18
ตอนที่ 18 ง่ายมาก
“แต่หากไปตามหาเถาวัลย์ไม้อสรพิษ แล้วพบว่ามันไม่มีรากล่ะ?”
ไป๋ซือิเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจัง และเมื่อทุกคนได้ยินคำถามนี้ ต่างก็ยิ่งะเิหัวเราะเยาะเสียงดังไปใหญ่ ไม่คิดเลยว่าจะยังจะมีคนโง่งมหลงเชื่อด้วย
ชายร่างกำยำใหญ่ที่เสียงดังเอะอะโวยวายเมื่อครู่พุ่งไปคว้าไหล่ของไป๋ซือิด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเบิ่งโตเท่าไข่ห่าน ร้องคำรามเรียกสติน้องชายโดยไว
“เสี่ยวไป๋! เ้ากำลังถูกนางหลอกแล้ว!”
ชายร่างกำยำใหญ่ยังหันมาตวาดใส่เหลิงหยุนเจียว ระดับน้ำเสียงทุ้มหนักรุนแรงและทรงพลังกว่าเมื่อครู่มาก
“แม่นาง หากไม่รู้จักวิธีช่วยชีวิตคน ก็อย่ามาสร้างปัญหาที่นี่ จะไปนั่งพักจิบชาที่ไหนก็ไป!”
“แม่จ๋าของข้าช่วยชีวิตเขาได้!”
เหลิงเจียวเหนียงกัดฟันรวบรวมความกล้าและโพล่งกล่าวออกมาเสียงดัง แม้จะติดเหนียมอายไปบ้างแต่ก็ฟังดูหนักแน่นพอควร เ้าตัวยืดคอซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเหลิงหยุนเจียว เผยให้เห็นเพียงดวงตากลมโตสีทองคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองชายร่างกำยำใหญ่เขม็งหนักแน่น
เสียงะโของเหลิงเจียวเหนียงต่างดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันใด ถึงกับหันขวับจับจ้องไปทางเด็กชายตัวน้อยกันเป็ตาเดียว
และทันทีที่พวกเขาเห็นั์ตาสีทองของเหลิงเจียวเหนียง ก็เริ่มมีเสียงพึมพำสนทนาดังขึ้นจากฝูงชน
เพราะมีเด็กเพียงคนเดียวในเมืองเฟิงหยวนที่ดวงตาเป็สีทองแปลกประหลาดเฉกเช่นนี้
ทว่าเด็กคนนั้นกลับไม่เคยก้าวย่างออกจากประตูจวนตระกูลเหลิงมาก่อนสักครั้ง แล้วไหนเลยจู่ๆจึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้?
หรือเป็ไปได้ไหมว่า อิสตรีนางนี้ที่อยู่ข้างๆก็คือ คุณหนูไร้ค่าจากตระกูลเหลิงนางนั้น?
เหลิงหยุนเจียวสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงผ่านสายตาของทุกคนชัดแจ้ง นางยกฝ่ามือขึ้นวางบนศีรษะของเหลิงเจียวเหนียงอย่างแ่เบา ลูบไล้ปลอบประโลมปราศจากความแยแสสนใจต่อสิ่งรอบข้างใดๆ
“ก็ต้องหาจนกว่าจะเจอ แต่เวลาของเ้ามีอยู่จำกัด หรือหากมีโอสถวัฏจักรเก้าชีวิตสักเม็ด สิ่งนี้อาจต่ออายุให้เ้าอีกสักเก้าวัน”
“โอสถวัฏจักรเก้าชีวิต?”
ไป๋ซือิรีบยกมือขึ้นแตะเข็มขัดของตน ทันใดนั้นก็มีกล่องใบหน้าปรากฏขึ้นในมือ
“นี่กระมัง?”
เขาเปิดกล่องให้ดูพร้อมยื่นส่งให้เหลิงหยุนเจียว
เสี้ยวพริบตาระหว่างนั้น ท่านอาจารย์หลิวรีบปราดวิ่งเข้าแทรกกลางอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังยื่นมือคว้าอยู่กลางอากาศ ไป๋ซือิก็รีบปิดกล่องและหดมือเก็บกลับไปด้วยความระแวดระวัง เลื่อนสายตาไปทางชายชราที่จู่ๆก็โผล่เข้ามา
“เดี๋ยวก่อน? ท่านคิดจะทำอะไร?”
มือข้างนั้นของท่านอาจารย์หลิวคว้าอากาศดูงุ่มง่ามไปโดยปริยาย แต่เรียวตาเล็กแหลมก็ยังคงจับจ้องกล่องในมือของไป๋ซือิอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ข้าชายชราผู้นี้เพียงมีความสนใจ ใคร่อยากจะเห็นโอสถวัฏจักรเก้าชีวิตเป็ขวัญตาสักครา ฟังว่าเป็ถึงโอสถระดับหกที่แสนหายาก มีนักหลอมโอสถแค่หยิบมือที่สามารถหลอมกลั่นมันขึ้นมาได้สำเร็จ”
“เช่นนี้นี่เอง โปรดขออภัยในความเข้าใจผิด”
ไป๋ซือิพยักหน้าอย่างเข้าใจ และหยิบโอสถวัฏจักรเก้าชีวิตเม็ดกลมเท่าดวงตาัขึ้นมาให้ท่านอาจารย์หลิวพินิจตรวจสอบ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาและกลืนลงคอไปทันที ลูกกระเดือกสั่นกระเพื่อมอึกใหญ่ โอสถวัฏจักรเก้าชีวิตเม็ดนั้นไหลลงไปสู่ท้องของเขาแล้ว
สักครู่ต่อมา ไป๋ซือิถึงกับขมวดคิ้วเม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจ บ่นรำพึงรำพันกับตัวเองขึ้นว่า
“แหวะ... รสชาติไม่ได้เื่เอาเสียเลย!”
ท่านอาจารย์หลิว “....”
ฝูงชนรอบข้าง “….”
ในส่วนของเหลิงหยุนเจียวที่กำลังเล่นกับกล้วยไม้พิรุณบุปผาในมือ ถึงกับหัวเราะคิกคักเบาๆ
“พ่อหนุ่ม ข้าขอกล้วยไม้พิรุณบุปผาดอกนี้เป็ค่าปรึกษาก็แล้วกัน หลังจากนี้เ้ามีเวลาเก้าวันในการเสาะหารากิญญาวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษ”
“เช่นนั้นก็ตั้งใจเข้าล่ะ”
สิ้นเสียงจบประโยคเท่านั้น เหลิงหยุนเจียวก็หมุนตัวกลับเตรียมจะลาจากไป แต่ไป๋ซือิที่อยู่ด้านหลังก็เร่งะโหยุดนางเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนสิ! ค่าปรึกษาของท่านไฉนแพงนัก? ลดให้ข้าหน่อยมิได้รึ!”
ไป๋ซือิรีบตบเท้าก้าวขึ้นหน้า ยืดเหยียดเรียวนิ้วที่ผอมแห้งราวกับกระดูกตรงไปหานาง
เหลิงหยุนเจียวอ่านสถานการณ์ออกั้แ่แรกอยู่แล้วว่า อีกฝ่ายจะต้องทำเช่นนี้ นางจึงยัดกล้วยไม้พิรุณบุปผาดอกนั้นใส่แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว เก็บซ่อนมันเอาไว้ในห้วงมิติของระบบห้องสมุดสีดำ
แลเห็นว่ากล้วยไม้พิรุณบุปผาตกอยู่ในมือของอิสตรีนางนี้โดยสมบูรณ์ ไป๋ซือิก็รู้สึกจนใจเช่นกัน ทำได้เพียงยกสองมือถูไถกันไปมาอย่างประหม่า ลดระดับเสียงกึ่งหนึ่งให้ฟังดูสุภาพนุ่มนวลกว่าเมื่อครู่มาก
“โถ่ พี่สาว กว่าข้าจะได้กล้วยไม้พิรุณบุปผามา ถึงกับต้องแลกด้วยชีวิตตนเอง หากท่าน้ามันจริง เหตุไฉนจึงไม่แนะนำหน่อยว่า จะสามารถเสาะหารากิญญาวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษได้จากที่ไหน? มีกลวิธีพิเศษที่จะได้มาอย่างไร? เอารัดเอาเปรียบคนใกล้ตายเช่นข้า นับว่าเป็บาปจริงหรือไม่พี่สาว?”
เ้าตัวถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าดูคับแค้นอึดอัดใจมิใช่น้อยๆ ราวกับว่าเขากำลังถูกเหลิงหยุนเจียวข่มเหงรังแก
เหลิงหยุนเจียวเลิกคิ้วมองเล็กน้อย แอบใอยู่หนึ่งส่วน เดิมทีนางคิดว่า ชายหนุ่มคนนี้จะโง่เขลาเบาปัญญา แต่ที่ไหนได้ ดูเหมือนจะมีกึ๋นและฉลาดกว่าที่คิด
“ง่ายมาก ก็แค่ทำให้มันมีความสุข”
แลเห็นไป๋ซือิยืนตะลึงงันแข็งทื่ออยู่เช่นนั้น เหลิงหยุนเจียวก็มิได้สนใจอันใดและหมุนตัวเตรียมจากลา แต่ขณะที่กำลังจะย่างเท้าก้าวออกไปนั้น จู่ๆก็มีเรียวแขนยาวพุ่งกางหยุดนางไว้ตรงหน้า