"ความจริงแล้วพวกนายเป็รุ่นน้องของฉัน" เสียงเล็กน่ารักเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ คราวนี้น้ำเสียงของเธอฟังดูผ่อนคลายขึ้นเยอะ
แต่คิ้วที่พึ่งผ่อนคลายของกล้ากลับขมวดขึ้นอีกครั้ง "ไม่ใช่"
เขาปฏิเสธเสียงเข้มแล้วตวัดสายตาคมกลับมามองดวงตาใสของร่างเล็ก มันทำให้ความกลัวของพายอาร์ที่พึ่งจะลดลงกลับพุ่งสูงขึ้นจนเธอห่อตัวเล็กลงและมองเด็กหนุ่มอย่างหวาดระแวง
ปฏิกิริยานี้ของหญิงสาวทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาจึงอธิบายต่อ "ฉันก็อายุสิบแปดเท่าเธอ…ในกลุ่มมีฉันที่อายุสิบแปดแล้วกับไอ้ก็อต—คนที่พึ่งออกไปเมื่อกี้จะสิบแปดเดือนหน้า ส่วนไอ้สองตัวที่ออกไปก่อนเป็รุ่นน้องของเราหนึ่งปี"
พออธิบายจบแล้วเด็กหนุ่มก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง
(ทำไมฉันต้องอธิบายให้ยัยนี่ฟังด้วย?)
"อ๋อ เป็อย่างนี้นี่เอง" ได้ฟังอย่างนั้นพายอาร์ก็ระบายยิ้มน้อยๆ ออกมา แล้วพูดต่อ "ความจริงเราก็พึ่งสิบแปดเมื่อสามเดือนที่แล้ว—อืม เราสองคนเกิดปีเดียวกันสินะ นายเกิดเดือนอะไรหรอ"
พอกล้าเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเล็กๆ นั่นแล้วก็ทำให้รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขาจึงเอ่ยตอบไปง่ายๆ "กรกฎาคม"
"นายเป็น้องของเราสามเดือนนะ เราเกิดเดือนเมษายน" ดูเหมือนอยู่ๆ พายอาร์ก็เริ่มพูดอย่างเป็กันเองกับกล้าอย่างไม่รู้ตัว อาจเป็เพราะพอเธอถามเขาก็ตอบทันที มันทำให้สาวน้อยรู้สึกสบายใจที่จะพูดกับเขา
"ที่คิดว่าพวกนายเป็รุ่นน้อง เพราะเราเรียนมหาวิทยาลัยแล้วน่ะ" พายอาร์อธิบายต่อถึงสาเหตุที่ตนเข้าใจผิด
เธอเปลี่ยนคำแทนตัวเองจาก 'ฉัน' เป็ 'เรา' ด้วย ปกติถ้ารู้สึกสบายใจเวลาพูดกับใครจะแทนตัวเองด้วยคำว่า 'เรา'
ความจริงกล้าอยากจะพูดต่อว่าพวกที่เกิดต้นปีแบบเธอส่วนใหญ่ก็เรียนมหาวิทยาลัยแล้วทั้งนั้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะรู้สึกว่าจะพูดกับเธอมากเกินไปแล้ว
"อืม นายชื่ออะไรหรอ" สาวน้อยพึ่งนึกขึ้นได้ว่าคุยกันมายังไม่รู้จักชื่อกันเลย
พอกล้าได้ยินคำถามก็ลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะตอบดีมั้ย แต่ใบหน้าเล็กๆ ของคนตรงหน้าที่ทำเหมือนรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่ออยู่นั้นทำให้เขาใจอ่อนยวบ
"...กล้า —เอ่อ มาจากคำว่าต้นกล้า ไม่ใช่กล้าหาญ" หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าชื่อของเขามาจากคำว่ากล้าหาญ อาจจะเป็เพราะลักษณะภายนอกของเขาที่ดูแข็งแกร่งเกินไป นี่ก็เป็อีกครั้งที่กล้าสงสัยว่าตัวเองจะอธิบายให้ยัยนี่ฟังทำไม
พายอาร์ยิ้มรับชื่อนั้น เธอชอบความหมายของคำว่าต้นกล้ามากกว่า มันทำให้ชายหน้าคมตรงหน้าดูมีความละมุนขึ้นมาทันตาเห็น ทำให้ความกลัวที่มีต่อเขาลดลงอย่างน่าประหลาด เพียงเพราะเธอคิดว่าชื่อของเขาฟังดูน่ารัก สาวน้อยพยักหน้ายิ้มทวนชื่อของเด็กหนุ่ม "ชื่อต้นกล้าสินะ—ต้นกล้า"
ไม่รู้เป็เพราะอะไรพอพายอาร์พูดชื่อนั้นของเขาแล้วทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกยันยิกๆ ที่หัวใจ ความจริงชื่อนี้ถ้าเป็คนอื่นเรียกเขาคงจะตะบันหน้ามันไปแล้ว แต่พอมันออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ นั่น และเสียงเล็กน่ารักฟังดูนุ่มหูมันทำให้เขารู้สึกชอบใจ
(ให้ยัยนี่เรียกอย่างนั้นก็ได้—แค่ยัยนี่คนเดียว…)
และในขณะนั้นเองเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของกล้าก็ดังขึ้น ตอนนี้มือสองข้างของเขายังกุมมือนุ่มนิ่มของพายอาร์อยู่ พอคิดว่าต้องปล่อยมือจากความนุ่มนิ่มนี้มาหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาถอนมือออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองดูชื่อที่เมมไว้ว่า 'คนข้างบ้าน' จากนั้นก็กดรับสาย
"อืม" ขานรับ แค่พอให้รู้ว่าเขารับสายแล้ว ในใจแอบตำหนิคนที่โทรมาไม่รู้เวล่ำเวลา แต่เสียงจากปลายสายทำให้เขาลุกพรวดขึ้นทันที "อะไรนะ! พ่อกลับมาแล้ว!!"
ความจริงถ้าเป็ครอบครัวอื่นที่ได้ยินอย่างนี้ก็คงจะเข้าใจว่าพ่อกลับมาจากทำงานมันเป็เื่ธรรมดา แต่สำหรับครอบครัวของกล้ามันไม่ธรรมดาเลย เพราะพ่อของเขานานๆ จะกลับบ้านมาที และที่สำคัญกว่านั้นคือพ่อของเขาเข้มงวดมาก แล้วในเวลานี้กล้าควรจะทำตัวสงบเสงี่ยมและตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน แต่เขากลับมาเถลไถลอยู่ข้างนอกแบบนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้พ่อของเขากำลังหัวเสียแค่ไหน และการทำให้พ่อหัวเสียนั้นมันไม่เป็ผลดีต่อเขาเลย
ถ้าให้คะแนนความโหดของกล้าที่หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม คะแนนความโหดของพ่อกล้าก็คงจะได้ทะลุปรอทไปที่หนึ่งพันอย่างไม่ต้องสงสัย
พ่อของกล้าเลี้ยงลูกไม่เคยสปอยล์ เคยลงโทษหนักถึงขั้นกระดูกขาหักจนกล้าต้องดามกระดูกต้องเข้าเฝือกอยู่เป็เดือนๆ พ่อคนนี้มีกฎว่าข้างนอกเข้มงวดแค่ไหนในบ้านต้องเข้มงวดมากกว่าสิบเท่า!ตามสไตล์พลทหารขาโหด
กล้าฟังคนในสายพูดไม่ทันจบก็วิ่งพรวดออกมาจากบ้านหลังเล็กทันที พายอาร์ที่เห็นอย่างนั้นก็ใรีบวิ่งตามกล้าออกไป
"เดี๋ยวสิ! อย่าทิ้งเราไว้ที่นี่คนเดียว!" ที่นี่ทั้งมืดแล้วก็เต็มไปด้วยฝุ่น ที่สำคัญมันทั้งเปลี่ยวและน่ากลัวมาก พายอาร์ไม่กล้าอยู่ที่นี่คนเดียวแม้เศษเสี้ยววินาที
ในขณะที่วิ่งออกมาข้างนอกก็มีบิ๊กไบค์สองคันกำลังจอดลง กล้าเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกว่าโชคดีขึ้นมาทันที เพราะคนที่พึ่งมาถึงคือเพื่อนของเขาเอง ดูเหมือนว่าพวกนี้นอกจากจะไปซื้อของแล้วยังกลับไปเอาบิ๊กไบค์ที่จอดซ่อนไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้านในระหว่างที่ดักรอพวกปังปอนด์อยู่กลับมาด้วย
กล้าวิ่งเข้าไปหาเก่งที่กำลังลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์ จากนั้นก็ะโขึ้นรถแล้วบิดกุญแจสตาร์ทรถทันที
"เฮ๊ย! มึงจะรีบไปไหนวะกล้า? " เก่งท้วงพี่ชาย กว่าเขาจะกลับมาได้ก็ใช้เวลาตั้งนานนี่กล้าจะไปไหนอีกแล้ว
"รีบอย่างนี้พ่อมึงกลับมารึไงวะ" ก็อตก็พูดขึ้นพร้อมๆ กับเก่ง แต่ที่พูดอย่างนี้แค่้าจะประชดไม่คิดว่าจะเป็เื่จริง แต่คำตอบของกล้าก็ทำเอาเขาหน้าหงาย
"รีบไปหาพ่อมึงยังไงล่ะ!!" กล้าหันไปตอบเก่ง ทั้งสองคนมีพ่อคนเดียวกัน
จากที่กำลังอารมณ์ดีพอได้ยินพี่ชายพูดอย่างนั้นก็รีบะโขึ้นซ้อนหลังเขาทันที ปากก็ะโออกมาด้วยความใเหมือนเห็นผี "ฉิบหาย!! มึงเหยียบให้มิดเลยนะไอ้กล้า!!"
ก่อนที่กล้าจะเบิ้ลรถออกไปก็มองเห็นพายอาร์ที่กำลังวิ่งตามมา เขาหันไปสั่งเพื่อนทั้งสองคนที่ยังอยู่บนบิ๊กไบค์อีกคัน "พวกมึงไม่ต้องเล่นแล้วพายัยนั่นไปส่งบ้านด้วย!!" จากนั้นก็เบิ้ลรถออกไปด้วยความเร็วแสง
เสี้ยววินาทีเงาทั้งสองร่างก็หายวับไปกับความมืด ส่วนอีกสองหนุ่มที่เหลือก็มองจนแสงของรถนั้นหายไปแล้วก็อตก็พูดขึ้น
"ฉิบหายของจริง พรุ่งนี้ร่างกายของพวกมันจะยังครบสามสิบสองมั้ยวะ" ก็อตเป็เพื่อนกับพวกกล้ามานานรู้กิตติศัพท์ของนายพลเกรียงไกรพ่อของพวกกล้าดีว่าเขาโเี้แค่ไหน เหตุผลที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะกล้าได้เลยทั้งการเรียนและกีฬาก็เพราะความโหดระดับพระกาฬในการฝึกลูกของพ่อคนนี้
"กูว่าไม่น่าครบ" ทีช่วยออกความคิดเห็น เขาก็เคยเจอกับพ่อกล้า ถึงจะไม่กี่ครั้งแต่ก็รับรู้ได้ถึงความโเี้ของนายพลเกรียงไกร แค่มองตากันก็ทำให้เขาขนลุกซู่ได้
ตอนนี้สองมือของทีเต็มไปด้วยถุงเครื่องดื่มและของทานเล่นที่ซื้อกลับมาด้วย
เหตุผลที่พวกเขาไปนานขนาดนี้ เพราะบิ๊กไบค์ของพวกเขาถูกยกไปอยู่ที่โรงพัก เนื่องจากเป็รถต้องสงสัยว่าเป็ของพวกกระทำผิดกฎหมาย กว่าจะเคลียร์ได้ก็ใช้เวลาไปนานเกือบสองชั่วโมง ถึงได้กลับมาช้าขนาดนี้
เมื่อกล้าจากไปแล้วพายอาร์ก็รู้สึกเหมือนถูกทิ้งยังไงอย่างงั้น เธอมองสองหนุ่มที่ยังคงทอดสายไปทางที่รถของกล้าวิ่งจากไป สาวน้อยไม่มีความมั่นใจเลยว่าสองคนนี้จะไปส่งเธอตามคำสั่งของกล้าหรือไม่
คนหนึ่งเป็คนที่คิดจะจับเธอแก้ผ้าอย่างหน้าไม่อาย ส่วนอีกคนเป็โรคจิตที่ลวนลามเท้าของเธอ สาวน้อยเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ด้วยใจที่หวาดหวั่น
(หนี! จะต้องหนีเท่านั้น!)
กร่อบ!
เสียงกิ่งไม้หักดึงความสนใจของสองหนุ่มให้หันกลับมามองยังต้นกำเนิดของเสียง นั่นก็คือพายอาร์ผู้ที่เป็คนเหยียบกิ่งไม้จนเกิดเสียงดังด้วยความไม่ตั้งใจนั่นเอง
ก็อตมองดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นด้วยความรู้สึกเสียดาย เขายังจำเท้าเล็กๆ ที่ทั้งนุ่มนิ่มและขาวนวลเนียนจนกระแทกตาได้อยู่เลย "จะต้องไปส่งน้องพายอาร์จริงๆ หรอวะ"
หลังจากที่เห็นเท้าของพายอาร์แล้วในระหว่างที่ไปตามพวกเก่งกับทีเขาก็พยายามนึกชื่อของหญิงสาวที่ปังปอนด์เรียกเธอ พอนึกออกแล้วเขาก็ท่องมันให้ขึ้นใจ ถึงจะไปตามเพื่อนแต่ในหัวกลับคิดถึงแต่พายอาร์
"ก็เออน่ะสิ" ทีเอ่ยตอบ "แต่หลังจากที่พวกเราเล่นกับยัยนี่เสร็จแล้วนะ" พูดจบรอยยิ้มชั่วร้ายก็ปรากฏบนใบหน้า สำหรับทีแล้วเขาไม่ได้มีความรู้สึกเกรงกลัวกล้าเหมือนที่ก็อตเป็
**********************