บทที่ 12 เธอทำอะไรไม่เป็เลย
หลังจากสอนหนังสือที่โรงเรียนมาทั้งวัน เมื่อเลิกเรียนครูใหญ่หวังก็เรียกสวี่หรานมาถามไถ่
“ครูสวี่ รู้สึกอย่างไรบ้างพอไหวไหม?” ครูใหญ่หวังรู้ดีว่าสภาพความเป็อยู่ของที่นี่ลำบาก และการสอนก็ต้องใช้ความอดทนไม่น้อย จึงกลัวว่าสวี่หรานจะสอนหนังสือได้สองวันแล้วหนีไป
สวี่หรานพยักหน้า “ไม่มีปัญหาค่ะ”
ระดับความรู้ของนักเรียนตอนนี้นับว่ายังอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งเด็กที่กำลังจะขึ้นมัธยมต้นก็มีปัญหา แต่สำหรับเธอกลับไม่ใช่เื่ยาก
ครูใหญ่หวังพยักหน้า “ต่อไปนี้นอกจากคะแนนงานที่จะให้เธอทุกเดือนแล้ว ฉันจะเพิ่มไข่ไก่ให้อีกหนึ่งจิน*[1] ตอนนี้ทางอำเภอกำลังหาคนมาสอน ถ้าถึงตอนนั้นแล้วเธอยังอยากจะอยู่ต่อก็ไม่มีปัญหาอะไร”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” สวี่หรานยิ้ม
เธอเป็แค่ครูชั่วคราว เมื่อครูประจำมาถึงก็ต้องหลีกทางให้
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าภายในลานบ้านเงียบสงบ น้าจ้าวเหลือบมองหญิงสาวแล้วถอนหายใจ สวี่หรานเก่งกาจสมกับที่เป็คนจากในเมือง และโจวจินฮวาก็ผิดเองที่ไปหาเื่อีกฝ่ายก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่โทษเธอ
สวี่หรานไม่เห็นโจวจินฮวา และเพราะอีกฝ่ายไม่อยู่จึงไม่มีใครทำกับข้าว ดังนั้นเธอจึงไปก่อไฟกับเหยียนเยว่ แต่ลงมือทำได้ไม่นานมือก็ไปจับโดนกระทะร้อน ๆ จนแดงไปทั้งฝ่ามือ เหยียนเยว่จึงให้เธอไปพักทันที
เพราะไม่มีโจวจินฮวามาก่อกวน พวกเธอจึงไม่ต้องกินเค้กข้าวสีดำอีก และสวี่หรานก็ได้กินข้าวอย่างสงบ
หลังกินข้าวเสร็จสวี่หรานก็เอาเศษผ้าที่เหลือไปหาป้าเฉียน ป้าเฉียนเย็บผ้าเก่ง ตอนกลางวันหลิวชุ่ยเฟินบอกว่าแม่สามีของเธอเย็บรองเท้าเป็ ดังนั้นสวี่หรานจึงตั้งใจมาขอคำแนะนำจากอีกฝ่าย
“โอ้ เด็กคนนี้ช่างสวยจริง ๆ ผิวขาวราวกับไข่ปอกเลย” วันที่จัดงานแต่งงาน ป้าเฉียนเห็นอีกฝ่ายจากกำแพง ทุกคนในละแวกนี้ต่างคิดว่าเ้าสาวตัวน้อยที่ถูกมัดมาคงหนีไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมาเรียนเย็บรองเท้า ทำเอาคนอื่นคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ
สวี่หรานเผยยิ้มพลางเอ่ยถามวิธีเย็บพื้นรองเท้าและส่วนบนของรองเท้าอย่างสุภาพ เพียงแค่คืนเดียวเธอก็เรียนรู้ได้มากพอสมควร แม้จะเป็เพียงภาคทฤษฎีก็ตาม อีกทั้งป้าเฉียนยังใจดีวาดแบบรองเท้าที่ตัดเรียบร้อยแล้วให้เธอด้วย หญิงสาวจึงกล่าวขอบคุณ ก่อนจะขอตัวกลับบ้านเพื่อเตรียมลงมือทำ
เหยียนเยว่กับเหยียนชิวอยู่ในวัยกำลังโต สวี่หรานจึงนำรองเท้าเก่ามาวัดขนาดเพื่อทำรองเท้าคู่ใหม่ให้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อย และเผื่อไว้สำหรับใส่พื้นรองเท้า เพราะหากทำเล็กเกินไปจะต้องเสียเวลาทำใหม่
สองพี่น้องมองสวี่หรานตัดผ้าอย่างงุ่มง่าม แต่พวกเขากลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด
เหยียนชิวมองการตัดผ้าอย่างสนุกสนาน และชอบเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ดังนั้นสวี่หรานจึงหยิบผ้าผืนหนึ่งแล้วยื่นให้เหยียนชิว ก่อนจะบอกให้เขาไปเล่นฉีกผ้าอยู่ด้านข้าง เด็ก ๆ สมควรอยู่ห่างจากกรรไกรเอาไว้ดีกว่า
เหยียนเยว่มองด้วยสีหน้ากลุ้มใจพลางเอ่ยถามว่า "พี่สะใภ้… ไหวหรือเปล่าคะ?"
แค่ครู่เดียวอีกฝ่ายก็ตัดผ้าเสียไปหลายผืนแล้ว
สวี่หรานรู้สึกหงุดหงิดใจ เธอยอมรับว่าตัวเองไม่ค่อยถนัดเื่นี้เท่าไหร่นัก เมื่อนำทฤษฎีของป้าเฉียนมาปฏิบัติจริงกลับช่างยากเย็น แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ ตนไม่อยากเห็นเท้าของเด็ก ๆ เป็แผลเพราะความหนาวอีกต่อไป มันเหมือนกับการ ‘จับเป็ดไปวางไว้บนหิ้ง’*[2] แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องทำให้สำเร็จ
เหยียนฮ่าวกลับมาถึงบ้านในตอนกลางคืน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยคราบดิน สวี่หรานมองอีกฝ่ายเพียงแวบเดียว ก่อนจะเอ่ยว่า “บนเตามีขนมปังกับโจ๊ก ไปกินเองนะ”
พูดจบเธอก็หันกลับไปเย็บพื้นรองเท้าต่อ
เหยียนฮ่าวเดินออกไปไปปัดฝุ่นบนตัวที่ลานบ้าน แล้วก็กินข้าว จากนั้นก็ตักน้ำมาล้างเท้า
สวี่หรานเห็นว่าน้ำเย็นเฉียบ จึงพูดว่า “ในหม้อมีน้ำร้อน อยู่ใต้ผ้าคลุม” ตอนนี้เหยียนฮ่าวจะมาล้มป่วยไม่ได้ วันนี้เธอก็ทะเลาะกับโจวจินฮวาไปแล้ว ตอนนี้เหยียนฮ่าวคือแหล่งอาหารของเธอ
หลังจากเหยียนฮ่าวล้างเท้าเสร็จ เขาก็ขึ้นไปอยู่บนเตียง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยต้องนอนร่วมห้องกับผู้หญิงคนอื่น จึงไม่ทันได้สังเกตว่าเท้าของตัวเองเหม็นหรือไม่ ชายหนุ่มเกรงว่ากลิ่นเท้าของตนจะรบกวนเธอ
"คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?" เหยียนฮ่าวเห็นเศษผ้าเต็มเตียง วางระเกะระกะไปหมด
[1] จิน เป็หน่วยวัดน้ำหนักของจีน 1 จินจะมีน้ำหนัก 500 กรัม หรือเท่ากับ 0.5 กิโลกรัม
[2] จับเป็ดไปวางไว้บนหิ้ง หมายความว่า ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ถนัด