“รู้จักสิ ไม่ใช่แค่ลุงคนเดียวหรอกที่รู้จักชาวบ้านที่นี่รู้จักเขาแทบทั้งนั้น และชาวบ้านก็เห็นว่าเขาทำตัวแปลกๆปกติพวกคนกรุงเทพหรือคนในเมืองใหญ่ๆที่มาซื้อที่ตามชนบทก็มักจะเอาไว้สร้างบ้านพักตากอากาศหรือไม่ก็ทำรีสอร์ท ทำอะไรที่มันหรูหราแต่นี่เขาซื้อเอาไว้ทำนา แถมเลี้ยงควายเอาไว้ไถนาด้วยน่ะในขณะที่พวกชาวบ้านส่วนใหญ่ของที่นี่เขาพากันใช้รถไถนากันไปหมดแล้ว”
พิชชาภัสร์ฟังที่ลุงคนนี้พูดแล้วก็ได้แต่อึ้งๆไม่อยากเชื่อว่านั้นคือสิ่งที่นักเรียนปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจากต่างประเทศทำ หรือว่าเขาจะสติเพี้ยนไปแล้วจริงๆ
“แล้วบ้านลุงกับบ้านเขาอยู่ห่างกันไหม”
“ใกล้กันนิดเดียวเอง ก็ลุงนี่แหละที่ทำงานเป็ลูกจ้างของเขาอยู่”
โชคดีจริงๆพิชชาภัสร์คิดในใจและอีกครู่ใหญ่ต่อมารถของลุงแปลกหน้าที่รับเธอมาด้วยก็เข้าไปจอดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังไม่ใหญ่ที่มุงด้วยสังกะสี ตีฝาด้วยปีกไม้เก่าๆและคงจะจริงอย่างที่บอกนั้นแหละว่าแกเป็ลูกจ้างทำงานอยู่กับนายเดชบดินทร์เพราะเธอเห็นรถกระบะของอีตานั้นที่พึ่งขับหนีเธอมาเมื่อครู่ใหญ่ๆจอดอยู่ในโรงใกล้ๆกับบ้านหลังนั้นเอง
“โน้น บ้านของคุณเดชบดินทร์”
หลังลงจากรถกันเรียบร้อย ลุงคนนั้นก็ชี้มือไปทางทุ่งนากว้างเมื่อหญิงสาวมองตามไปก็ได้เห็นบ้านหลังเก๋ปลูกอยู่บนเนินกลางทุ่งนา โดยมีถนนสำหรับเดินทอดผ่านทุ่งนาไปสู่ตัวบ้าน ซึ่งปากทางนั้นก็อยู่ใกล้ๆนี้เอง
“ลุงว่าเขาจะอยู่ไหมคะ”
“น่าจะอยู่นะ เพราะรถของเขาก็จอดอยู่นี่”
ลุงพยักหน้าไปทางรถที่จอดอยู่ในโรงซึ่ง พิชชาภัสร์ก็จำได้ดี
“งั้นก็ขอบคุณลุงมากนะคะ ที่กรุณาให้ติดรถมาด้วยเดี๋ยวหนูจะลองไปดูเขาที่บ้าน”
หญิงสาวยกมือไหว้ลุงคนนั้น ก่อนออกเดินไปสู่ตัวบ้านหลังที่เห็นอยู่ข้างหน้า ระยะทางราวหนึ่งร้อยเมตร เดินครู่เดียวก็ถึง เธอไปยืนเกาะประตูรั้วมองเข้าไปข้างในหาเ้าของแต่ไม่เห็นมีวี่แวว มือจึงได้เอื้อมไปกดกริ่ง ครู่เดียวเ้าของบ้านก็โผล่ออกมาให้เห็น แล้วเขาก็เดินจ้ำพรวดตรงมาทันทีแรกเห็นก็ดีใจคิดว่าเขารีบมาเปิดประตูให้แต่เมื่อเข้ามาใกล้เธอจึงได้เห็นว่าสีหน้าของเขานั้นถมึงทึงชนิดที่ว่าบอกบุญไม่รับทีเดียว
พิชชาภัสร์นึกกลัวเขาอยู่เหมือนกันแต่นิสัยยอมถอยง่ายๆก็ไม่ใช่เธอเหมือนกัน
“นี่เธอ”
เขาพูดไม่ออก คงแปลกใจละสิว่าคนที่เขาทิ้งไว้ข้างทางทำไมถึงตามมาทันได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
“ค่ะ ฉันเอง”
หญิงสาวตอบรับด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
“นี่ฉันควรจะทำยังไงกับเธอดีน่ะ”
เขายืนจังก้าสองมือเท้าเอวพร้อมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองเธออย่างยุ่งยากใจ
“โดยมารยาทที่ดีแล้วนะ คุณควรจะเปิดประตู่รั้วออกเชิญฉันเข้าไปนั่งในบ้าน แล้วหาน้ำเย็นๆให้ดื่มค่ะ”
“บ้าที่สุด เธอตามฉันมาทำไม”
เขาตวาดลั่นออกมาสวนคำแนะนำของหญิงสาว
“ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันมีธุระจะพูดกับคุณ”
“ฉันก็บอกแล้วเหมือนกันว่าฉันไม่้าฟังอะไรจากเธอทั้งนั้น”
“คุณเดชบดินทร์คะคุณไม่คิดบ้างเลยเหรอว่าธุระนั้นมันเป็สิ่งที่สำคัญมาก ไม่งั้นฉันก็คงไม่สู้อุตส่าห์ถ่อสังขารมาจนถึงที่นี่”
หญิงสาวพยายามพูดจาเพื่อทำความเข้าใจกับนายดื้อรั้นคนนี้
“ฉันพอจะเดาได้ ว่าสิ่งที่เธอตั้งใจจะมาพูดนั้นมันคืออะไรและฉันก็ไม่้าที่จะรับรู้ใดใดด้วยทั้งสิ้น”
“มันจะไม่เป็การแล้งน้ำใจมากไปหน่อยหรือคะ ธุระที่ฉันมานั้น เป็เื่ของคุณพ่อของคุณนะ”
คำโต้แย้งของพิชชาภัสร์ทำให้ผู้ชายคนนั้นเดินมาถอดกลอนประตูรั้วออก หญิงสาวดีใจคิดว่าเขาจะอนุญาตให้เข้าไปในบ้านและยอมฟังธุระของเธอ
แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาเปิดประตูออกแล้วก็ไม่ได้ชวนเธอให้เข้าไปในบ้านอย่างที่คิด แต่กลับเดินออกมาแล้วหันไปปิดล๊อคประตูเอาไว้แ่าตามเดิม ก่อนจะเดินหนีออกไปตามเส้นทางที่พิชชาภัสร์ได้เดินเข้ามาเมื่อสักครู่
“อ้าวคุณ นั้นจะไปไหนกัน”
หญิงสาวร้องถามเอะอะ
“มันเื่ของฉัน และหวังว่าเมื่อฉันกลับมาแล้วจะไม่เจอกับเธออีก”
เขากล่าวก่อนเดินหนีห่างออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็ไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ในโรงจอดข้างบ้านของลุงคนนั้น ก่อนขับออกไปไหนอีกก็ไม่รู้ พิชชาภัสร์อึ้ง งงทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าจะมาเจอเข้ากับคนแบบนี้ แต่เอาน่า...เพื่อแลกกับเงินโบนัสก้อนโตๆแล้ว เธอก็ไม่ควรที่จะถอย
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ยืนพิงประตูรั้วบ้านหลังน่ารักนั้นอยู่ครู่ใหญ่จนเห็นว่าไม่มีอะไรดีขึ้น อีกทั้งความหิวก็เข้ามารบกวนอย่างหนัก ถึงแม้เธอจะเป็คนที่ทานอาหารไม่เคยตรงเวลาเลยก็เถอะ แต่นี่มันก็เลยบ่ายสองมานานแล้วมั้ง หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินออกไปที่บ้านของลุงผู้ใจดีที่รับเธอมาด้วยระหว่างทางแล้วก็มายืนเก้กังอยู่ที่หน้าบ้านอีกเพราะมองไม่เห็นใคร อีกครู่หนึ่งเห็นจะได้ก็มีคนที่คาดว่าน่าจะเป็ภรรยาของเ้าของบ้านได้เดินออกมาเห็นเข้า
“ตาผ่อง ตาผ่อง แกออกมาดูสิเนี้ย ว่าใครมายืนอยู่ที่หน้าบ้านเรา”
แกหันหน้าเรียกเข้าไปในบ้าน แล้วลุงคนนั้นที่พิชชาภัสร์พึ่งได้รู้ว่าแกชื่อผ่องก็ได้โผล่หน้าออกมาจากในบ้านในสภาพที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว และปะแป้งไว้ตามใบหน้าจนลายพร้อยทีเดียว
“อ้าว แม่หนู ได้ยินเสียงรถของคุณเดชเมื่อกี้ นึกว่าออกไปด้วยกันแล้วเสียอีก”
แกถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหน้าเธอ
“ไปด้วยกันอะไรคะ ยังไม่ทันได้พูดกันรู้เื่เลย แค่เห็นหน้าหนู เขาก็หนีไปแล้ว”
หญิงสาวฟ้องทันที
“อ้าว ทำไมถึงเป็อย่างนั้น เขารู้จักกับแม่หนูมาก่อนหรือเปล่า”