“บ้านคุณป้าน่าอยู่จังเลยนะคะ"”
เทียมหทัยเอ่ยชมกับสายชลขณะที่เดินชมบริเวณบ้าน ซึ่งในความรู้สึกของเธอนั้นไม่น่าจะเรียกว่าเป็บ้านเลย เพราะใหญ่โตและกว้างขวางมาก
ต้นไม้ทั้งไม้ดอกและไม้ผลนั้นถูกปลูกเอาไว้อย่างลงตัว สนามหญ้าเขียวชอุ่มมีอาณาบริเวณที่กว้างขวางและก็มีบึงน้ำขนาดใหญ่และมีดอกบัวที่ชูช่อสลอนอยู่เต็มบึง
“ไม่ใช่บ้านป้าหรอกค่ะคุณขิมบ้านคุณหญิงท่านค่ะ ป้ากับเ้ากรณ์ก็ได้อาศัยใบบุญของท่านเท่านั้นเองค่ะ”
สายชลพูดความจริง และไม่ทันไรทั้งสองก็ชะงักเมื่อมีรถคันหรูกำลังแล่นออกมาจากตัวคฤหาสน์และก็ชะลอจอดตรงที่คนทั้งสองในที่สุด และผู้ที่นั่งในรถก็เปิดกระจกไฟฟ้าให้มองเห็นใบหน้าที่ดูสง่าและน่าเกรงขามคนหนึ่ง ซึ่งใบหน้านั้นถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางค่อนข้างจะเข้มทีเดียว
“ว่าไงจ๊ะสายชล วันนี้ไม่ไปข้างนอกหรือ ฉันอุตส่าห์ให้เธอหยุดแล้วนะ”
คุณหญิงรสรินทร์ชะโงกหน้าออกมาทักทายเพื่อนรู้ใจ พร้อมด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงคนมีอำนาจฉายแววคุณหญิงอย่างเป็ประกาย
“อ๋อ! ไม่ไปไหนค่ะคุณหญิง แล้วคุณหญิงจะไปไหนคะ”
สายชลถามกลับ
“ฉันก็จะไปสมาคมเหมือนเดินนั่นแล่ะ! อ้าว! แล้วแม่คนนี้เป็ใครกันล่ะ”
รสรินทร์ถามเพราะเห็นเทียมหทัยยืนอยู่ข้างๆ สายชล
“อ๋อ! คุณเทียมหทัยค่ะ เป็ลูกสาวของคุณกรรชัยกับคุณพรรณีไงคะ คุณหญิงจำได้มั้ยคะ”
“คุณขิมคะ! นี่คุณหญิงรสรินทร์ค่ะ! ท่านเป็แม่คุณธรรทรค่ะ” สายชลแนะนำ
“สวัสดค่ะคุณหญิง”
เทียมหทัยรีบไหว้ด้วยความนอบน้อม
“ไว้พระเถอะแม่คุณ”
รสรินทร์รับไหว้แบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก เพราะปกตินั้นเธอก็ไม่ค่อยจะเสวนาพาทีกับคนที่ไม่อยู่ในระดับของเธอสักเท่าไหร่
“อ๋อ! ฉันจำได้แล้วพรรณีที่ไปตรวจโรคหัวใจที่โรงพยาบาลเดียวกับฉันใช่มั้ย เอ..แต่เท่าที่จำได้ลูกสาวเขาตายไปั้แ่ยังเล็กๆ นี่ แล้วเธอเป็ลูกสาวเขาได้ยังไงล่ะ”
รสรินทร์ซักเพราะความสงสัย เล่นเอาคนฟังทั้งสองถึงกับอึ้งกับคำถามตรงๆ และดูเหมือนจะเสียมารยาทด้วยซ้ำ แต่เทียมหทัยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถือว่าเป็ผู้ใหญ่ เมื่อถามมาก็ต้องตอบไปตามความจริง
“ขิมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านหรอกค่ะ ท่านเก็บขิมมาเลี้ยงั้แ่ยังเล็กๆ ค่ะคุณหญิง”
“อ๋อ! เป็แค่ลูกเลี้ยงหรอกเหรอ”
รสรินทร์มีน้ำเสียงเย้ยหยันในที
“แล้วนี่มาทำอะไรกันจ้ะ”
“อ๋อ! พอดีดิฉันไปเจอเธอตอนซื้อของเห็นว่ารู้จักกันกับเ้ากรณ์ก็เลยชวนมาทานข้าวเที่ยงค่ะ จะได้รู้จักกันเอาไว้”
สายชลรีบตอบ
“รู้จักกับเ้ากรณ์เหรอ! แล้วไป แล้วนี่เ้าลูกชายตัวดีของฉันหายไปไหนล่ะนี่ ไม่เห็นไปรับคู่หมั้นออกไปเที่ยวที่ไหนเลย”
รสรินทร์บ่นถึงธรรทรด้วยอาการตำหนิและเอือมระอาที่จะเข็นให้พาชุติมาออกไปเที่ยวข้างนอกบ้านบ้าง
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ อาจจะไปข้างนอกกระมังคะ ดิฉันว่าคุณหญิงรีบไปเถอะนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทันนัดนะคะ” สายชลรีบแก้ตัวให้ธรรทรและพยายามตัดบท
“เอ่อ! จริงสิฉันก็มัวแต่คุย งั้นไปก่อนนะแล้วเย็นๆ ค่อยคุยกัน …ไหว้พระเถอะจ้ะ”
รสรินทร์เพิ่งจะนึกได้ และก็รับไหว้เทียมหทัยพร้อมทั้งปิดกระจกและสั่งให้คนรถออกรถไป
“ป้าต้องขอโทษแทนคุณหญิงท่านด้วยนะคะคุณขิม”
สายชลรีบเอ่ยเพราะรู้ดีว่าคำพูดของรสรินทร์นั้น คนที่ไม่คุ้นเคยอย่างเทียมหทัยฟังแล้วก็คงไม่ค่อยรื่นหูสักเท่าไหร่
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณป้า ที่จริงคุณหญิงท่านก็พูดถูกทุกอย่างค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงขิมหรอกค่ะ ขิมไม่เป็อะไรค่ะ”
เพราะไม่อยากให้สายชลไม่สบายใจ แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือ ทำไมสายชลไม่บอกว่าธรรทรนั้นอยู่ที่บ้านของเธอ และก็อยู่กับดวงแก้วที่เป็คู่หมั้นด้วยแล้ว แต่ก็ได้แค่สงสัย เพราะเธอไม่อยากจะเสียมารยาทถาม
“ไปงั้นเราเข้าครัวกันดีกว่าค่ะ ดูสิว่าสองหนุ่มหนึ่งสาวเขาทำอะไรไปถึงไหนแล้ว”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ” เธอรับคำและเดินตามสายชลไปที่เรือนหลังย่อมของเธอ
“ว่าไงคะคุณกรณ์เตรียมของไปถึงไหนแล้วเอ่ย”
สายชลร้องทักธรรทรขณะเดินเข้ามาสมทบในห้องครัวพร้อมกับเทียมหทัย ซึ่งเขาเองเป็คนอาสาเตรียมข้าวของรอระหว่างที่สายชลพาเทียมหทัยเดินชมบ้าน เพราะเขารู้ดีว่าถ้าให้เขาพาเธอไป โอกาสที่จะเจอคุณหญิงแม่นั้นมีค่อนข้างสูง
“ใกล้เสร็จแล้วครับแม่” เขาตอบโดยที่จะไม่ลืมแสดงตัวเป็ลูกสายชล
“มีอะไรให้ขิมช่วยมั้ยคะคุณกรณ์”
“งั้นไม่เกรงใจแล้วนะครับ! ผมฝากคุณขิมช่วยหยิบแตงกวาในตู้เย็นเอามาหั่นเป็ชิ้นพอคำด้วยนะครับ”
“ได้เลยค่ะ แต่ขอออกตัวไว้ก่อนนะคะว่าขิมไม่ค่อยถนัดเื่ในครัวเท่าไหร่ค่ะ” เธอรีบบอกพลางเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบตะกร้าแตงกวาออกมา
“งั้นคุณขิมหั่นตรงนี้นะคะ เดี๋ยวป้าจะตั้งหม้อแล้วค่ะ” สายชลจัดแจงสถานที่ให้เธอสะดวกในการทำ
“มีดอยู่ตรงนั้นครับ” ธรรทรรีบบอกเพราะเห็นเทียมหทัยกำลังมองหาอยู่พอดี
“ขอบคุณค่ะ”
เธอตอบพร้อมเดินไปหยิบมีดออกมาจากที่เก็บ
“ระวังมือนะครับมันคมมาก”
เขาเตือนเสียงต่ำ
“อุ๊ย!!!”
ไม่ทันได้ขาดคำนิ้วเรียวงามก็มีเืไหลออกมาด้วยความคมของคมมีดเข้าไปแล้ว ทำเอาธรรทรใรีบเข้ามาคว้าเอามือเธอมาดูดห้ามเืให้เป็พัลวัน
“ขอบคุณค่ะ”
เทียมหทัยพูดพลางหน้าแดงด้วยความอายเพราะมือน้อยๆ ของเธอถูกเขาประคองไว้ด้วยความห่วงใย
“อุ๊ยตายแล้ว!! เป็อะไรมากหรือเปล่าคะคุณขิม ป้าว่าออกไปทำแผลกันข้างนอกเถอะค่ะทางนี้ป้าจัดการเอง”
สายชลร้องถามด้วยความใ และสายตาก็แฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่าง ที่เห็นธรรทรนั้นแสดงอาการห่วงเทียมหทัยอย่างที่เธอไม่เคยเห็นเขาปฏิบัติกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
แม้กระทั่งกับชุติมาคู่หมั้นเองก็ตาม เมื่อทั้งสองออกนอกครัวไปแล้ว เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะไม่สามารถจะเดาอนาคตข้างหน้าได้ว่า จะลงเอยยังไง
“โอ้โห! พ่อนักธุรกิจใหญ่ วันนี้กลับบ้านเร็วเป็เหมือนกันหรือจ๊ะ”
รสรินทร์ร้องทักลูกชาย ขณะนั่งอ่านหนังสืออยู่ห้องรับแขก และพอดีได้ยินเสียงลูกชายเดินผิวปากเข้าบ้านด้วยอาการของคนอารมณ์ดี
“อ้าว! คุณแม่ครับพูดแบบนี้ผมก็เสียแย่สิครับ วันนี้ผมอุตส่าห์จะมากินข้าวเย็นกับคุณแม่นะครับ ว้าโดนแซวซะแล้ว”
เขาแกล้งแม่กลับพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งโซฟาข้างๆ แม่
“ก็รึไม่จริงล่ะลูก พักนี้แม่ไม่ค่อยได้เจอหน้าลูกสักเท่าไหร่เลย! หนูชุเขาถามหาแน่ะ เมื่อวานเขาไปประชุมที่สมาคมกับแม่เขา พอแม่หนูชุถามหาลูกเข้า แม่งี้หน้าชาเชียว ทำไมไม่หาเวลาไปเที่ยวกับน้องบ้างล่ะลูก อีกหน่อยก็จะต้องแต่งงานกันแล้ว”
รสรินทร์พยายามเกลี้ยกล่อมลูกชายเหมือนทุกๆ ครั้ง
“เอาไว้ให้ผมสะสางงานสักพักก่อนนะครับแม่ พักนี้งานเยอะจริงๆ ครับ สนามกอล์ฟก็ใกล้จะเปิดแล้ว ต้องประชาสัมพันธ์กันยกใหญ่เลยครับ”
เขาบอกแม่ด้วยเหตุผล ทั้งๆ ที่มันไม่จริงเลย
“เอะอะ ลูกก็เอาแต่งานมาอ้าง นี่เมื่อไหร่ลูกจะเข้าใจแม่สักทีล่ะลูก อย่างหนูชุน่ะหาไม่ได้ง่ายๆ นะจ๊ะลูก ชาติตระกูลก็ดี การศึกษาก็ดี ฐานะก็ใกล้เคียงกับเรา ทั้งกิริยามารยาทนั้นก็งามพร้อม นี่ถ้าแม่ไม่ได้มาเป็สะใภ้ล่ะก็ แม่จะไม่ให้อภัยแกจริงๆ นะตาธรร”
รสรินทร์ออกอาการขู่เหมือนทุกครั้ง
“เอาไว้ผมจะหาเวลาว่างๆ พาน้องชุเขาไปเที่ยวก็แล้วกันนะครับ” เขาบอกไปในที่สุด
“ดีจ้ะลูก! เออ! พูดถึงสนามกอล์ฟ เมื่อวันก่อนแม่เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขามาเที่ยวบ้านเราน่ะ วันนั้นแม่เห็นเขายืนคุยกับน้าสายชลตรงสนามหน้าบ้านเราแน่ะลูก เห็นบอกว่าเป็ลูกเลี้ยงคุณกรรชัยกับยายพรรณี ลูกรู้จักมั้ย เห็นน้าสายชลบอกว่าเป็เพื่อนกันกับเ้ากรณ์”
รสรินทร์นึกได้ก็เลยถามลูกชาย ทำเอาคนที่ถูกถามถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง แต่ก็เรียกสติกลับมาได้
“อ๋อ! คุณเทียมหทัยใช่มั้ยครับ ผมเคยพบกันอยู่ไม่กี่ครั้งครับตอนที่ไปขอเจรจาเช่าที่ดินลุงกรรชัยครับ” เขารีบบอกปัดแม่ไป เพราะไม่อยากให้สิ่งที่เขากังวลเกิดขึ้น
“แล้วคุณแม่ถามทำไมครับ”
“ก็แม่เห็นเด็กคนนั้นหน้าตาผิวพรรณดี๊ดี ไม่รู้ว่าแม่พรรณีกับคุณกรรชัยไปขุดแม่เด็กคนนั้นมาจากไหน เห็นบอกขอมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่แม่ดูๆ แล้วพ่อแม่ของเด็กคนนี้ก็ไม่น่าจะเป็คนขี้เหร่อะไร เพราะลูกได้หน้าตาและผิวพรรณมาดี”
“ครับ แล้วแม่ได้คุยกับเธอมั้ยครับ”
“ก็คุยบ้างคำสองคำ พอดีแม่จะรีบไปทำธุระน่ะลูก”
“แล้วคุณแม่คิดว่าเธอเป็ยังไงครับ”
เขาลองหยั่งเชิงแม่
“ก็ไม่รู้สิลูก เห็นแค่แวบๆ น่ะ และอีกอย่างแม่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ต่อให้ผิวพรรณหรือหน้าตาดียังไงก็เถอะ ไม่รู้ว่าชาติตระกูลหรือเทือกเถาเหล่ากอมาจากไหน ไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่ยายพรรณีกับคุณกรรชัยนึกยังไงไม่รู้นะลูก เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม เกิดวันหนึ่งคิดอกตัญญูขึ้นมา ผลาญสมบัติไปหมดบ้านจะว่ายังไง โอย! แม่ไม่อยากคิดหรอกลูก”
“คุณแม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ” เขาถามแม่ด้วยท่าทางค่อนข้างสิ้นหวัง
“ก็ไม่รู้หรอกลูกแม่อาจจะคิดผิดก็ได้ แต่ว่าแต่ลูกถามแม่ทำไมหรือจ๊ะ เอ! อย่าบอกนะว่าลูกสนใจเด็กคนนี้ แม่ไม่ยอมจริงๆ ด้วยนะเ้าธรร”
เธอสงสัยลูกชาย เพราะปกติไม่เคยจะพูดถึงผู้หญิงคนไหนให้เธอฟังเลย
“อ๋อ! ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ เพียงแต่เท่าที่เคยเห็นเธอมา ท่าทางก็ดูเป็คนดีนะครับ ขยันช่วยงานคุณลุงกรรชัย และที่สำคัญทำงานเก่งไม่ใช่เล่นเลยครับแม่” เขารีบบอกปัดแม่ไปเพราะไม่อยากให้สงสัยมากไปกว่านี้
“ขยันก็เอาไว้ทำงานให้เรานะ แต่แม่ขอห้ามเด็ดขาด ถ้าคิดจะเอามาแทนหนูชุของแม่ ข้ามศพแม่ไปก่อนเลยนะนายธรร แม่ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
รสรินทร์รีบขู่ลูกชายด้วยท่าทางเอาจริงกว่าทุกๆ ครั้ง จนทำให้คนฟังนั้นนึกกังวลถึงเื่ของวันข้างหน้า
“คุณแม่คิดอะไรก็ไม่รู้! งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ แล้วจะได้มากินข้าวกัน เดี๋ยวน้าสายชลกับเ้ากรณ์ก็คงจะมาพอดี”
เขารีบหอบข้าวของที่หอบมารีบเผ่นไปข้างบน ทิ้งให้รสรินทร์นั่งสงสัยอะไรอยู่คนเดียว
========================
??“???“???“?โปรแจ่มๆ มาแล้วจ้า??“???“???“?
shorturl.at/aqEK3 <= ราคีสีขาว 149 เหลือ 69บ.
shorturl.at/oyCJL <=ไฟรักกับดักร้อน 559 เหลือ 279บ.
shorturl.at/yJKT0 <=มนตรายาใจ 369 เหลือ 229บ.
shorturl.at/enFR5 <=ทาสสวาท 342 เหลือ 119บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
