เงาดำยี่สิบสายพุ่งข้ามกำแพง
แต่—
ยังไม่ทันแตะพื้น
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เืสาดกลางอากาศ ร่างสามร่างกระเด็นตกลงมากองกับพื้นอย่างไร้ชีวิตแล้ว
ไม่มีเสียงเตือน
ไม่มีคำพูด
มีแต่ “การฆ่า”
ภูผายืนอยู่กลางลาน
ดาบคู่ในมือสะท้อนแสงจันทร์—นิ่ง…แต่พร้อม
วูบ!
เงานินจาที่เหลือพุ่งเข้าพร้อมกัน
เร็ว…และเงียบ
แต่ภูผา “เร็วกว่า”
ดาบแรก—เฉือนคอ
ดาบที่สอง—ผ่าลำตัว
เขาควงดาบคู่ราวกับพายุ
แสนศึกพ่าย
ชื่อดาบ…เป็เช่นนี้ จึงได้…ชื่อนี้มา
และมันคือคำตัดสิน ชีวิตของผู้มาเยือน
จากผู้ล่า กลายเป็เหยื่อแห่งคมดาบ
ศัตรูทีละคน…ล้มลง
ไม่มีใคระโ
ไม่มีใครหนี
เพราะทุกคนรู้—หนีไม่พ้น
อีกด้าน
ทองขาวหายไปจากสายตา
แล้วไปโผล่อีกจุด
ฉัวะ!
แขนขาด
วูบ—
คอขาด
การเคลื่อนไหวของเขา…ไร้เสียง ไร้เงา
เหมือนความตายที่ไม่มีตัวตน
พันไม่ซับซ้อน
เขา “พัง” ทุกอย่างที่ขวางหน้า
ดาบฟาดลง—
ปึก!
กระดูกแตก
อีกดาบ—
ร่างขาดเป็สอง
เืสาดเปื้อนพื้นดิน
ไม่กี่อึดใจ
ศพ…เกลื่อน
ความเงียบ…กลับมา
แต่ภูผาหยุด
สายตาหันไปข้างหน้า
สองเงา…ยังยืนอยู่
“ยอดฝีมือ…”
หนึ่งในนั้นก้าวออกมา รับดาบ
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
สามครั้ง
เพียงสามดาบ ง่ามมือสั่นระริก นี่เกินความคาดหมายของมันนัก
รับได้ทั้งหมด
ภูผาหรี่ตา
“ไม่ธรรมดา”
อีกคน…ไม่รอ
วูบ!
แทงจากด้านข้าง—จังหวะที่ภูผาติดพัน
คมดาบพุ่งตรงหัวใจ
แต่—
ภูผา “เบี่ยง”
เพียงเสี้ยววินาที
แล้ว—
แทงกลับหลัง
ฉึก!
ปลายดาบเสียบเข้าท้อง
ก่อนจะ “เสยขึ้น”
ทะลุหัวใจ
สิ้นใจตาย…คาดาบ
อีกคนถอย
ช้าไป
ภูผาหมุนตัว—
ฉัวะ!
ศีรษะหลุด
ตกกระทบพื้น
กลิ้งออกไปช้า ๆ
จบแล้วรึ..
เสียงลมหายใจของคนเป็…ดังชัด
ท่ามกลางความตาย
แล้ว—
แปะ…แปะ…แปะ…
เสียงตบมือ
ดังมาจากเงามืด
ร่างหนึ่งก้าวออกมา
หญิงสาว
ดวงตาคม รอยยิ้มบาง
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
เสียงของนาง…นุ่ม และอ่อนหวาน
ทองขาวหรี่ตา
“เป็เ้าหรือ”
นางไม่ตอบ
แต่สายตา…มองเขาโดยตรง
“เ้าโน่น เ้านี่อยู่ได้ ข้ามีชื่อนะ ข้าชื่อ เจี่ยวเจี่ยว”
ลมพัดผ่าน
“และคืนนี้…ข้ามาเพียงดู”
ภูผาลดดาบลง
“ดูอะไร”
“ดูว่า…พวกเ้าคุ้มค่าให้สนใจหรือไม่”
คำพูดนั้น…ไม่ใช่คำชม
แต่เป็ “การประเมิน”
เสียงฝีเท้าทหารยามดังใกล้เข้ามา
“ทางนี้! มีเสียงต่อสู้!”
เจี่ยวเจี่ยวยิ้ม
ก่อนจะชี้ไปที่ทองขาว
“เ้ามา”
ทองขาวนิ่ง
“ถ้าไม่มา…” นางเอียงศีรษะเล็กน้อย “ข้าอาจพูดบางอย่างที่ไม่ควรพูด”
นางข่มขู่…อย่างแเี
ภูผามองทองขาว
เพียงแววตาเดียว…ก็เข้าใจ
“ไปเถอะ ระวังตัวด้วย”
ทองขาวพยักหน้า
แล้วหายไปพร้อมนาง
ไม่นาน
ทหารยามกรูเข้ามา
ภาพตรงหน้า—ศพเกลื่อน
พันสบถเบา ๆ
“งานเข้าแล้ว”
ภูผาเก็บดาบ
“ไม่…เราจะทำให้มันเป็ ‘เื่ปกติ’”
ห้องประชุมยามดึก
พระยาบวรและจมื่นไกรยืนฟัง
ภูผาเล่าเื่ทั้งหมด—แต่ “เลือก” เล่าบางส่วน
“กลุ่มหัวขโมยติดอาวุธ…พยายามบุกเข้ามา”
ขุนไกรพยักหน้า
“ฝีมือระดับนี้…ไม่ใช่หัวขโมยธรรมดา”
ภูผานิ่ง
“แต่ตอนนี้…พวกมันตายหมดแล้ว”
พระยาบวรไม่พูดอะไร
เพียงมองลึก…ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างถูกปิดบังไว้ แต่สุดท้าย—
“ดี…พรุ่งนี้จัดการให้เรียบร้อย”
เช้า
เมืองกลับมาเป็ปกติ
ข่าวที่แพร่ไป—
“ทหารล้อมจับโจรกลางดึก”
ไม่มีใครพูดถึงนินจา
ไม่มีใครพูดถึงเื
ทุกอย่าง…ถูกกลบ
แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
เรือนพัก
ทองขาวกลับมาอย่างเงียบเชียบ
ภูผามองทันที
“นาง้าอะไร”
ทองขาวนั่งลงช้า ๆ
สายตายังนิ่ง
“นางไม่ใช่คนธรรมดา”
พันหัวเราะหึ
“ก็เห็นอยู่”
ทองขาวส่ายหน้า
“นางรู้จักเรา…มากกว่าที่ควร”
ภูผาหรี่ตา
“แล้วนาง้าอะไร”
เงียบ
ก่อนที่ทองขาวจะตอบ
“นางมาส่งสาร”
เขาหยุดเล็กน้อย
“นางมาส่งสาร สารอะไร อย่าพิรี้พิไร เล่ามาเลย”..”มาขอท่านแต่งงานหรือไร”
คำพูดนั้น…หนักแกมหยอก
ทองขาวยิ้มบางๆ
“งั้นก็แปลว่า…”
“เปล่า มิใช่เยี่ยงนั้น นางมาส่งสารท้าประลองให้เ้า”
“ปรมาจารย์ อินทร์แปลง แห่งเรือนหลวง”
“ท่านเคยเจอแล้ว”
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
สายลมเช้าพัดผ่าน
“ถึงเวลาแล้ว เร็วกว่าที่คิด”
“แต่นาง บอกว่า มันเป็แผนเพื่อกำจัดท่าน”
“ทางที่ดี ควรจะปฏิเสธเสีย ท่านไม่อาจสู้ได้”
ภูผากลับกลายเป็ สงบเยือกเย็น นั่งขัดสมาธ จ้องมองดาบด้วยสายตาที่มั่นใจเต็มเปี่ยม
“ตอบรับนางเถอะ..สองวันหลังจากนี้ ยามหนึ่ง คืนจันทร์เต็มดวง ข้าจะรอที่ลานหินชายป่า ทางทิศเหนือ”
พันและทองขาวต่างเป็ห่วง แต่เห็นความมั่นใจนั้น กลับดึงความหึกเหิมภาพในออกมา
“ได้ พวกข้าจะไปด้วย”.