หลังจากที่การสู่ขอของเมื่อวานต้องยกเลิกไป เพราะภานนท์มาก่อกวน... วันนี้ชายหนุ่มจึงมาที่บ้านของหญิงสาวแต่เช้า... เมื่อมาถึงก็เห็นหล่อนเดินออกมาจากบ้าน วันนี้หล่อนตื่นแต่เช้า... ตั้งใจจะไปตลาดเพื่อซื้อของไว้ทำอาหารเช้า... แต่เมื่อสายตาเจอกับร่างสูงใหญ่ล่ำสันของเขาเดินตรงมาหา สายตาของเขาจ้องมาที่หล่อนอย่างไม่คาดสายตา
เช้านี้หล่อนแต่งตัวง่ายๆ เสื้อคอกระเช้า และกางเกงยาวสามส่วน หล่อนปล่อยผมยาวประบ่า ไม่ได้แต่งหน้า เพราะคิดว่าจะไปจ่ายตลาดใกล้ๆ จากนั้นก็กลับมา...ทว่าเขายังเห็นดวงหน้าผุดผ่อง ดวงตากลมโต จมูกโด่งงอนนิดๆ ริมฝีปากบางหยักสวยสีชมพูระเรื่อ... เขายืนมองดวงหน้าหวานของหล่อน สามสี่ปีที่เขาไม่เจอหน้าหล่อน หล่อนเปลี่ยนไปมากสวยขึ้น แม้ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ บนใบหน้า สายตาคมมองหล่อนเรื่อยลงมาถึงทรวงอกอิ่ม ลำตัวและเอวคอดของหล่อน เรือนร่างอรชรชวนทะนุถนอมไม่น้อย ..ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็พยายามมองข้ามผู้หญิงที่ตรึงตาตรึงใจเขา... ก็หล่อนเป็แฟนภานนท์นี่นา ขนมหวานของภานนนท์ไม่ใช่ของเขา และเขาก็ไม่ได้สนใจหล่อนมาแต่ไหนแต่ไร การมาหาหล่อนครั้งนี้ เขามีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำต้องเท่านั้น!
‘ฉันไม่ได้มา เพราะหลงเธอหรอกนะ วีรดา’ เขาเตือนตัวเองเพื่อไม่ให้ถลำลึกชอบหล่อนเหมือนภานนท์ หญิงสาวจ้องมองเขาสักพักก่อนเบือนหน้าหนี... แม้แต่สายตาของเขา ก็มองอย่างไม่มีความรู้สึกอื่นใดนอกจากแววตาเ็าเท่านั้น... และนาทีต่อมา ร่างสูงของเขาก็ก้าวยาวๆ มาหาหล่อน เพียงเท่านั้น... หญิงสาวก็รีบหันหลังแล้วจ้ำเท้าเดินเข้าบ้าน แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะเดินกลับเข้าบ้าน ก็ถูกเขาคว้าข้อมือมาจับจูงหล่อนเดินตรงเข้าบ้านเอง
“พี่ปรัช ปล่อยดานะคะ”
“เราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน” เขาพูดสั้นๆ และไม่สนใจคำทักท้วงของหล่อน
เขาจูงมือของหล่อน เดินตรงมาหาน้าสาว และพ่อของหล่อน เมื่อเห็นทั้งสองอยู่พร้อมหน้ากันเขาก็เริ่มทันที
“วันนี้ผมจะมาแสดงความรับผิดชอบ จะพาวีรดาไปจดทะเบียนสมรส จากนั้นเราจะฮันนีมูนกัน หวังว่าคุณอาคงเห็นด้วย” เขาสบตาไพโรจน์ผู้เป็ว่าที่พ่อตา
“ถ้าตกลงกันได้ ฉันก็ไม่ว่าอะไร ถ้าแกรักลูกสาวฉันจริง!” ไพโรจน์พูดอย่างจริงจังดักคอไว้ก่อน... พร้อมส่งสายตาคาดโทษหากไม่ทำตามที่ผู้สูงวัยวาดหวังไว้
“ใช่ค่ะ น้าขอเพียงทั้งสองเข้าใจกัน” ชบาน้าสาวของหล่อนเดินมาสมทบพูดต่อ
“เราเข้าใจกันดีครับ” เขาตอบก่อนหันมาสบตาหล่อน
“ใช่ไหมวีรดา”
“เดี๋ยวก่อน จะให้ฉันเชื่อใจแกได้ยังไงว่ารักลูกสาวฉันจริง ก็ในเมื่อวันก่อน แกยังตั้งหน้าตั้งตาปฏิเสธลูกสาวฉัน”
“วันนั้น กับวันนี้ไม่เหมือนกันนี่ครับ วันนั้นผมยังอยากเป็โสด แต่วันนี้ไม่ใช่ ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผม้าแต่งงาน”
“ก็ดี!” ไพโรจน์ค่อยรู้สึกมั่นใจขึ้นมาหน่อย ว่าเขาจะสามารถฝากลูกสาวไว้กับชายหนุ่มตรงหน้าได้
เมื่อตกลงกับผู้ใหญ่เสร็จ เขาก็พาหญิงสาวไปจดทะเบียน เพราะต้องรีบทำให้จบไม่อยากให้ทุกอย่างที่เขาเตรียมไว้ถูกยกเลิกเหมือนเมื่อวาน... พอจดทะเบียนสมรสเสร็จเขาก็แจ้งกับทางพ่อ และน้าสาวของหล่อนว่าจะพาหล่อนไปฮันนีมูน บอกแต่ว่าหากมั่นใจว่างานแต่งงานไม่มีใครมาระราน เขาจะจัดงานแต่งให้หล่อนทันที ด้วยคำพูดของเขาทำให้ ไพโรจน์กับชบายอมรับในตัวเขา และเชื่อมั่นในตัวเขา เนื่องจากทั้งสองให้ความเคารพ เชื่อใจพิบูลปู่ของเขามาตลอด ความไว้วางใจที่ชบากับไพโรจน์มีต่อพิบูลทำให้การสู่ขอของเขาเป็ไปอย่างราบรื่น และไม่ติดขัดอะไร
สายวันนี้เขาจึงพาหล่อนไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตตามที่ได้พูดเอาไว้ ทั้งไพโรจน์ และชบาก็พลอยโล่งอกหมดห่วงเื่การสู่ขอไปอีกเปราะหนึ่ง จะมีก็แต่แววตาของวีรดาเท่านั้นที่ยังกังวลใจ... ชบาผู้เป็น้าสาวซึ่งเป็แม่เลี้ยงของหล่อนเดินมากอดหล่อนเพื่อปลอบใจ
“หนูจะเป็เ้าสาวอีกไม่กี่วันแล้วนะ อย่าทำหน้าไม่สดใสแบบนี้สิ”
“พ่อขอให้ลูกสาวพ่อโชคดี” ไพโรจน์เดินมากอดหล่อน ลึกๆ แล้วเขาก็้าให้หล่อน แต่งงานกับหลานชายของพิบูล เพราะนับถือชายชรามานานจึงไม่ตัดขัดอะไร... หากชายหนุ่มจะพาหญิงสาวไปฮันนีมูนก่อนก็ไม่มีปัญหา ในเมื่อการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเสร็จลง ก็เท่ากับว่าทั้งสองนั้นเป็สามีและภรรยากันทางกฎหมาย คนเป็พ่อก็ไม่ได้กังวลอะไรอีกต่อไป
“ขอให้วันฮันนีมูน เป็วันที่หลานของน้ามีความสุขที่สุด” ไพโรจน์กับชบาเดินมาส่งหล่อน ที่รถของเขาที่จอดไว้นานแล้ว
ขณะที่เขานั่งรออยู่ในรถได้สักพัก เมื่อพ่อกับแม่เลี้ยงของหล่อนจากไปแล้ว เขาก็เปิดประตูรถให้หล่อนเข้ามานั่งข้างๆ นาทีต่อมาเสียงโทรศัพท์ก็ดังเข้ามา เป็สายของปรียานีย์นั่นเอง
“ปรียา ดูแลบริษัทดีๆ ด้วยนะพี่ไปไม่กี่วัน”
“ไปไหน ไปกับใคร” ปรายสายถามมาอย่างกระตือรือร้น เพราะความอยากรู้ เขากลับวางสายน้องสาวโดยไม่ตอบอะไร จากนั้นก็หันมาขับรถต่อ
ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมในรถ เขากลับเป็ฝ่าย ฮัม…เพลงอย่างอารมณ์ดี ทำราวกับไม่มีหล่อนอยู่ด้วย วีรดาลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา เขาเปลี่ยนไปมากทีเดียว ผิวเข้มคร้ามแดดมากกว่าเดิม รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน ทว่าความหล่อเหลาของเขาไม่ได้ลดลง หล่อนก็ยังจำได้ถึงคำพูดของปรียานีย์ว่า เขาและปรียานีย์จะหันมาสานต่อธุรกิจเครื่องดื่มที่ปู่ของเขาบุกเบิกทำไว้ั้แ่รุ่นหนุ่มโดยมีพ่อกับแม่ของเขาร่วมด้วย
เมื่อพ่อแม่จากไปหน้าที่ การดูแลกิจการ และการเลี้ยงดูหลานสองคนจึงตกเป็ของพิบูลโดยปริยาย ความเป็ไปของเขาไม่เคยรอดจากสายตาของหล่อน แม้แต่เื่เดียว นี่ถ้าไม่ใช่โอกาสแบบนี้ หล่อนกับเขาก็คงไม่ได้มานั่งใกล้ชิดกันนานสองสามชั่วโมงแบบนี้...
ครั้นเมื่ออยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้ วีรดารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ต่างจากเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะสายตาคมของเขามองหล่อนแปลกไป... แววตาเ็า ใบหน้าดูจริงจังไม่มีรอยยิ้มเหมือนเมื่อก่อน... หล่อนลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของเขาด้านข้างอีกครั้ง... ถึงแม้หล่อนกับเขาจะไม่สนิทกัน...
เขารู้จักหล่อนผ่านปรียานีย์ จะคุยกันก็ต่อเมื่อจำเป็จริงๆ เท่านั้น! หล่อนกับเขาไม่เคยมีพื้นฐานความใกล้ชิดกันมาก่อนเลย หญิงสาวเองก็มองสถานการณ์ออก เขาต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ยอมแต่งงานกับหล่อนคงไม่ใช่มาจากความรัก... ความเสน่หาที่มีกับหล่อนแน่นอน... ก็ในเมื่อเขาไม่เคยปูทางเพื่อสร้างความสนิทสนม เปิดประตูหัวใจให้หล่อนั้แ่ไหนแต่ไรมา
..............
ขอบคุณที่แวะมาอ่านจ้ะ