หลังจากออกจากห้องประเมินราคาต้วนจื่อได้รับการนำทางจากผู้ดูแลท่านหนึ่งมายังห้องรับรองระดับสูงสุด
ภายในห้องเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันพื้นที่กว้างขวางราวกับคฤหาสน์ส่วนตัว หรูหราเกินบรรยาย
"เดี๋ยวทางเราจะจัดหาคนรับใช้ให้ท่านโดยเฉพาะโปรดรอสักครู่ขอรับ"
ผู้ดูแลแย้มยิ้มอย่างมีความหมายให้คนนำสุราต่างๆ มามอบให้ จากนั้นก็ปิดประตูลงเบาๆ
ต้วนจื่อหาที่นั่งลงอย่างไม่ใส่ใจนักแล้วหลุบตาลงพักสายตาสักครู่
ไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งเด็กสาวหน้าตางดงามตามธรรมชาติผู้หนึ่งเดินเข้ามา
นางอายุราวสิบสี่ถึงสิบห้าปี รูปร่างบอบบางมีท่าทางขี้อายราวกับว่าเพียงมองนางนานกว่านั้นก็จะทำให้หน้าแดง
ในเวลานี้แก้มทั้งสองของนางแดงเรื่อดวงตาเหลือบมองไปมา มือทั้งสองบิดชายเสื้ออย่างไม่รู้ตัวกำลังจะเอ่ยปากแต่กลับไม่รู้จะพูดอะไร ริมฝีปากหุบอ้าทว่ากลับไม่มีเสียงใดลอดออกมา
"ท่าน... ท่าน ข้า... ข้าชื่อเถียนโหรวโหรวเ้าค่ะ เอ่อ... คือว่า..."
เนิ่นนานพอสมควรเด็กสาวจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยปากออกมา แต่กลับพูดตะกุกตะกักสุดท้ายก็ปิดปากเงียบไป ใบหูเริ่มแดงระเรื่อ มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
ต้วนจื่อมองปราดเดียวก็รู้ว่านี่เป็เด็กสาวบริสุทธิ์ที่ไม่เคยผ่านโลกีย์มาก่อนก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
เขาชอบความสำราญ แต่ไม่เคยทำเื่ต่ำช้ามีคุณธรรมจริยธรรมสูงส่ง จะลงมือกับผู้เยาว์ได้อย่างไร?
"ท่าน... ท่านเป็อะไรไปหรือเ้าคะ?"เถียนโหรวโหรวเห็นว่าต้วนจื่อไม่ลงมือเสียที ก็ถามด้วยท่าทางประหม่า
ต้วนจื่อไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
เถียนโหรวโหรวอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจทันที"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ที่แท้ท่านก็ชอบผู้ชาย!"
ต้วนจื่อ "..."
เอาทหารรักษาการณ์มาอุดปากนางเดี๋ยวนี้!
"ข้าชอบเพศตรงข้ามต่างหากอย่าคิดไปไกล เ้าออกไปก่อน ถ้ามีอะไรข้าจะเรียก"
พอได้ยินดังนั้นเถียนโหรวโหรวก็มีท่าทางร้อนรนขึ้นมาทันที
"นายท่าน ถ้าข้าทำอะไรไม่ถูกใจโปรดบอกได้เลยนะเ้าคะ ข้าจะรีบแก้ไข ขอร้องท่านอย่าไล่ข้าไปเลยนะเ้าคะ"
เด็กหญิงน้ำตาคลอ นางเอียงคอพูด"ถ้าข้าออกไปทั้งแบบนี้ พวกเขาจะต้องหักเบี้ยเลี้ยงข้าแน่ๆเ้าค่ะ..."
ต้วนจื่อชะงักไป
เขามองพิจารณาเถียนโหรวโหรวก็เห็นเพียงใบหน้าที่จำยอมเพื่อปากท้อง
เด็กสาวผู้นี้ดูท่าจะมีเื่ราวเื้ั...
"เอาล่ะๆ เ้าอยู่คุยกับข้าก็แล้วกัน"
"ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ" เถียนโหรวโหรวถอนหายใจโล่งอก แล้วนั่งลงข้างๆ ต้วนจื่ออย่างระมัดระวัง
ทว่าไม่รู้ว่าเป็เพราะเื่ที่น่าอึดอัดก่อนหน้านี้หรือไม่การสนทนาของทั้งสองจึงมีแต่ความกระอักกระอ่วนใจ
ต้วนจื่อกำลังจะยกเื่ตลกขึ้นมาพูดเพื่อบรรเทาบรรยากาศที่น่าเบื่อกลับได้ยินเสียงท้องร้องดังมาจากข้างกาย เมื่อมองไปยังที่มาของเสียงกลับพบว่ามาจากท้องของเถียนโหรวโหรว
เขามองไปยังเด็กหญิงก็เห็นเพียงใบหน้างามแดงก่ำแดงลามไปถึงใบหูราวกับกระดาษไหว้ตรุษจีน
"เ้าหิวแล้วหรือ?"
เถียนโหรวโหรวกล่าวอย่างอับอาย"ข้า... ข้าหาห้องอาหารของสมาคมการค้าเยี่ยนไม่เจอก็เลยยังไม่ได้กินมื้อเย็นเ้าค่ะ..."
"ของกินมากมายขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้าทำไมเ้าไม่กินเล่า?"
เถียนโหรวโหรวอธิบายว่า"พวกหัวหน้าไม่อนุญาตให้พวกข้ากินของในห้องพักถ้าโดนจับได้ละก็ ข้าจะถูกไล่ออกเ้าค่ะ"
"กฎเกณฑ์ตายตัวก็จริงแต่มนุษย์ต้องมีความยืดหยุ่นหน่อย" ต้วนจื่อถอนหายใจแล้วมอบอาหารให้แก่เถียนโหรวโหรว
"กินเถอะถ้าพวกหัวหน้าของเ้าว่าอะไร ข้าจะรับหน้าแทน"
"เอ่อ... ไม่ดีกว่าเ้าค่ะข้าไม่ได้หิวมากขนาดนั้น..." เถียนโหรวโหรวปากบอกว่าไม่เอาแต่กระเพาะกลับส่งเสียงร้องออกมาอย่างสัตย์ซื่อ
ต้วนจื่อไม่พูดจาพร่ำเพรื่อยัดอาหารใส่มือของเถียนโหรวโหรว
"ให้กินก็กิน มีอะไรข้าจัดการเองเ้าจะกังวลอะไรนักหนา?"
[ติ๊ง!! ยินดีด้วยผู้ใช้แสดงท่าทางดุดันแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ค่าเทียนซิ่ว +66!]
เถียนโหรวโหรวส่ายหน้าอย่างหนัก
"ข้าล่ะยอมแพ้เลยเ้าเด็กนี่ทำไมดื้อด้านนักนะ?" ต้วนจื่อขมวดคิ้ว
"ติด... ติดคอแล้วเ้าค่ะ ช่วย...ช่วยข้าเอาออกหน่อยได้ไหมเ้าคะ?"
"..."
่เวลาที่เหลือต้วนจื่อเอาแต่ดูเถียนโหรวโหรวกินอาหารมองดูท่าทางเขมือบอาหารราวกับหมาป่าก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้น้ำตาแห่งความประทับใจพลันไหลออกจากปาก หลังจากนั้นก็กินตามนางอย่างเอร็ดอร่อย
[ติ๊ง!! ยินดีด้วยผู้ใช้ทำภารกิจนักกินตัวจริงสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +55!]
สิบห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วงานประมูลกำลังจะเริ่มขึ้น
ต้วนจื่อจึงขอตัวลาเถียนโหรวโหรวชั่วคราวภายใต้การนำทางของผู้ดูแลเขาก็มาถึงลานในร่มของสมาคมการค้าเยี่ยน
ทั้งลานประมูลเป็รูปวงกลม มีทั้งหมดแปดชั้นยิ่งอยู่ชั้นต้นๆ ก็จะยิ่งใกล้กับเวทีประมูล แสดงให้เห็นถึงฐานะที่สูงส่ง
เวลานี้ภายในลานประมูลเต็มไปด้วยผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่าห้าพันคน เสียงเซ็งแซ่ดังกระหึ่มก้องกังวาน
ต้วนจื่ออาศัยป้ายระดับสูงสุดเดินทางมาถึงชั้นต้นๆ และเลือกที่นั่งอย่างไม่ใส่ใจนัก
บริเวณใกล้เคียงของเขาส่วนใหญ่เป็บุคคลสำคัญของเมืองจื่อหรานทุกคนต่างสวมใส่เสื้อผ้าหรูหราราคาแพง
หลังจากรอไปไม่กี่นาทีแสงไฟทั่วทั้งลานประมูลก็ดับลงทันที
ท่ามกลางความสงสัยของผู้คนร่างเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ณ บริเวณตรงกลาง
การปรากฏตัวของคนผู้นี้ราวกับมีแสงไฟส่องสว่างทำให้บริเวณโดยรอบค่อยๆ สว่างขึ้น
ต้วนจื่อเพ่งพิศจึงเห็นว่าเป็สตรีนางสวมชุดแดงเพลิงแนบเนื้อ เผยลำคอระหง ผิวผ่องดุจหยกทรวงอกอวบอิ่มถูกพรางไว้เพียงครึ่ง เอวบางร่างน้อยแทบจะคว้าได้ในอุ้งมือขาเรียวยาวก้าวลงบนพื้นอย่างสง่างาม แผ่เสน่ห์เย้ายวน ชวนให้หลงใหล
ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มดุจต้องมนต์ราวมีหมอกบางปกคลุม แฝงความยั่วยวนซ่อนเร้น ริมฝีปากอิ่มสีชาดแย้มยิ้มเล็กน้อยคล้ายเชื้อเชิญให้ลิ้มลอง
สตรีผู้นี้เปล่งประกายความงามล้ำลึกจากภายในชวนให้บุรุษทั้งหลายใจสั่นระรัว เมื่อเทียบกับนางแล้วสตรีอื่นใดในงานล้วนด้อยรัศมี
"นางจิ้งจอกแปลงกายชัดๆ!"ต้วนจื่อต้องยอมรับว่าเพียงชั่วขณะ เขาก็แทบต้องมนต์สะกดนาง
ภายใต้เสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้นั้นคำกล่าวเปิดงานที่น่าเบื่อกลับกลายเป็เสียงที่ไพเราะที่สุดในโสตประสาทของบุรุษไม่มีใครเร่งเร้า ทว่ากลับปรารถนาให้นางกล่าวถ้อยคำเ่าั้ต่อไป
"สมแล้วที่เป็เมิ่งซือซินผู้ดำเนินการประมูลมือหนึ่งของเมืองจื่อหรานแค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้บรรยากาศการประมูลร้อนระอุถึงขีดสุด เมื่อเทียบกับนางแล้วผู้ดำเนินการประมูลคนอื่นๆ ก็ดูด้อยค่าไปเลย" ชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆถอนหายใจ
สหายของเขาเห็นพ้องต้องกัน"นั่นสินะ คนครึ่งลานประมูลมาที่นี่ก็เพื่อเมิ่งซือซินทั้งนั้นว่ากันว่าสมาคมการค้าเยี่ยนต้องจ่ายค่าตอบแทนให้นางเป็จำนวนเงินที่สูงจนน่าใในแต่ละปีเพื่อรักษานางไว้ในตำแหน่งนี้"
เมื่อได้ฟังบทสนทนาของทั้งสองต้วนจื่อจึงพอจะรู้จักผู้ดำเนินการประมูลผู้นี้มากขึ้น
ห้านาทีต่อมาการประมูลก็เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
ตามธรรมเนียมของหายากมักจะถูกนำมาประมูลเป็รายการสุดท้าย่ต้นส่วนใหญ่จะเป็ของที่ไม่ได้พิเศษอะไร ทว่าด้วยความสามารถของเมิ่งซือซินราคาของสิ่งของเ่าั้กลับพุ่งสูงขึ้นเกินมูลค่าเดิมไปสองสามเท่า
"ชัดเจนเลยว่าความสวยสามารถทำให้คนหาเงินได้จริงๆ ความจริงนี้ใช้ได้ในทุกยุคสมัยจริงๆ"ต้วนจื่อส่ายหน้าอย่างขมขื่น แล้วละสายตาจากเมิ่งซือซินกวาดมองไปยังที่อื่นๆ
"หืม?"
ทันใดนั้นสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ชายผู้มีหนวดเคราครึ้มที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก
บุคคลผู้นี้คือ โอวหยางลาเฟิงข้างกายเขาคือบุตรสาวบุญธรรม โอวหยางซวง
"สองคนนี้ก็มาด้วยหรือว่าพวกเขา้าชิงสิ่งของปิดท้ายงานประมูล?" ต้วนจื่อคิดในใจก่อนจะเบนสายตาไปทางคนอื่นๆ
หลังจากมองสำรวจไปรอบๆก็พบว่าหลายตระกูลใหญ่ของเมืองจื่อหรานก็มารวมตัวกันที่นี่โดยมิได้นัดหมายทุกคนต่างกำลังรอคอยสิ่งของประมูลรายการสุดท้าย
ดูท่างานประมูลนี้ใน่ท้ายจะต้องสนุกสนานยิ่งขึ้นเป็แน่
การ่ชิงสมบัติย่อมนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งบางทีอาจถึงขั้นเปิดฉากด่าทอกันอย่างถึงพริกถึงขิง
เวทีนี้จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของพ่อแม่เป็ศูนย์กลางมีทั้งสองรุ่นของคนในตระกูลเป็เส้นผ่าศูนย์และขยายไปถึงญาติๆ อื่นๆ
หากชนะ บิดามารดาก็อยู่ดีมีสุข หากแพ้เชื้อสายวงศ์ตระกูลก็อาจถึงกาลอวสาน!