เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 101 เตรียมตัว 1

            แผนการของเจิ้งหยวนอันที่จริงง่ายมากแค่แกล้งแต่งเป็นผีเท่านั้นเอง

            คนยุคสมัยนี้ยังคงเรียบง่ายไม่ซับซ้อนแม้ผู้นำขบวนการจะเรียกร้องให้เชื่อวิทยาศาสตร์และพยายามล้มล้างความเชื่อสมัยยุคศักดินาอยู่ตลอดแต่ความจริงในใจคนส่วนใหญ่ยังยำเกรงผีสางเทวดาอยู่ดี อย่างในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แม้ทุกคนจะทราบว่าฮวงจุ้ยการทำนายทายทักดวงชะตาเป็นเรื่องงมงายแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลื่อมใสศรัทธาอยู่ดีไม่ใช่หรือ? พวกคนถ่ายทำหนัง สร้างบ้าน ทำธุรกิจ ใครไม่เชื่อสิ่งลี้ลับนี้บ้างล่ะ? กระทั่งเจิ้งหยวนเมื่อก่อนยังตั้งเครื่องประดับปี่เซียะไว้บนโต๊ะทำงานเลย

            ในเมื่อเชื่อกันก็จัดการง่ายแล้ว

            เธอไม่กลัวตัวเองแต่งผีไม่เหมือนหรอกอย่างไรเสีย คนยุคสมัยนี้ก็ยังไม่เคยดูเหลียวไจ [1] กับริง คำสาปมรณะ [2] กันเธอจำเหลียวไจที่เคยดูช่วงทศวรรษที่แปดสิบในชาติก่อนได้เมื่อมองด้วยสายตาคนยุคหลัง เทคนิค เอฟเฟ็กต์พิเศษของหนังเรื่องนี้ปลอมมากจริงๆแต่ตอนที่ดูกลับน่ากลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก ถึงขั้นนอนหลับฝันร้ายเสียด้วยซ้ำ

            หลังตัดสินใจแล้วเจิ้งหยวนก็ลอบเข้าไปในมิติ เธอต้องหาอุปกรณ์มาแต่งเป็นผี

            อันดับแรกคือเสื้อผ้าต้องเป็นชุดกระโปรงยาวสีขาวพลิ้วไหว ลมพัดมาทีชายเสื้อผ้าจะได้ลอยขึ้นส่วนผมต้องยาวเฟื้อย ก่อนหน้านี้เธอตัดผมสั้นเท่าติ่งหูตามกระแสดีที่ตัดมาเกือบปีแล้ว ปีนี้เลยยาวขึ้นมาก ปัจจุบันถือว่ายาวประบ่าได้แต่ความยาวระดับนี้ไม่พอหรอก โชคดีที่เธอเจอวิกผมยาวตรงสีดำตอนค้นมิติไม่รู้แขกคนไหนทิ้งไว้ สะดวกให้เธอใช้แต่งผีพอดี

            เธอจำได้ว่ามันอยู่ชั้นหกเจิ้งหยวนยืนตรงกลางโถงทางเดินที่ปูพรมผืนหนาไว้ ต่อให้เดินย่ำมากแค่ไหนเสียงก็ไม่ดังสักนิด เธอจำรายละเอียดไม่ได้ว่าอยู่ห้องไหน จึงค้นหาไปทีละห้องๆ

            ห้องที่หนึ่งไม่มี

            ห้องที่สองก็ไม่มี

            ห้องที่สามยังไม่มี

            ห้องที่สี่ ห้องที่ห้าห้องที่หก…

            โชคดีที่เจิ้งหยวนมีความอดทนสูงค้นหาจนถึงห้องสุดท้ายของชั้นนี้ และหาวิกผมนั้นพบในที่สุด

            คราวนั้นวิกผมถูกเธอโยนลงบนเตียงแบบส่งๆเธอเลยหยิบขึ้นมาจัดทรงให้เรียบร้อย จากนั้นลองสวมลงบนหัวตัวเองแล้วส่องกระจกดูผมยาวจรดเอวพอดีและหนามาก แม้จะไม่ใช่ผมจริง แต่ก็อ่อนนุ่ม สมจริงสุดๆเธอมองตัวเองในกระจก พบว่าใบหน้าตนค่อนข้างเหมาะกับผมทรงนี้ ดวงตากลมโต คางเรียวแหลมจมูกโด่ง ถือเป็นใบหน้าพิมพ์นิยมเน็ตไอดอลในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเลยด้วยซ้ำ

            “คิก...” พอคิดแบบนั้นเจิ้งหยวนก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เธอถอดวิกผมออกแล้วหันหลังไปหาชุดกระโปรงยาวสีขาวต่อ

            ชุดกระโปรงสีขาวในมิติมีอยู่ไม่น้อยแต่กลับใช้ไม่ได้เสียส่วนใหญ่ เพราะแต่ละตัวล้วนแฟชั่นจ๋า ข้างบนไม่ติดลูกไม้ก็มีการตัดเย็บเป็นเอกลักษณ์ หรือไม่ผ้าก็หนักเกินไป เจิ้งหยวนจึงต้องค่อยๆหาอย่างละเอียด ยังดีที่เธอคิดไว้แล้ว หากหาไม่เจอ จะนำผ้าม่านของโรงแรมมาทำใส่เองสักตัวเสียเลย

            เจิ้งหยวนเงยหน้าขึ้นสายตาจับจ้องม่านหน้าต่างสักพักแล้วส่ายหัวหันหลังไปหากระโปรงของเธอต่อ

            เนื้อผ้าค่อนข้างดีแต่มันยุ่งยากเกินไป และที่สำคัญกว่าก็คือ เธอทำชุดไม่เป็น!

            โชคดีที่ความพยายามไม่เคยทรยศใครเธอหาชุดกระโปรงที่เหมาะสมตัวหนึ่งได้จากในห้องสวีตของโรงแรมอีกครั้งน่าบังเอิญที่ในห้องนี้ยังมีเครื่องสำอางกองเบ้อเริ่มอยู่ด้วย

            คนพักในห้องน่าจะเป็นดาราสาวคนหนึ่งดีไม่ดีอาจจะเป็นเจ้าแม่แฟชั่นด้วยเพราะภายในห้องมีชุดเดรสกองพะเนินแทบทุกแบบอยู่ไม่ต่างจากเครื่องสำอางที่มีทั้งรองพื้น แป้งทาหน้าหลากหลายเฉดสีหวีสำหรับแปรงผมทุกขนาด อายแชโดว์สีต่างๆ รวมถึงลิปสติกมากมาย เรียกได้ว่ามีครบเลย

            ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและอุปกรณ์อาบน้ำที่เจิ้งหยวนใช้ก่อนหน้านี้ล้วนนำมาจากโรงแรมเพราะเป็นโรงแรมห้าดาว ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อุปกรณ์อาบน้ำเลยใช้ดีอย่างยิ่งของจำพวกครีมกันแดดหยิบจากในห้องเสริมความงามที่ติดมากับโรงแรมได้ แต่เครื่องสำอางจำพวกลิปสติก หรืออายแชโดว์ โรงแรมย่อมไม่มีให้ต้องหาตามห้องพักแขกดูว่ามีแขกคนไหนทิ้งไว้หรือเปล่าเท่านั้น

            เธอปลอมเป็นผีจำเป็นต้องแต่งหน้าผัดแป้งให้ขาววอก ปากแดงก่ำเครื่องสำอางในห้องเอามาใช้ประโยชน์ได้พอดี

            นอกเหนือจากของปลอมตัวพวกนี้แล้วเจิ้งหยวนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เธอรู้สึกว่าหากทำหมอกเพิ่มออกมาสักนิดฉายแสงจากล่างขึ้นบนสักหน่อย ผลลัพธ์ต้องยอดเยี่ยมแน่นอนโชคดีที่โรงแรมมีน้ำแข็งแห้ง เจิ้งหยวนเจอตอนค้นห้องครัวก่อนหน้านี้น่าจะมีไว้สำหรับตกแต่งอาหารบางชนิด โดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โรยให้มีควันออกมา

            เธอย้ายเครื่องสำอางกระโปรง และวิกผมไปไว้ที่ห้องครัว แล้วไปกระท่อมมุงหญ้าล่วงหน้าก่อนจะหาสถานที่ที่เหมาะสมเข้าไปในมิติ แต่งตัวให้เรียบร้อยกะว่าพอถึงเวลานำน้ำแข็งแห้งออกมาพร้อมกับปรากฏตัวก็พอแล้วแถมเธอยังเก็บสเกตช์บอร์ดไฟฟ้าเครื่องหนึ่งได้จากในมิติ หากพื้นกระท่อมมุงหญ้าค่อนข้างเรียบละก็บางทีอาจจะสร้างเอฟเฟ็กต์ให้ดูเหมือนสามารถลอยได้

            และยังมีข้าวของยิบย่อยอีกมากเจิ้งหยวนไล่ดูทีละอย่างอีกครั้ง และรวบรวมทั้งหมดกองไว้ด้วยกัน

            เมื่อมองข้าวของตรงปลายเท้าเจิ้งหยวนก็เท้าเอว มุมปากยกสูงขึ้นอย่างมีเลศนัย

            เตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพตอนนี้เหลือแค่รอนักแสดงขึ้นเวทีเท่านั้น

            ไม่นานเจิ้งเทียนหู่ก็มาพบเฝิงหมิงเยว่

            คราวนี้เฝิงหมิงเยว่ไม่หลีกเลี่ยงอีกหากแต่ว่าใช้ถ้อยคำที่เจิ้งหยวนสอนแทน ความจริงการแสดงของเธอไม่ดีเลยตอนพูดไม่กล้าสบตาเจิ้งเทียนหู่สักนิด แถมยังพูดตะกุกตะกักหากเป็นคนสายตาเฉียบแหลมมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเธอมีแผนร้ายโชคดีที่มันไม่ถูกเปิดเผย และเจิ้งเทียนหู่ดีอกดีใจเสียจนไม่ได้สังเกตท่าทีผิดปกติของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

            นัดพบยามวิกาลแล้วยังเป็นในกระท่อมโทรมๆตรงตีนเขา อันที่จริงเจิ้งเทียนหู่เองก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก เขาว่า“เธอไปมุดพงหญ้ากับฉันก็ได้นี่ ต้องไปกระท่อมมุงหญ้าด้วยเหรอ”

            “ไม่ได้!” เฝิงหมิงเยว่กำชายเสื้อแน่น “กะ... กลางวันแสกๆ ฉะ... ฉัน… ยังไงก็ไม่ได้!”

            “เฮ้อ ตกลงๆๆเธอว่าที่ไหนก็เอาที่นั่นแหละ พอใจหรือยัง!” ขอแค่ได้กินเข้าปาก ตรงไหนจะมีปัญหาอะไรล่ะ? เจิ้งเทียนหู่ที่คิดว่าตัวเองกำลังจะได้ในสิ่งที่ต้องการพลันย่ามใจ เขาก้าวเข้ามาหมายจะจับแขนเฝิงหมิงเยว่ ทว่าเฝิงหมิงเยว่รีบหลบทันที

            “นายจะทำอะไร!”

            “เธอตกลงนอนกับฉันแล้วนี่ให้ฉันดมหน่อยจะเป็นไรไป” เจิ้งเทียนหู่แสยะยิ้ม

            เฝิงหมิงเยว่ตื่นตกใจไม่น้อยเธอมองไปรอบๆ โชคดีที่ไม่มีใคร แต่ก็โกรธจนหน้าซีด “นายบ้าไปแล้วเหรอคนเห็นเข้าจะทำยังไง!” เธอกัดฟันกรอด ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ฉันเตือนไว้เลยนะ หากจับมือถือแขนกันอีก ฉันกรี๊ดแน่!”

            “เฮ้ เธออย่า—”ไม่ทันจบประโยคดี แต่เจิ้งเทียนหู่ลดมือลงแล้วหัวเราะในลำคอเมื่อนึกอะไรขึ้นได้“งั้นรอตอนกลางคืน พวกเราค่อยมาจูบกัน!”

            เฝิงหมิงเยว่ไม่อยากสนใจเขาอีกเธอเดินอ้อมเขา และวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

            คนที่บ้านกำลังกินข้าวกันอยู่เจิ้งเฉวียนกังเห็นลูกสะใภ้ใหญ่กลับมา พลันรู้สึกประหลาดใจ “ทำไมกลับมาแล้วล่ะไม่ได้ไปโรงพยาบาลเหรอ”

            เฝิงหมิงเยว่มองคุณพ่อสามีด้วยสีหน้าที่ยังติดซีดเซียวจำใจฉีกยิ้มแห้งให้

            สีหน้าเธอย่ำแย่เกินไปจนเจิ้งเฉวียนกังเข้าใจผิดเขาวางชามตะเกียบลงทันที “เกิดอะไรขึ้น? ขาของเทียนหมิงมีปัญหาหรือเปล่า?”

             

            เชิงอรรถ

            [1] เหลียวไจ หมายถึงนิทานประหลาดจากห้องหนังสือ รวมเรื่องสั้นภูตผี 431 เรื่อง ประพันธ์โดยผูซงหลิง ซึ่งในที่นี้หมายถึงภาพยนตร์โปเยโปโลเย

            [2] ริง คำสาปมรณะ หมายถึงภาพยนตร์สยองขวัญที่ถูกผลิตในปี 1998 ซึ่งทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่นและในปีต่อมา หลังจากเข้าฉายในฮ่องกงภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กลายเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ทำรายได้สูงสุดในฮ่องกง

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508