เรียนท่านผู้อ่าน
นิยายเื่นี้ต่อมาจากเื่ "เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับิญญา" เื่ราวของตัวละครตัวหนึ่งชื่อ "หว่านอิ๋งอิ๋ง" นางเป็องครักษ์หญิงสกุลโม่ ซึ่งมีฝีมือขว้างมีดร้ายกาจ นางคอยสืบเสาะดูการทำงานของหัวหน้าองครักษ์หลิวแห่งสกุลชิง ทำให้ถูกเขาหวาดระแวง เดิมทีพวกเขาจบภารกิจแล้วก็แยกย้าย แต่ฟ้าลิขิตให้หว่านอิ๋งอิ๋งถูกจับหมั้นหมายกับหลิวเฉิงโดยบังเอิญ...ภารกิจทำให้เขาถอนหมั้นจึงเริ่มขึ้น
ติดตามผลงานผู้เขียนได้ทางแฟนเฟจแฟนบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
************************************************
“นางน่าสงสัย ช่วยกันจับตาดูให้ดี”
“นั่นน่ะ อนุภรรยาของใต้เท้าเสิ่นนะหัวหน้าหลิว จะไปจับตามองด้วยเหตุอันใด? ประเดี๋ยวก็ถูกหาว่าอยากเป็ชู้ก็ยุ่งกันพอดี ข้าไม่อยากถูกขังในกรงหมูเอาไปถ่วงน้ำหรอกนะ”
ไห่ฮ่าวทำท่าขนลุกขนชัน ตอนนี้การตัดสินคดีชู้สำหรับชาวบ้านแล้วพวกเขาจะใช้วิธีการจับบุรุษและสตรีที่ทำผิดจารีตใส่ในตระกร้าสานตาห่างๆ แล้วเอาไปถ่วงน้ำ
“ข้าว่านางดูแปลกๆ สายตาของนางกับของอนุเจียงดูเหมือนไม่ได้สนใจใต้เท้าเสิ่นอย่างที่ควรจะเป็” หลิวเฉิงขมวดคิ้ว
ไห่ฮ่าวองครักษ์ประจำตัวคุณหนูชิงเว่ยเว่ยมองหัวหน้าองครักษ์ด้วยความประหลาดใจ เขารู้ว่าหลิวเฉิงเป็คนเคร่งครัดในหน้าที่และหูตาว่องไว
“ท่านไม่เคยมีภรรยามิใช่หรือ? เหตุใดจึงได้รู้ว่าสายตาของนางมิได้ใส่ใจสามีเล่า? นางเป็เพียงอนุภรรยาย่อมไม่กล้าทำตัวเกินหน้าฮูหยินเอกอยู่แล้ว ท่านจะให้นางกล้าไปเอาใจสามีต่อหน้าเสิ่นฮูหยินได้อย่างไร?”
หลิวเฉิงส่ายหน้า “เ้ามันตาฟางเสียแล้ว สงสัยจะคอยสังเกตแค่คุณหนูสี่กับหลินเต๋อล่ะสินะ”
“ข้า! ข้าน่ะหรือคอยสังเกตหลินเต๋อ?” องครักษ์หนุ่มร่างสูงชี้นิ้วเข้าหาตนเอง ซ้ำยังทำตาโตด้วยความโมโห “เ้าองครักษ์จอมหาเื่คนนั้น ข้าจะไปคอยสังเกตมันทำไม?”
หัวหน้าองครักษ์หลิวยกมือขึ้นตบบ่าสหายองครักษ์เบาๆ
“ไม่ต้องอายน่า ข้ารู้ว่าเ้ากับเขาแค่มองตาก็รู้ใจ”
ใบหน้าของไห่ฮ่าวตึงขึ้นมาทันที พอนึกถึงองครักษ์หนุ่มของคุณหนูสกุลซิวที่มักจะมาวอแวกับเขาบ่อยๆ ก็กระพริบตาถี่เพื่อขับไล่ความรู้สึกบางอย่าง ที่คุกรุ่นขึ้นมา คนผู้นั้นเป็บุรุษหน้าขาวร่างโปร่ง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีเสมอ ทุกครั้งที่พบกันกับเขาจะต้องเขามาป้วนเปี้ยนพูดคุยกับเขา สุดท้ายก็ท้าไปประลองยุทธ์กัน ผ่านไปสามคราระหว่างเขากับหลินเต๋อยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ เ้าคนแซ่หลินนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ คอยหาโอกาสมาท้าประลองอยู่ร่ำไป
“หน้าเ้าเป็สีชมพูแล้ว ไม่ต้องคิดแก้ตัว ข้าขอไปดูนางก่อนดีกว่า คุยกับเ้าไม่ได้ความคืบหน้าอยู่ดี”
ไห่ฮ่าวคิดจะอ้าปากแย้งหลิวเฉิง ทว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มก็หายตัวไปแล้ว....เขาไม่ได้ชอบบุรุษเสียหน่อย เห็นทีต้องพูดกับหัวหน้าหลิวให้รู้เื่
หลิวเฉิงทำทีไปพูดคุยกับองครักษ์ที่เฝ้าจวน ที่พำนักของใต้เท้าเสิ่นแห่งนี้ เดิมทีก็คือวังของท่านอ๋องสี่ที่ก่อฏ หลังจากท่านอ๋องสี่ถูกริบทรัพย์และปะาชีวิต วังเทียนโต่วก็ถูกยึดมาใช้เป็จวนของเ้าเมืองฉู่จิ้ง
“อนุภรรยาของใต้เท้าเสิ่นมาจากสกุลใดหรือ?”
องครักษ์ของจวนเ้าเมืองถึงกับหัวเราะ
“ท่านคงล้อเล่นกระมัง? เื่นี้ผู้ใดก็รู้กันทั่ว อนุเจียงกับอนุหว่านน่ะเป็สาวใช้ในจวนสกุลโม่ นางคอยดูแลนายหญิงมาก่อน สกุลโม่เกรงว่าใต้เท้าจะต้องรับอนุภรรยาเพิ่มจึงได้ส่งพวกนางมา”
หลิวเฉิงพยักหน้าหงึกๆ เื่นี้เกิดขึ้นบ่อยในสกุลใหญ่ๆ ยามที่คุณหนูออกเรือน มักจะให้สาวใช้คนสนิทมาเป็อนุภรรยาด้วย เพื่อมิให้สามีไปรับอนุภรรยามาจากครอบครัวอื่น
“ข้าไม่คิดว่าสกุลโม่จะยินยอมให้ใต้เท้าเสิ่นมีอนุภรรยา”
“ข้าก็คิดเหมือนเ้า นายหญิงเป็คนบุคลิกสง่างามดูน่ายำเกรง ใต้เท้าเสิ่นเองก็เกรงใจภรรยายิ่งนัก ดูแล้วไม่น่าจะมีอนุภรรยาได้ แต่ก็อย่างว่า ใต้เท้าเป็ถึงเ้าเมือง หากจะมีอนุสักสี่ห้าคนก็เป็เื่ธรรมดา”
หลิวเฉิงทำหน้าคล้อยตามทว่าในใจกลับรู้สึกสงสัยในสถานะของอนุภรรยาทั้งสอง โดยเฉพาะหว่านอิ๋งอิ๋งนั่น ท่าทางของนางดูกระโดกกระเดก มิได้อ่อนช้อยอย่างอนุเจียงเลยสักนิด
...สตรีที่ดูกระด้างเช่นนี้ สกุลโม่ยังกล้าส่งมาเป็อนุภรรยาเ้าเมืองอีก...
รอจนถึงหัวค่ำหัวหน้าองครักษ์หนุ่มก็ย่องไปยังเรือนพักอนุภรรยาทั้งสอง โดยมากอนุภรรยามักจะไม่ถูกกัน พวกเขาต้องแยกกันอยู่คนละเรือน แต่อนุเจียงกับอนุหว่านกลับพักด้วยกันแค่ห้องอยู่คนละฟากของห้องโถง
‘พวกนางไม่เพียงไม่แย่งชิง ซ้ำยังร่วมมือร่วมใจกันอย่างดี ผิดวิสัยสตรีที่มีสามีคนเดียวกัน’
หลิวเฉิงกระโจนขึ้นบนหลังคา เขาค่อยๆ เลื่อนกระเบื้องดินเผาดูว่าพวกนางยังอยู่ที่ห้องโถงหรือไม่? พลันเสียงพูดคุยก็ดังขึ้น
“เ้าเห็นบุรุษที่มากับสกุลชิงหรือไม่?”
“ผู้ใด?”
“อาจารย์หนุ่มทั้งสองคนนั่น”
“ก็หล่อเหลาองอาจดีนะ”
“ลี่จัง เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายความถึงเื่เช่นนั้น”
“ได้ๆ พวกเขามีวรยุทธ์ เราต้องระวังให้ดี”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มถึงกับหูกระดิก พวกนางมีลับลมคมในจริงๆ ถึงกับคอยจับตามองคนในขบวนของสกุลชิง
“เ้าหัวหน้าองครักษ์นั่น เ้ายิ่งต้องระวัง”
“เขาก็ดูดีนะ เคร่งขรึม รูปร่างแข็งแกร่งกำยำ”
“ลี่จัง! ข้าหมายถึงเขาดูเหมือนจะเป็พวกตาผีจมูกสุนัขต่างหาก”
หลิวเฉิงที่อยู่บนหลังคาแทบอยากจะซัดมีดสั้นลงมาใส่สตรีสองคนที่นั่งพูดคุยอยู่โต๊ะกลมกลางห้องข้างล่าง
อนุเจียงหัวเราะร่า “ตาเขาเรียวดั่งตาหงส์ จมูกโด่งปลายรั้นน้อยๆ ต่างหาก เ้าพูดเสียจนคนรูปหล่อกลายเป็คนขี้ริ้ว”
“หึ! จะรูปงามราวเทพเซียนลงมาก็ช่าง ยามนี้หน้าที่ของเราคือต้องระวังภัยให้ดี เดิมทีใต้เท้าเสิ่นเองก็ดูแปลกๆ อยู่แล้ว ยังจะมีกลุ่มคนสกุลชิงมาเพิ่มอีก”
“พวกเราควรออกไปตรวจดูรอบๆ เรือนเราสักหน่อยเถอะ เผื่อพวกเขาแอบส่งคนมาสอดแนมจะได้ระวังตัว”
หลิวเฉิงอาศัยจังหวะที่พวกนางลุกขึ้นยืนรีบเลื่อนกระเบื้องดินเผาเข้าไปที่เดิม ก่อนจะกระโจนไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วผลุบลงไปที่พุ่มไม้ด้านหลัง
หว่านอิ๋งอิ๋งมองเห็นชายหนุ่มที่โผล่มาจากพุ่มไม้เพียงลำพังก็ทำหน้าประหลาดใจ นางจำได้ว่าคนผู้นี้คือหัวหน้าองครักษ์ที่คอยดูแลชิงเว่ยเว่ย
“เหตุใดท่านจึงมาโผล่แถวนี้เล่า?”
“อนุหว่าน ข้าละอายจริงๆ ที่ท่านมาพบเข้า เมื่อครู่ข้ากับพวกองครักษ์เดินผ่านมาดูเรือนแถวนี้ บังเอิญปวดเบาขึ้นมาข้าก็เลยวิ่งมาหลบที่พุ่มไม้ ไม่คิดว่าท่านจะมาเดินเล่นในยามหัวค่ำ”
หว่านอิ๋งอิ๋งมีสีหน้าเก้อเขิน หากว่าเดินมาเร็วกว่านี้นิดก็อาจจะได้เห็นท่าทางของเขาในยามที่กำลังปัสสาวะ...น่าอายนัก
“เอาเถอะๆ ข้าจะถือว่าไม่ได้เดินมาพบท่านก็แล้วกัน”
หลิวเฉิงมองตามหลังสตรีที่เร่งฝีเท้าจากไปด้วยความโล่งใจ เมื่อครู่เขาเหยียบกิ่งไม้ที่เปราะจนตกลงมาใส่พุ่มไม้ข้างล่าง ดีที่นางไม่ได้ยินเสียง เขาจึงกลบเกลื่อนได้ทันเวลา
หว่านอิ๋งอิ๋งสาวเท้ากลับมาถึงห้องโถงเรือนนอนก็ทรุดตัวลงนั่ง นางเพิ่งได้ยืนประจันหน้ากับหัวหน้าองครักษ์จากสกุลชิงเป็ครั้งแรก ทำให้พบว่าใบหน้าของเขาเป็อย่างที่เจียงลี่จังกล่าวไว้
‘คนผู้นี้พอได้เห็นใกล้ๆ ก็ไม่เลวเลย’
“อิ๋งอิ๋ง เ้าเหม่อเช่นนี้ มิใช่ว่า ไปพบเื่ดีๆ มาหรอกนะ”
หญิงสาวที่กำลังจิบน้ำชาอยู่พลันสะดุ้ง หันขวับไปมองเจียงลี่จังที่เดินถือกระบี่เข้ามานั่งตรงข้าม
“ดีนี่! เ้าออกไปพร้อมกับกระบี่กับผู้ติดตาม แต่ข้าเดินออกไปตรวจตราตามลำพัง”
“ไม่ต้องเสแสร้งน่าอิ๋งอิ๋ง ท่าทางดูตื่นๆ เช่นนี้ เมื่อครู่เ้าไปเจอผู้ใด?”
“ไม่เจอ! ข้าไม่ได้เจอผู้ใดสักหน่อย”
“จริงหรือ? ข้าเห็นหลังไวๆ ข้าว่ามีบุรุษเดินหันหลังออกไปจากทางเดินสวนด้านหลังเรือนพวกเรานะ”
หว่านอิ๋งอิ๋งพลันได้สติ ที่หัวหน้าองครักษ์หนุ่มผู้นั้นบอกนางว่าเขาวิ่งมาปัสสาวะหลังพุ่มไม้ เห็นท่าคงจะเป็แค่คำพูดกลบเกลื่อน
ปัง!
เสียงตบโต๊ะแรงจนอนุเจียงและสาวใช้อีกสองคนสะดุ้ง
“ข้าพลาดเอง! พวกเราคงจะถูกคนสอดแนมเสียแล้วล่ะ”
เจียงลี่จังเลิกคิ้วสูง “ผู้ใด?”
“หัวหน้าองครักษ์ตาผีจมูกสุนัขผู้นั้นของเ้า!”
*********************

