“บาสจะเอาตับมาปิ้งครับ”“เอาตับมาปิ้ง? ไม่ใช่ปิ้งหมูอยู่แล้วเหรอ” พ่อรุ้งถามในขณะที่ปากกำลังเคี้ยวข้าวหนับๆ“มันเป็นของคู่กันน่ะครับ หรือก็คือคอมโบคู่”“คอมโบคู่? มันคืออะไร” “อ๋อ...” บาสเกาหัวแกรกๆ “มันเป็นภาษาในเกมน่ะครับ หรือพูดง่ายๆคือมันเป็นของที่ขายคู่กันแล้วพลังทำลายล้างจะสูง”“พ่อไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่เอาเถอะ ว่าแต่ลูกจะเอากี่โลล่ะ”บาสคิดสักครู่ก่อนจะตอบ “สองโลก็พอครับ เท่านี้น่าจะได้กำไรเยอขึ้นกว่าเดิม”“แต่ก็เหนื่อยขึ้นใช่มั้ยลูก” แม่หน่อยแซว “ฮ่าฮ่า มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่ครับ บาสต้องทำแบบนี้ไปก่อน แต่หลังจากนี้รับรองเลยว่าจะไม่ให้พ่อและแม่ต้อง...เหนื่อยอีก” ใช่! นี่คือสิ่งที่อยากทำที่สุดตั้งแต่ย้อนเวลามา บาสได้ให้คำมั่นกับตัวเองไว้แล้วนั่นคือทำให้พ่อแม่สบาย ส่วนเรื่องความรักปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เพื่อเติมไฟให้มอดไหม้ในสิ่งที่จะทำ บางทีมันก็เป็นสิ่งจำเป็นหรือก็คือ...พลังงานของชีวิต พ่อรุ้งและแม่หน่อยมองหน้ากันก่อนจะยิ้ม หลายปีมานี้เป็นห่วงถึงอนาคตลูกชายคนเล็ก แต่พอเห็นความคิดที่เปลี่ยนไปในตอนนี้ก็เบาใจได้เปราะหนึ่ง“อย่าพูดเอาเท่คนเดียวสิบาส พี่เองก็จะทำให้พ่อแม่สบายเหมือนกันนะเว้ย” พี่เมย์มองไปที่บาสก่อนจะเอามือทุบอก บาสเห็นอย่างนั้นอดขำไม่ได้ ในอนาคตที่จากมาหลังมีลูก พี่เมย์ก็เปลี่ยนจากสาวห้าวไปเป็นสาวหวาน บุคลิกช่างต่างกับพี่ในตอนนี้ดั่งฟ้ากับเหว“พี่เองก็เหมือนกัน” พี่น้ำเองก็ไม่ยอมแพ้ ในฐานะพี่ใหญ่ในบ้านเธอเหมือนแบกทุกอย่างไว้บนบ่า การทำให้พ่อแม่สบายก็คืองานของเธอ และการสั่งสอนน้องๆเองก็เช่นกัน โชคดีหลังจากกินข้าวเสร็จไฟก็มา บาสนั่งแล่เนื้อหมูกับแม่หน่อย ส่วนพี่น้ำพี่เมย์นั่งอ่านหนังสือ คราวแรกก็จะมาช่วยแต่โดนแม่หน่อยห้าม แกบอกว่าวันนี้เหนื่อยกับย่างปลาดุกแล้วจะมาช่วยแม่ทำไม
วันแรกปิ้งหมูใช้หมูไปหนึ่งกิโลกรัม วันนี้บาสจึงเพิ่มปริมาณเนื้อหมู่นั่นคือ 2 กิโลกรัม! เสียบได้ราว 140 ไม้ ปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยท่าทางภูมิใจ นี่แหละคืองาน ไม่ว่าจะเหนื่อยยังไงแต่ก็ได้เงิน ขอแค่อย่าท้อแล้วเริ่มทำไม่ว่าจะอาชีพอะไรล้วนหาเงินได้ทั้งนั้น เพียงแค่...อย่าอาย
บาสเอากล่องใส่หมูแช่ตู้เย็นไว้ แล้วหันมาบอกแม่หน่อยว่า “ขอบคุณครับแม่”“ไม่เป็นไรหรอกลูก แค่นี้สบายมาก" แกพูดแล้วก็เบ่งกล้าม บาสอดขำไม่ได้ แกไม่ได้มีกล้ามอย่างนักเพราะกายซักหน่อย“แม่ครับพรุ่งนี้ต้องนึ่งข้าวเหนียวไปด้วย หลังจากนั้นก็จะเพิ่มตับปิ้งเข้าไป ผม...” “ไม่ต้องพูดแล้ว” แม่หน่อยปลอบเมื่อเห็นลูกชายจะร้องไห้ “รู้มั้ยว่าการแล่เนื้อหมู หมักหมู เสียบไม้มันไม่ได้ยากเกินเลย หากเทียบกับการทำนาที่อยู่ต่อหน้าแดดแรงทั้งวันแล้วเหนื่อยกว่าเป็นไหนๆ นี่บาส....ลูกไม่ต้องกังวลไปหรอก แม่สบายมาก”“ครับแม่” บาสทำได้แค่ผงกศรีษะแล้วกลับห้องนอน ใช่นี่คือชีวิตจริงๆ แม้จะย้อนเวลากลับมายังมีสิ่งที่เราทำไม่ได้ ไม่มีอะไรได้มาง่ายเหมือนเกมหรือนิยายเพราะมันคือความจริง แม้ย้อนเวลาแต่จำต้องใช้ความรู้ความสามารถ ไม่สามารถแลกพ้อยท์แล้วเปลี่ยนเป็นค่าอาชีพได้ จำต้องไขว่คว้ามาด้วยความสามารถตัวเอง!
รุ่งเช้ามาเยือน...ตื่นขึ้นมาอาบน้ำแปรงฟัน เตรียมรถไสให้พร้อมกับการขายหน้าโรงเรียน พี่น้ำพี่เมย์โบกมือให้แม่หน่อยก่อนไปขึ้นรถสองแถว ส่วนพ่อรุ้งกำลังไปหาปลาดุกมาย่างขาย ทุกคนมีเรื่องที่ต้องทำ บาสเองก็เช่นกัน “พร้อมแล้วครับแม่” บาสหวีผมเล็กน้อยก่อนจะหันไปบอกแม่หน่อย“ถ้างั้นไปกันเลยจ้ะ” แล้วสองแม่ลูกก็ไสรถไปหน้าโรงเรียน ความจริงแล้วบาสขับรถสามล้อมาก็ได้ แต่นั่นมันแปลกเกินไป เขาไม่ควรที่จะขับรถเป็นเพราะยังไม่มีใครสอน ส่วนอีกเหตุผลคือมันเปลืองน้ำมันหยิบโต๊ะพับออกมาตั้ง ก่อไฟเตาปิ้งย่าง นำหมูลงไปปิ้ง วันนี้ยังไม่มีตับไก่มีเพียงหมูปิ้งและข้าวเหนียวร้อนๆ“พี่เจน....เอ้ยครูอักษร” คนที่เดินข้ามถนนมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นครูอักษร“ทำไม ตกใจเหรอที่เห็นครู?” เธอดันแว่นขึ้นเล็กน้อย“เอ่อ...เปล่าครับ แค่แปลกใจนิดหน่อย เมื่อวานเวรครูยืนหน้าประตูไม่ใช่เหรอครับ” เขามองไปที่หน้าประตู“อ๋อใช่” ครูอักษรยิ้มเล็กน้อย “วันนี้ครูไม่ได้มายืนเวรหรอกนะแค่จะมากินหมูปิ้ง คุณป้าสวัสดีค่ะ” “สวัสดีจ้าคุณครู” ถึงแม่หน่อยจะโกรธที่ครูตบนักเรียน แต่นั่นเป็นอุบัติเหตุและลูกชายตัวดียังได้จับหน้าอก เรื่องนี้จึงไม่ได้ถือสาหาความ “เมื่อวานนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่ดูแลบาส”“ไม่เป็นไรค่ะ ครูมีหน้าที่ที่ต้องดูแลนักเรียนอยู่แล้วจริงมั้ย วิชัย” ครูอักษรขยิบตาให้ บาสจำต้องพยักหน้ารับ“หมูปิ้งน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ กลิ่นหอมด้วย” “ใช่ครับนี่คือฝีมือการหมักของผมเอง รับรองเลยว่าครูจะต้องชอบ อ้อและวันนี้มีข้าวเหนียวด้วยนะ” ข้าวเหนียวถูกเตรียมไว้แล้ว มันอยู่ในถุงร้อนๆ“ว้าว น่าอร่อยจัง”“งั้นก็จัดเลยสิครับ ตามที่สัญญากันไว้เมื่อวาน ผมจะให้หมูปิ้ง...” ก่อนที่บาสจะพูดจบ ครูอักษรก็ยกมือขึ้นมาทำปากจุ๊ๆ“นี่...ครูไม่ใช่คนใจร้ายนะ ของนักเรียนที่พยายามครูจะมารักไก่กินฟรีได้ยังไง ครูขอหมูปิ้งสี่ไม้ ข้าวเหนียวสองนะ” “.....ได้สิครับ” บาสประหลาดใจไม่น้อย ตอนแรกคิดว่าครูอักษรจะมาทวงหมูปิ้งไปกินฟรี แต่ที่ไหนได้เธอมาอุดหนุนอีกทั้งยังซื้อไปถึงสามสิบบาท“นี่เย็นนี้ว่างหรือเปล่า....” ครูอักษรถาม นัยน์ตาจ้องเด็กหนุ่ม“เอ่อเย็นนี้บาสไม่ว่างหรอกค่ะ เขาต้องไปช่วยพ่อขายปลาที่ตลาด อีกอย่างพรุ่งนี้ก็เป็นวันเสาร์ครูไม่กลับบ้านเหรอคะ” แม่หน่อยตอบแทน ครูอักษรดันแว่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแย้มมุมปาก “โอ่จริงด้วยสิคะ หนูลืมไปได้ยังไงเนี่ย ขอบคุณป้านะคะที่เตือน” จากนั้นหันไปหาบาส “ขายให้ดีๆนะ”“ครับ ขอบคุณที่มาอุดหนุน ทานให้อร่อยนะครับ” ครูอักษรข้ามถนนไปแล้ว แม่หน่อยยิ้มเล็กยิ้มน้อย “ดูครูอักษรเธอต่างไปจากทุกทีนะ แถมยังถามอีกว่าลูกว่างหรือเปล่า ถ้าหากแม่คิดไม่ผิดเธอคงชวนลูกไปกินข้าว”“ผมไม่สนใจหรอกครับ ตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจมีเพียงเงินเท่านั้น” “จ้าๆ แม่เข้าใจ” แม่หน่อยไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เพราะกลัวว่าลูกจะอายที่มีครูมาชอบ อีกอย่างมันยังเป็นเรื่องไม่ดี ครูและนักเรียนไม่ควรมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
“ครูอักษร กินอะไรอยู่เหรอครับ?” ครูสมปองที่ยืนเวรหน้าประตูถาม เขาเป็นชายอายุสามสิบกว่าปี อยู่บ้านพักครูหลังข้างๆกับครูเดือนเพ็ญ“อ๋อนี่เหรอคะ” เธอยกถุงหมูปิ้งให้ดู “หมูปิ้งจากนักเรียนน่ะค่ะ ครูสมปองจะลองมั้ย”“ถ้างั้นผมขอลองไม้นึงนะครับ”“ได้ค่ะ” ถึงแม้ครูอักษรจะใจร้ายกับนักเรียน แต่เวลาปกติเธอใจดีไม่น้อยครูสมปองกัดไปสองคำก็หมดแล้ว มองไม้ในมือก่อนจะยิ้มเเเหะๆ จะขออีกไม้ก็ยังไงอยู่จึงวานให้ครูอักษรยืนเวรจากนั้นข้ามถนนไปซื้อหมูปิ้งครูอักษรหัวเราะน้อยๆ แล้วยืนรอขณะกินหมูปิ้ง ไม่นานครูสมปองก็กลับมาพร้อมกับหมูปิ้งหกไม้ ข้าวเหนียวสองถุง“นี่ครับครูอักษร” เมื่อมาถึงก็ยื่นหมูปิ้งหนึ่งไม้คืนให้ ครูอักษรส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ กินหมูปิ้งและข้าวเหนียวในมือแค่นี้ก็อิ่มแล้ว ครูสมปองเก็บไว้กินเถอะค่ะ”“ถ้างั้น....ก็ได้ครับ” เมื่อครูอักษรไม่เอาคืน ครูสมปองก็เก็บไว้กินคนเดียว
บาสที่อยู่อีกฝั่งถนนถึงแม้จะไม่รู้ว่าครูสองคนคุยอะไรกัน แต่มันต้องเกี่ยวกับร้านหมูปิ้งของเขาแน่ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดี การกระจายข่าวในยุคสมัยนี้คือการพูดปากต่อปาก ไม่เหมือนในอนาคตแค่ไม่กี่วันร้านก็รู้จักกันไปทั่วประเทศ คนจะทยอยมาไม่ขาดสาย แต่นั่นก็แค่กระแสไม่กี่เดือนก่อนจะซาลง แต่หากรสชาติอร่อยจริงและแม่ค้าไม่วีน ยังไงก็ไม่มีทางเจ๊งเด็ดขาด ต่อจากครูอักษรก็เป็นเปาเด็กอ้วน ซึ่งแน่นอนเขาอุดหนุนหมูปิ้งกับข้าวเหนียว ซัดข้าวเหนียวไปสองถุงกับหมูสี่ไม้ ก่อนจะเดินเข้าโรงเรียน แหมเด็กคนนี้นี่โตเร็วจริงๆ“เฮ้บาส” เสียงทุ้มลึกทักทายทำให้หันไปมอง เขาคือกันต์นักบอลสุดหล่อของโรงเรียนนั่นเอง วันนี้หวีผมเรียบแป้ ร่างกายสูงใหญ่ซึ่งต่างจากบาส“ว่าไงกันต์ จะรับหมูปิ้งมั้ย” ที่จริงแล้วทั้งสองคนไม่สนิทกันนัก เเต่เพราะได้เล่นบอลด้วยกันเร็วๆนึ้จึงสนิทสนมกันเป็นพิเศษ“รับดิ เช้าๆอากาศดีแบบนี้ก็ต้องหมูปิ้งแหละ” “เอากี่ไม้ดี”กันต์เอามือแตะริมฝีปากก่อนจะมองหมูปิ้ง “สองไม้...แล้วข้าวเหนียวหนึ่งถุงนะ”“ขออรด้วยค่ะพี่บาส” เสียงใสเล็กๆเรียก ทำให้เขาต้องแย้มมุมปาก“ใครวะบาส?” กันต์ถาม เด็กที่เข้ามาไม่คุ้นหน้าเลย“อ๋อน้องอรน่ะ พอดีช่วงก่อนที่กูจะเล่นบอลกูก็ไปเล่นบาร์นี่แหละ” บาสหันไปมองน้องอร“สวัสดีค่ะน้องอร” กันต์เป็นผู้ชายปากหวาน มิน่าสาวๆถึงตามกันพรวน “สวัสดีค่ะ” วันนี้น้องอรยังน่ารักเช่นเคย เธอหันไปหากันต์และบาสก่อนจะถาม “นี่เมื่อวานพี่ไปไหนเหรอ ทำไมถึงไม่มาโหนบาร์ หรือว่าเบื่อแล้ว?”“เปล่าพี่ไม่ได้เบื่อ” เขาตอบตามตรง “ที่จริงแล้วพี่ก็อยากไปเล่นนะ แต่เผอิญทีมฟุตบอลดันขาดคนน่ะสิ พี่ก็เลยถูกขอร้องให้ร่วมทีม”“อ๋อ เรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง มันเป็นเพราะพี่กันต์สินะ” น้องอรมองค้อนกันครั้งหนึ่ง ก่อนจะขอหมูปิ้งแล้วเดินเข้าโรงเรียน“เด็กคนนี้เอาเรื่องว่ะ” กันต์บอกและขยิบตาให้“ไม่หรอก น้องอรเป็นเด็กน่ารักนะ” บาสไม่เห็นด้วย “นั่นก็จริง แต่นั้นก็แค่เด็กประถมปะ แม่งน่ารำคาญชิบหาย และผู้หญิงที่ชอบตามกูเองก็เหมือนกัน คิดแล้วสยองว่ะ” กันต์เองก็มีความลับเหมือนกัน ซึ่งแน่นอนว่าบาสรู้ความลับนั้น ถึงแม้กันต์จะมีผู้หญิงมาชอบเยอะแต่ไม่เลยที่จะเป็นแฟนกับพวกเธอ นั่นเพราะ...