลของการฝึกที่ดีที่สุด”
"แล้ว..วิธีตรวจสอบคืออะไรเหรอ?"แอลถามขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน
"รอฉันเดี๋ยว"โนบลินตอบสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินไปหยิบอะไรบางอย่างมาวางบนโต๊ะ
มันคือแก้วใบใสที่ใส่น้ำบางอย่างไว้ข้างในจนเกือบเต็มจำนวนสี่ใบเหล่าเด็ก ๆ ต่างจ้องมองแก้วทั้งสี่ใจอย่างงง ๆแต่ก็ยังคงเงียบไว้เพื่อให้โนบลินนั้นอธิบายออกมาเอง
"นี่คือของเหลวเวทมนต์ที่ฉันเตรียมไว้มันไวต่อการเปลี่ยนแปลงของเวทมนต์มากและจะเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบของเวทมนต์ที่ส่งผ่านเข้าไป พวกนายเอาแก้วนี้ไปคนละใบแล้วเดี๋ยวฉันจะสอนวิธีการตรวจสอบรูปแบบเวทให้"
โนบลินบอกก่อนที่จะแจกจ่ายแก้วที่บรรจุของเหลวเวทให้กับเพื่อนแต่ละคน
"เอาละฉันขอให้เริ่มการตรวจสอบทีละคนก่อนก็แล้วกันนะ"
พอลอาสาเป็คนแรกที่จะเริ่มทดสอบรูปแบบพลังพอลเอาแก้ววางบนโต๊ะแล้วใช้มือทั้งสองข้างโอบแก้วไว้แล้วส่งผ่านพลังงานเวทมนต์เข้าไปสักพักจนเริ่มเหนื่อยแล้วจึงหยุดหอบหายใจแฮกๆ
"ทะ..ทำไมไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยล่ะ หรือฉันส่งพลังเวทเข้าไปน้อยเกินไปแต่..นี่มันก็มากที่สุดเท่าที่ฉันจะส่งได้ตอนนี้แล้วนะ"พอลบ่นออกมาอย่างเศร้า ๆ เพราะเขาคิดว่าพลังงานเวทของเขาน้อยมากเสียจนของเหลวเวทมนต์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
"ใจเย็น ๆก่อนน่า ที่นายทำน่ะดีแล้วถ้าไม่เชื่อทุกคนลองเอานิ้วจุ่มลงในของเหลวเวทมนต์ดูสิ"
เด็ก ๆจึงพากันขยับเข้ามาเพื่อลองจุ่มนิ้วลงไปแนวแก้วของพอลทีละคน
"จ๊ากก! ร้อนๆ" บันะโขึ้นมาสุดเสียงหลังจากดึงนิ้วออกจากแก้วของพอลก้มลงเป่าที่นิ้วเสียงดัง ฟู่ ๆ
"เฮ้ย!""อ๊ะ!" ตามมาด้วยอีกสองเสียงของเรซและแอลที่จุ่มนิ้วลงไปด้วยเช่นกัน
"นี่มันอะไรกันน่ะโนบลินนายเอาน้ำร้อนมาแกล้งพวกฉันหรือไงกัน"บันโวยวายขึ้นมาเมื่อคิดว่าโดนเพื่อนแกล้งให้จุ่มนิ้วลงไปในน้ำร้อน
"ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย"โนบลินพยายามอธิบาย
"ที่พวกนายได้ไปมันก็คือเวทมนต์เหลวที่เหมือนกันหมดนั่นแหละแต่พอพอลส่งผ่านพลังเวทมนต์ของตัวเองเข้าไปเ้าเวทมนต์เหลวนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตามรูปแบบพลังเวทของพอลเองจนร้อนขึ้นมาอย่างที่เห็น นี่แสดงว่ารูปแบบพลังเวทของพอลเป็ธาตุไฟที่มีความรุนแรงและตรงไปตรงมาเพราะฉะนั้นรูปแบบการฝึกสะสมพลังก็จะต้องเป็ไปในแนวทางของธาตุไฟซึ่งฉันเองก็ได้เตรียมไว้แล้ว"
คำอธิบายง่าย ๆของโนบลินทำให้เพื่อน ๆ เริ่มเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่พอลเองเมื่อได้ยินว่าตัวเองมีรูปแบบเวทมนต์ธาตุไฟก็ถึงกับยิ้มไม่หุบพร้อมกับนึกภาพตัวเองพ่นไฟเหมือนกับัอย่างภูมิใจ
"ถ้าอย่างนั้นฉันขอลองบ้างสิ"บันยกมือขึ้นก่อนจะของลองทดสอบเป็คนต่อไป
ทันทีที่พลังเวทมนต์จากบันถูกส่งผ่านเข้าไปในแก้วเวทมนต์เหลวในแก้วเริ่มขยับและเริ่มหมุนวนไปเรื่อย ๆ จากช้าไปเร็วจากเร็วกลายเป็หมุนอย่างบ้าคลั่ง จนผ่านไปเกือบนาทีบันก็ทรุดตัวลงหอบหายใจแฮก ๆอย่างเหนื่อยอ่อน
"ปะ..เป็ ไงบะ..บ้าง?"บันเอ่ยถามโนบลินพร้อมกับพยายามหายใจให้เต็มปอดอย่างยากลำบาก
"อืมถ้าออกมาเป็แบบนี้แสดงว่าพลังเวทของนายมีรูปแบบของธาตุลม มีความพลิกแพลงแปรเปลี่ยน ก็ถือว่าเหมาะกับนายนะ" โนบลินตอบยิ้ม ๆ
"อย่างนั้นฉันขอต่อ.."เรซขอลองทดสอบเป็คนต่อไป
ทันทีที่ใช้ฝ่ามือโอบรอบแก้วเรซก็ส่งผ่านพลังเวทเข้าไปอย่างตื่นเต้นเหงื่อเม็ดโป้งไหลออกมาจากหน้าผากของเรซจนกลายเป็หยดน้ำไหลลงที่หว่างคิ้วเรซได้แต่พยายามกระพริบตาถี่ ๆ ไล่หยาดเหงื่อไม่ให้ไหลเข้าไปในดวงตา
"ไม่เห็นขยับเลยหรือจะเป็ธาตุไฟเหมือนกับพอลอย่างนั้นเหรอ?" บันพึมพัมขึ้นเบา ๆ
ทันใดนั้นของเหลวเวทที่อยู่ในแก้วของเรซก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเหมือนมีใครเติมน้ำลงไปในแก้วอย่างช้า ๆ จนล้นออกมาจากแก้วจนไหลลงไปนองอยู่ที่พื้น
"ฟู่วว"เสียงถอนหายใจของเรซก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงหอบแฮก ๆจากความเหนื่อยล้าในการใช้สมาธิเพื่อปลดปล่อยพลังเวท
"ของฉันเป็ยังไงบ้างโนบลิน"
เรซเอ่ยถามถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ยังไม่ถึงกับพูดจาติดขัดนับว่าสภาพของเรซยังดีกว่าบันกับพอลอยู่หลายเท่า
"อืม รูปแบบเวทของนายคือธาตุน้ำสงบนิ่งและเพิ่มพูน ฉันสังเกตเห็นว่านายมักจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนอื่นอยู่ตลอดก็เดาว่านายน่าจะอยู่ในกลุ่มธาตุน้ำอยู่แล้ว"โนบลินหันไปยิ้มให้กับเรซที่ตอนนี้แทบจะหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งแล้ว
"ต่อไปก็นายล่ะแอล"โนบลินหันไปหาเพื่อนคนสุดท้ายที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แต่แววตาที่มีแววตื่นเต้นอยู่จนปิดไม่มิดทำให้เพื่อน ๆ ต่างอมยิ้มไปตาม ๆ กัน
แอลพยักหน้าเบา ๆก่อนจะเดินไปทำการทดสอบ เพียงไม่นานที่เริ่มปลดปล่อยพลังเวทออกไปเวทเหลวในแก้วนั้นก็สั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะกระฉอกออกมา ทันใดนั้นก็หยุดนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้งอย่างน่าใก่อนที่จะหยุดนิ่งในที่สุดพร้อมกับเสียงหอบหายใจของแอลที่ดังขึ้นทันทีหลังจากการทดสอบ
"โอ้.."โนบลินส่งเสียงออกมาอย่างลืมตัว "ธาตุสายฟ้าอย่างนั้นเหรอ เห็นนิ่ง ๆนี่นึกว่าจะอยู่ในกลุ่มธาตุดินซะอีกนะแอล"โนบลินยิ้มพลางหันไปมองหน้าเพื่อนจอมเงียบ
เท่านี้ทุกคนก็ได้รับรู้รูปแบบพลังเวทของตัวเองแล้ว...
“พวกนายเอานี่ไป”
โนบลินพูดก่อนจะแจกจ่ายกระดาษให้กับเพื่อนๆ แต่ละคนไปดู ซึ่งมันก็คือรูปแบบการฝึกสะสมพลังเวทมนต์นั่นเอง
“นี่สินะวิธีการสะสมพลังเวทมนต์ที่นายบอกว่าแต่..” เรซออกอาการไม่มั่นใจที่จะถามต่อ
“ว่ามาได้เลยเรซ”โนบลินบอกอย่างเต็มใจ
“คือ..ฉันสงสัยว่าทำไมขอฉันมันบางนิดเดียวเอง”
“โธ่นักว่าเื่อะไร..” โนบลินเกือบหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูด
“คืออย่างนี้..รูปแบบพลังของนายมันเป็แบบธาตุน้ำที่มีความสมดุลในตัวอยู่แล้วทำให้การสะสมพลังเป็ไปได้ง่ายกว่าก็เท่านั้นเอง” โนบลินอธิบาย
“อย่างงี้มันก็โกงกันน่ะสิทำไมรูปแบบธาตุน้ำมันถึงได้ดีกว่าชาวบ้านขนาดนั้นกันล่ะ” บันอดโวยวายขึ้นมาไม่ได้
“ใจเย็น ๆ น่า..” โนบลินยกมือขึ้นปรามเพื่อนก่อนที่จะโวยวายมากกว่านี้“พลังธาตุน้ำน่ะเป็ธาตุที่ฝึกง่ายก็จริง แถมยังสะสมพลังได้มากกว่าอีกด้วยแต่ก็มีข้อเสียคือ มีพลังน้อยกว่าธาตุไฟ พลิกแพลงน้อยกว่าธาตุลมแข็งแกร่งน้อยกว่าธาตุดิน แล้วก็เชื่องช้ากว่าธาตุสายฟ้า การฝึกที่บอกว่าง่ายแต่ก็ต้องพึ่งความต่อเนื่องของการสะสมพลังทำให้ธาตุนี้ถึงจะฝึกได้ง่ายแต่ก็พัฒนาได้ค่อนข้างยากกว่าธาตุอื่น ๆ ด้วย”
“เห...อย่างนี้ก็แย่สิถ้าเป็แบบนั้นฉันไม่เอาด้วยหรอก ฝึกแบบธาตุไฟของฉันนี่แหละเยี่ยมที่สุดแล้ว”พอลยิ้มกว้างอย่างพอใจที่เขามีรูปแบบเวทธาตุไฟซึ่งน่าจะฝึกได้ง่ายที่สุดและโจมตีได้รุนแรงอีกด้วย
“แต่ฉันว่าธาตุน้ำเหมาะกับเรซแล้วล่ะ” แอลพูดขึ้นมาทำให้เพื่อน ๆต่างหันไปมองหน้าแอลและเรซสลับกัน
“ก็..เรซน่ะใจเย็นแล้วก็มีความอดทนมากที่สุดในหมู่พวกเราเลยนี่เพราะอย่างนั้นฉันคิดว่าเรซน่าจะเหมาะที่จะฝึกแบบธาตุน้ำที่สุดแล้วก็..ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดถ้าอยู่ในระดับเวทเดียวกันเรซน่าจะมีพลังเวทสูงที่สุดเลยด้วยนะ”แอลบอกสิ่งที่เข้าใจออกมา
“ถูกต้องแล้วล่ะแอล”โนบลินกล่าวชมเพื่อนช่างคิดของเขา
“เพราะว่าธาตุน้ำจะมีขนาดแก่นเวทตามธรรมชาติใหญ่กว่าธาตุอื่นๆ ทำให้การสะสมเวทมนต์เพื่อยกระดับนั้นต้องใช้เวลาและจำนวนเวทมนต์มากกว่าซึ่งเื่นี้ถ้ามองว่าเป็ข้อดีก็ดี ถ้ามองว่าเป็ข้อเสียก็เสีย"
"อืม นั่นนะสินะแต่ละรูปแบบก็คงมีข้อดีข้อเสียในตัวเองทั้งนั้นอย่างนั้นฉันก็จะตั้งใจฝึกในรูปแบบธาตุของฉันนี่แหละ" บันพูดออกมาอย่างมุ่งมั่น
"ดีมากบันพวกนายทุกคนก็ด้วย ถ้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้น คงต้องตั้งใจกันเต็มที่ฉันเองก็จะช่วยอย่างเต็มที่เลย" โนบลินยิ้มพร้อมให้กำลังใจเพื่อน
"เออ..จริงสิฉันลืมไปเลย เื่ที่นาย..เอ่อ...ใช้เวทไม่ได้"เรซอ้ำอึ้งเหมือนไม่แน่ใจว่าจะพูดออกมาดีหรือเปล่า
"เื่นั้น..พวกนายไม่ต้องห่วงหรอกฉันไม่ได้รู้สึกแย่อะไร แล้วอีกอย่างใช่ว่าฉันใช้เวทมนต์ไม่ได้ ฉันก็แค่สะสมเวทมนต์ในร่างแล้วปลดปล่อยออกมาเหมือนพวกนายไม่ได้แค่นั้นเอง"โนบลินยิ้มกว้างไม่ทุกข์ร้อนกับปัญหาที่ต้องเผชิญ
"ว่าแต่ตอนนี้..."โนบลินเดินไปนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือประจำตัว
"พวกนายลองอ่านทำความเข้าใจรูปแบบการฝึกที่ฉันส่งให้พวกนายไปก่อนแล้วกันถ้าสงสัยตรงไหนให้ถามฉันได้เลย ระหว่างนี้ฉันขอนั่งอ่านหนังสือของฉันก่อน"
โนบลินพูดก่อนจะหันไปเปิดหนังสือปกหนังเล่มหนาและเริ่มอ่านหนังสือเงียบๆ ผ่านไปพักใหญ่ เด็กบางคนก็เข้ามาซักถามบ้างเมื่อมีข้อสงสัยซึ่งโนบลินก็อธิบายให้ฟังอย่างชัดเจนจนเข้าใจ เป็อย่างนี้ไปเรื่อย ๆจนถึงเวลาเข้านอน