หงซือซือโล่งใจที่เมื่อคืนเธอหลบพี่สามได้อย่างเฉียดฉิวเพราะตัดสินใจใส่ผงนิทราในสุราของเขาบุรุษผู้นี้อันตรายนักเขาดื่มสุราได้เก่งกาจพอๆกับสายตาอันคมกริบที่คอยจับผิดผู้คน ดีที่องครักษ์ของเขาสองคนอยู่โต๊ะใกล้ๆเมื่อเห็นว่าเขาหลับไปจึงมาประคองเขาขึ้นไปยังนอนพัก นางจึงได้โอกาสปลีกตัวเข้านอน
“ท่าทางเ้าโล่งใจที่ไม่โดนพี่สามเกาะติดแล้ว”หานซู่ลี่หันมาแซวเมื่อทั้งสองก้าวเท้าขึ้นรถม้าคู่กันหงซือซือใเกรงว่าอ๋องเก้าจะได้ยิน ทว่าท่านอ๋องกำลังคุยกับจอมยุทธ์ผู้หนึ่งที่เพิ่งรู้จักที่โรงเตี๊ยมยุทธภพแล้วเดินทางออกมาพร้อมกันจึงมิได้สนใจสตรีทั้งสอง
“เ้าอย่าเสียงดังประเดี๋ยวสามีเ้าก็ได้ยินหรอก”
“ข้าดูแล้วน่า! ว่าแต่เ้าเถอะกลับไปนี่ยังคิดจะเข้าวังหลวงอยู่มิใช่หรือ?”
“แน่ล่ะ! ข้าต้องไปสืบหาความจริงนี่นา”
“หากเ้าเจอพี่สามอีกก็ระวังตัวให้ดีแล้วกันสายตาของเขาคมราวกับเหยี่ยว”
หงซือซือพยักหน้า“ข้าเองก็หนักใจ แต่ก็คิดว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงเขาให้ได้มากที่สุด”
เมื่อถึงคฤหาสน์หงส์ไฟนางก็จัดแจงอุปกรณ์แปลงโฉมที่จำเป็ต้องใช้ในการเข้าวังใส่กระเป๋าสะพายขนาดกะทัดรัดที่ท่านแม่ออกแบบไว้นางพับชุดองครักษ์วังหลวงพร้อมกับเสื้อยัดฟูกที่ทำให้่หน้าอกดูหนาขึ้นคล้ายบุรุษใส่ในถุงผ้าดีที่รูปร่างนางเมื่อเทียบกับสตรีทั่วไปนับว่าสูงกว่าในยามแต่งชุดนี้จึงดูไม่ผิดสังเกต
เ้าของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟเข้าไปใกล้เขตวังหลวงคอยสังเกตว่ามีองครักษ์ในชุดเดียวกันกับที่นางนำมาออกจากวังหลวงแล้วจึงค่อยแปลงโฉมยางก้อนเนื้อนิ่มที่สามารถปรับรูปร่างใบหน้าได้ง่ายรุ่นใหม่ที่ท่านอาเจียงแอบเอามาวางในห้องพักให้ก่อนที่นางจะกลับใช้ได้ผลดีนักเพียงค่อยๆ กดก็ทำให้รูปคางกับโหนกแก้มสูงขึ้นได้ดั่งใจหงซือซืออ้างกับทหารเวรยามหน้าประตูว่าได้รับคำสั่งด่วนให้กลับเข้าวังรีบไปเดินตามหาไป๋เพ่ยเจินเพราะหงซือซือจำหน้าตาของนางได้ขึ้นใจจนกลับไปทำหน้ากากไว้โดยเฉพาะทำให้แปลงโฉมเป็นางกำนัลผู้นั้นได้เพียงพริบตา
หลังจากฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไป๋เพ่ยเจินก็ถูกย้ายไปเป็นางกำนัลที่ตำหนักเป่าฉีเคราะห์ดีที่นางคอยรับใช้อยู่รอบนอกเพียงเก็บกวาดใบไม้รดน้ำดอกไม้ในสวนจึงมิได้เจอฮ่องเต้
‘แย่ละสิ! ไป๋เพ่ยเจินเ้ามาใกล้พี่สามถึงเพียงนี้ข้าต้องคิดใหม่เสียแล้ว’ หงซือซือคิดจะถอยหลังกลับไปสังเกตการณ์ที่ตำหนักอื่นแต่เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกลับตรงมาทางตำหนักเป่าฉี
“หาให้เจอองครักษ์กัวตัวปลอมผู้นั้น อาจจะเป็นักฆ่าที่หวังจะมาสังหารฮ่องเต้ คนให้ทั่ว”หัวหน้าองครักษ์วังหลวงร้อนรนกว่าผู้ใด ฮ่องเต้เพิ่งเสด็จกลับและกระซิบสั่งเขาให้ระวังนักแปลงโฉมที่อาจจะปลอมตัวเป็คนในวังหลวงบ่ายวันนี้เมื่อรับรายงานจากทหารยามว่าองครักษ์ที่เพิ่งเข้าไปในวังหลวงผู้หนึ่งมีคนหน้าตาเหมือนกันอ้างว่าเป็องครักษ์เพิ่งมาจากข้างนอกพร้อมองครักษ์อีกหลายคนเหม่ยห้าวรีบร้อนออกไปตรวจสอบพบว่าอาจจะมีคนแปลงเป็องครักษ์ผู้นั้นเข้ามาในวังหลวงเื่นี้เขาต้องรีบแจ้งให้ฮ่องเต้ทรงทราบ
คราวนี้หงซือซือจำเป็ต้องอยู่นานหากนางมิได้ความร่วมมือจากไป๋เพ่ยเจินเห็นทีจะปกปิดตัวตนได้ยาก หงซือซือจึงโปะผงนิทราเล็กน้อยให้ไป๋เพ่ยเจินแล้วพานางไปยังโรงเก็บฟืน
“จะเ้าเป็ใคร? ทำไมหน้าตาเหมือนข้า?” ไป๋เพ่ยเจินเห็นองครักษ์ที่หน้าตาเหมือนตนนั่งอยู่บนกองฟืนกองใหญ่ก็ใหงซือซือต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่เพื่ออธิบายและตะล่อมให้ไป๋เพ่ยเจินยินยอม
“ข้ามีเื่ต้องตกลงกับเ้าข้าจำต้องเข้ามาอยู่ในวังหลวงสักพักแทนที่เ้า ทว่ามิได้้าฆ่าหรือทำร้ายผู้ใดเพียงมีเื่ที่ต้องสืบเื่หนึ่งเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วก็จะไปเ้าจะให้ความช่วยเหลือข้าหรือไม่?”
ไป่เพ่ยเจินตาเหลือก“เ้าลอบเข้ามาในวังหลวงอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่!เ้าไม่ต้องรู้ว่าข้าเข้ามาได้อย่างไร? แต่ข้าอยู่เป็เ้าสักพักข้ามิได้อยู่เปล่าหรอก แต่ยังมอบเงินให้เ้าด้วย” นางล้วงเงินสิบตำลึงมาให้ไป๋เพ่ยเจิน
“เ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ทำร้ายหรือฆ่าผู้ใด?”เงินสิบตำลึงนับว่าไม่น้อยเลยสำหรับนางกำนัลที่คอยกวาดใบไม้อย่างนาง
“แน่ใจ”หงซือซือล้วงเงินอีกสิบตำลึงในถุงผ้าเล็กโยนให้นางกำนัลคนซื่อเพิ่มเมื่อไป๋เพ่ยเจินเปิดออกดูก็ทำตาโต
“เ้าจะอยู่นานแค่ไหน?”
“ขึ้นอยู่กับว่าข้าจะเจอสิ่งที่้าค้นหาได้เร็วเพียงใด?”
“ถ้าเ้าเป็ข้าแล้วข้าเล่า? ข้าจะไปอยู่ที่ใด?”
“ประเดี๋ยวเ้าไปแอบอยู่ตำหนักฮองเฮาสักวันก่อนที่นั่นไม่มีคนเข้าไปวุ่นวายแล้วห้องด้านในน่าจะแอบหลับนอนได้ ข้าจะไปสืบดูว่าเ้าพอจะแปลงกายเป็คนผู้ใดได้บ้าง?ส่วนเื่อาหารของเ้าข้าจะเอาส่งเอง”
“ตกลงจะให้ข้าเรียกเ้าว่าอย่างไร?”
หงซือซืออึกอักอยู่ครู่หนึ่งนามของนางนั้นหากบอกไปเกรงว่าจะมีคนรู้มากขึ้น เ้าของสำนักคุ้มภัยกรอกตาไปมามองเห็นจิ้งจกสีขาวเกาะติดอยู่ผนัง “จิ้งจก”
“อะไรนะ?”
“เ้าเรียกข้าว่าจิ้งจกก็แล้วกัน”
“ได้!ถ้าอย่างนั้นเ้าต้องปล่อยข้าไปเอาชุดนางกำนัลที่ห้องมาให้เ้าใส่ก่อน”
“ไม่ได้! หากเ้าคิดจะหักหลังข้าไปตามคนมาจับข้าก็แย่น่ะสิให้ข้าไปเอง” หงซือซือถอดชุดองครักษ์ให้ไป๋เพ่ยเจินใส่ไว้ก่อนส่วนตนเองก็สวมชุดนางกำนัลไปยังห้องพักของนางแล้วหยิบเสื้อผ้ามาให้นางใส่อีกชุดเมื่อนางเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ทั้งสองก็ลอบออกไปยังตำหนักร้างของฮองเฮา
“ข้าได้ยินว่าที่นี่มีคนมาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งข้าจะแอบนอนอยู่ ข้างในเ้ารีบคิดหาวิธีเร็วเข้าเถิด”
“มีคนมาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งงั้นหรือ? อา...ข้านึกออกแล้ว” หงซือซือจึงแปลงโฉมไป๋เพ่ยเจินเสียใหม่ให้ใบหน้าแตกต่างจากเดิมเล็กน้อยแล้ว แสร้างลากนางไปหามามาหลี่ที่ดูแลตำหนักเดิมของฮองเฮาแล้วร้องห่มร้องไห้วิงวอนให้มามาหลี่ผู้นั้นช่วยรับไป๋เพ่ยเจินไว้
“มามาหลี่นางทำงานอยู่ข้าที่ท้ายตำหนักเป่าฉีแต่ว่านางโดนดุหลายครั้งแล้ว ท่านช่วยรับนางไว้ทำความสะอาดตำหนักนี้ด้วยเถิด”ไม่พูดเปล่าทว่าหงซือซือยังล้วงเอาตั๋วแลกเงินห้าสิบตำลึงพับใส่มือมามาหลี่เมื่อหญิงวัยกลางคนผู้นั้นเห็นมูลค่าของนมือจึงพยักหน้า
“ได้! ดีเหมือนกันที่ตำหนักนี้ยิ่งไม่มีคนเต็มใจจะมาดูแลอยู่ด้วย ไม่มีเ้านายก็ไม่มีผู้ใดอยากจะมาทำความสะอาด”การดูแลตำหนักร้างย่อมสิ้นไร้โอกาสจะสร้างความดีความชอบต่อหน้าเ้านายซึ่งอย่างน้อยก็อาจจะได้เงินรางวัลในการปรนนิบัติบ้างแต่ละปีนางกำนัลและขันทีแต่ละตำหนักก็จะได้แตะเอียกันจำนวนมากคนที่โชคร้ายต้องดูแลตำหนักร้างก็จะหมดโอกาสได้ซองแดงที่หนาๆเมื่อมีผู้ขันอาสามาดูแลตำหนักที่ถูกทอดทิ้งแห่งนี้จึงทำให้มามาหลี่ถูกใจยิ่งนัก
“เฮ้อ!ไม่รู้เมื่อใดจึงจะมีฮองเฮาพระองค์ใหม่? หากตำหนักนี้มีฮองเฮาอีกครั้งเมื่อนั้นแหละจึงจะถือว่าฟ้าเปิดสำหรับเ้า”ไป๋เพ่ยเจินตัวจริงส่ายหน้า นางได้ยินเหล่านางกำนัลที่ตำหนักเป่าฉีซุบซิบกันว่ากุ้ยเฟยได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ยิ่งกว่าผู้ใดหากนางกลายเป็ฮองเฮาจริงก็ย่อมนำเอานางกำนัลจากตำหนักเดิมมาด้วยอยู่ดีนางก็คงไม่มีวาสนาได้รับใช้ฮองเฮาเป็แน่
เมื่อมามาหลี่ที่ดูแลตำหนักร้างแห่งนี้ยอมรับให้นางอยู่แล้วที่โชคดียิ่งกว่านั้นเรือนพักด้านหลังยังมีห้องพักของนางกำนัลที่ใหญ่โต
“โอ...นางกำนัลประจำตัวฮองเฮาอยู่หรูหราเช่นนี้เลยหรือ? ข้าต้องนอนห้องละแปดคนนี่นอนแค่ห้องละสองคนเอง เตียงก็ไม่ต้องนอนเบียดกันด้วยเ้ามานอนเป็เพื่อนข้าได้เลยเทียว”
หงซือซือพยักหน้าหงึกๆดีเหมือนกันนางจะได้ไม่ต้องไปนอนเบียดกับคนเยอะแยะแถมยังไม่ต้องคอยระวังเื่การทำตัวผิดสังเกตด้วย ตำหนักนี้ไม่มีคนตรวจตราเข้มงวดเพียงอ้างชื่อเต้ามามาหลี่ที่ดูแลตำหนักนี้นางก็สามารถมานอนที่นี่ได้แล้ว
**************

