"เ้าผิดแล้วหรือ?"
หม่าหรูอิงมองไปยังจ้าวชิงจาน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูด นางก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
"ไม่ เ้าไม่ได้ผิด เป็ย่าที่ผิดเอง" จากนั้นนางก็ะโสั่งคนรอบข้างเสียงดัง "ใครก็ได้ มาจับเขาแขวนขึ้นไป!"
"เสด็จย่า ข้า... ข้า... ข้า..." เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น จ้าวชิงจานก็ลนลานขึ้นมาทันที
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลุกขึ้นยืน องครักษ์หลายคนที่อยู่ข้างกายหม่าฮองเฮาก็พุ่งเข้าไปกดตัวจ้าวชิงจานลงกับพื้น พร้อมกับมัดไว้อย่างแ่า แล้วนำไปแขวนไว้ที่ประตูใหญ่ของตำหนักบูรพาโดยตรง
หม่าฮองเฮาถกแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะยื่นมือไปหยิบแส้จากโต๊ะข้าง ๆ แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาจ้าวชิงจานทีละก้าว
"เ้าบอกว่าหากไม่ใช่าาปากเบี้ยวผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่มีวันยอมสยบใช่หรือไม่? ไม่เป็ไร ข้าจะตีเ้าให้สยบเอง"
เพียะ!
ทว่าแส้กลับฟาดลงบนพื้น ทำให้ใบหน้าของจ้าวชิงจานที่น้ำตายังไม่ทันแห้งฉีกยิ้มออกมาทันที
"เสด็จย่า ข้าว่าแล้วว่าท่านตัดใจไม่ตีข้า ฮิฮิ... อย่า ๆ ๆ ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ เสด็จย่า"
ยังไม่ทันที่เขาจะหัวเราะหรือพูดจบ เขาก็เห็นหม่าฮองเฮาทิ้งแส้ในมือ แล้วก้มลงเก็บกิ่งหลิวเรียวยาวจากข้างทางเดินขึ้นมา
"เ้าไม่ผิด เ้าไม่ผิด เป็ข้าที่ผิดเอง"
เมื่อสิ้นคำพูด
เพียะ!
ในพริบตานั้น ความรู้สึกยามกิ่งหลิวัักับิั ทำให้จ้าวชิงจานเจ็บจนหน้าเหยเก
"ซี้ด!"
จ้าวชิงจานสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บ น้ำตาไหลพรากออกมาทันที เขามองหม่าฮองเฮาแล้วร้องไห้โวยวาย
"ท่านย่า ท่านตัดใจตีข้าได้จริง ๆ หรือ"
"เ้าไม่ใช่าาปากเบี้ยวหรอกหรือ? เ้าบอกว่าอย่าดูถูกคนหนุ่มที่ยากจนไม่ใช่หรือ? ไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกัน" พูดพลางหม่าฮองเฮาก็ฟาดกิ่งหลิวลงไปอีกครั้ง ทั้งตีทั้งด่าว่า
"อะไรคือสามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันออก สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันตก เ้าคิดจะรอให้ข้ากับปู่ของเ้าสิ้นใจไปก่อน แล้วค่อยมาล้างแค้นพวกข้าใช่หรือไม่"
เพียะ!
เมื่อฟาดลงไปอีกที ความรู้สึกแสบสันอย่างรุนแรงทำให้จ้าวชิงจานเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว เขาสูดลมหายใจลึกแล้วพูดตะกุกตะกักว่า "ท่านย่า ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น ข้าแค่พูดเล่นเท่านั้นขอรับ"
เพียะ!
หม่าฮองเฮาฟาดกิ่งหลิวลงไปอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า "ไม่ได้หมายความแบบนั้นหรือ?"
หม่าฮองเฮายังคงตีหน้าั์และดุว่า "ในฐานะองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าเฉียน แทนที่จะตั้งใจเรียน กลับเอาแต่คลุกคลีกับนางกำนัลและขันทีทั้งวัน เ้าตอบแทนท่านปู่ของเ้าแบบนี้หรือ?"
พูดจบหม่าฮองเฮาก็ยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงไปอีกครั้ง
แต่ในขณะที่นางกำลังจะฟาดลงไปนั้น ที่ด้านนอกตำหนักบูรพา ขันทีน้อยคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของหม่าฮองเฮา
แววตาของหม่าฮองเฮาสั่นไหวเล็กน้อย หลังจากฟังจบก็นำกิ่งหลิวในมือโยนทิ้งไป แล้วะโบอกนางกำนัลรอบข้างว่า "ปล่อยเขาลงมา"
พอได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของจ้าวชิงจานก็เป็ประกายทันที เขารีบดิ้นตัวพลางะโบอกหม่าฮองเฮาว่า "ขอบพระคุณท่านย่า ขอบพระคุณท่านย่าขอรับ"
แต่หม่าฮองเฮากลับเงยหน้าขึ้นมองจ้าวชิงจานแล้วยิ้ม "ไม่ต้องรีบ ปู่ของเ้ากลับมาแล้ว"
"หา?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหม่าฮองเฮา จ้าวชิงจานก็ใจนตัวแข็ง เขามองหม่าฮองเฮาแล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ท่านปู่กลับมาแล้วหรือขอรับ?"
สิ้นคำพูดของจ้าวชิงจาน แววตาที่เพิ่งมีความหวังเพราะรอดพ้นจากเคราะห์กรรมก็มอดดับลงอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยใบหน้าที่สิ้นหวังในชีวิต
ท่านปู่กลับมาแล้ว? นี่มันจะกลายเป็การรุมตีไม่ใช่หรือ?
พอคิดถึงภาพนั้น จ้าวชิงจานก็ทรุดฮวบลงกับพื้นดังตุ้บ
ทำไมชีวิตข้าถึงได้ขมขื่นเช่นนี้!
...
ด้านนอกตำหนักเฉาเทียน
ธงัโบกสะบัดตามลม ขบวนต้อนรับยาวเหยียดั้แ่อาคารชั้นในไปจนถึงประตูอู่
เมื่อหม่าฮองเฮานำตัวจ้าวชิงจานที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วมาถึงประตูอู่ ที่ด้านนอกประตูอู่ก็มีเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ยืนรออยู่จนเต็มพื้นที่
"ถวายพระพรฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"
"ถวายพระพรพระราชนัดดาพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อหม่าฮองเฮามาถึง เหล่าขุนนางที่ประตูอู่ต่างก็คุกเข่าลงพร้อมกัน
"พวกท่านลุกขึ้นเถิด"
หม่าฮองเฮาเพียงแค่ตอบรับสั้น ๆ จากนั้นสายตาก็รีบมองออกไปนอกประตูอู่ด้วยความกังวล ส่วนจ้าวชิงจานยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางสิ้นหวัง
ในหัวของเขาได้คิดถึงสถานการณ์นับครั้งไม่ถ้วนว่าจะหลบเลี่ยงการถูกรุมตีได้อย่างไร แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร ดูเหมือนว่าจะหนีไม่พ้นการถูกฟาดด้วยเข็มขัดจนเนื้อขาดเป็เส้น ๆ
ไม่นานนักที่ด้านนอกประตูอู่ ก็มีรถม้าสีดำคันหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้ามา
ผู้นำขบวนก็คือเอ้อร์หวาจื่อและเหล่าองครักษ์
เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่โยวโจวและเหยี่ยนโจวที่แต่งกายเรียบง่าย ในตอนนี้เอ้อร์หวาจื่อและคนอื่น ๆ ได้เปลี่ยนมาสวมชุดทหารและชุดเกราะ สีหน้าเคร่งขรึมยิ่งนัก
ท่ามกลางเสียงร้องของม้า ในที่สุดรถม้าสีดำก็หยุดลงที่หน้าประตูอู่
ขันทีที่รออยู่รีบนำม้านั่งลงจากรถมาวาง
ภายใต้การพยุงของหวังลี่ซื่อ จ้าวฉงหย่วนค่อย ๆ ก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าที่เที่ยงตรงเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม แววตาที่กวาดมองแฝงไปด้วยบารมีของผู้เป็ใหญ่ในแผ่นดิน
"ถวายพระพรฝ่าา ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี พ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อหวังลี่ซื่อพยุงจ้าวฉงหย่วนลงจากรถม้า เหล่าขุนนางทั้งราชสำนักก็คุกเข่าคำนับอีกครั้ง
หม่าฮองเฮาก็เดินเข้าไปย่อกายถวายพระพรเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่ามีเพียงจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อที่ลงมาจากรถม้า ดวงตาหงส์ของนางก็ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง
ทำไมจ้าวติ้งถึงไม่ได้กลับมาด้วยกัน?
จ้าวฉงหย่วนเห็นดังนั้น มุมปากก็กระตุกเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร และเดินตรงไปยังตำหนักไท่เหอโดยมีหวังลี่ซื่อคอยพยุง
เมื่อจ้าวฉงหย่วนเดินไปยังตำหนักไท่เหอ เหล่าขุนนางทั้งราชสำนักก็เดินตามไปยังตำหนักไท่เหอเช่นกัน สุดท้ายเหลือเพียงหม่าฮองเฮาที่พาจ้าวชิงจานยืนอยู่ที่หน้าประตูอู่
"เสด็จย่า ท่านกำลังรออะไรอยู่หรือ?" ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อเห็นว่าหม่าฮองเฮายังไม่มีทีท่าว่าจะเดินตามไป จ้าวชิงจานจึงถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไร ตามข้ากลับวัง!"
หม่าฮองเฮาส่ายหน้าและเดินกลับเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ จ้าวชิงจานก็ดีใจขึ้นมา ท่าทางแบบนี้เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี เพราะดูปราดเดียวก็รู้ว่าท่านปู่ทำให้ท่านย่าไม่พอใจ
เอ๊ะ? นั่นหมายความว่าเดี๋ยวข้าไม่ต้องถูกตีแล้วใช่หรือไม่?
พอคิดได้ดังนี้ จ้าวชิงจานก็ดีใจทันที เดิมทีเขายังคิดอยู่เลยว่าจะหนีการรุมตีได้อย่างไร แต่พอดูจากสถานการณ์แล้ว ดูเหมือนจะไม่ต้องถูกตีแล้วสินะ
วิเศษแท้! วิเศษจริง ๆ !
"เ้าดูมีความสุขดีนะ"
ในขณะนั้นเอง เสียงของหม่าฮองเฮาก็ดังขึ้นข้างหูของจ้าวชิงจาน
กึก ๆ ๆ ~
นั่นคือเสียงฟันกระทบกันด้วยความกลัว พร้อมกับใบหน้าของจ้าวชิงจานปรากฏรอยยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าการร้องไห้
"เสด็จย่า ข้า..."
"กลับไปคัดพงศาวดารไท่จู่ให้ข้าสิบจบ ส่งให้ข้าก่อนวันมะรืน ห้ามให้ขันทีและนางกำนัลช่วยเด็ดขาด" พูดจบ หม่าฮองเฮาก็หันไปมองชุ่ยหลวนที่อยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า "เ้าคอยเฝ้าพระราชนัดดาไว้"
จ้าวชิงจานทรุดเข่าลงกับพื้นเสียงดัง พลางกล่าว "เสด็จย่า ท่านฆ่าข้าเถิด... "
พงศาวดารไท่จู่คือบันทึกทุกคำพูดและการกระทำของจักรพรรดิไท่จู่เซิ่งอู่แห่งแคว้นต้าเฉียน ทั้งเล่มรวมแล้วมีมากกว่าสามหมื่นตัวอักษร ทั้งยังห้ามขันทีและนางกำนัลช่วยคัด ต้องคัดเองทีละตัวอักษร
นี่ต้องคัดไปจนถึงปีไหนเดือนไหนกัน!