สตรีใบหน้ากลมแป้นในอาภรณ์สีส้มอ่อนที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ตรงหน้าฟังเื่ที่พระชายาหานซู่ลี่เล่าด้วยความสนใจ “เ้าว่าคนในชุดดำผู้นั้นฝีมือร้ายกาจ ซ้ำยังมีรูปร่างบอบบางคล้ายสตรีเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่! ข้าคิดว่านั้นคือสตรีแน่นอนทว่าพลังฝีมือของนางข้ากลับไม่สามารถต้านทานได้เกินแปดกระบวนท่าข้าเองก็ไม่เคยเห็นวิทยายุทธ์ของนางมาก่อน” พระชายานึกทบทวนถึงตอนที่ตนในชุดนินจาแฝงกายเข้าไปในวังท่านอ๋องสี่ในเมืองฉู่จิ้งเพื่อค้นหาตราัคู่ให้กับท่านอ๋องเก้าพระสวามีในจังหวะที่นางขโมยของสำคัญได้แล้วกลับเจอจอมยุทธ์ชุดดำที่ร้ายกาจผู้หนึ่ง
หงซือซือใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง“เอาเถอะ ข้าจะลองสืบหาดู ยุทธภพนี้ต้องมีผู้ รู้จักวิทยายุทธ์ของนางแน่” นางรู้ว่าฝีมือของสหายรักที่เป็สตรีนินจาหนึ่งเดียวของ แคว้นเว่ยผู้นี้แม้จะไม่ดีเลิศทว่าก็ยากจะหาผู้ต่อกร หากสหายเอ่ยปากเช่นนี้นางก็เห็นว่าคนผู้นั้นควรค่าแก่การสืบหา ใบหน้ากลมแป้นนั้นหันไปมองนางกำนัลสองคนที่อุ้มเด็กน้อยฝาแฝดเข้ามา“ลูกๆ ของเ้าตื่นแล้ว ข้าจะได้เล่นกับเด็กๆ เสียที อุตส่าห์แต่งตัวมารอตั้งนาน”
“ซือซือมาแล้ว!”เด็กหญิงยื่นมือกลมป้อมมาหา หงซือซือจึงยื่นนิ้วไปให้เ้าตัวเล็กจับไว้
“ถิงเอ๋อร์จำข้าได้ด้วย เ้าน่ารักมาก” นางยิ้มกว้างให้เด็กน้อย ก่อนจะรับจากนางกำนัลมาอุ้ม
ไท่เอ๋อร์เด็กชายตัวน้อยเห็นเช่นนั้นก็เบะปาก“ซือซือ ข้าด้วย!”
หงซือซือหันมาทำตาโต“ไท่เอ๋อร์ก็จำข้าได้หรือนี่? คราวหน้าคงต้องหาของเล่นมาฝากพวกเ้าเสียแล้ว”
พระชายาอมยิ้ม“หากเ้าต้องเสียเงินเพียงเพราะถูกทักทายต่อไปลูกข้าพูดเก่งแล้วคงปอกลอกเ้าหมดตัวเป็แน่”
“เ้าอย่าลืมสิว่ากิจการของข้ายามนี้เจริญรุ่งเรืองเพียงใดสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟยามนี้มีสาขาในแคว้นเว่ย แคว้นิ และแคว้นผิงเหลือเพียงแคว้นจินกับแคว้นเหลียนที่ยังหาคนไว้ใจดูแลให้ไม่ได้ของเล่นราคาไม่เท่าไหร่ ข้ามีปัญญาซื้อให้ลูกเ้าได้เป็ร้อยชิ้นเทียว”
“เอาเถอะๆข้ารู้ว่าคุณหนูหงเป็คหบดีผู้หนึ่งแล้ว แต่ของเล่นที่ท่านอ๋องหามาก็มิใช่น้อยอย่าเอามามากนักจะดีกว่า ข้าอยากให้ลูกๆ รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่” พระชายาหานซู่ลี่อดีตองค์หญิงแห่งแคว้นเว่ย เมื่อแคว้นของนางแพ้านางจึงได้เห็นความลำบากยากจนนางทำกิจการทั้งปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ที่หลังวังอินทรีแม้พระสวามีจะให้เงินนางจำนวนมากเพื่อให้นางหยุดทำงานแต่นางก็ยังยืนยันว่าการหาเงินได้ด้วยตนเองจะทำให้นางกล้าส่งเงินเ่าั้กลับไปช่วยบ้านเมืองของตนเอง
“อืม...เ้ายังคงหลักการประหยัดและใช้เงินอย่างมีเหตุผลอยู่เช่นเดิมมิใช่ท่านอ๋องเก้ายกคลังสมบัติในวังนี้ให้เ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดจึงยังงกอยู่?”
พระชายาไม่สนใจสิ่งที่สหายยั่วเย้า“เ้ามิเคยสิ้นแผ่นดิน เ้าคงไม่เข้าใจ”
“ลี่เอ๋อร์แม้ครอบครัวข้าจะเดินทางไปได้ทุกดินแดน แต่เ้าอย่าลืมสิว่า พวกเราล้วนไม่เคยเปิดเผยใบหน้าจริงได้สักครั้งเอาเข้าจริงๆ ข้ายังไม่รู้การที่เ้ากลายเป็เ้าหญิงของเมืองขึ้นกับข้าที่ไม่รู้จะยึดแผ่นดินใดเป็บ้านเกิดดี ผู้ใดน่าสงสารกว่ากัน?”
พระชายาหานได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า“บางที เราสองคนอาจจะมีความทุกข์ใจกันคนละอย่าง ว่าแต่ท่านพ่อของเ้ามิเคยบอกบ้างหรือว่าบ้านเกิดที่แท้จริงของเ้าอยู่เมืองใดกันแน่?”
“ครอบครัวข้าไม่มีแม้กระทั่งสุสานบรรพชนเ้าว่าแปลกหรือไม่? ทว่าท่านพ่อกับท่านแม่เคยพาข้าไปไหว้ป้ายหลุมศพคนผู้หนึ่งซึ่งไม่จารึกนามท่านพ่อบอกแต่เพียงว่านี่คือท่านปู่ เมื่อข้าถามชื่อท่านพ่อก็ไม่ยอมบอก”
เ้าของวังได้ยินสหายเล่าเื่น่าสนใจเช่นนั้นก็รีบเรียกให้แม่นมกับนางกำนัลมารับบุตรและธิดาของตนไปอาบน้ำและรับประทานอาหารแล้วดึงเ้าของสำนักคุ้มภัยชื่อดังเข้าไปในห้องทรงอักษรของพระสวามี“ข้าเคยได้ยินว่า ท่านพี่มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่เล่าถึงความลับในยุทธภพเ้าเคยคิดหรือไม่ว่าบางทีท่านพ่อของเ้าอาจจะเป็จอมยุทธ์ที่หายสาบสูญไป”
พระชายาค้นหาอยู่ครู่หนึ่งหยิบหนังสือเล่มหนาออกมา“นี่ไง! ตำราที่ว่าเ้ามาดูเร็ว!”
“เื่ลับในยุทธภพ”
“ใช่! เื่เล่าในยุทธภพในยุคก่อนหน้านี้มีนักประพันธ์ที่โด่งดังคือมารใหญ่มี่อี้และเื่เล่าในยุคนี้ก็ต้องเป็มารน้อยมี่มี่เป็ผู้เขียนไว้เ้ารีบเปิดหาเร็วเข้า” หงซือซือไล่นิ้วไปตามสารบัญเมื่อเปิดไปหน้าที่บันทึกไว้ว่า “บทแปลงพันโฉม” นางก็ตะลึงไป ครู่หนึ่ง
“ท่านอ๋องเก้าไปหาหนังสือนี้มาจากที่ใดกัน? บันทึกเื่ของท่านพ่อกับอาจารย์ของท่านไว้ด้วยขนาดข้าก็ยังไม่เคยรู้เื่พวกนี้มาก่อน”
“ตรอกคนโฉดไงเล่า? เ้าไม่เคยไปหรือ? คราวนั้นข้ายังเห็นเ้ามีผงเหม็นสาบของเ้าผีไร้หลุมอยู่เลยมิได้ซื้อจากตรอกนั่นหรือไร?”
สายตาของหงซือซือยังไม่ละไปจากหนังสือเล่มนั้น“ข้าพบเ้าผีไร้หลุมเพราะตกลงขนของให้มันต่างหากเล่า? จึงได้ซื้อยานั้นโดยบังเอิญ”นางเงยหน้าขึ้นดูสหาย “เ้าผีไร้หลุมคิดจะไปเปิดกิจการที่แคว้นจินจึงมาจ้างข้าให้เริ่มขนส่งยาประหลาดของมันไปส่งลูกค้าน่ะสิ”
“อ้อ!”พระชายาก้มมองดูหน้าที่หงซือซือเปิดค้างไว้“หากในนี้เขียนไว้ว่าบิดาของเ้าอาจจะเป็เชื้อพระวงศ์แล้วเกิดข้อสันนิษฐานนี้เป็จริงเ้าไม่คิดบ้างหรือว่าบิดาของเ้าอาจจะเคยเผชิญเคราะห์กรรมบางอย่างจนต้องปกปิดตนเองเร่ร่อนอยู่เช่นนี้”
นินจาสาวกับเ้าของสำนักคุ้มภัยสบตากันสัญชาตญาณของนักสืบในตัวพวกนางเริ่มคุกรุ่นอีกครั้ง “ซือซือข้าว่าเื่นี้ต้องน่าสนใจอย่างแน่นอน”
“หากข้ากลับไปสอบถามท่านพ่อเห็นทีท่านคงจะไม่เปิดปากเป็แน่”
“พี่อี้เทียนเล่า? พี่ชายของเ้าฉลาดปานนั้นเป็ไปได้หรือที่เขาจะไม่นึกสงสัยความเป็มาของครอบครัวตนเอง”
“ข้าจะลองถามพี่อี้เทียนดูแต่หากไม่ได้เื่ เห็นทีข้าจะต้องไปเที่ยววังหลวงสักหน่อยน่าจะพอได้เบาะแสมาบ้าง”
“เ้าจะเข้าวังหลวงอีกแล้วหรือ?”
“จะใทำไมกันทำยังกับข้าไม่เคยเข้าไป” นางนึกถึงคราวที่เข้าไปพร้อมกับหานซู่ลี่ ครั้งนั้นที่คับขันเป็เพราะนางทั้งสองต้องเข้าไปขโมยตรากระเรียนทองคำทว่าเกือบพลาดท่าเสียทีถูกฮ่องเต้ผู้มีสายตาคมกริบจับได้หงซือซือนึกถึงัขาวเ้าเล่ห์ตัวนั้นรูปลักษณ์ของเขางามสง่าสมกับเป็ผู้อยู่เหนือคนทั้งปวง ใบหน้าเขาแม้จะไม่ คมคายเท่าท่านอ๋องเก้า ทว่ากลับดูหล่อร้ายจนบาดใจสตรีเช่นกัน
“เ้าคงมิได้ติดใจสิ่งใดวังหลวงหรอกนะ?”
**********************
