ไม่มียังไม่ได้คิด

    บทที่ 43 ออกเดินทาง

    "....."


    "...อืม"


    "หืม"


    "จากที่ฟังมาทั้งหมด..ข้าสรุปได้แบบนี้ 3 เดือนก่อน มีเหตุการบางอย่างที่สร้างความวุนวายไปทั่วทั้งประเทศจีน หลังจากนั้นไม่นาน อยู่ๆจักรพรรดิก็หายตัวไปทำให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของจักรพรรดิต้องรับตำแหน่ง 'จักรพรรดินี' ในเวลาเดียวกันนั้นลัทธิเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ก่อตัวขึ้น และใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือนในการพัฒนาความแข็งแกร่งจนเทียบเท่ากับราชวง ยังมีเพราะจักรพรรดินีนั้นไม่แข็งแกร่งพอทำให้ในกรณีที่แย่ที่สุด อาจเกิดการก่อกบฎขึ้นสินะ"


    หลังจากที่ผู้กล้ากับโรสนั้งฟังเสวี่ยงไป๋พูดมานานกว่า สองชั่วโมง ผู้กล้าก็พูดสรุปคร่าวๆออกมา ส่วนลินลี่นั้นผู้กล้าได้สั่งให้แองเจล่าพาลินลี่ไปนอนแล้วเพราะตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว


    "มีอะไรผิดไหม?"


    "ไม่มี"เสวี่ยงไป๋กล่าวพร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ


    "แล้วเรื่องกบฎ เจ้าจะบอกข้าทำไม"คำถามนี้ทำให้เสวี่ยงไป๋ตกใจเล็กน้อย ตัวเสวี่ยงไป๋นั้นมั่นใจว่าผู้กล้าต้องเข้าใจความหมายที่ตนพยายามที่จะสื่อมันออกมาแน่นอน 'หรือชายคนนี้คิดจะทดสอบข้า?'


    "ท่านผู้กล้า ตัวข้าขอกล่าวตามตรงเลย แม้ตัวข้าจะรู้ว่ามันไม่ควรก็ตาม"ในระหว่างที่เสวี่ยงไป๋กำลังพูดนั้นตัวเสวี่ยงไป๋อดไม่ได้ที่จะสังเกตุสีหน้าของผู้กล้าตลอดเวลา"...?"เมื่อเห็นผู้กล้าไม่ได้มีท่าทีที่ไม่พอใจอะไรจึงกล่าวต่อ"เมื่อถึงเวลาที่ราชวง ถูกต้อนจนไม่มีทางออกแล้ว ข้าขอร้องให้ท่านยื่นมือเข้าช่วย เพียงแค่หมัดเดียวก็ยังดี"เสวียงไป๋พูดพร้อมกับก้มหัวลง


    "..ได้"


    คำตอบนี้ทำให้เสวี่ยงไป๋โล่งใจขึ้นมาก แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อผู้กล้าก็ตัดบทซะก่อน


    "ยังไงก็ตาม ข้ามีลางสังหรณ์ไม่ดีเราควรจะรีบเดินทางตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า อย่างน้อยที่สุดข้าไม่ต้องให้คนที่ข้าจะมาตกลงด้วยกลายเป็นวิญญาณไปเสียก่อน"


    หลังจากผู้กล้าพูดจบก็ลุกขึ้นเดินจากไปในทันที ส่วนโรสก็เดินตามผู้กล้าไปติดๆ ผู้กล้ารู้สึกได้ถึงความผิดปกติจากสีหน้าและท่าทางของโรสแต่เมื่อโรสไม่ต้องการจะพูดอะไร ผู้กล้าก็ไม่คิดจะรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของโรสเพียงแต่


    "โรส จำให้ขึ้นใจเจ้า ลินลี่แองเจล่า เป็นครอบครัวของข้า ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรข้าจะยืนเคียงข้างครอบครัวเสมอ"


    สิ่งที่ผู้กล้าพูดทำให้โรสรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก แต่เธอยังคงไม่ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้าอย่างหนักแน่นครั้งหนึ่งก่อนจะเดินตามผู้กล้าไปโดยไม่พูดอะไร

    .

    .

    .

    .

    .

    คืนนั้น


    โรสยืนอยู่บนหลังคาของตระกูลเสวี่ยง เธอยืนมองพระจันทร์อย่างเลื่อนลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่อยู่ๆเธอก็ตัดสินใจบางอย่าง


    ".......มาหาข้า"เสียงของโรสดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในค่ำคืนที่แสนมืดมิด


    ฟุบ


    อยู่ๆก็มีเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นข้างหลังของโรสพร้อมกล่าว"ยินดีรับใช้....."เงานั้นเงียบไปครู่นึงก่อนจะพูดด้วยความดีใจ"ข้าดีใจเหลือเกินในที่สุดท่านก็เรียกใช้ข้าอีกครั้ง"ก่อนจะเงียบไปอีกครั้งแล้วกล่าวต่อ"สถานะการตอนนี้มันแย่มากเลยค่ะท่านราชินี"


    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .


    เช้าวันต่อมาวันนี้เป็นวันที่วุ่นวายเป็นพิเศษเพราะว่าอยู่ๆ ก็เลื่อนการเดินทางจนทำให้เตรียมทรัพยากรในการเดินทางไม่ทัน แต่ได้ผู้กล้ายื่นมือเข้าช่วยเล็กๆน้อยๆ จึงสามารถเดินทางได้ตามปกติ โดยไม่มีปํญหาอะไร 


    กึก กึก กึก กึก


    ผู้กล้า โรส ลินลี่ เสวี่ยงหนิง และ แองเจล่านั่งอยู่ในรถม้า ที่ใช้สัตว์อสูรลมปรานลากแทนม้า อยู่ตรงส่วนกลางของกระบวนเดินทาง


    "ทำไมมันสะเทือนขนาดนี้ละเนี่ย บู"โรสบนออกมาอย่างเสียไม่ได้


    "ต้องขออภัยด้วยค่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังเร่งฝีเท้าให้ไปห้ถึงเมืองหลวงให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ"เสวี่ยงหนิงขอโทษและอธิบายเหตุผล


    "ถึงจะรีบก็เถอะแต่นี้ไม่เกินไปหน่อยหร-"


    กึก


    "อื้อ....โอย"T^T เธอร้องออกมาเพราะตอนที่พูดอยู่นั้นรถม้าได้กระแทกกับหินทำให้โรสกัดลิ้นตัวเอง โรสทำหน้าน่าสงสารออกมา แต่ทุกคนกลับหัวเราะอย่างมีความสุข แม้แต่ผู้กล้ายังหลุดยิ้มเล็กๆ โรสจึงหันไปสงสายตาขอความช่วยเหลือกับผู้กล้า


    ผู้กล้าเห็นดังนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะ ลูบหัวโรสที่นั่งอยู่ข้างขวาของผู้กล้าเล็กน้อย ทำให้โรสยิ้มขึ้นมาทันทีจากนั้นผู้กล้าก็แตะมือไปที่ตัวรถม้า


    "ไร้น้ำหนัก"


    หลังจากผู้กล้าพูดจบตัวรถมีแสงเกิดขึ้นรอบตัวรถเล็กน้อย ทุกคนที่นั่งอยู่บนรถม้าเดียวกับผู้กล้านั้นรู้สึกได้ว่ารถม้านั้นไม่ได้สะเทือนอีกต่อไป


    "โรส เจ้าอยากพักผ่อนใช่ไหม"ผู้กล้าพูดพร้อมกับดึงตัวโรสให้นอนลงบนตักของผู้กล้าอย่างง่ายดายก่อนที่โรสจะได้พูดอะไร ทันทีที่หัวเธอถึงตักของผู้กล้า ผู้กล้าก็ลูบหัวเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน ตอนนี้โรสรู้สึกโล่งใจราวกับไม่อะไรบนโลกให้เธอกังวลต่อไป ก่อนที่อยู่ๆ เธอจะรู้สึกง่วงมากจนทนไม่ไหวแล้วหลับไป แทบจะในทันที


    ส่วนลินลี่นั้นนั่งมองผู้กล้ากับโรสที่อยู่ๆ ก็ดูไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่นัก แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ก่อนจะชวนเสวี่ยงหนิงกับแองเจล่าคุยเรื่องต่างๆ อย่างสนุกสนาน วันนี้โรสหลับยาวจนถึงช่วงเย็น


    เมื่อโรสรู้สึกตัวเธอจึงลืมตาขึ้น เธอถึงรู้สึกตัวว่าตอนนี้เธอยังคงนอนอยู่บนตักของผู้กล้าและผู้กล้ายังคงนั่งลูบหัวเธอเบาๆอย่างอ่อนโยนอยู่เหมือนกับตอนแรก แต่เหมือนผู้กล้าจะยังไม่รู้ว่า ตัวเธอนั้นตื่นแล้วจึงยังคงลูบหัวเธอต่อไป ส่วนตัวผู้กล้านั้นในรถม้าที่ว่างเปล่าในตอนนี้นอกจากโรสแล้วก็ไม่มีใครอื่น ตอนนี้ถ้ามองไปที่ดวงตาของเขาจะเผยให้เห็น ถึงความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


    สีหน้านั่นทำให้โรสไม่อาจอดใจที่จะยื่นมือออกไป แตะที่ใบหน้าของผู้กล้าไม่ได้ เพราะมันช่างเหมือนกับตัวเธอในตอนที่อยู่คนเดียวจริงๆ แต่การกระทำนั้นทำให้ผู้กล้ารู้ตัว ทำให้ผู้กล้าตกใจเล็กน้อย เห็นดังนั้นโรสจึงรีบดึงมือเธอกลับมา


    "หลับเป็นอย่างไรบ้าง?"ผู้กล้าถามออกมาพร้อมยิ้มออกมา


    "หลับสบายมากค่ะ มาสเตอร์"โรสยิ้มตอบ


    "ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยเจ้าพูดได้เสมอนะ" โรสได้ยินดังนั้นเธอจึงพยักหน้าอย่างหนักแน่นครั้งหนึ่ง พร้อมกับดีดตัวขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว


    "มาสเตอร์ข้าขอ....ออกไปเดินเล่นก่อนนะ" โรสพูดก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากรถม้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้กล้าได้แต่ยิ้มฝืนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับคิดว่า'ไปสร้างที่พักก่อนแล้วกัน'


    เมื่อออกมานอกรถม้าก็พบกับที่พักจำนวนนึงที่ถูกตั้งขึ้นแล้วจำนวนนึงที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างมีระเบียบ มีเพียงหนึ่งเท่านั้นที่ดูขนาดใหญ่กว่าที่อื่น ผู้กล้าจึงเดินเข้าไปเพราะจะบอกกับเสวี่ยงไป๋ว่าไม่ต้องเตรียมที่พักให้ก็ได้ เดี๋ยวตัวผู้กล้าจะจัดการเองเอง


    แต่เมื่อเดินไปถึง เสวี่ยงไป๋กลับบอกว่าได้จัดเตรียมให้เรียบร้อยแล้วผู้กล้าจึงไม่คิดจะปฏิเสธ หลังจากนั้นผู้กล้าก็ไปหาที่สงบๆ ที่ไม่ไกลจากที่พักของตัวผู้กล้ามากนักพร้อมกับปล่อยสัมผัส อันกว้างใหญ่ของเขาออกเพื่อคอยจับตาดูไม่ให้ โรส ลินลี่ แองเจล่า ได้รับอันตราย แม้ตัวผู้กล้าจะรู้ว่าที่นี้สามารถเรียกได้ว่าปลอดภัยแต่ผู้กล้ากลับไม่กล้าที่จะปล่อยวาง


    ผู้กล้าสลัดความคิดด้านลบที่เกิดขึ้นในหัวทิ้งไป ผู้กล้าใช้สัมผัสของเขามองดู แองเจล่ากำลังถูกหนุ่มไฟแรงทั้งหลายรุมจีบอย่างมากมาย ส่วนลินลี่นั้นก็คอยวิ่งช่วยงานในจุดทำอาหารอย่างขยันขันแข็ง มีเพียงโรสเท่านั้นที่ไม่ได้ดูมีความสุขนักตั้งแต่ที่ได้ฟังเรื่องที่เสวี่ยงไป๋พูดถึงเรื่องจักรพรรดิ


    .

    .

    .

    .


    "หะ?"


    ผู้กล้าเผลอสงเสียงออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ข้างหน้าที่พักที่เสวี่ยงไป๋จัดเตรียมไว้ให้ มันกลับเป็นที่พักขนาดใหญ่จนเหมือนกับเป็นที่พักของผู้นำตระกูลซะอีกขนาดที่พักของเสวี่ยงไป๋เองยังไม่ขนาดใหญ่เท่านี้เลย


    "โอ้วว/เย้/โว้ว"


    ทั้งสามสาวร้องออกมาอย่างถูกใจเมื่อเดินเข้าไปข้างในที่พัก และลินลี่ก็เริ่มการเดินสำรวจของเธอทันที ที่นี่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ก็ดูสวยงามเกินกว่าจะเรียกว่าที่พักชั่วคราวได้ ประกอบไปด้วยเก้าอี้หินขนาดตรงกลางที่พัก ที่ดูเหมือนกับบัลลังก์อะไรสักอย่าง ถัดไปข้างหลังบัลลังก์ก็มีตู้เก็บหนังสือที่มีหนังสือวางอยู่เต็มตู้ ทางขวาสุดมีเตียงขนาดใหญ่ที่ใหญ่พอจะให้นอนได้ถึง ห้าคน และภายในที่พักยังมีไฟที่สามารถเปิดปิดได้อีกด้วย


    "พี่ชายๆ อ่านนิทานให้ฟังหน่อย!"


    ลินลี่วิ่งไปเลือกหนังสือที่ดูน่าสนใจมาหนึ่งเล่มแล้วยื่้นให้ผู้กล้าอย่างตื่นเต้น ทางโรสกับแองเจล่าได้ยินดังนั้นก็เดินมาหาผู้กล้าที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้หินขนาดใหญ่


    "ได้สิ-"


    แต่ผู้กล้าถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นชื่อหนังสือ มันเขียนว่า 'วิธีการทรมาณคนให้เจ็บปวดมากที่สุด'

    "เอ่อ....." 0-0 'ทำไมหนังสือแบบนี้ถึงได้....มีหน้าปกทีี่สดใสแบบนี้ได้???....ไม่มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ข้าคิดลองเปิดอ่านข้างในดูก่อนแล้วกัน'


    (เสียงเปิดหนังสือ) ปับ


    ผู้กล้าเปิดหน้าแรกขึ้นมาพบกับภาพที่ไม่น่าดูนักจึงรีบปิดอย่างรวดเร็วจนลินลี่มองไม่ทัน 'อะ แม่งใช่จริงด้วย' ผู้กล้าหันมองโรสกับแองเจล่าเล็กน้อยจึงพยักหน้าให้กัน


    "ลินลี่ พี่ชายว่าพวกเราอ่านเรื่องอื่นกันเถอะนะเรื่องนี้ ไม่สนุกหรอกเดี๋ยวพี่ไปหาเล่มอื่นให้นะ"


    หลังจากนั้นผู้กล้าก็เดินไปเลือกนิทานเรื่องหนึ่งมานั่งอ่านให้ฟัง ดูท่าทางสาวๆจะอยากฟังนิทานกันทุกคนเลยเพราะ ตอนนี้ ลินลี่นั่งอยู่บนตักของผู้กล้า ส่วนโรสก็นั่งอยู่บนบ่าของผู้กล้าแล้วเอาคางวางไว้บนหัวผู้กล้า ส่วนโรสเนื่องจากตัวใหญ่เกินไปจึงยืนอยู่ข้างๆ เก้าอี้หิน


    ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

    คล้ายกับเรื่องไม่มียังไม่ได้คิด ที่คุณอ่าน