กำแพงคอนกรีตสูงตระหง่านสีเทาหม่นที่ล้อมรอบด้วยลวดหนามไฟฟ้า คือโลกใบใหม่ของ เฉินเฟิง ชุดนักโทษสีส้มสว่างกลายเป็เครื่องเตือนใจถึงความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไข เขาถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แม้ศาลจะพิจารณาว่าเป็การทำเพื่อป้องกันตัวและบันดาลโทสะ แต่ชีวิตที่ปลิดทิ้งไปก็ไม่อาจฟื้นคืน
"นักโทษใหม่หมายเลข 9527 ก้าวออกมา!" เสียงะโของพัศดีดังก้องไปตามทางเดินแคบๆ ที่ส่งกลิ่นอับชื้นของเชื้อราและเหงื่อไคล
เฉินเฟิงก้าวเดินไปตามทางด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความรู้สึกผิดยังคงกัดกินหัวใจ ภาพสุดท้ายของเฉินไห่ที่มองเขาผ่านกระจกห้องเยี่ยมด้วยสายตาที่เ็าราวกับคนแปลกหน้า คือโซ่ตรวนที่หนักอึ้งยิ่งกว่าตรวนเหล็กที่ข้อเท้า
เขาถูกส่งตัวมายัง "แดน 4" ซึ่งเป็ที่คุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ภายในห้องขังรวมที่แออัด สายตาหลายสิบคู่จ้องมองเขาเหมือนฝูงหมาป่าที่จ้องมองเหยื่อมาใหม่
"เฮ้ย ไอ้เด็กใหม่ ดูท่าทางแกจะใจเด็ดไม่เบานะ แทงคนทวงหนี้ตายเชียวเหรอ?" ชายร่างั์ที่มีรอยสักเต็มตัวเดินเข้ามาประชิด มันคือ 'หัวหน้าหลง' ขาใหญ่ประจำห้องขัง
เฉินเฟิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินไปที่มุมห้องหัง ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบเชียบที่สุด
"ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง!" หลงง้างหมัดเตรียมจะสั่งสอนนักโทษหน้าใหม่ แต่ก่อนที่หมัดจะถึงตัวเฉินเฟิง เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกสุดของห้อง
"หยุดมือซะ... อย่าให้เืคนชั้นต่ำมาเปื้อนพื้นห้องขังฉัน"
คำพูดนั้นเรียบเฉย แต่กลับทำให้อาการกร่างของหัวหน้าหลงหายไปในพริบตา เขาลดมือลงและก้มหัวให้ชายชราที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงปูนด้านในสุดอย่างเกรงใจ
ชายชราคนนั้นดูเหมือนคนธรรมดา ผมสีดอกเลาตัดสั้น ผิวพรรณดูสะอาดสะอ้านอย่างประหลาดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โสโครก มือของเขากำลังสับไพ่กระดาษเก่าๆ ที่ทำขึ้นเองจากกระดาษลังอย่างรวดเร็ว เสียงไพ่กระทบกันดัง พรึ่บ พรึ่บ เป็จังหวะสม่ำเสมอจนดูเหมือนกลไกนาฬิกา
ชายคนนั้นคือ อาจารย์กู่
ตลอดสัปดาห์แรก เฉินเฟิงถูกกลั่นแกล้งสารพัด ทั้งโดนแย่งข้าวและถูกบังคับให้ขัดส้วม แต่เขาก็ยอมรับมันด้วยความนิ่งเฉย จนกระทั่งคืนหนึ่ง ในขณะที่ทุกคนหลับใหล เฉินเฟิงเห็นอาจารย์กู่กำลังโยนเม็ดกรวดเล็กๆ สามเม็ดลงบนพื้นปูน แล้วใช้ชามพลาสติกเก่าๆ ครอบไว้
"อยากลองทายไหมว่าเม็ดกรวดอยู่ที่ไหน?" อาจารย์กู่ถามโดยไม่หันมามอง
เฉินเฟิงจ้องมองด้วยความคุ้นเคย "ผมเลิกพนันแล้ว... การพนันทำลายชีวิตผม"
"นั่นเพราะคุณมันโง่" อาจารย์กู่หันมาสบตาเฉินเฟิง ดวงตาของชายชราคมกล้าเหมือนใบมีด "คุณเล่นด้วยดวง แต่คนฉลาดเล่นด้วย 'ความจริง' ที่อยู่ตรงหน้า"
อาจารย์กู่ขยับชามไปมาด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน "ถ้าคุณทายถูกทั้งสามครั้งภายในคืนนี้ ฉันจะสอนวิธีที่ทำให้คุณไม่ต้องถูกไอ้หลงรังแกอีกต่อไป"
เฉินเฟิงลังเล แต่สัญชาตญาณของคนที่เป็ผีพนันมาทั้งชีวิตทำให้เขาจ้องมองการเคลื่อนไหวนั้น "ชามซ้าย... สองเม็ด ชามขวา... หนึ่งเม็ด"
อาจารย์กู่ยกชามขึ้น... ว่างเปล่า
"คุณมองด้วยตา แต่ไม่ได้มองด้วยใจ" อาจารย์กู่แบมือออก เม็ดกรวดทั้งสามอยู่ในมือของเขา "ในโลกของการพนัน สิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่เ้ามืออยากให้คุณเห็นเท่านั้น"
เฉินเฟิงตะลึง เขาไม่เคยเห็นการสับเปลี่ยนที่แเีขนาดนี้มาก่อน "คุณ... คุณทำได้ยังไง?"
"มันคือวิชาหัตถ์เทวะ... ฉันใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตเพื่อฝึกมัน และใช้เวลาอีกครึ่งชีวิตที่เหลือเพื่อสำนึกเสียใจที่เคยใช้มัน" อาจารย์กู่ถอนหายใจ "เฉินเฟิง ในคุกนี้ไม่มีเงินให้เดิมพัน มีเพียงชีวิตและศักดิ์ศรี ถ้าคุณไม่อยากตายในนี้โดยที่ยังไม่ได้ไถ่โทษให้ลูกชาย... คุณต้องเรียนรู้ที่จะคุมเกม ไม่ใช่ให้เกมคุมคุณ"
เฉินเฟิงทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าชายชรา ความโกรธแค้นและความเ็ปในใจเริ่มเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น "สอนผมเถอะครับ... ผมไม่อยากเป็ไอ้ขี้แพ้ที่ทำได้แค่ฆ่าคนเพราะความจนตรอกอีกแล้ว"
อาจารย์กู่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเฉินเฟิง "จำไว้... วิชานี้มีไว้เพื่อปกป้องครอบครัวและทำลายความอยุติธรรมเท่านั้น หากวันใดที่คุณใช้มันเพื่อความโลภ คุณจะจบลงด้วยหายนะที่ยิ่งกว่าเดิม"
"ผมสาบาน"
นั่นคือจุดเริ่มต้นของ 10 ปีแห่งการเคี่ยวกรำ เฉินเฟิงไม่ได้แค่ฝึกการใช้มือ แต่เขาฝึกการฟังเสียงลูกเต๋าที่หมุนในอากาศ ฝึกอ่านจังหวะการเต้นของหัวใจคนข้างๆ และฝึกที่จะเปลี่ยนใจที่ร้อนรุ่มให้เย็นดุจน้ำแข็ง