จิ้งจอกสีขาว
จิ้งจอกสีขาวตัวนั้นค่อยๆลุกขึ้นยืนพลางสะบัดหัวไปมา บัดนี้แผลตามร่างกายของมันได้หายเป็ปลิดทิ้งแล้วแววตาของมันจ้องมังผู้เดินทางเข็มง ฟันของมันขบกันแน่นปรากฎไอเย็นลอยออกจากปากของมัน
“เ้าไปแอบหลังต้นไม้ซะ” หลิงอันกล่าวในลำคอ เรี่ยวแรงของนางคงจะเหลือน้อยเต็มทีกับศัตรูที่ฆ่าไม่ตายเช่นนี้ขณะที่ปาล์มรีบวิ่งหนีไปตามคำสั่ง
นางเอื้อมมือไปคว้ากิ่งไปไม้ขนาดยาวพอเหมาะที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาลักษณะของปลายไม้มีความแหลม อย่างน้อยนางก็ยังพอมีเครื่องทุ่นแรงที่ใช้สำหรับการต่อสู้บ้าง
สัตว์ร้ายเริ่มเปิดฉากโจมตีก่อนโดยใช้ขาหน้าตะกุยดินไปมาหลิงอันรับรู้ได้ถึงพลังของมันที่ฟื้นคืนมาเป็ปกติแล้ว
นี่นางกำลังต่อกรอยู่กับภูติผีปีศาจอยู่รึ
นางกำไม้แน่นซึ่งจากที่คาดการณ์เอาไว้เรี่ยวแรงของนางน่าจะเหลือราวสามส่วนและยังคิดไม่ออกเลยว่าจะมีวิธีการใดที่จะเอาชนะศัตรูตัวนี้ได้
สุนัขจิ้งจอกเริ่มวิ่งตรงเข้าหาด้วยความเร็วอีกครั้งนางรับรู้ได้ว่าความเร็วของมันเพิ่มขึ้นกว่าครั้งแรกหลายเท่า การเคลื่อนไหวของมันแตกต่างออกไปเพราะมันไม่ได้มุ่งที่จะเข้าปะทะโดยตรงทว่าใช้การวิ่งวนไปรอบๆพอสบโอกาสเหมาะมันก็ใช้กรงเล็บอันคมกริบลอบโจมตีการจู่โจมเช่นนี้ทำให้หลิงอันแทบหมดปัญญาในการตอบโต้เพราะนอกจากร่างกายที่อ่อนแรงแล้วความเร็วของสัตว์ร้ายยังมีมากกว่านางหลายส่วน
ผ่านไปไม่นานนางก็โดนโจมตีจนสะบักสะบอมเสื้อผ้าฉีกขาดเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่มีรอยแผลขีดข่วนและเืสีแดงาแเช่นนี้สร้างความแสบร้อนให้นางเป็อย่างมากนางรู้สึกว่ามันกำลังหยอกล้อนางอยู่เห็นนางเป็ดั่งของเล่นที่้าทรมาณก่อนฆ่าให้ตายซึ่งนางก็คงจะถึงขีดสุดความอดทนแล้วสติของนางค่อยๆพร่ามัวและเปลือกตาก็เริ่ล้าเต็มที นางเริ่มมีอาการเข่าอ่อนจึงทรุดตัวลง
ช่างน่าแค้นใจยิ่งนัก
เมื่อเห็นศัตรูเริ่มเพลี่ยงพล้ำเ้าสัตว์ร้ายก็มุ่งที่จะเผด็จศึกทันที !
มันพุ่งกระโจนมาที่ร่างของสาวน้อยที่ทรุดนั่งอยู่ขาการรไกรของมันเปิดกว้างหมายที่จะกัดคอของเหยื่อให้สิ้นใจในคราเดียว
งับ!!
หลิงอันถูกกัดเข้าบริเวณลำคออย่างจังเขี้ยวของมันฝังลึกผ่านชั้นเนื้อเข้าไปจนทำให้นางร้องออกมาด้วยความเ็ปปาล์มที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดถึงกับช็อค เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพของการฆ่ากันต่อหน้าต่อตาเื่แบบนี้มันเกินกว่าที่เด็กอย่างเขาจะรับได้จริงๆ
สุนัขจิ้งจอกยังคงกัดนางจมเขี้ยวค้างอยู่เช่นนั้น
“นะ หนีไป รีบหนีไปซะ เ้าเด็กโง่”หลิงอันพยายามดิ้นเฮือกสุดท้ายส่งสัญญาณให้ปาล์มที่สติกำลังกระเจิงอยู่
เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรขณะที่พี่สาวกำลังยอมแลกชีวิตเพื่อถ่วงเวลาให้เขาวิ่งหนี
“แย่แล้ว ต้องตายแน่ จะทำไงดีล่ะ ขืนอยู่ที่นี่มีหวังโดนฆ่าตายอย่างอนาถแน่นอน” เขาเริ่มลนลานสมองปั่นป่วน
“วิ่งสิ วิ่ง แล้วรีบหนีไปให้ใกลเลยเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ไม่ ไม่เราจะมาตายแบบนี้ไม่ได้” เขาพูดกับตัวเองราวกับคนบ้า สถานการณ์ตรึงเครียดเกินกว่าที่เขาจะระงับสติเอาไว้ได้
อึก อึก อึก
หลิงอันเริ่มมีอาการสำลักในลำคอ การหายใจของนางเริ่มติดขัด
ชั่วพริบตานั้นเอง ...นางก็ใช้ไม้ที่ถืออยู่แทงเข้าตรงเข้าไปที่ต้นขอของเ้าสัตว์ร้ายอย่างเต็มแรงจนเืของมันทะลักออกมา!
ปาล์มอ้าปากค้างกับภาพที่ปรากฎในขณะที่ศัตรูของพวกเขาถึงกับร้องลั่นด้วยความเ็ป
“ขะ ข้า ไม่ยอมแพ้เ้าหรอกน่า” หลิงอันพยายามที่จะกลั่นคำพูดออกมาแม้ว่าจะเกินขีดจำกัดของนางไปแล้วสภาพอันอนาถของนางทำให้หัวใจของปาล์มแทบสลาย
ปาล์มนั่งร้องไห้ฟูมฟายน้ำหูน้ำตาใหลออกมา “แม่ แม่ ช่วยปาล์มด้วยครับปาล์มคิดถึงแม่เหลือเกิน” นั่นเป็สิ่งเดียวที่เขานึกถึงยามเมื่อมีภัย
พลันภาพเมื่อครั้งที่เขานั่งคุยอยู่กับแม่ที่โต๊ะอาหารในตอนเช้าวันหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมอง...
“ทำไมแม่ต้องทำงานช่วยเหลือคนขนาดนั้นด้วยฮะปาล์มคิดว่าทำงานปกติก็ได้เงินเยอะอยู่แล้วไม่เห็นจะต้องเหนื่อยขนาดนั้นเลย”เขาเงยหน้าถามแม่ขณะที่แม่กำลังก้มหน้าปอกเปลือกผลไม้แล้วจัดเรียงใส่จานอย่างเป็ระเบียบ
“มันขึ้นอยู่กับว่าเรามองโลกแบบใหนน่ะและใช้อะไรเป็เครื่องนำทางชีวิตของเรายังไงล่ะ” แม่ตอบยิ้มๆ
“ก่อนอื่นปาล์มต้องมีความศรัทธาก่อนหากเราศรัทธาในสิ่งที่ดีงามแล้วต่อให้สิ่งที่เราทำจะเหน็ดเหนื่อยแค่ใหนเราเราก็จะรู้สึกว่ามันคุ่มค่านะลูก”
“แล้วทำไมเราจะต้องช่วยคนอื่นด้วยฮะแม่”
“เพราะเราเห็นคุณค่าในตัวของกันและกันยังไงล่ะชีวิตของเรานั้นช่างแสนสั้น แม่อยากให้ปาล์มเพาะพันธุ์ความเอื้ออาทรให้กับเพื่อนมนุษย์นะลูกโลกของเราจะได้น่าอยู่ อย่างน้อยก็คุ้มค่ากับการเกิดมาเป็คนคนนึง”แม่ตอบอย่างเมตตา
ย้ากกกกกก....!!!!
ปาล์มะโออกมาสุดเสียงขณะที่พุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนพร้อมด้วยไม้ท่อนหนึ่งที่ถืออยู่ในมือ
การกระทำของเขาทำเอาหลิงอันที่กำลังจะหมดสติถึงกับตาค้าง
“เ้าหนู นี่เ้าบ้าไปแล้วรึ” นางรำพึงในใจ
ปาล์มหวดท่อนไม้ลงบนกลางหลังของสุนัขจิ้งจอกอย่างไม่ยั้งเต็มแรงอย่างบ้าคลั่ง
“ออกไปซะเ้าหมาบ้า ออกไปจากพี่สาวเดี๋ยวนี้ !”เขาร้องไม่หยุด
เขาหวดอยู่หลายครั้งจนเริ่มหมดแรงทำให้สัตว์ร้ายต้องยอมปล่อยเขี้ยวออกจากลำคอของหลิงอันพลางะโถอยห่างออกมายืนนิ่งหอบหายใจเพื่อฟื้นตัวจากอาการาเ็ที่คอของมันขณะที่ปาล์มก็รีบวิ่งเข้ามาประคองร่างของพี่สาวเอาไว้
“พี่สาวแข็งใจเอาไว้นะ ท่านเจ็บมากหรือไม่”เขาร้องไห้เสียงดังน้ำตาใหลออกมาเป็ทาง มือของเขาชุ่มไปด้วยเืของนาง
“เ้าเด้กโง่ ใครใช้ให้เ้าโผล่หน้าออกมากันเล่าข้าบอกแล้วไม่ใช่รึว่าให้รีบหนีไป”นางพูดเสียงเบาอยู่ในลำคอจนเกือบจะเป็กระซิบขณะที่เลือกยังใหลออกมาไม่ขาดสาย
“ข้าจะไม่หนีไปใหน ข้าจะไม่หนีไปใหนทั้งนั้น ข้าจะช่วยท่านให้ได้”เขาพูดซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติขณะกำลังประคองนางไว้ในอ้อมกอด
“หึ หึ หึ เด็กน้อย เ้าช่างกล้าหาญนักข้าขอชมเชยแต่ข้าคงมาได้เพียงเท่านี้ ข้าทำเต็มที่แล้ว เราคงจะได้พบกันในปรโลกในไม่ช้า”สายตาของนางเริ่มพล่ามัวบ่งบอกถึงสัญญาณสุดท้าย
“ไม่ ไม่ พี่สาว ท่านต้องอยู่กับข้าสิ ไม่นะ ท่านจะไปใหนไม่ได้ทั้งนั้น” ปาล์มร้องฟุมฟายพลางปรายตามองก็ว่าแผลของสัตว์ร้ายกำลังจะหายดีเต็มที
“ฮือ ฮือ ฮือ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษที่ช่วยอะไรท่านไม่ได้เลยข้ามันช่างไร้ประโยชนืสิ้นดี”
“ไม่มีอะไรที่เ้าต้องเสียใจดอก อย่าโทษตนเองไปเลย ข้ารู้ว่าเ้าทำเต็มที่แล้ว”
การหายใจของนางเริ่มติดขัดนางรุ้ดีว่าลมหายใจสุดท้ายกำลังจะมาถึงในไม่ช้า หยดน้ำตาเริ่มใหลอาบแก้มของนาง บังเกิดภาพเหตุการณ์ครั้งในอดีค่อยๆผุดขึ้นในสมองของนางภาพเ่าั้ล้วนแจ่มชัดและอบอวลไปด้วยความทรงจำ
ภาพเมื่อครั้งที่นางยังเยาว์ที่ได้เที่ยวเล่นและหัวเราะอย่างสนุกสนานกับพี่ใหญ่ที่แสนจะใจดีและน้องเล็กที่ชอบขี้งอนเป็ประจำโดยมีท่านพ่อและท่านแม่ยืนมองอยู่อย่างห่างๆ
ความทรงจำนี้มิเคยจะห่างหายไปเลยแม้แต่วินาทีเดียวนางยังคงเก็บมันเอาไว้อยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย
ทุกคน...ข้ากำลังจะไปเจอพวกท่านแล้ว...
มุมปากของนางที่เปรอะคราบเืปรากฎรอยยิ้มบางๆพร้อมกับหยดน้ำตาที่หล่นลงพื้น