แสงอาทิตย์ยามบ่ายของโลก Aethelgard สาดส่องลงมาต้องร่างของคนทั้งสามทันทีที่พวกเขาพ้นออกจากปากทางเข้าสุสานที่บัดนี้ปิดผนึกตัวเองลงอีกครั้ง ความอบอุ่นที่แท้จริงของโลกภายนอกเข้ามาแทนที่ความเย็นะเืของหินโบราณอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหญ้าสดและดินหลังฝน เสียงหยดน้ำที่น่าขนลุกถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องของนกและเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้
มันคือความรู้สึกของการ 'กลับมา' อย่างแท้จริง
"ฟู่ววว... ในที่สุดก็ได้ออกมาซะที" เรเวนเป็คนแรกที่ทำลายความเงียบ เธอบิดี้เีอย่างไม่รักษาท่าทีของนักฆ่าในเงามืดแม้แต่น้อย ก่อนที่ดวงตาของเธอจะทอประกายระยิบระยับเมื่อมองดูไอเท็มในช่องเก็บของ "นายรู้ไหมซีโร่ ว่าชิ้นส่วนมงกุฎบ้านี่น่ะ... แค่ชิ้นเดียวก็อาจจะมีราคาเป็สิบล้านเหรียญในวันเปิดตัวเกมเลยนะ! นี่มันแจ็กพอตชัดๆ!"
ความตื่นเต้นในน้ำเสียงของเธอนั้นไม่ใช่การเสแสร้ง มันคือความสุขของผู้ที่เห็นขุมทรัพย์อยู่ตรงหน้า
ไททั่นไม่ได้แสดงความดีใจออกมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากก็บ่งบอกความรู้สึกของเขาได้ดี "เป็การผจญภัยที่ยอดเยี่ยมมาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เคลียร์ดันเจี้ยนด้วยวิธีนี้... การต่อสู้กับกูลลอร์ดก็สุดยอด แต่บททดสอบสุดท้ายนั่น... มันเหนือกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้จริงๆ" เขามองไปยังซีโร่ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
ซีโร่ไม่ได้สนใจคำชื่นชมเ่าั้ เขากำลังจ้องมองแผนที่ที่ได้มา 'เนตรเทพ' ของเขาวิเคราะห์ข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในม้วนกระดาษเก่าๆ
[แผนที่สู่โดเมนเร้นลับ: สวน์ลอยฟ้า] [ประเภท: ไอเท็มเควส (ผูกมัดกับปาร์ตี้)] [รายละเอียด: แผนที่ซึ่งนำทางไปสู่ 'สวน์ลอยฟ้า' ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกซ่อนไว้ในกลุ่มเมฆเหนือทวีปเริ่มต้น สถานที่แห่งนี้ถูกผนึกไว้ด้วยพลังงานแห่งดวงอาทิตย์] [เงื่อนไขการเปิดใช้งาน: ้า <ไอเท็มกุญแจ: ศิลาสุริยัน (Sunstone)> เพื่อปลดผนึกพิกัดที่แท้จริง]
'ศิลาสุริยัน...' ซีโร่ค้นข้อมูลในหัวของเขาทันที 'มันเป็แรร์ไอเท็มที่ดรอปจากบอสประจำภูมิภาคทะเลทราย... ซึ่งอยู่อีกทวีปหนึ่งเลย การเดินทางไปที่นั่นตอนนี้เป็ไปไม่ได้'
"สวน์เป็เป้าหมายระยะยาว" เขาพูดขึ้น ทำลายความฝันของเรเวนที่จะรวยในเร็ววัน "ตอนนี้เราต้องกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อรวบรวมกำลังของเราก่อน"
"รวบรวมกำลังอะไรอีก?" เรเวนถามอย่างไม่เข้าใจ "ตอนนี้เลเวลพวกเราก็น่าจะสูงที่สุดในเบต้าแล้ว อุปกรณ์ก็ดีกว่าคนอื่นหลายเท่า ยังมีอะไรต้องทำอีกงั้นเหรอ?"
"เลเวลเป็แค่ตัวเลข อุปกรณ์เป็แค่ของนอกกาย" ซีโร่ตอบกลับเสียงเรียบ "พลังที่แท้จริงในโลกนี้คือ 'ข้อมูล' และ 'ทักษะ' ต่างหาก... ตอนนี้เลเวลเราสูงเกินกว่าจะหาของดีๆ จากมอนสเตอร์แถวนี้แล้ว เราต้องเริ่มสร้างมันขึ้นมาเอง"
คำพูดของเขาทำให้เรเวนและไททั่นนิ่งไป พวกเขารู้ดีว่าซีโร่ไม่ได้พูดเล่น และทุกครั้งที่เขาพูดถึงแผนการอะไรบางอย่าง มันมักจะลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อเสมอ
การเดินทางกลับสู่หมู่บ้านเอเดนวูดในครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ขาไปเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่ไว้วางใจ แต่ขากลับ บรรยากาศกลับผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด บทสนทนามีมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะเป็การถามเซ้าซี้ของเรเวนก็ตาม
"นี่บอส" เรเวนเรียกซีโร่ด้วยสรรพนามที่เธอยึดถือไปแล้ว "แผนที่ว่านั่น... มันจะพาเราไปเจออะไร? สมบัติอีกเหรอ? หรือว่าเป็บอสลับ?"
"มันคือสถานที่สำหรับอัปเกรดคลาส" ซีโร่ตอบกลับไปมากกว่าที่เคย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้อีกสองคน "เป็หนึ่งในไม่กี่แห่งในเกมที่จะสามารถเปลี่ยนจากคลาสระดับสาม... ไปสู่ 'คลาสพิเศษ' (Prestige Class) ได้"
"คลาสพิเศษ!?" ทั้งสองคนอุทานออกมาพร้อมกัน นั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใฝ่ฝันถึง มันคือระดับชั้นของอาชีพที่อยู่นอกเหนือเส้นทางปกติและมีพลังที่เทียบเท่าตำนาน
"แต่เงื่อนไขมันซับซ้อนและ้าไอเท็มจากทั่วทุกมุมโลก" ซีโร่กล่าวต่อ "อย่างที่บอก... มันเป็เป้าหมายระยะยาว"
การที่ซีโร่ยอมแบ่งปันข้อมูลสำคัญเช่นนี้ เป็เหมือนการยอมรับพวกเขาทั้งสองคนในฐานะ 'ทีม' อย่างเป็ทางการ มันสร้างความรู้สึกผูกพันที่มองไม่เห็นขึ้นมาระหว่างคนทั้งสาม
"แล้วนายล่ะไททั่น" เรเวนหันไปถามนักรบโล่บ้าง "ทำไมถึงได้ชอบเล่นสายแทงค์นักนะ? มันน่าเบื่อจะตาย ต้องยืนให้คนอื่นตีอย่างเดียว"
ไททั่นนิ่งไปครู่หนึ่ง ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะเล่าเื่ส่วนตัวให้ใครฟัง แต่บรรยากาศที่เปลี่ยนไปทำให้เขาเปิดใจมากขึ้น "สมัยก่อน... ตอนที่ผมเล่นเกมอื่น ผมเคยอยู่ในกิลด์เล็กๆ... มีเพื่อนคนหนึ่งเป็ฮีลเลอร์ที่เก่งมาก แต่ในการรบครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง ผมป้องกันพลาด... แค่ครั้งเดียว... ทำให้เขาตาย แล้วเราก็แพ้าครั้งนั้น หลังจากนั้นกิลด์ก็แตก... ผมแค่... ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก"
เื่ราวของเขาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เรเวนที่ปกติจะปากจัดก็ถึงกับเงียบไป เธอเองก็เคยมีประสบการณ์ที่ต้องสูญเสียเพื่อนพ้องในเกมเช่นกัน
ซีโร่ที่เดินนำอยู่ก็ฟังเื่ราวทั้งหมดเงียบๆ เขาไม่ได้พูดอะไรปลอบใจ แต่การที่เขาชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยเพื่อให้ไททั่นเดินทัน ก็เป็เหมือนการแสดงความเข้าใจในแบบของเขาเอง
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงเขตชายป่าของหมู่บ้านเอเดนวูด
ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจ หมู่บ้านที่เคยมีผู้เล่นเดินกันอยู่ประปราย บัดนี้กลับคึกคักขึ้นหลายเท่าตัว มีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เต็มไปหมด ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการทำเควสเริ่มต้นและซื้อขายของกันอย่างออกรส ดูเหมือนว่าทางบริษัทจะปล่อยผู้เล่นเบต้าเทสเตอร์ระลอกใหม่ออกมาแล้ว
และทันทีที่ร่างของคนทั้งสามก้าวออกจากแนวป่าเข้ามาในหมู่บ้าน... ความวุ่นวายทั้งหมดก็พลันหยุดชะงักลง
สายตานับร้อยคู่หันมาจับจ้องที่พวกเขาเป็ตาเดียว!
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาที่ดังกระหึ่ม
"นั่นไง! ผู้เล่น '???' คนนั้น!" "มากับไททั่นแล้วก็ผู้หญิงคนนั้น... เรเวนไม่ใช่เหรอ? สตรีมเมอร์ชื่อดังนี่!" "ดูอุปกรณ์ของพวกเขาสิ! สนับแขนของไททั่นนั่นมัน... มีแสงสีม่วงออกมาด้วย! ต้องเป็ของระดับอีพิคแน่ๆ!" "ฉันลองตรวจสอบเลเวลดูแล้ว... ไททั่นเลเวล 8! เรเวนเลเวล 7! บ้าไปแล้ว! พวกเราส่วนใหญ่ยังอยู่แค่เลเวล 4-5 เองนะ!"
ทุกสายตาเต็มไปด้วยความอิจฉา, ความทึ่ง, และความยำเกรง พวกเขามองดูปาร์ตี้ของซีโร่ราวกับเป็ตัวประหลาดที่หลุดออกมาจากโลกอื่น
แต่แน่นอนว่าในทุกสังคม ย่อมมีคนที่ไม่พอใจในความสำเร็จของผู้อื่น
"เหอะ... ก็แค่พวกบ้าฟาร์มที่เจอเื่ฟลุคๆ เท่านั้นแหละ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางฝูงชน ก่อนที่กลุ่มผู้เล่นประมาณห้าหกคนจะเดินแหวกทางออกมา พวกเขาสวมใส่อุปกรณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาซื้อได้ในร้านค้า และมีท่าทางหยิ่งผยอง ผู้นำกลุ่มเป็ชายที่ใช้ดาบยาวเป็อาวุธ เขามีชื่อว่า "เบลด" (Blade)
เบลดเป็หนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของเบต้าระลอกแรก เขามีเลเวล 6 และเป็ที่รู้จักในเื่ความก้าวร้าวและชอบดูถูกคนที่อ่อนแอกว่า
"ว่าไง... พ่อหนุ่มลึกลับ" เบลดพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม "ได้ยินว่าพวกนายไปก่อเื่มานิดหน่อยสินะ อุปกรณ์ดูดีไม่เลวเลยนี่... ขายต่อให้พวกเราไหมล่ะ? ว่าราคามาได้เลย"
มันเป็คำพูดที่ไม่ได้้าจะซื้อขายจริงๆ แต่เป็การแสดงอำนาจและข่มขู่กลายๆ
ไททั่นขมวดคิ้วและกำลังจะก้าวออกไป แต่เรเวนกลับเร็วกว่า
"อยากได้กริชของฉันเหรอ?" เธอยิ้มหวาน แต่แววตากลับเย็นเยียบ "งั้นก็... เข้ามาเอาเองสิ"
ฟุ่บ!
ในพริบตาเดียว! ร่างของเรเวนก็สลายเป็เงาและไปปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเบลดั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้! ปลายกริชนักดื่มิญญาที่คมกริบจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาอย่างแ่เบา ไอสังหารที่ปล่อยออกมาทำให้เบลดถึงกับตัวแข็งทื่อไป
"แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ... ว่ามันไม่ขาย" เรเวนกระซิบที่ข้างหูของเขา
ผู้เล่นรอบๆ ถึงกับอ้าปากค้างกับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวนั้น!
ตึ้ง!
ไททั่นไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วกระแทกโล่ลงบนพื้นดิน เสียงโลหะหนักๆ ปะทะกับพื้นดินนั้นดังสนั่น พร้อมกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากสนับแขนระดับอีพิคของเขา ก็เพียงพอที่จะทำให้กลุ่มของเบลดต้องถอยหลังไปอย่างหวาดๆ
แต่การแสดงอำนาจที่แท้จริง... มาจากซีโร่
เขาไม่ได้ขยับหรือชักอาวุธออกมาแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งๆ และจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเบลดที่กำลังหน้าซีดเผือด 'เนตรเทพ' ของเขามองทะลุข้อมูลทั้งหมดของเบลด
[ผู้เล่น: เบลด (Blade)] [เลเวล: 6] [เควสลับที่กำลังดำเนินอยู่: 'สมุดบัญชีของผู้ทรยศ'] [สถานะ: ยังทำไม่สำเร็จ] [คำใบ้: สมุดบัญชีถูกซ่อนอยู่ในตู้เซฟส่วนตัวของนายกเทศมนตรีแห่งเอเดนวูด]
ซีโร่เดินเข้าไปหาเบลดช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"แทนที่จะมาเสียเวลากับฉัน... บางทีนายควรจะไปกังวลเื่ที่ว่า... ทำไมนายถึงหา 'สมุดบัญชีของนายกเทศมนตรี' ไม่เจอซักที... จะดีกว่าไหม?"
วินาทีนั้นเอง! สีหน้าของเบลดก็เปลี่ยนจากความหยิ่งผยองเป็ความตื่นตระหนกสุดขีด! เขาเบิกตากว้าง จ้องมองซีโร่ราวกับเห็นผี!
'เป็ไปไม่ได้! หมอนี่... หมอนี่รู้เื่เควสลับส่วนตัวของฉันได้ยังไง!? มันเป็เควสที่ไม่มีใครในเกมรู้นอกจากฉันคนเดียว!'
ความกลัวที่หยั่งไม่ถึงได้เกาะกุมหัวใจของเบลด เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าสายตาของพระเ้า
"ถอย!" เบลดะโสั่งลูกน้องเสียงหลง ก่อนจะรีบหันหลังแล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ยืนงงเป็ไก่ตาแตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ปาร์ตี้ของซีโร่ไม่ได้เอาชนะด้วยการต่อสู้ แต่เป็การแสดงพลังที่เหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งความเร็ว, พลังป้องกัน, และที่น่ากลัวที่สุดคือ "การหยั่งรู้" ที่ไม่สามารถอธิบายได้
ซีโร่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอีกต่อไป เขาเดินนำไททั่นและเรเวนที่เก็บอาวุธแล้ว ตรงไปยังโรงเตี๊ยมของหมู่บ้านอย่างสงบ ตำนานของผู้เล่นปริศนา "???" ได้ถูกตอกย้ำอีกครั้งในใจของเหล่าผู้ทดสอบ... เขาไม่ใช่แค่ผู้เล่นที่แข็งแกร่ง แต่เป็ตัวตนที่หยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้
และในหัวของซีโร่ เขากำลังวางแผนขั้นต่อไป... แผนที่จะใช้ทรัพยากรที่ได้มาทั้งหมด เพื่อครอบงำระบบเศรษฐกิจและการสร้างของของ่เบต้าเทสต์นี้ให้ตกอยู่ในกำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว