ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 บังอาจแตะต้องบุตรของข้า อย่าได้หวังจะรอดชีวิต

            กู้จิ่งเซวียนวิ่งกลับมาอีกครั้งในมือของเขามีกระเป๋าเข็มเงินและยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ด เขาเชิดหน้าเล็กๆ ขึ้นมาก่อนจะพูดกับอวี๋ชิงฮวาว่า “เห็นหรือไม่นี่คือยาอายุวัฒนะ” 

            ท่าทางเช่นนั้นของเด็กน้อยช่างร้ายกาจนักแต่กลับน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนผู้คนไม่กล้าตำหนิแม้แต่น้อยทว่าถึงกระนั้นอวี๋ชิงฮวาก็ยังคงโมโหจนหน้าเขียวเขารู้แล้วว่ากู้ชิงเฉิงกำลังจะทำอะไร เขาจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่!

            “ยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ดมีค่านับหมื่นตำลึงทองหอชิงอวี่เคยนำออกมาประมูลเพียงสิบเม็ดในปีนี้ และมีบันทึกการประมูลไว้อย่างชัดเจนไม่มีชื่ออันหยวนถังเลยแม้แต่น้อย ส่วนยาเม็ดนี้ที่เจ้าเอาออกมาจะเป็นของจริงหรือของปลอมก็ยากจะบอกได้” อวี๋ชิงฮวาจับจุดสำคัญได้ในทันทีเขาจึงรีบเอ่ยด้วยเสียงดังเพื่อให้ได้ยินโดยทั่ว

            แม้เขาไม่เข้าใจวิชาแพทย์และไม่รู้ว่าสภาพของรุ่ยอ๋องในตอนนี้เป็นอย่างไรแต่ยาอายุวัฒนะนี้สามารถชุบชีวิตผู้ตายและรักษาบาดแผลได้หากผู้ที่กำลังจะสิ้นใจได้กินเข้าไป ย่อมต้องฟื้นขึ้นมาในทันที

            ไม่ว่าจะสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกกี่ปีกี่วัน หรือกี่ชั่วยาม ก็ถือว่ายังคงมีชีวิตอยู่

            หากรุ่ยอ๋องฟื้นคืนสติขึ้นมาเช่นนี้แผนการของอวี๋ชิงฮวาก็จะพังไม่เป็นท่าดังนั้นอวี๋ชิงฮวาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเป็นแน่ ในยามนี้เขาจึงกล่าวเช่นนั้นเพื่อหวังให้ชิงหลิวแห่งจวนรุ่ยอ๋องออกโรงขัดขวาง

            ทว่ากู้จิ่งเซวียนกลับยิ้มมุมปากดวงตากลมโตกลอกกลิ้งไปมา “สิ่งของที่หอชิงอวี่ขายไปท่านจะรู้ได้อย่างไร? ท่านคงจะอิจฉาริษยาที่ไม่ได้มันไปใช่หรือไม่เพราะท่านมันยากจนเกินไป!” น้ำเสียงของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอวี๋ชิงฮวาก็หน้าเขียวคล้ำในทันทีเขาเป็นถึงผู้บัญชาการเก้าประตูก็มีฐานะเทียบเท่าผู้รักษาความปลอดภัยของเมืองหลวงถึงจะไม่มีเงินมากพอที่จะประมูลยาอายุวัฒนะสักเม็ดแต่เขากลับรู้ว่าผู้ใดบ้างที่ประมูลยาอายุวัฒนะไปจากหอชิงอวี่

            ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะตั้งข้อสงสัยกับยาเม็ดนี้ในมือของกู้จิ่งเซวียนแน่นอนว่าแม้ว่ายาเม็ดนี้จะไม่ใช่ของปลอม เขาก็ต้องขัดขวาง

            ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาจะปล่อยให้รุ่ยอ๋องฟื้นขึ้นมาที่อันหยวนถังไม่ได้เป็นอันขาดมิฉะนั้นความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่าอีกทั้งเขาคงไม่สามารถอธิบายให้กู้ตงหลิงฟังได้ทุกครั้งที่กู้ตงหลิงขอให้เขาทำสิ่งใด เขาก็จะทำอย่างสุดกำลังและทุกครั้งเขาก็ทำได้สำเร็จ

            ทุกคนในที่นั้นต่างมองอวี๋ชิงฮวาด้วยสีหน้าหลากหลายบ้างก็เยาะเย้ย บ้างก็ไม่แยแส แม้แต่ชิงหลิวก็ยังเลิกคิ้วขณะที่มองมาที่เขา

            อวี๋ชิงฮวาสามารถขึ้นเป็นผู้บัญชาการเก้าประตูและเป็นหนึ่งในสี่บัณฑิตแห่งเมืองหลวงได้ตั้งแต่อายุยังน้อยย่อมต้องมีฝีมือและไหวพริบอยู่บ้าง

            ครานั้นร่างเขาเคลื่อนไหวเพียงพริบตาเดียวก็ไปยืนอยู่ตรงหน้ากู้จิ่งเซวียนแล้ว เขายกมือขึ้นจะคว้ายาอายุวัฒนะเขารู้สึกว่ายาเม็ดนี้จะต้องเป็นของปลอมแน่ๆตอนนี้เขาต้องการเปิดโปงสองแม่ลูกคู่นี้ในที่สาธารณะ

            ไม่คาดคิดว่าทันทีที่เขาขยับกู้ชิงเฉิงก็ขยับเช่นกัน รวมถึงโม่อวี้เฉินด้วย

            อวี๋ชิงฮวาไม่ทันเห็นการเคลื่อนไหวของโม่อวี้เฉินแต่กระบี่กลับวางพาดอยู่บนลำคอของเขาเสียแล้ว “ใต้เท้าอวี๋คงลืมสถานะของตนแล้วกระมังเขาคือบุตรของข้า เจ้าก็ยังกล้าแตะต้องอีกงั้นรึ? หากข้าจะสังหารเจ้าในตอนนี้ก็ถือว่าสมควรแล้ว” ผู้ที่บังอาจแตะต้องบุตรของเขาอย่าได้หวังจะรอดชีวิต!

            ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงแต่ผู้ที่ตกตะลึงที่สุดคือกู้ชิงเฉิงวรยุทธ์ของโม่อวี้เฉินสูงส่งถึงเพียงไหนกันแน่? เป็นจริงดังที่ในนิยายเขียนไว้คือลึกล้ำ ยากที่จะหยั่งถึง และไม่มีใครเทียบได้

            หลังจากที่นางมาที่นี่นางได้ใช้ชิปที่นำมาด้วยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตนให้ไร้ขีดจำกัดแต่เมื่อเทียบกับโม่อวี้เฉินแล้ว ก็นับว่ายังห่างไกลอยู่มาก

            อวี๋ชิงฮวาจึงยังคงอยู่ในท่าทางยื่นมือออกไปแต่เขาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย

            กู้ชิงเฉิงเห็นว่าโม่อวี้เฉินควบคุมอวี๋ชิงฮวาไว้ได้แล้วนางจึงคว้าตัวกู้จิ่งเซวียนเข้ามากอดแล้วถอยหลังไปหลายก้าวดวงตาของนางฉายแววเย็นชา หากอวี๋ชิงฮวาที่กล้าทำร้ายกู้จิ่งเซวียนนางจะยอมตายสู้กับเขาในวันนี้

            ส่วนกู้จิ่งเซวียนกลับยิ้มแย้มโบกขวดใส่ยาในมือไปมาพร้อมกับเอียงศีรษะเล็กๆ “ท่านแย่งมันไปไม่ได้หรอกไม่มีทางแย่งได้” พูดจบ เด็กน้อยก็ทำหน้าทะเล้นล้อเลียนทำให้อวี๋ชิงฮวาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

            แม้ว่ากู้ชิงเฉิงจะฝึกฝนกู้จิ่งเซวียนอย่างหนักอีกทั้งเขายังได้สืบทอดศักยภาพสมองจากกู้ชิงเฉิงมาทว่าเขาก็ยังคงเป็นเด็กอายุห้าขวบคนหนึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมืออย่างอวี๋ชิงฮวา เขาย่อมไม่มีกำลังต่อสู้แม้แต่น้อยแต่แน่นอนว่าเขาสามารถวางยาพิษได้…

            สมองของอวี๋ชิงฮวาพลันร้อนผ่าวด้วยถูกกู้จิ่งเซวียนยั่วโทสะจนเดือดดาล แต่เขาก็ไม่อาจถือสาเด็กน้อยอีกทั้งยังไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ เขารู้ดีว่าโม่อวี้เฉินนั้นเอาจริงถึงเพียงใด

            โม่อวี้เฉินถึงกับชักกระบี่ออกมาจ่อคอเขาเพื่อปกป้องกู้จิ่งเซวียนเช่นนั้นแล้วจึงยืนยันได้ว่าเด็กผู้นี้คือซือจื่อ [1] เป็นแน่

            อวี๋ชิงฮวาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองกู้ชิงเฉิงอีกครั้งนางสวมผ้าคลุมหน้าทำให้มองเห็นเพียงดวงตาคู่นั้นที่ดูราวกับเต็มเปี่ยมไปด้วยสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ 

            ในพริบตาเขาก็รู้สึกสับสน สตรีผู้นี้จะใช่กู้ชิงเฉิงผู้น่ารังเกียจและไร้ยางอายในอดีตหรือ? 

            ดวงตาคู่นี้ไม่เหมือนกู้ชิงเฉิงในอดีตเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งนางยังตายในกองเพลิงไปแล้ว เหตุใดจึงมาปรากฏกาย ณ ที่แห่งนี้ได้อีกทั้งนางยังเป็นเจ้าของอันหยวนถังอีกด้วย ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อยิ่งนักในชั่วขณะนั้น อวี๋ชิงฮวาพลันรู้สึกมึนงงไปหมด 

            “องค์รัชทายาท กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจจะสังหารเด็กผู้นี้พ่ะย่ะค่ะ!” อวี๋ชิงฮวาตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยั่วโทสะองค์รัชทายาทได้จึงทำได้เพียงถอยไปหนึ่งก้าว

            “เขาคือซือจื่อ!” โม่อวี้เฉินยืนกรานหนักแน่นในครานี้ เขาตั้งใจจะรับสองแม่ลูกกลับตำหนักองค์รัชทายาท  เขาไม่อาจปล่อยภรรยาและบุตรให้เร่ร่อนอยู่ภายนอกได้

            โม่อวี้เฉินพยักหน้าแค่นเสียง“จงขอโทษพวกเขาซะ!”

            “นี่…” อวี๋ชิงฮวาคิดจะปฏิเสธเหตุใดจึงต้องให้เขาขอโทษสองแม่ลูกคู่นี้ด้วย?

            “ทำไม?” โม่อวี้เฉินส่งเสียง ‘ฮึ’อย่างเย็นชามือที่กำกระบี่ขยับเล็กน้อยคมกระบี่กรีดผ่านผิวของอวี๋ชิงฮวาทำให้ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งร่างของเขา

            อวี๋ชิงฮวารู้สึกหวาดกลัวจึงทำได้เพียงมองไปยังกู้ชิงเฉิง และเอ่ยขอโทษด้วยความไม่เต็มใจ“กระหม่อมสมควรตาย เป็นความผิดของกระหม่อมเองพระชายาและซือจื่อโปรดอภัยให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เขานั้นหยิ่งผยองมาโดยตลอดแต่กลับไม่กล้าต่อต้านโม่อวี้เฉิน

            โม่อวี้เฉินจึงเก็บกระบี่และเดินมายืนข้างกายกู้ชิงเฉิง “ท่านรุ่ยอ๋อง…เป็นอย่างไรบ้าง?”เขามองไปยังหีบศพไม้จันทน์สีทองร่างของชายชราผู้นั้นยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ภายใน

            กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่ารุ่ยอ๋องผู้นี้มีอำนาจล้นฟ้าแม้แต่ฮ่องเต้ต้าฉินยังต้องให้เกียรติหากนางสามารถพึ่งพิงบารมีของผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ได้องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินก็ต้องหลีกทางให้นาง

            “ข้าจะใช้ยาอายุวัฒนะรักษาเขา” จริงๆแล้วภายในใจของกู้ชิงเฉิงนั้นตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งแต่ภายนอกนางไม่อาจแสดงออกมาได้ หากนางสามารถช่วยรุ่ยอ๋องผู้ทรงอำนาจผู้นี้ได้นางก็สามารถไปที่ใดก็ได้โดยไร้ผู้ต่อต้าน

            ที่จริงด้วยความสามารถในปัจจุบันนางก็สามารถทำเช่นนั้นได้อยู่แล้ว เพียงแต่นางไม่อาจต้านทานอำนาจของราชสำนักได้ทำให้นางถูกขัดขวางไปทุกฝีก้าว เช่นครั้งนี้ที่กู้ตงหลิงอาศัยบารมีของตระกูลไป๋และตระกูลกู้ซึ่งล้วนเป็นขุนนางคนสำคัญในราชสำนัก

            กู้จิ่งเซวียนได้หยิบยาอายุวัฒนะออกมาแล้วยื่นให้องครักษ์ข้างกายรุ่ยอ๋อง“รับไว้ให้ดีๆ นะขอรับ เพราะยาเม็ดนี้มีค่ามหาศาลนัก” คำพูดนี้ออกมาจากปากเด็กน้อยวัยห้าขวบ ฟังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าใดนักแต่องครักษ์ก็ยังรับยาไว้ แล้วยื่นให้หมอประจำจวนที่ยืนอยู่ข้างๆ

            หมอประจำจวนพลันตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าเปี่ยมสุข แล้วพยักหน้าอย่างแรง“เป็นยาอายุวัฒนะ เป็นยาอายุวัฒนะจริงๆ! ท่านอ๋องรอดแล้ว”

            “เหตุใดยังไม่ให้คุณปู่กินยาเล่า” กู้จิ่งเซวียนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับเหลือบมองหมอประจำจวน

            เคราขาวโพลนของหมอประจำจวนสั่นระริกพลางพยักหน้า“ได้ๆ!” แล้วเขาก็ป้อนยาอายุวัฒนะให้รุ่ยอ๋องด้วยตนเอง

            ยาอายุวัฒนะนี้ไม่เหมือนยาทั่วไปกู้ชิงเฉิงได้ทำการแปรรูปเป็นพิเศษ เมื่อเข้าปากก็จะละลายทันทีจึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำตาม ดังนั้นยาจึงออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว

            ใบหน้าของอวี๋ชิงฮวาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อเขารู้ดีว่าเมื่อครั้งที่รุ่ยอ๋องป่วยหนักคนสนิทในจวนอ๋องคงตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่ายาอายุวัฒนะสิบเม็ดที่เคยประมูลไปจากหอชิงอวี่นั้นไปตกอยู่ในมือผู้ใดบ้างและพวกเขาจะต้องยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อมัน

            ทว่ายาทุกเม็ดเหล่านี้ล้วนเป็นยาช่วยชีวิตเกรงว่าจะไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงินทองเท่าใดนัก แต่ในตอนนี้ อันหยวนถังเล็กๆแห่งนี้กลับหยิบยาอายุวัฒนะออกมาได้อย่างง่ายดายทำให้อวี๋ชิงฮวารู้สึกตกตะลึงยิ่งนัก

            อวี๋ชิงฮวาเหลือบมองกู้ชิงเฉิงอย่างลึกซึ้งอีกครั้งดวงตาที่ปรากฏอยู่ภายนอกผ้าคลุมหน้านั้นงดงามเกินจะบรรยาย เปล่งประกายเจิดจ้าราวกับทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปได้

            

            เชิงอรรถ 

            [1]ซือจื่อ (世子) ทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่ไม่ใช่ฮ่องเต้เช่น ทายาทของอ๋อง หรือขุนนางใหญ่ซึ่งจะสืบทอดอำนาจและทรัพย์สินของบิดาในอาณาเขตของตนเองแต่ไม่ได้สืบทอดบัลลังก์จักรพรรดิ 

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน