บทที่ 1 วันสิ้นโลกที่ว่าคือวันนี้เหรอ ?
ปี๊น–
เสียงแตรรถถูกบีบดังสนั่นจนชายหนุ่มวัย 28 ปี นักศึกษาปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเครื่องยนต์ที่กำลังสวมหูฟังยืนรอรถเมล์ประจำทางเงยหน้าขึ้นดูแต่แล้วใจของเขาก็ต้องตกไปอยู่บนตาตุ่ม บนท้องฟ้าที่เคยสงบเหมือนดังทุก ๆวันที่ผ่านมา บัดนี้มันกลับมีสิ่งที่คล้ายก้อนหินและแน่นอนใหญ่กว่าก้อนหินไม่รู้กี่เท่า มันมีไฟลุกท่วมพุ่งตรงจากท้องฟ้าอันไกลโพ้นมายังพื้นโลกอย่างรวดเร็วเป็ภาพที่เขาเองก็ไม่อาจประมวลผลได้ทัน
ดวงตาสีน้ำเงินอ่อนมองตามก้อนปริศนาอย่างเลื่อนลอยก่อนที่เขาจะได้สติจากเสียงกรีดร้องโวยวายพร้อมกับใครบางคนที่ตะโดกนขึ้นมาอย่างสุดเสียงว่า "อุกกาบาตตก!!"
อุกกาบาตอะนะ?
ใช่เลย…ฉิบหายอุกกาบาตตกจริงด้วย
ก่อนที่ในหัวของเขาจะคิดอะไรขาของเขาก็สับไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าก้อนแรกนั้นไม่ได้เป็อุกกาบาตก้อนสุดท้ายที่ท้องฟ้าทิ้งลงมา
บึ้ม!เสียงะเิดังขึ้นเป็ระรอก ๆ ทิวทัศน์รอบการของเขาโกลาหลไปหมด ผู้คนทั้งเด็กเล็กแดงและผู้ใหญ่ต่างพากันวิ่งหนีตายกันระนาวเสียงแผดร้องกู่ะโดังระงมจนเขาจับใจความไม่ได้ ร่างสูง 180 เิเยืนหมุนเคว้ง
ต้องตายแน่...ตายแน่ๆ เขาคิด เมื่อเห็นตึกสูงใจกลางเมืองทรุดลงพังทลายตรงหน้า ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆก็มีไฟลุกโหมกระหน่ำ ควันไฟสีดำพุ่งขโมงเต็มท้องฟ้าไปหมด แล้วเขาต้องหนีไปที่ไหนหลุมหลบภัยที่ไหนจะมี ซอกตึกก็ไม่ปลอดภัย จะวิ่งไปที่ชายหาดที่อยู่ใกล้ ๆก็กลัวคลื่นั์จะถล่ม
"โอ๊ย-ไม่รู้ด้วยแล้วแม่ง" เสียงนุ่มทุ้มสบถออกมาก่อนที่เขาจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปในร้านสะดวกซื้อที่ตอนนี้ไร้ผู้คนเขาเข้าไปที่เคาน์เตอร์ หยิบถุงผ้าใบใหญ่ใบเล็กมานับไม่ถ้วนเขากวาดทุกสิ่งที่กินได้ลงถุง แน่นอนว่าอาหารแมวและสุนัข เผื่อเ้าออร่า และเ้าลักกี้ลูกรักของเขาที่รออยู่ที่บ้านด้วยพอได้ของจนเขาขนไม่ไหวอีกแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเดินออกมา เขาหันซ้ายหันขวา ก่อนจะสะดุดตากับรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ดูแข็งแรงมากพอและมีกุญแจเสียบคาอยู่
"ขอโทษนะครับ"ชายหนุ่มเอ่ยกับลมกับฟ้า เขารีบขึ้นควบ สตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนจะขับมันไปยังทิศทางที่เขาคุ้นเคยมาตลอดชีวิต หนทางค่อนข้างทุลักทุเลแต่เมื่อใกล้บ้านเขาเท่าไหร่ ทุกอย่างก็ยิ่งสงบแม้ว่าจะเห็นบ้านบางหลังถูกทับด้วยหินอุกกาบาตทั้งหลังก็ตามแต่ถึงอย่างนั้นเขาภาวนาว่าขอให้ภาพแสนน่ากลัวเช่นนั้นไม่เกิดขึ้นกับบ้านหลังเล็กๆ ของเขา
พักใหญ่ๆ ในที่สุด ชายหนุ่มก็สามารถพาสัมภาระที่ไม่อาจจ่ายเงินได้แม้แต่แดงเดียวมาถึงบ้านหลังพอดีฐานะ2 ชั้นครึ่งได้สำเร็จ บ้านของเขาที่ตอนนี้มีแค่เขากับลูกชายลูกสาวอีก 2ตัวที่อยู่ด้วยกัน
ชาร์ลีคราวด์ ชายหนุ่มผู้มีั์ตาสีน้ำเงินอ่อน ผมสีน้ำตาลลอมแดงของเขานั้นดูโดดเด่นร่างโปร่งมีกล้ามเนื้อพอดีตัว สูง180 เซน ก้าวขายาว ๆ เข้าไปในตัวบ้านที่ยังอยู่ดีท่ามกลางแมกไม้ที่อยู่นอกเมือง บ้านของเขาตั้งอยู่บนหน้าผาด้านหลังมองเห็นทะเลไกลสุดสายตา ด้านหน้าทางเข้าบ้านเป็ทางที่ถูกปูด้วยคอนกรีตอย่างดี คดเคียว และโค้งเยอะพอสมควรสองข้างทางมีแต่ต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดทางสมกับที่ตั้งอยู่นอกชานเมือง
ชาร์ลีเสียพ่อกับแม่ไปั้แ่เขาอายุ 5 ขวบ เขาเลยต้องมาอยู่บ้านปู่กับย่าแน่นอว่าไม่ใช่ที่นี้หรอก อยู่อีกรัฐหนึ่งเลย แต่พอเขาอายุได้ 12 ปีย่าเขาก็เสียชีวิต ปู่ของเขาเสียใจมาก ตรอมใจจนล้มป่วย และจากเขาไปอีกคนเขาเลยต้องย้ายมาอยู่กับยาย ก็ที่บ้านหลังนี้นี่แหละ ส่วนตาของเขาเสียไปก่อนหน้าที่เขาจะเกิดเสียอีกพ่อกับแม่ต่างก็เป็ลูกคนเดียวของบ้าน เขาเลยไม่มีญาติใครอื่นนอกจากยายที่ยังพอจะพึ่งพาได้
หลังจากเขาเรียนจบที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้านจบและเข้าทำงานที่บริษัทรับใกล้ ๆ ขับรถไปชั่วโมงเดียวก็ถึง ยายของเขาก็เสียจากเขาไปยังที่ห่างไกลอีกคน เขาทนความเหงาตอนกลับบ้านไม่ไหว จึงรับเลียงออร่าเ้าเหมียวขนปุกปุยสีดำหน้าเหวี่ยงอย่าบอกใครมาเลี้ยงพร้อม ๆ กับเ้าลักกี้หมาไซบีเรียนแสนติ๊งต๊องเขาเลี้ยงพวกมันั้แ่พวกมันยังเล็ก ก่อนที่เขาจะสมัครเรียนต่อปริญญาโทเพื่อเอาวุฒิไปอัปเงินเดือนเสียอีก ทว่าเหลือแค่อธิการบดีเซ็นอนุมัติจบแล้วแท้ ๆโลกก็ดันมาพังเสียนี่ รับรองได้เลยว่าั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเขาน่าจะกลายเป็คนว่างงานแล้วแน่ ๆ
"ไงกลัวแทบตายเลยละสิ" เขาทรุดตัวลงนั่งหน้าเตียงที่มีใต้เตียงก่อนจะก้มลงไปมองใต้ช่องว่างนั้น เขาเห็นเ้าลูก 2 ตัวของเขานอนขดกันกลมเมื่อพวกมันสบตากับเขา พวกมันก็รีบคลานออกมาหาเขา ชาร์ลีลูบหัวพวกมันพลางโอบกอดร่างเล็ก ๆ ที่ร้องครางหงิง ๆ นั่นไว้
"ไม่เป็ไรพ่ออยู่นี้แล้ว" เขาว่า
ก่อนที่จะลุกขึ้นพร้อมกับมีเ้าเหมียวขนดำอยู่ในอ้อมแขนเขาเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างที่นี่สูงมากพอที่จะมองเห็นเมืองด้านล่าง ที่อยู่ติดกับทะเล อุกกาบาตหยุดถล่มแล้ว
เขาไม่รู้หรอกว่ามันตกลงมากี่ลูกแต่ที่รู้ ๆ ไม่ว่ามองไปทางไหน ก็มีแต่ความฉิบหายที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าแม้แต่ในทะเลเองก็ไม่ต่าง โลกคงหยุดชะงักไปอีกพักใหญ่ ๆ เลยเป็เื่ใหญ่มากเกินกว่าที่ใครจะรับไหว แม้แต่นาซ่าเองก็ไม่สามารถตรวจจับเหล่าอุกกาบาตพวกนี้ได้แต่เขาเข้าใจนาซ่านะ มันสุดวิสัยจริง ๆ นั่นแหละแต่เหตุการณ์มันเลวร้ายเกินกว่าที่ไม่ว่าจะองค์กรรัฐหรือเอกชนจะนิ่งเฉยกับมันได้แน่นอน
ชายหนุ่มยืนเหม่อคิดไปเรื่อยเปื่อยทันใดนั้น เขาก็ต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหูตัวเองปล่อยเ้าออร่าตกลงบนพื้นบ้านอย่างไม่ได้ตั้งใจ
วี๊ด----
เสียงที่ดังคล้ายคลื่นเสียงดังยาวไม่ยอมหยุดพร้อม ๆ กับ ท้องฟ้าจากที่ไกล ๆ ปรากฏรอยแยกสีดำสนิทที่ค่อย ๆ ขยายเป็วงกว้างชาร์ลีขมวดคิ้ววพลางแพ่งมองด้วยความฉงน และสับสน
รอยแยกบนท้องฟ้าจากที่เล็กๆ ก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่ ใหญ่มากพอที่จะมีอะไรบางอย่างพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้นมองดูจากที่ไกล ๆ แล้ว ชาร์ลีมองเห็นรายละเอียดมันไม่ชัดนัก เขารู้แค่ว่าสิ่ง ๆนั้น บางอันก็เล็ก บางอันก็ใหญ่มาก บางอันก็ยาว บางอันก็เป็สี่เหลี่ยมบางอันก็ดูแบน ๆ บางอันก็กลม
"อะไรวะนั่น" เขาสบถออกมาแ่เบา
ไม่นานนักเสียงวี๊ดแหลมก็หายไปพร้อม ๆ กับรอยแยกที่หายไปด้วยเหมือนกัน ชาร์ลีถอนหายใจ อย่างกับว่ากำลังดูภาพวันสิ้นโลกอย่างไรอย่างนั้นเขายืนดูอยู่อย่างนั้นสักพัก แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติรอบ ๆ บ้านของเขาชายหนุ่มคิดในหัวเอาว่า วันพรุ่งนี้ เขาจะลองขับรถมอเตอร์ไซค์ลงไปในเมืองดูอีกครั้งเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าอินเตอร์เน็ต และไฟฟ้าจะถูกตัดขาดไปเรียบร้อยแล้วโชคดีที่น้ำยังไหลอยู่ละนะ แต่เขาไม่คิดหรอกว่ามนุษย์จะสูญพันธุ์ ด้วยเื่แค่นี้ไม่มีทาง
คืนนั้นชาร์ลีถอดปลอกคอเ้าออร่า และเ้าลักกี้ออก ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอนเผื่อว่ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับเขาโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวอย่างน้อยเ้าสองตัวนี้ก็อาจหนีไปได้ โดยที่เขาไม่ต้องมานั่งกังวลว่าปลอกคอจะไปเกี่ยวกับอะไรไหม
น้ำเต็มหมดทุกถังเท่าที่จะหามาใส่ได้เนื้อสัตว์ดิบถูกนำมาทอดให้สุกเก็บไว้ทั้งหมดแล้วชายหนุ่มก็เข้านอนด้วยความเหนื่อยล้า และนั่นทำให้เขาหลับสนิทแทบไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าบนเตียงของเขานั้น ไม่ได้มีแค่เขาอีกต่อไป
เ้าออร่าและเ้าลักกี้ที่ในตอนแรกนอนอุดอยู่ข้างๆ เ้าของก็พากันลุกไปร้องครางเบา ๆ ที่มุมห้องคล้ายหวาดกลัวต่อสิ่งตรงหน้าเป็อย่างมากมือลื่นเมือกจรดลูบไปตามผ้าที่ปกคลุมร่างของชายหนุ่ม ยามมือประหลาดนั้นเลื่อนผ่านผ้าก็ถูกละลายหายไปเป็ผุยผง ชาร์ลีขยับตัวเล็กน้อย ด้วยรู้สึกจั๊กจี้เขาคิดว่าเป็เ้าลักกี้ แต่แล้วความประหลาดแปลก ๆก็ทำให้เขาตื่นขึ้นมาจากห่วงนิทรา ดวงตาสีน้ำเงินอ่อนเปิดกว้างเขาอ้าปากแต่ไม่ทันได้แปล่งเสียง เขาก็ถูกไอ้ตัวข้างบนฉกลิ้นที่เหนียวเมือกเข้าไปในปากทันที มันทั้งลื่น ทั้งคับ จนแทบจะอ้วกออกมาแต่อ้วกดันไม่ออก สองขาของเขาถูกฉีกอ้าออกกว้างและชาร์ลีพึ่งรู้ว่าร่างกายของเขาไม่มีผ้าสักชิ้น
เหี้ยอะไรวะเนี่ย!