ตระกูลหลินกับตระกูลหยางต่างถูกเนรเทศมาอยู่ค่ายทหารเมืองเหลียงได้หนึ่งเดือนแล้วสองสามวันแรกพวกเขาต่างได้รับคำสั่งให้ทำงานหนักแต่หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดขึ้นแม่ทัพเหลียนมีคำสั่งให้พวกเขา ทำงานตามความเหมาะสม และห้ามทหารในค่ายรังแกพวกเขาอีกด้วย
แต่ใช่ว่าทหารทุกคนจะฟังคำสั่งเมื่อรังแกพวกเ้านายไม่ได้ ก็แอบทุบตีพวกบ่าวไพร่แทนพอรู้ถึงหูของแม่ทัพเหลียนทหารนายนั้นก็ถูกทำโทษในทันทีจึงทำให้ทหารในค่ายไม่กล้าหาเื่พวกเขาอีก
เรือนพักแม่ทัพเหลียน
แม่ทัพเหลียนกำลังต้อนรับสหายเก่าแก่ผู้หนึ่งอยู่ในห้องรับรองทหารรับใช้รีบนำน้ำชามาต้อนรับแขก
“เหตุใดนายท่านเมี่ยวถึงได้มาหาข้าถึงค่ายทหารได้ล่ะ”
คหบดีเมี่ยว เมี่ยวป๋อหลินยกถ้วยชาขึ้นจิบอึกหนึ่ง “ชาดี ๆ” เอ่ยชมแล้ววางถ้วยชาลงบนโต๊ะสีหน้าของชายชราแลดูไม่สดชื่น คล้ายมีบางเื่รบกวนจิตใจอยู่
“นายท่านเมี่ยว มีอันใดก็เอ่ยมาตรง ๆท่านกับข้าคบหากันมานับสิบปี อย่าได้เกรงใจไปเลย”คหบดีผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเหลียง ไหนเลยจะเคยแบกหน้าอันสิ้นหวังมาหาเขาเช่นนี้นี่ไม่ใช่ว่าพบเจอเื่ใหญ่โตเข้าให้รึ
“ขออภัยที่ต้องเอ่ยตามตรงเกรงว่าคงเสียมารยาทไปแล้ว เื่คุณชายหยาง”คหบดีเมี่ยวเอ่ยแล้วหยุดมองหน้าแม่ทัพเหลียนก่อน “ข้าได้ยินบ่าวไพร่พูดคุยกันเลยให้พ่อบ้านไปสอบถามฮูหยินของท่านดูนางไม่ได้เอ่ยสิ่งใดแต่ให้ข้ามาถามท่านแม่ทัพแทน”
แม่ทัพเหลียนมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเื่บุตรชายถูกมนต์ดำทำร้าย เขาไม่อยากให้คนอื่นรู้มากนักเหตุใดบ่าวไพร่จวนคหบดีเมี่ยวถึงได้รู้เื่นี้ด้วยเกรงว่าจะเป็คนในจวนของเขาเสียเองที่เอ่ยออกไป
“นายท่านเมี่ยวเชิญท่านเอ่ยมาเถอะ”
“เื่จริงใช่ไหมท่านแม่ทัพ”
“ถ้าเื่บุตรชายของข้า ใช่เื่จริง”เพราะหลังจากนั้นเขาได้ประกาศตัดขาดกับพี่สาวตัวเอง และจับกุมนักพรตสายดำมาลงทัณฑ์เื่เหล่านี้คงไม่อาจเลี่ยง ไม่เป็ประเด็นขึ้นมาได้หากคหบดีเมี่ยวอยากสืบหาความจริง ก็คงไม่ใช่เื่ยาก
“ความจริงแล้วฮูหยินรองของข้าก็มีอาการแปลกๆ มาสักใหญ่ ๆ แล้วล่ะ หมอทั่วทั้งเมืองเหลียงต่างบอกว่า น้ำมันตะเกียงใกล้หมดให้ข้าเตรียมทำศพรอ”
พอได้ยินเื่ทุกข์ใจของอีกฝ่ายความขุ่นเคืองใจก่อนหน้าของแม่ทัพเหลียนก็บางเบาลง “ฮูหยินรองของท่านป่วยหรอกรึ”
“จะว่าป่วยก็ใช่ แต่ไม่มีที่มาที่ไป จู่ๆ นางก็ล้มหมอนนอนเสื่อ แล้วยังมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา ข้าจนหนทางแล้วจริง ๆถึงได้มาหารือท่านในวันนี้” สีหน้าทุกข์ระทมของคหบดีเมี่ยวคล้ายกับตัวของเขายามที่บุตรชายเกิดเื่ขึ้น
“ข้าจะลองให้คนไปถามนางดูก่อน”
“ได้ ๆ ข้าจะรอข่าวดีที่นี่”
นายกองลู่ถูกเรียกมาเข้าพบและได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ไปยังโรงสมุนไพรพอไปถึงเขาเห็นหลินซือเยว่กำลังนั่งวาดยันต์อยู่ในเรือนของนางบนโต๊ะมีขนมหวานหน้าตาสวยงาม เตาอุ่นกาน้ำชามีไอร้อนกรุ่นลอยบางเบา
คุณหนูหลินเ้าช่างสุขสบายนักไหนเลยจะเหมือนนักโทษคนอื่น
แต่พอสายตาของเขามองเห็นยันต์สีเหลืองที่นางกำลังวาดอยู่ใบหน้าก็ยิ้มแย้มขึ้นมาในทันใด “คุณหนูหลินข้านายกองลู่เอง”
“เข้ามาสิ”หลินซือเยว่วาดยันต์เสร็จพอดี นางเงยหน้าขึ้นมองเขา
นายกองลู่รีบรายงานเื่ที่แม่ทัพเหลียนมอบหมายมาให้และคำเดียวที่หลินซือเยว่ถามเขาก็คือ “นายท่านเมี่ยวผู้นี้ร่ำรวยหรือไม่”
“คุณหนูหลิน ! นายท่านเมี่ยวคือผู้ที่ร่ำรวยที่สุดของเมืองเหลียงค่ายทหารเมืองเหลียงอยู่ดีมีสุขทุกวันนี้เพราะเงินบริจาคปีละสองแสนตำลึงของนายท่านเมี่ยวนี่แหละ”
“เช่นนั้นตกลง!” นางลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในห้องครู่หนึ่งก่อนกลับออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายหลังไม่ลืมที่จะทิ้งข้อความบอกเผิงฉือไว้บนกระดาษว่า ข้าออกไปทำงานนอกสถานที่
“เอ่อคุณหนูหลินข้าขอซื้อยันต์แคล้วคลาดของท่านสักสองแผ่นได้หรือไม่”
หลินซือเยว่หันมามองเขาเล็กน้อย“ข้าดูโหงวเฮ้งเ้าแล้วปกติดีทุกอย่าง ไม่จำเป็ต้องพกยันต์”
นายกองลู่พลันหน้าแดงก่ำขึ้นเอ่ยออกมาอย่างอาย ๆ “เป็คู่หมั้นของข้าเองหมู่นี้นางป่วยบ่อยไม่รู้เป็เพราะอะไร”
“ป่วยก็พาไปหาหมอสิ”
“ที่บ้านของนางพาไปแล้วกินยามาหลายวันไม่หายสักที”
หลินซือเยว่กลอกตาใส่เขาเบา ๆ“เอายันต์รักษาโรคภัยไปก็แล้วกัน ข้ายังพูดเหมือนเดิมให้หาหมอเก่ง ๆ มารักษานางยันต์อย่างเดียวช่วยไม่ได้” แน่นอนยันต์รักษาโรคทำได้แค่ประคองอาการเจ็บป่วยไม่สามารถทำให้หายขาดได้ ต้นตอของโรคจำเป็ต้องให้หมอรักษาจริง ๆ
“ขอบคุณมากขอรับคุณหนูหลิน”นายกองลู่ยื่นมือไปรับยันต์มาจากนาง กลับไปเขาต้องกำชับครอบครัวของคู่หมั้นให้พานางไปหาหมอดี ๆ สักคนแล้ว จากนั้นรีบนำทางนางไปที่เรือนพักของแม่ทัพเหลียน
คหบดีเมี่ยวมองแม่นางน้อยตรงหน้าคล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเขาหันไปมองหน้าแม่ทัพเหลียนอีกหน พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าให้ว่าใช่ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองมาหารือผิดคนหรือไม่
“คุณหนูหลินหากเ้าช่วยได้ก็ขอให้ช่วยแต่หากช่วยไม่ได้ก็เอ่ยมาตามตรงอย่าได้ฝืน” แม่ทัพเหลียนเองก็ไม่รู้สถานการณ์และไม่รู้ว่าความสามารถของหลินซือเยว่ นั้นมากน้อยแค่ไหนเขาเห็นนางปราบิญญาร้ายแค่หนเดียว แต่ฮูหยินรองของคหบดีเมี่ยวนั้นใช่ผีจริงหรือไม่ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
คราวนี้หลินซือเยว่ได้นั่งรถม้าออกจากค่ายทหารและเดินทางผ่านใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านไม่เหมือนจวนแม่ทัพเหลียนที่อยู่ในตรอกเงียบสงบจวนคหบดีเมี่ยวนั้นอยู่ใจกลางความรุ่งเรืองของเมืองเหลียงก็ว่าได้
สิงโตคู่ขนาดเสมือนจริงหน้าประตูของจวนคหบดีเมี่ยวตัวอักษรเมี่ยวสีทอง้านั้นดูเด่นเป็สง่าบ่งบอกถึงความมั่งมีศรีสุขของผู้อยู่อาศัย หลินซือเยว่เปิดเนตรทิพย์ในทันทีก่อนหน้าไม่เคยคิดเอาดีด้านการปราบผีมาก่อนเน้นการรักษาผู้คนหรือไม่ก็แค่วาดยันต์กันภัย แต่เหตุใดหลังจากกลับเมืองหลวงนางถึงได้เกี่ยวข้องกับโลกความตายมากขึ้น
แน่นอนว่าคนที่อยู่มาสามโลกเช่นนางย่อมมีความคิดขัดแย้งในตัวเองอยู่ไม่น้อยทำได้เพียงแค่ปล่อยให้ชีวิตไหลเวียนไปตามที่มันควรจะเป็
“คุณหนูหลินถึงแล้วขอรับ”
หลินซือเยว่ะโลงจากรถม้าด้วยตัวเองเดินตามหลังคหบดีเมี่ยวเข้าไปภายในจวน ไม่ช้าก็มาถึงเรือนของฮูหยินรองตรงห้องโถงของเรือนมีฮูหยินของคหบดีเมี่ยวและบุตรสาวยืนอยู่ด้วยถัดไปก็คงเป็อนุและบุตรตัวน้อยของนาง
ช่างอบอุ่นดีจริง
“ท่านพี่แม่นางผู้นี้คือ”เมี่ยวฮูหยินมีใบหน้าอิ่มเอิบแลดูจิตใจดี คนผู้นี้สั่งสมบุญเอาไว้มากมายนัก
“นางคือคุณหนูหลินคนที่ช่วยคุณชายหยางเอาไว้ ข้าไปรับนางมาดูอาการของฮูหยินรองเผื่อว่านางอาจไม่ได้เจ็บป่วยธรรมดาทั่วไป” คำพูดของคหบดีเมี่ยวเหมือนสงสัยฮูหยินรองจะต้องมนต์ดำ จากใครสักคนในจวนเข้า
ภรรยาและอนุของเขาต่างหันหน้าไปหากันในทันทีพวกนางรู้ดีว่าฮูหยินรองผู้นี้ อายุยังน้อยเพียงสามสิบห้าปีเท่านั้นอ่อนหวานเอาอกเอาใจเก่ง ทำให้คหบดีเมี่ยวลุ่มหลง จนแทบไม่เหลียวแลเรือนอื่นอีก
เสียงเอะอะโวยวายในห้องนอนดังขึ้นสาวใช้วิ่งกรูเข้าไปอย่างรวดเร็วคหบดีเมี่ยวผายมือเชิญหลินซือเยว่เข้าไปในห้องนอนของฮูหยินรองเหล่าคนที่อยู่ด้านนอกรีบถือโอกาสตามเข้าไป ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ออกไป !อย่าเข้ามา ! ออกไป !”ฮูหยินรองผู้นี้มีหรือจะหลงเหลือความงามอยู่อีกผมเผ้ายุ่งเหยิงแววตาหวาดระแวงไปหมด
“คุณหนูหลินเ้าดูนางให้ทีว่านางเจ็บป่วยจริง หรือว่ามีสิ่งอื่นทำให้กลายเป็แบบนี้ไป”คหบดีเมี่ยวนึกเวทนาฮูหญิงรองของตัวเองเหลือเกินแม้ไม่ได้มีบุตรด้วยกันแต่เขาก็รักนางมากจริง ๆ
หลินซือเยว่เดินเข้าไปใกล้ ๆ ฮูหยินรองที่ตอนนี้ปีนขึ้นไปบนเตียง มือไม้ผลักไสบางอย่างออกจากตัว คนอื่นอาจมองไม่เห็นแต่หลินซือเยว่กลับเห็นอย่างชัดเจน ิญญาสตรีตั้งครรภ์นางหนึ่งแม้ตายไปแล้วยังหลงเหลือความงามให้คนได้มองเห็น ท้องโตขนาดนั้นคงใกล้คลอดเต็มที น่าเสียดายที่ดันมาหมดวาสนาไปเสียก่อน
“ฮูหยินรองของท่านไม่ได้ป่วยนางแค่โดนิญญาตามอาฆาต” สิ้นคำของหลินซือเยว่ ิญญานางนั้นก็ลอยตรงมาหานาง
“แม่นางเ้ามองเห็นข้าใช่ไหม”สีหน้าของนางวิงวอนขอความเห็นใจ
หลินซือเยว่ทำเป็มองไม่เห็นนางหันไปทางที่ทุกคนยืนอยู่
คหบดีเมี่ยว “ิญญาอาฆาต ?”
เมี่ยวฮูหยิน“คุณหนูหลินท่านอย่าได้เอ่ยวาจาเลื่อนเปื้อนจวนของพวกเราจะมีิญญาอาฆาตได้อย่างไร”
เหล่าอนุและบุตรสาวของคหบดีเมี่ยวต่างพยักหน้าเห็นด้วย
แต่คหบดีเมี่ยวกลับคิดไปอีกทาง“คุณหนูหลินเ้ามีวิธีปราบิญญาร้ายนี่ เ้าช่วยฮูหยินรองของเข้าด้วย”
หลินซือเยว่ “นางไม่คู่ควร !”
“เหตุใดเ้าถึงได้กลับกลอกเช่นนี้ !”
“ท่านพี่ค่อยพูดค่อยจากันเ้าค่ะ”เมี่ยวฮูหยินไม่อยากให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน“ตอนนี้ฮูหยินรองกำลัง้าการรักษาอยู่นะเ้าคะ”
“นางไม่คู่ควรอย่างนั้นรึเ้าลองบอกเหตุใดข้ามาสักข้อได้หรือไม่ หากเ้ามีเหตุผลดี ๆข้าจะไม่รั้งเ้าไว้เลย” ยามนี้คหบดีเมี่ยวเหมือนถูกไฟสุมทรวงสตรีรุ่นลูกนางนี้กล้าหักหน้าเขาต่อคนในจวนได้อย่างไร
“ข้าเพียงบอกว่านางไม่คู่ควรท่านก็เป็เดือดเป็ร้อนถึงเพียงนี้ดูเหมือนท่านจะลุ่มหลงฮูหยินรองผู้นี้มากเกินไปแล้ว”
“นี่เ้า !”