第六十三章
เพียงได้เห็นรอยยิ้มแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ช่างบนใบหน้าของจื่อหลงปู้เฉินก็รู้ได้ว่านายของตนนั้นมีความสุขมากแค่ไหน สมควรแล้วที่เขาจะได้รับมันไป เรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่วัยเยาว์จบจนถึงบัดนี้ เขาไม่เคยเห็นนายท่านของเขามีความสุขที่แท้จริง ครอบครัวล้วนตายจากจวนถูกทำลายจนสิ้นซากเหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่า สกุลและญาติพี่น้องของตนเหลือเพียงหนึ่งคือเจ้าตัวเท่านั้น ยังดีที่ผ่านมันมาได้แม้จะล้มลุกไปบ้างก็ตาม คุณชายฟ่านเสวียนผู้นั้นคือความสุขที่แท้จริงของนายเขา เป็นแสงสว่างสุดท้ายที่จื่อหลงมองเห็นและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้น แล้วเช่นนี้จะบอกว่าเขาจะไม่ยอมทำทุกอย่างให้คนที่เขาคอยปกป้องเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กได้อย่างไรกันเล่า ปู้เฉินถอนหายใจระบายความตื้นตันในอก เขาก้าวเดินมาหยุดหลังของจื่อหลง ประสานสองมือเข้าหากันยื่นไปข้างหน้าก้มลงโค้งจนขนาดกับพื้นน้ำตารื้นจนนัยน์ตาฝ้าฟางกลืนก้อนสะอื้นลงในลำคอจวนปวดปร่า
"ขอบคุณใต้เท้าแทนนายท่านของข้าน้อยขอรับ ข้าน้อยรับปากจะดูแลจัดแจงทุกอย่างโดยไม่ให้มีข้อผิดพลาดเด็ดขาดเพื่อเป็นเกียรติแก่สกุลลู่พระชายาฟ่านเสวียนจะต้องสมพระเกียรติในทุกๆด้าน"ปู้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จื่อหลงพยักหน้าน้อยๆ
"ข้าเองก็เช่นกัน ขอรับปากท่านพ่อตา ท่านและเสี่ยวเสวียนจะไม่ต้องอับอายและโดนลมปากผู้ใด อีกทั้งข้าอยากจะเชิญท่านไปดูจวนอ๋องที่ข้าตกแต่งเพื่อรอรับเจ้าสาวเสียก่อน"จื่อหลงย้ำอีกครั้งเพื่อให้เสนาลู่มั่นใจ ทว่าเพียงคำที่สองคนตรงหน้าตอกย้ำทำให้เขาหายใจมิใคร่ออกบุตรชายสุดที่รักของเขาจะตองกลายเป็นชายา เป็นชายาเชียวนะเช่นนี้แล้วมันน่าภูมิใจจริงๆหรือ แค่คิดเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มจนเหงื่อไหลย้อยอยากจะกลับคำพูดอีกครั้ง คราวนี้คล้ายจื่อหลงรู้ทันจึงรีบเอ่ยปากขอลา
"เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวกลับไปเตรียมการก่อน ขอท่านพ่อตาดูแลตัวเองด้วยขอรับพรุ่งนี้ข้าจะให้เกี้ยวมารับท่านไปดูจวนอ๋อง ขอลา"จื่อหลงค้อมกายลง ปู้เฉินเองก็เริ่มรู้ในความคิดของจื่อหลงเขารีบประสานมือก้มหัวลงแล้วหันหลังกลับตามนายตนทันที ทิ้งให้เสนาลู่ปลงในใจคล้ายเสียรู้ให้คนอย่าจื่อหลงอ๋องเข้าให้แล้ว
"นายท่าน"ปู้เฉินท้วงอยู่ด้านหลังเพราะท่าทีรีบร้อนของจื่อหลง
"อืม เจ้านี่นะ หากไม่รีบออกมาข้าคิดว่าเสนาลู่อาจจะเปลี่ยนใจกลับคำอีก พวกเรารีบออกมาจะดีกว่า"
"อ่อ เป็นเช่นนี้"ปู้เฉินพยักหน้า จื่อหลงส่งเสียงอือออยู่ในลำคอ เพียงแค่นี้เรื่องการสู่ขอก็นับว่าผ่านไปแล้ว เรื่องต่อไปที่จะต้องทำล้วนแล้วแต่เป็นพิธีการ
"จริงสิปู้เฉินข้าจะเข้าวังไปกราบทูลเสด็จพ่อเรื่องนี้"
"ขอรับ ท่านอ๋องเช่นนี้ข้าน้อยขอตัวไปเตรียมงานมงคล"ปู้เฉินเองก็มีงานรออยู่เบื้องหน้ามิใช่น้อยเช่นกัน เขาเตรียมจะแยกไปอีกทางทว่าจื่อหลงกลับเรียกเขาเอาไว้ก่อน
"เดี๋ยวก่อน"
"ขอรับ"
"เจ้ากลับไปบอกศิษย์น้องสามให้บอกเสี่ยวเสวียนว่าข้ากำลังเข้ากราบทูลเสด็จพ่อในงานพิธี อาจจะกลับไปช้าหน่อยให้เขาพักผ่อนมากๆ"จื่อหลงยิ้มทั้งปากเลยถึงตาเมื่อคิดว่าความสุขอยู่เพียงเอื้อมแล้ว ปู้เฉินค้อมหัวรับคำแล้วจากไป ทิ้งให้จื่อหลงมองเส้นทางทอดยาวมีร้านรวงอยู่สองข้างทางผู้คนมากมายยิ้มแย้มแจ่มใส เขาสูดลมเข้าปอดสองมือไขว้หลังเดินไปตามถนนนั้นเข้าสู่วังมังกร
"เป็นอย่างไร"องค์ฮ่องเต้ประทับอยู่เหนือโต๊ะทรงอักษรมองบุตรชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสาตายล้ำลึกไม่ว่าจะรูปโฉมที่โดดเด่นท่าทางที่สง่างามดุจบุตรแห่งมังกรแท้จริงและความเฉลียวฉลาดมากมายอีกทั้งความรักที่เขามีต่อราษฎร์กระทั่งองค์รัชทายาทเองไม่มีเช่นเขา เพียงแค่นี้ก็ทำให้บิดาเช่นเขาสะท้อนในอก โอรสที่เกิดจากสตรีที่เขารักอย่างแท้จริงยืนตรงหน้าแท้ๆแต่เขากลับปกป้องและทำได้เพียงแค่นี้ นึกถึงยามนั้นเด็กคนนี้ที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนดิ้นรนเอาชีวิตรอด ตัวเขากลับสุขสบายอยู่ในวังเพียงเพราะกลุ่มคนบางคนต้องการอำนาจเอาไว้ในมือ เขาเองหาได้สุขสบายใจไม่ ทว่าเด็กคนนี้กลับเติบโตมาได้สมบูรณ์แบบทั้งร่างกายและจิตใจ สมควรแล้วที่เขาจะต้องชดเชยให้กับเด็กคนนี้ ดังนั้นรอยยิ้มที่เผยออกมาจากพระพักตร์ถึงได้อ่อนโยนยิ่ง
"กระหม่อมถวายพระพรเสด็จพ่อ"
"อืมไม่ต้องมากพิธี เจ้าเคยชินจะเรียกพ่อว่าพ่อก็ตามนั้นเถอะ"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท"จื่อหลงประสานมือค้อมหัวลงแล้วเงยหน้าขึ้นทันได้เห็นฝ่ามือขาวผ่องนุ่มนิ่มมาประคองมือเขา
"ฝะ..."คำพูดยังไม่ทันจบอ้อมกอดหอมกลิ่นถุงหอมอ่อนๆกอดเขาเต็มอ้อมกอด
"ลูกรัก พ่อขอโทษที่ไม่ได้ดูแลเจ้าทำเจ้าลำบาก จากนี้ไปพ่อคนนี้จะชดเชยทุกอย่างให้เจ้าเอง"น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยออกมาเบาๆ จื่อหลงตัวแข็งในอ้อมกอดนั้นเมื่อได้ฟังคำพูดเขาก็ตัวอ่อนลง ยินยอมใช้สองมือกอดตอบร่างอ้วนนั้นแรงๆ
"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"
"อยู่กันเองไม่ต้องใช้คำพูดทางการกับพ่อหรอก รักษาหน้าพ่อของเจ้าตอนอยู่ต่อหน้าขุนนางมากเรื่องเหล่านั้นก็พอแล้ว"ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆในลำคอ จื่อหลงเองอดยิ้มไม่ได้
"ขอรับท่านพ่อ"
"ดีแล้วๆ จริงสิเรื่องพ่อตาของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เห็นแบบนั้นพ่อตาของเจ้าเจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยนะ"
"ลูกจัดการเสียอยู่หมัดขอรับ เขาไม่ยอมก็ต้องยอม"หลี่กงกงที่ยืนอยู่ด้านข้างน้ำตาคลอเบ้าในครั้งแรก แต่พอได้ฟังสองพ่อลูกปรับทุกข์ก็อดหัวเราะไม่ได้ ทั้งคู่หันมามองตามเสียงหัวเราเะแล้วก็หัวเราะตาม หลี่กงกงเป็นบ่าวที่ดูแลฮ่องเต้มาตั้งแต่ยังทรงเป็นพระโอรสน้อยกระทั่งขึ้นเป็นองค์รัชทายาทและได้สถาปนาเป็นฮ่องเต้ อายุมากขึ้นตามวัย รอยยิ้มเหี่ยวย่นหัวเราะจนดวงตาแทบปิด
"ฝ่าบาทเช่นนั้นหากมีท่านชายน้อยจะลำดับญาติกันอย่างไรพระเจ้าค่ะ พระสนมลู่มีพระโอรสเป็นน้องของอ๋องจวิ้น ส่วนอ๋องจวิ้นแต่งงานกับน้องพระสนม ใต้เท้าลู่เป็นท่านพ่อตาของพระองค์ทั้งคู่สับสนแท้จริงนะพะย่ะค่ะ"เมื่อทั้งคู่คิดตามก็หันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะเสียงดัง
"นั่นสิ/นั่นสิ"ทั้งคู่เอ่ยปากโดยพร้อมเพรียง
"แล้วเสนาลู่เขาว่าอย่างไร"ฮ่องเต้ถามจื่อหลง
"เขายินยอมทุกอย่างขอรับ วันนี้ที่ลูกของเข้าเฝ้าเพราะอยากจะให้เสด็จพ่อเตรียมทุกอย่างและขอราชโองการจากท่านประกาศใหุ้กคนรู้โดยทั่วกัน จะได้ถือเป็นเกียรติแก่สกุลลู่ไปด้วย"
"อืม หลี่กงกงเอาราชโองการมา"
"พะย่ะค่ะ"
"พ่อมีเรื่องหนักใจอยู่เรื่องหนึ่ง หากเสนาลู่ได้ให้เสี่ยวฟ่านแต่งกับเจ้า เหล่าขุนนางทังหลายอาจจะไม่ยินยอมเพราะเรียกได้ว่าอำนาจตกอยู่ที่เขามิใช่น้อย ทั้งสนมลู่และเสี่ยวฟ่านต่างก็กลายมาเป็นเชื้อพระวงค์ หากเป็นเช่นนี้เกรงว่าจะมีคนต่อต้าน"
"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ลูกจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของบ้านเมืองแต่หากว่าเสด็จพ่อต้องการคนกวาดล้างลูกย่อมลงมืออยู่เบื้องหลังเป็นแผ่นภูผาให้ราชวงค์พะย่ะค่ะ"
"เรื่องคงไม่ง่ายดายปานนั้น เสนาลู่เป็นคนตรงยิ่งไม่ยอมซ้ายไม่ยอมขวาในหน้าที่การงานและเป็นบิดาที่รักบุตรธิดายิ่ง เขาต้องออกจากตำแหน่งแน่น่าเสียดายขุนนางซื่อสัตย์นัก"ฮ่องเต้ถอนหายใจ
"ให้ลูกไปคุยดีหรือไม่พะย่ะค่ะ"เขายกมือขึ้นห้ามตรงหน้าจื่อหลง
"คืนนี้เราสองคนลอบไปพบเขาเถอะ อย่าให้เรื่องราวลุกลาม"
"พะย่ะค่ะเช่นนั้นลูกจะกลับไปดูเสี่ยวเสวียนก่อน"
"พาหลานน้อยมาให้พ่อดูหน้าหน่อย หลานคนเล็กพ่อจะได้ประทานชื่อให้เขา"
"เช่นนั้นพรุ่งนี้ลูกจะพาเสี่ยวเสวียนกับลูกๆมาเข้าเฝ้านะพะย่ะค่ะ"
"ดีดี ฮ่าฮ่าฮ่า หลานของข้าคงน่ารักไม่เบา"
"แน่นอน เช่นนั้นลูกขอตัวก่อน"
"ไปเถอะคืนนี้จะให้หลี่กงกงนำข้าไปหาเสนาลู่เจ้าเองก้ไปเจอ กันที่นั่นเลยก็แล้วกัน"
"พะย่ะค่ะลูกทูลลา"เขาวาดมือมาประสานตรงหน้าโค้งตัวลงด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอวบอิ่มที่ยิ้มทั้งปากทั้งตาหลังจากทำความเข้าใจกันแล้ว จื่อหลงรีบออกจากวังตรงไปยังถ้ำที่ให้คนที่เขารักและผูกพันอาศัยอยู่ชั่วคราว เสียงฝีเท้าถี่ๆที่เดินเข้าไปยังด้านในทำให้ฟ่านเสวียนและอวี้หนี่เงยหน้าจากถ้วยชาที่ประคองเอาไว้ในมือขึ้นมองไปยังต้นเสียง
"จื่อหลง/ศิษย์พี่ใหญ่"
"พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่"จื่อหลงเดินเข้ามาประคองหลังฟ่านเสวียนที่เริ่มแข็งแรงขึ้นมากแล้วก่อนจะนั่งลงด้านข้าง อวี้หนี่เทชาลงจอกก่อนจะเลื่อนให้สิษยพี่ตน
"ดื่มชาก่อนเถอะเจ้าค่ะ"
"ขอบใจ"จื่อหลงหยิบจอกชาขึ้นจิบก่อนจะหันมามองใบหน้าสดใสของคนรักด้วยสายตาอ่อนโยน
"เวียนหัวหรือไม่"
"ไม่แล้ว"
"กินอะไรแล้วหรือยัง"
"กินแล้วล่ะ"
"อืมดีแล้ว"พูดจบเขาใช้สองปลายนิ้วแตะลงยังข้อมือขาวตรวจชีพจรของฟ่านเสวียนนิ่งฟังสัญญาณเพียงครู่ก่อนจะผละออก
"อาการดีขึ้นมากพรุ่งนี้ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทกันแล้วข้าจะส่งเจ้ากลับสกุลลู่"ฟ่านเสวียนตาวาวด้วยความดีใจ
"จริงหรือข้ากลับได้แล้วหรือ"จื่อหลงยิ้มด้วยความเอ็นดูในท่าทางนั้น
"แน่นอนสิ เจ้าสาวยังไงก็ต้องกลับไปอยู่บ้าน ไม่เช่นนั้นจะให้ข้าแบกเกี้ยวมารับตัวเจ้าสาวที่นี่เกรงว่าจะไม่สะดวกอีกอย่างคิดว่าท่านพ่อตาคงไม่ยอมแน่ๆ"
"ท่าน!"ฟ่านเสวียนหน้าซับสี อวี้หนี่ยกแขนเสื้อขึ้นบังเสียงหัวเราะ
"เหตุใดจึงหน้าหนาได้ปานนี้นะ"เขาบ่นอยู่ในลำคอ
"หึหึ เป็นเพราะเจ้า หากข้าไม่หน้าด้านขนาดนี้คงไม่ได้เจ้ามาครอบครองเป็นแน่"
"โอ้ยศิษย์พี่ นี่ยังเห็นข้านั่งอยู่ตรงนี้หรือไม่"อวี้หนี่ครางด้วยความอับอาย
"หึหึ เจ้าเองก็เตรียมตัวเถอะคนของเจ้ากำลังเดินเข้ามาแล้ว"
"ขะ..ข้าข้าขอตัว"อวี้หนี่เขินอายจนต้องลุกหนี ทิ้งให้จื่อหลงกับฟ่านเสวียนนั่งกันอยู่เพียงลำพัง จื่อหลงมองตามหลังน้องสาวที่เหลือเพียงคนเดียวของเขาด้วยสายตาอ่อนลงก่อนจะหันกลับมามองหน้าฟ่านเสวียนเอื้อมมือมาจับมือบางบีบเบาๆ
"คิดถึงข้าหรือไม่"
"ถามอะไร"ฟ่านเสวียนนิ่วหน้าขมวดคิ้วใบหน้ายิ่งแดงเข้มกว่าเดิม
"เป็นสามีภรรยากันแล้วเรื่องพวกนี้เจ้ายังเขินอีกหรือ"
"ใครจะหน้าทนเช่นเจ้ากันเล่า"
"เจ้าดูลูกหรือยัง"
"อืมตอนนี้เขากำลังหลับอยู่"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องจะบอกกับเจ้า"เขาเล่าเรื่องที่พูดคุยกับฮ่องเต้ให้ฟังแล้วสุดท้ายจึงสรุปออกมา
"เจ้าคิดเห็นเป็นเช่นไร"
"เรื่องนี้ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจจะดีกว่า หากท่านพ่ออยากออกจากสภาขุนนางนั่นก็ล้วนแต่เป็นการตัดสินใจของเขา ส่วนเรื่องชายคณิกาที่เจ้าพูดถึง เป็นเรื่องจริงหรือ"
"อืมเรื่องจริง หากไม่ใช่เกรงว่าเรื่องของเราสองคนคงไม่ง่าย"ฟ่านเสวียนทำหน้าพิลึกจนจื่อหลงอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้
"ท่านพ่อตาชราแล้วปล่อยให้เขามีความสุขเถอะ เจ้าอย่าคิดมากไป"
"ข้าไม่ได้คิดอะไรแต่เกรงว่าพระสนม.."
"เรื่องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เสด็จพ่อเองก็มีสนมชายนี่นาเจ้าไม่ต้องคิดมากไปหรอก พรุ่งนี้นำลูกโย่วเอ๋อร์ไปเข้าเฝ้าให้ท่านประทานชื่อเถอะ"
"อืม ข้า..."จื่อหลงออกจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายน้ำตาคลอเบ้า
"เจ้า!"
"ข้ารู้สึก..ข้ารู้สึก"จื่อหลงตกใจจนหน้าเผือดสีตะโกนเรียกปู้เฉินและอวี้หนี่เสียงดัง
#ชี้แจงค่ะเนื่องจากไรท์มีภารกิจหลาpด้านจริงๆเร่งสะสางกว่าจะเสร็จ เรื่อง"เสนาบดีที่รัก" จึงยืดเยื้อมาถึงขนาดนี้ ต้องขออภัยรี้ดทุกท่านมา ณ ที่นี้ นับจากวันนี้ไปไรท์จะกลับมาให้บ่อยมากยิ่งขึ้นจัดการกับนิยายที่ดองเอาไว้มากมายก่ายกองนี้ให้เร็วที่สุด คงยังไม่ลืมไรท์คนนี้ใช่มั๊ยค้า ><"