สิ่งที่อยู่บนเรือสำราญล้วนตื่นตาตื่นใจ พวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อน ดังนั้นจึงได้แต่ตั้งข้อสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถาม
เพราะเจมส์ต้องการให้เรือเป็นที่สนใจของคนทั่วประเทศ ดังนั้นจึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทีวี เหตุการณ์ที่อยู่บนเรือจึงปรากฏบนหน้าจอแบบเรียลไทม์
สำหรับผู้หญิงที่ชื่นชอบวง P41 แต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ ต่างก็นั่งเกาะหน้าจอ มองดูทีวีเป็นระวิงไม่ไปไหน
ในจอแก้วว่าสวยแล้วแต่ของจริงกลับงดงามกว่า โดยเฉพาะเมื่อรวมกับผลเสียด้านลบ 'ธันเดอร์โบ๊ท' จึงทำให้บรรดาเศรษฐี นักธุรกิจลุ่มหลงราวกับต้องมนต์สะกด เร่งจองห้องพักผ่านเว็บไซต์หวังเข้ามาชมเรือ
แต่ทั้งนี้เว็บไซต์ทางการของ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ได้มีการเปิดจองล่วงหน้า แม้จะเป็นห้องคืนละแสนยังถูกจองหมดเพียงไม่กี่นาที ช่างเป็นเรื่องน่าสะพรึงเพียงใด นี่มันยิ่งกว่าคอนเสิร์ตของต่างชาติเสียอีก!
ดังนั้นแม้ตอนนี้จะเข้าไปที่เว็บไซต์ทางการ คุณยังคงไม่สามารถจับจองได้ ต้องรอไปก่อนอย่างน้อยเดือนสองเดือน หรือไม่ก็อาจจะนานกว่านั้น
เวทีอันหรูหรากลายเป็นของวง P41 หุ่นเพอร์เฟคแมนขึ้นชื่อเรื่องเพอร์เฟค ทันทีที่อยู่บนเวทีก็เปล่งประกาย ออร่าเฉิดฉาย ทำเอาทุกคนเลือดลมปั่นป่วน
เจมส์ถูกห้อมล้อมด้วยนักธุรกิจ หนึ่งในนั้นคือดอนนี่ หวัง เจ้าพ่อสื่อเกาหลีรายใหญ่ที่ครอบครองส่วนต่างและสัมปทานจำนวนมาก เดินทางมาที่นี่พร้อมกับลูกสาวและภรรยา
“พี่เจมส์ พาอึนจองไปดูอควาเรียมหน่อยสิคะ ตอนนั้นเดินทางมาแบบรีบๆ ไม่ได้ดู และมันก็ไม่มีปลา ตอนนี้หนูเช่าห้องของพี่แล้วนะ เป็นห้องราคาแพงที่สุด เช่า 1 เดือน หวังว่าพี่จะไม่เบื่อหน้าหนูนะ”
พัคอึนจองเข้ามาทักทาย เจมส์ยิ้มตอบ รอบกายเธอมีคนคุ้นหน้าอยู่คนหนึ่ง นั่นคือเคท เลขาสาวของดอนนี่ หวัง
พัคแทรัมเข้ามาดึงลูกสาว “อย่าดื้อสิอึนจอง ประธานเจมส์กำลังยุ่งๆ อยู่นะ วันนี้เป็นวันเปิดงาน เอาไว้วันหลังเถอะนะลูก”
“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรครับ เสร็จจากตรงนี้ก็ถือว่าว่าง เวทียกให้วง P41 และพรีเซ็นเตอร์ที่จ้างมา นอกจากนั้นพิธีกรก็น่าจะเอาอยู่ หน้าที่ของผมถือว่าหมดแล้ว”
“เห็นไหมคะแม่ คุณเจมส์ใจดีจะตายไป เขาไม่ได้ดุหนูเลยนะ” เด็กสาวแลบลิ้นกล่าว ทำเอานางพัคยิ้มเจื่อนๆ ยอมตามใจลูกสาวอย่างไม่มีทางเลือกอื่น
“แปลกมาก ลูกสาวผมไม่เคยสนิทสนมกับใครเร็วเท่านี้มาก่อน คุณคือคนแรกนะเนี่ย ประธานเจมส์” ดอนนี่หวังยืนอยู่เงียบๆ นานสองนานจึงร่วมวง แต่ไหงคำพูดนี้ไม่เหมือนคำชม โดยเฉพาะสายตาคู่นั้น คงไม่ใช่มองว่าเขากำลังคิดไม่ซื่อกับอึนจองอยู่หรอกนะ
เจมส์ตอบแบบไม่คิดอะไรมาก “เพราะผมมีน้องชาย 1คนครับ จึงรู้สึกเหมือนว่าได้น้องเพิ่มมาอีกคน”
พัคอึนจองเบ้ปาก ใครกันอยากเป็นพี่เป็นน้อง
ระหว่างนั้นนักข่าวพากันถ่ายรูปคุณดอนนี่หวังและเจมส์
มีใครบ้างไม่รู้จักดอนนี่หวัง นี่คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของเกาหลีใต้เชียวนะ เรียกได้ว่ามีอิทธิพลและมากด้วยอำนาจ ใครต่างก็อยากเข้าไปทำความรู้จัก
ไม่มีใครสงสัยฐานะของเจมส์แม้จะเป็นเพียงชายหนุ่มอายุ 20 ปีต้นๆ แม้แต่ดอนนี่หวังยังให้เกียรติเดินทางมาร่วมงาน ท่าทางสนิทชิดเชื้อ แล้วยังต้องคิดอะไรอีก พาลทำให้คนจำพวกที่ยังลังเลไม่กล้าลงทุนบนเรือเสียใจ รู้งี้น่าจะทุ่มเงินประมูลซะก็ดี แต่ถึงจะเสียใจไปก็เท่านั้น เพราะเวลาไม่สามารถย้อนกลับไปได้
รอจนกระทั่งหามุมเงียบสงบได้คุยกัน ดอนนี่หวังกล่าวว่า “คุณเจมส์ ไวน์ของคุณผมชอบมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในเกาหลีใต้ ผมจะเป็นตัวแทนจำหน่ายแค่เพียงผู้เดียว”
ดอนนี่หวังยกแก้วไวน์ขึ้น วงหน้าผลิบาน เสริมว่า
“ด้วยการสนับสนุนจากผม บรรดาสื่อต่างๆ จะประโคมข่าวเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ ยิ่งรู้ว่าผมเป็นผู้จำหน่ายเพียงผู้เดียว รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
มันจะต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อได้รับการสนับสนุนจากดอนนี่หวัง...เจมส์คิดกับตัวเองเงียบๆ แม้นี่จะเป็นการตัดทางหารายได้ของคนอื่น ไม่ให้เข้ามามีบทบาท แต่พอเข้าใจได้ ในฐานะนักธุรกิจการกินรวบกิจการคือเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“มันวิเศษมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่เบื้องหลัง การผลักดันไวน์ของผมในเกาหลีใต้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยโดยไม่เปลืองแรง” เจมส์ยิ้มตอบ
“ผมจะถือว่าคุณตอบตกลง ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าเหล่านั้นที่ทำสัญญาไปก่อนหน้า ถือว่าเป็นตัวแทนรายย่อยแล้วกัน”
ที่ดอนนี่หวังกล่าวถึงคือพวกดงซุก แม้เขาจะเป็นถึงคนร่ำรวยที่มีสื่อเป็นตัวกลาง แต่การหักหน้าคนเหล่านั้นอย่างไม่มีเหตุผลก็ดูจะงี่เง่าเกินไป อะไรที่พอจะประนีประนอมบ้างก็ควรทำ
“อย่าคุยเรื่องปวดหัวเลยค่ะ วันนี้เป็นวันเปิดงานเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ทั้งที เราก็ควรจะสนุกกันเต็มที่ใช่ไหมคะ” พัคอึนจองทำลายบรรยากาศการค้าขาย ทำเอาพ่อของเธอหัวเราะชอบใจ ลูบศีรษะลูกสาวคนสวยอย่างอ่อนโยน
“จริงของอึนจอง งั้นไว้เราค่อยคุยกันวันหลังนะครับประธานเจมส์ ส่วนตอนนี้ผมคงต้องพาลูกสาวเดินชมรอบๆ ก่อน”
“ด้วยความยินดีครับ”
พัคอึนจองรู้ว่าเขาไม่ว่าง ดังนั้นจึงต้องไว้วันหลัง ค่อยขอมาเดินด้วยกันก็ยังไม่สาย นอกจากนั้นหากเดินไปกับคุณพ่อตอนนี้คงไม่แคล้วคุยเรื่องงาน จากที่จะสนุกคงน่าเบื่อเพราะมีแต่ตัวเลขและผลประโยชน์
สำหรับดอนนี่หวัง ก่อนหน้านี้หลังจากได้ชิมไวน์ของเจมส์จึงตั้งเป้าว่าจะเข้ามาแทรกแซง ยึดเอาบริษัทไปเป็นของตน
แต่ครั้นได้เดินทางมาถึงที่นี่ พลันต้องเปลี่ยนใจ อีกฝ่ายไม่ง่ายขนาดนั้น ความร่ำรวยที่แสดงไม่ใช่น้อยๆ การป้องกันแน่นหนา เทคโนโลยีสูงล้ำ นอกจากนั้นพัคอึนจองยังชอบพอ เขาจะกล้าหักหลังความรู้สึกของลูกสาวได้ยังไง
แยกกับนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ เจมส์ก็ถ่ายรูปกับใครหลายคนต่อ ไม่นานจึงขอพัก แล้วเดินไปที่ห้องอาหาร
ห้องอาหารราวกับพระราชวัง มีความงาม ความปราณีตดังต้องมนต์ เจมส์เดินมาที่นี่คนเดียว นับว่าค่อนข้างคึกคักด้วยผู้คน
ลูกค้าส่วนใหญ่คือชนชั้นสูง ดังนั้นจึงเห็นว่าทุกคนสวมใส่เครื่องประดับราคาแพง ชุดตัวนึงก็หลักล้าน ไม่มีหรอกเสื้อสองสามพันบาท
ภายในห้องอาหารขนาดใหญ่จากมุมนี้สามารถเห็นหมู่ปลาแหวกว่าย โดยเส้นทางของปลาจะเชื่อมต่อทุกชั้นของเรือ ยกเว้นอควาเรียม นั่นหมายความว่าพวกมันเป็นเอกเทศต่อกัน แต่ยังอยู่ในความดูแลของลลิชที่เป็นหัวหน้า
เจมส์กล่าวทักทายแขกที่ทานอาหาร ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว พบกับหุ่นกะลาสีเรือที่กำลังทำงานอย่างขมักเขม้น โดยมีคนคุมเป็นผู้หญิงสวมชุดเชฟสีดำ
คล้ายรู้ว่าถูกมอง ปลายฝนหันหน้ากลับมา ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “คุณเจมส์ มาอยู่ที่นี่ได้ไงคะ แล้วงานล่ะ”
“กล่าวเปิดงานแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงจัดแสดงบนเวที ผมเลยใช้เวลานี้พักผ่อน แต่ก็ถูกนักข่าวรายล้อมเข้ามาถ่ายรูป รวมถึงเศรษฐีและนักธุรกิจ”
ปลายฝนเดินเข้ามา พลางหัวเราะคิกคัก “ที่นั่นคงสนุกน่าดู โดยเฉพาะยายเนตรที่อยู่กับคุณ”
“พูดแบบนี้แสดงว่าคุณเองก็อยากอยู่ด้วย ได้สิ หากคุณต้องการ”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันชอบคนเยอะเวลาที่อยู่ในครัวเท่านั้น หากไปข้างนอกคงวุ่นจนปวดหัวน่าดู ให้เป็นหน้าที่ของยายเนตรนั่นแหละดีแล้ว”
เจมส์ไม่ประหลาดใจกับคำตอบ นี่คือเชฟปลายฝน เป็นเชฟระดับมิชลินเชียวนะ ดังนั้นงานหลักก็คือทำอาหาร ส่วนเรื่องอื่นเธอไม่ได้สนใจ
“จริงสิ แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม”
ก็รู้แหละว่าเธอมีประสบการณ์ แต่นี่คืองานวันแรก อีกทั้งอาหารที่นี่ยังมีเมนูหลากหลายขึ้น เจมส์จึงค่อนข้างเป็นกังวล กลัวว่าจะมีข้อผิดพลาด
“สบายมากค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา นอกจากนั้นทุกคนยังทำงานขยันขันแข็ง รวมถึงเชฟอีกสองคนที่เพิ่งรับมา เข้าขากันสุดๆ”
เจมส์มองผ่านหลังปลายฝน ก็เห็นเชฟมิชลินอีกสองคนที่กำลังวุ่น จากคำกล่าวของปลายฝนก่อนหน้านี้คือเรือลำใหญ่มาก ผู้โดยสารก็เยอะตามไปด้วย ดังนั้นเกรงว่าเชฟคนเดียวคงไม่พอต้องมีตัวช่วย จึงลากเอารุ่นน้องที่มีฝีมือมาด้วย
ผลคืออย่างที่เห็น ในครัววุ่นกันเป็นเกลียว
“ขาดเหลืออะไรบอกได้ล่ะ โดยเฉพาะเชฟ ผมว่าแค่นี้คงไม่พอหรอก”
“ฉันก็ว่างั้น ดังนั้นเลยคิดว่าจะประกาศหาเชฟระดับมิชลินมาสักสี่ห้าคน คุณคงจ่ายไหวใช่ไหมคะ”
“สบายมาก ขอแค่ผมไม่โดนด่าว่าเสิร์ฟช้าก็พอ”
“คิคิ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ” ปลายฝนตอบพลางยิ้มหวาน ระหว่างนั้นในครัวยุ่งมาก เจมส์จึงต้องขอตัวออกมา ปล่อยให้เธอทำงานของเธอไป
ภายในเรือคึกคักด้วยผู้คน แม้จะเป็นเช่นนั้นยังไม่อึดอัด สามารถเดินสูดอากาศได้อย่างสบาย เจมส์เดินไปที่ชั้นของเมืองน้ำแข็ง โดยมีเอส หุ่นยนต์วิศวกรดำเนินการควบคุมอยู่
เอสค่อนข้างขี้เกียจ แต่พอเห็นลูกค้าผู้หญิงนุ่งสั้นพลันตาเป็นประกาย แม้ไม่ได้เอ่ยปากแต่เจมส์เดาได้ไม่ยากว่าเขามุ่งหวังสิ่งใด
.....
มาถึงโรงแรมมาลา
สองพี่น้องเศรษฐีบ่อน้ำมันจากดูไบหน้าบึ้งตึง โดยเฉพาะคนเป็นพี่สาว แทบจะฆ่าคนด้วยสายตาได้
นัวร์หย่อนกายลงบนโต๊ะ นัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นราวทะเลสีคราม มุมปากยกขึ้นสูง ประหนึ่งมีแผนร้ายในใจ