เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 ความเชื่อใจ

            เช้าปลายฤดูใบไม้ผลิกลิ่นน้ำค้างและแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทำให้แสงสว่างสีทองอ่อนฉาบไปทั่วทั้งห้อง เช้าวันใหม่ได้มาเยือนแล้วหากแต่สองสาวบนเตียงยังคงไม่รับรู้แม้แต่น้อย

            จนกระทั่งมือถือของซูเจี่ยนอันดังขึ้น

            เธอควานหามันอยู่นานกว่าจะพบแล้วจึงยกแนบหู

            “ฮัลโหล”

            เสียงแหบน้อยๆ ปนความงัวเงียดูน่ารักทำให้คนปลายเสียงผ่อนเสียงลงโดยอัตโนมัติ เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนการนอนของเธอเข้า

            “ยังไม่ตื่นเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันที่ยังงัวเงียอยู่เหมือนจะรู้ว่าปลายสายคือใครแต่ก็ไม่แน่ใจ จึงได้แต่ตอบกลับไปอย่างมึนๆ

            “อืมยัง...”

            เขาเตือนอย่างหวังดี“เจ็ดโมงกว่าแล้ว ถ้ายังไม่ตื่น เธอจะไปทำงานสายนะ”

            อย่างกับมีคนเอาน้ำมาสาดอย่างไรอย่างนั้นซูเจี่ยนอันลืมตาขึ้นมาในทันที ปฏิกิริยาแรกคือมองดูเวลาในมือถือ

            “ละลู่เป๋าเหยียน...” เธอรีบลุกขึ้นนั่ง น้ำเสียงดูจะตื่นเต็มตาแล้ว“นายลงจากเครื่องแล้วเหรอ”

            เขาถึงที่หมายตั้งนานแล้วแต่เมื่อคิดถึงความแตกต่างของเวลา ลู่เป๋าเหยียนจึงรอจนถึงเมื่อครู่แล้วค่อยโทรมา

            “เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรกัน”เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่าโกรธหรือไม่

            ซูเจี่ยนอันรีบอธิบายอย่างไม่ค่อยมั่นใจ“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปผับนะ แต่เสี่ยวซีกินเหล้าอยู่ที่นั่น ฉันกลัวเธอจะเกิดเรื่องเลยให้ลุงสวีพาไปหาเธอเท่านั้นเอง...”

            “อย่าไปที่แบบนั้นคนเดียวอีก”ลู่เป๋าเหยียนพูด “ถ้าคนของซูหงเยวี่ยนอยู่นั่น ไม่แน่เขาอาจจะลงมือทำอะไรเธอก็ได้”

            ต้นประโยคเขาพูดด้วยน้ำเสียงเชิงออกคำสั่งแต่ท้ายประโยคเธอจะเข้าใจว่าเขากำลังเป็นห่วงก็แล้วกัน...

            ซูเจี่ยนอันยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว“เข้าใจแล้ว เอ่อ...ลู่เป๋าเหยียน มีเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่านายจะช่วยฉันได้หรือเปล่า”

            หายากที่เธอจะเอ่ยปากขอร้องเขาลู่เป๋าเหยียนถามอย่างสนใจ

            “เรื่องอะไร”

            “ถ้าลั่วเสี่ยวซียังดื่มหนักแบบนี้อีกคงได้ตายแน่ๆ”ซูเจี่ยนอันพูด “นายช่วยสั่งให้ผับทุกแห่งแบนไม่ให้เธอเข้าได้ไหมนายทำได้ใช่หรือเปล่า?”

            อย่าเรียกว่าทำได้หรือเปล่าเลย

            สำหรับเขาเรียกว่าง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยจะดีกว่า!

            “ได้” เขารับปาก “ว่าแต่เธอจะตอบแทนฉันยังไง”

            ซูเจี่ยนอันได้ยินดังนั้นก็อดกลอกตาไม่ได้“มีใครที่ไหนทวงของตอบแทนกันแบบนี้บ้าง นายนี่หน้าหนาชะมัดเลย!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“ฉันชอบตกลงเงื่อนไขให้เรียบร้อยก่อนจะลงมือทำอะไรน่ะ”

            นักธุรกิจตัวพ่อ!

            ซูเจี่ยนอันคิด“จะตอบแทนนายยังไงน่ะเหรอ...ไว้นายกลับมาก่อนค่อยว่ากัน!ฉันจะไปเตรียมตัวทำงานแล้ว”

            เธอวางโทรศัพท์ปุ๊บลั่วเสี่ยวซีก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะพลางลุกขึ้นนั่ง

            “ซูเจี่ยนอันเธอควรไปส่องกระจกดูนะตอนนี้ จะได้เห็นว่าตัวเองยิ้มหวานขนาดไหน”

            ซูเจี่ยนอันยกมือจับหน้าตัวเองยิ้มหวาน?

            ไม่มั้ง?

            ลั่วเสี่ยวซีเดินวนสำรวจไปรอบห้องแล้วถามอย่างสงสัย

            “เจี่ยนอันเรามานอนด้วยกันได้ยังไง แล้วแบบนี้บอสใหญ่บ้านเธอทำไงอ่ะ”

            “ฉันเคยบอกไปแล้วนี่ว่าเราแยกห้องนอนกัน”

            ลั่วเสี่ยวซีทำหน้าไม่อยากเชื่อ“นานขนาดนี้แล้วพวกเธอยังจุดกันไม่ติดอีกเหรอ เฮ้อบอสใหญ่ไม่ค่อยกลับบ้านหรือเปล่า ”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มคิดตามลั่วเสี่ยวซีไม่ทัน“ทำไมเขาต้องไม่กลับบ้านด้วย?”

            “ผู้ชายก็ต้องมีความต้องการกันบ้างเธอคงเข้าใจ” ลั่วเสี่ยวซีขมวดคิ้วพลางคิด“หรือว่าข้างนอกมีคนช่วยจัดการปัญหานี้ให้เขา?”

            “เขาไม่ใช่คนแบบนั้น”ซูเจี่ยนอันยืนยัน

            “หืม?” ลั่วเสี่ยวซียิ้มตาหยี“ก่อนหน้านี้ใครก็ไม่รู้ชอบมาบ่นกับฉันว่า ลู่เป๋าเหยียนเป็นจอมเผด็จการ ไร้เหตุผลแต่ตอนนี้ดันปกป้องเขาซะงั้น นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย”

            ซูเจี่ยนอันปาหมอนใส่คนช่างพูด“อย่านึกว่าชวนคุยเรื่องฉันกับลู่เป๋าเหยียน แล้วฉันจะลืมเรื่องเธอนะเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            ลั่วเสี่ยวซีถอนหายใจเศร้า“ฉินเว่ยนอนกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ดันถูกตามตื๊อไม่เลิกเลยมาขอให้ฉันช่วยแกล้งทำเป็นไปเปิดห้องกับเขาที่โรงแรม เพื่อให้เธอคนนั้นตัดใจฉันไม่นึกเลยว่า ลูกพี่ลูกน้องของผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแฟนของพี่ชายเธอทุกคำที่ฉันพูดเพื่อให้ผู้หญิงคนนั้นออกห่างฉินเว่ย พี่เธอได้ยินเต็มๆเดิมทีเขาก็เกลียดฉันอยู่แล้ว คราวนี้คงคิดว่าฉันทั้งต่ำทั้งไร้ยางอายเลยล่ะ”

            “พอๆ”ซูเจี่ยนอันไม่อาจทนฟังต่อไปได้ “ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ”

            “แหะๆ”ลั่วเสี่ยวซีกลับมายิ้มตาหยีอีกครั้ง “งั้นเรามาคุยเรื่องเธอกับบอสใหญ่กันต่อเถอะ!”

            เธอปั้นหน้าเหมือนคุณครูที่กำลังถ่ายทอดวิชา“ถ้าเขาไม่มีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็แล้วไป แต่เวลาเขาไปดูงานที่อื่นเธอต้องคอยจับตาดูนะ!เวลาแบบนั้นแหละคือโอกาสงามของพวกผู้หญิงมารยาที่จ้องจะจับเขา!...เอ๋? ว่าแต่เมื่อกี้ทำไมพวกเธอต้องคุยโทรศัพท์กันด้วยล่ะบอสใหญ่ไม่อยู่บ้านเหรอ?”

            “เขาไปดูงาน...” ซูเจี่ยนอันตอบ

            “...” สีหน้าลั่วเสี่ยวซีดูซับซ้อนว่าแล้วเธอก็เดินไปล้างหน้าแปรงฟัน

            หลังมื้อเช้าลั่วเสี่ยวซีก็เริ่มร้องอยากกลับบ้าน แต่ซูเจี่ยนอันจับเธอลากขึ้นรถ

            “ไปกับฉันที่หนึ่ง”

            ลั่วเสี่ยวซีรู้ดีว่าซูเจี่ยนอันคงจับเธอคุยเรื่องที่เธอสูบบุหรี่ ดูท่าคงพาเธอไปนั่งจิบกาแฟสักที่ปรับทัศนคติกันยาวๆล่ะมั้ง?

            แต่พอรู้ตัวอีกทีรถกลับจอดลงตรงหน้าสถานีตำรวจ ลั่วเสี่ยวซีโวย

            “ไม่เอานะ! แค่สูบบุหรี่เองในบุหรี่ผสมอะไรไว้ฉันไม่รู้เรื่องสักหน่อย ฉันไม่มอบตัวหรอกนะ ฮือๆๆ...”

            ซูเจี่ยนอันไม่สนว่าลั่วเสี่ยวซีจะร้องไห้โวยวายเธอลากเพื่อนลงมาจากรถแล้วพาไปที่ห้องแล็บ

            ห้องแล็บแห่งนี้ดูไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เครื่องไม้เครื่องมือหน้าตาประหลาด ไหนจะอวัยวะต่างๆ ที่ถูกแช่ไว้ในขวดแก้วกลิ่นเหม็นแปลกๆ ที่ลอยอบอวลทั่วห้องแถมยังโครงกระดูกมนุษย์ตรงนั้นที่ลั่วเสี่ยวซีรู้สึกเหมือนมันสามารถขยับตัวมาจับเธอได้ทุกเมื่อ...

            “ฉันยอมไปมอบตัวก็ได้...”ลั่วเสี่ยวซีพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นพลางแอบอยู่ข้างหลังซูเจี่ยนอัน

            ซูเจี่ยนอันลากลั่วเสี่ยวซีเดินเข้าไปตรงชั้นวางที่อยู่มุมสุดของห้องแล้วชี้ไปยังโหลแก้วที่ตั้งเรียงกันเป็นแถวอยู่ด้านบน

            “เธอดูในนั้นดีๆ”

            โหลแก้วเจ็ดโหลบรรจุปอดของมนุษย์เอาไว้ซูเจี่ยนอันชี้ไปที่อันแรก

            “ถ้าสูบบุหรี่สามเดือนปอดจะกลายเป็นแบบนี้ อันที่สองนั่นสูบมาหนึ่งปี อันที่สามสามปีอันสุดท้ายสูบต่อเนื่องเป็นเวลาสิบปี”

            อันสุดท้ายนั่น สภาพแย่เสียจนลั่วเสี่ยวซีไม่รู้จะเอาคำไหนมาอธิบายมันดูไม่เหมือนปอดอีกแล้ว แต่เหมือนก้อนหินที่ถูกราขึ้นอยู่เต็มไปหมดจุดสีดำเล็กใหญ่ไม่เท่ากันกระจัดกระจายอยู่เต็มปอดจนยากที่จะเชื่อว่านี่คืออวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายคน

            ลั่วเสี่ยวซีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“ฉันยอมรับว่าปกติตัวเองเป็นจิตแข็งพอควรนะ ถึงคบกับเพื่อนที่เป็นแพทย์นิติเวชอย่างเธอได้นานหลายปีแต่ว่าตอนนี้ ฉันรู้สึกอยากจะอ้วก...”

            ซูเจี่ยนอันเห็นลั่วเสี่ยวซีเริ่มไม่ไหวจึงพาเธอกลับเข้าไปที่ออฟฟิศ

            “เป็นไง ยังอยากจะสูบบุหรี่อีกไหม?”

            ลั่วเสี่ยวซีส่ายหัว “วางใจได้ให้ตายก็ไม่กล้าสูบอีกแล้วจ้า เอ๋ หรือว่าเมื่อหลายปีก่อนเธอใช้วิธีนี้บังคับให้พี่เธอเลิกบุหรี่?”

            “เขาเหรอ” ซูเจี่ยนอันส่ายหน้า“ตอนนั้นเขาติดมันหนักมาก วิธีนี้ไม่ได้ผลหรอก”

            ลั่วเสี่ยวซีนึกไม่ออกว่ายังมีวิธีไหนน่ากลัวกว่านี้อีกจึงเอียงคอถามอย่างสงสัย

            “แล้วทำยังไง”

            “พอดีตอนนั้นฉันต้องผ่าศพคนที่ติดบุหรี่พอดีเลยให้เขาไปเห็นภาพที่ดูสมจริงขึ้นมาอีกหน่อย...” ซูเจี่ยนอันพูดเสียงเรียบ

            “ยัยโรคจิต!”

            ลั่วเสี่ยวซีวิ่งหนีไปอย่างหวาดผวาถ้าซูเจี่ยนอันทำกับเธออย่างที่ทำกับพี่ชาย อย่าว่าแต่เลิกสูบบุหรี่ แม้แต่ข้าวก็คงกินไม่ลงอีกต่อไป!

            ซูเจี่ยนอันยิ้มแล้วจึงนั่งลงเตรียมทำงานของตนต่อ

            หลังเปิดคอมพิวเตอร์หน้าต่างป๊อปอัพแจ้งข่าวสารมักเด้งขึ้นมาโดยอัตโนมัติเธอกำลังจะกดปิด แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นพาดหัวข่าวบันเทิงที่เกี่ยวกับหานรั่วซี...

             “อกหักช้ำรักไม่ใช่อุปสรรคเข้าสู่วงการฮอลลีวูดอย่างเป็นทางการ”

            เนื้อความด้านล่างเขียนไว้ว่าออกเดินทางสู่อเมริกาเมื่อวาน

            ลู่เป๋าเหยียนก็ไปอเมริกาเมื่อวานเหมือนกันนี่คือเรื่องบังเอิญ?

            และเมื่อเธอกดเปิดอ่านรายละเอียดข่าวสมองเธอเหมือนขาวโพลนไปชั่วขณะ

            ตั๋วเครื่องบินของลู่เป๋าเหยียนที่เธอเห็นเมื่อวานกับของหานรั่วซีที่พวกนักข่าวขุดออกมาได้นั้นทั้งสองคนบินไฟล์ทเดียวกัน และที่นั่ง...ติดกัน

            ในพจนานุกรมของลั่วเสี่ยวซีมีคำที่ว่าความบังเอิญที่มากเกินไป คือแผนการที่ถูกวางไว้

            การที่ลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีไปอเมริกาพร้อมกันเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่า...

            ซูเจี่ยนอันไม่อยากคิดต่อสมองของเธอหยุดคิดถึงภาพที่เขาจูงมือเธอ จูบเธอ หรือยิ้มให้เธอในบางทีไม่ได้...

            ใช่แล้ว พวกเธอยังไม่ได้หย่ากันลู่เป๋าเหยียนไม่ใช่คนที่จะแอบนัดพบกับหานรั่วซีลับหลัง

            ไม่ว่าอย่างไรเธอยังคงเชื่อใจลู่เป๋าเหยียน เชื่อว่าเรื่องที่ดูเหมือนถูกวางแผนไว้แล้วในครั้งนี้เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ

            ซูเจี่ยนอันปิดเว็บเบราว์เซอร์ลงตอนนั้นเองมือเธอดันไปปัดโดนแก้วน้ำ

            รู้ตัวอีกทีก็รับมันไว้ไม่ทันแล้วเพล้ง! แก้วที่ทำจากเครื่องเคลือบดินเผาสวยงามแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ อยู่ที่พื้นจนไม่อาจประกอบกลับคืนได้ดังเดิม

            อยู่ๆ เธอก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา...

             

            นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

            นครที่ไม่มีวันหลับใหลและเต็มไปด้วยกิเลสแห่งนี้เพิ่งเข้าสู่ยามค่ำคืนแต่หานรั่วซีเชื่อว่าต่อให้ฟ้ามืด บรรดาผู้คนที่นี่ก็ยังคงไล่ตามกิเลสที่ตนวาดฝันไว้อย่างไม่หยุดพัก

            และธุรกิจบางอย่างเหมาะกว่าที่จะจัดการในยามนี้

            เธอหยิบมือถือเพื่อโทรหาซูหงเยวี่ยน

            หลังได้ยินข่าวเรื่องซูเจี่ยนอันจับซูหยวนหยวนส่งตำรวจเธอก็พอเดาได้ถึงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวของซูเจี่ยนอัน พอสืบต่ออีกหน่อยเธอจึงรู้ว่า ซูเจี่ยนอันกับพ่อไม่ถูกกันยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม่เลี้ยงและน้องสาวอย่างซูหยวนหยวนแถมตอนนี้ซูอี้เฉิงเองก็กำลังมีปัญหากับบริษัทเครือตระกูลซู

            เธอคิดถึงคำพูดของลู่เป๋าเหยียนที่ว่าอีกสองปีเขาจะหย่ากับซูเจี่ยนอัน

            เมื่อลองคิดดูดีๆสองเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกันแน่เธออยากรู้เสียจริงว่าเบื้องหลังการแต่งงานระหว่างลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันความจริงนั้นเป็นอย่างไร

            “นั่นใคร” เสียงซูหงเยวี่ยนดังขึ้น

            “ประธานซู สวัสดีค่ะ”

            เสียงอ่อนหวานปนเซ็กซี่ที่ได้ยินซูหงเยวี่ยนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร

            “หานรั่วซี?” พอนึกขึ้นได้ว่าเธอคือแฟนสาวในข่าวของลู่เป๋าเหยียนจึงรีบถามขึ้นว่า“เธออยากคุยอะไรกับฉันล่ะ”

            “ฉันแค่อยากจะบอกคุณว่า ลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันไม่ได้รักกันจริงๆ”หานรั่วซีพูด “ลู่เป๋าเหยียนสัญญากับฉันเองว่า อีกสองปีเขาจะหย่ากับซูเจี่ยนอันฉันเองไม่ทราบหรอกค่ะว่าการแต่งงานของพวกเขาในครั้งนี้มีความหมายยังไงแต่พอได้ข่าวว่าคุณกับลูกสาวไม่ค่อยถูกกัน เลยอยากจะบอกเรื่องนี้กับคุณให้ทราบไว้”

            จิ้งจอกเฒ่าอย่างซูหงเยวี่ยนไม่หลงกลใครง่ายๆ“ทำไมเธอถึงมาบอกฉัน”

            “เพราะฉันรักลู่เป๋าเหยียนไงล่ะ”หานรั่วซีพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันนึกว่าเวลาแค่สองปีฉันจะรอเขาได้แต่ตอนนี้ฉันเริ่มทนไม่ไหว ฉันทนไม่ได้ที่จะให้เขาไปเป็นสามีคนอื่นถึงสองปี”

            “แต่พวกเขาไม่เหมือนกำลังเล่นละครเลยสักนิด”ซูหงเยวี่ยนตอบ

            “นั่นเพราะพวกเขาต้องการหลอกคุณไงล่ะฝีมือการแสดงของลูกสาวคุณกับลู่เป๋าเหยียนไม่เลวเลยทีเดียว” หานรั่วซีอธิบาย“แต่ฉันไม่อยากเห็นลู่เป๋าเหยียนต้องเหนื่อยกับการพยายามเล่นละครอีกต่อไปแล้ว!”

            อีกอย่าง เธอเองก็เริ่มกลัว

            ตอนนี้ทุกคนต่างพูดว่าสองคนนั้นเหมาะสมกันแค่ไหนลู่เป๋าเหยียนเองก็ดูแลซูเจี่ยนอันอย่างดีเธอกลัวว่าละครฉากนี้จะกลายเป็นจริงขึ้นมากลัวว่าลู่เป๋าเหยียนจะรักซูเจี่ยนอันเข้าให้จริงๆ

            “ประธานซู”หานรั่วซีเน้นย้ำทุกคำพูด “คุณอย่าทำให้ฉันผิดหวังที่ฉันนำเรื่องนี้มาบอกคุณนะคะ”

            ซูหงเยวี่ยนหัวเราะร่าอยู่อีกฟากของโทรศัพท์“แน่นอน ฉันรู้ว่าจะต้องทำยังไง ขอบคุณมากคุณหาน”

            เรียวปากงามของหานรั่วซีแย้มยิ้ม“ไม่เป็นไรค่ะ”

            เธอวางสายพลางมองออกไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนตรงหน้าสายตาแห่งความโหดเหี้ยมเริ่มเด่นชัด

            หลังเธอตัดสินใจว่าชีวิตนี้ต้องดังเป็นพลุแตกให้ได้ในตอนนี้เธอก็ได้เข้าสู่วงการฮอลลีวูดเป็นที่เรียบร้อย

            เธอให้สาบานกับตัวเองไว้ว่าจะต้องได้ลู่เป๋าเหยียนเพราะฉะนั้น คราวนี้ลู่เป๋าเหยียนก็ต้องเป็นของเธอ!

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452