ท่ามกลางพายุหิมะหยางเฟิ่งกับพี่ชายต้องเดินฝ่าพายุหิมะเพื่อที่จะไปถึงเรือนหลันฮวาของท่านย่าให้เร็วที่สุดเนื่องจากนางซือหรือฮูหยินผู้เฒ่าได้ป่วยหลังจนหมอที่รักษาได้บอกว่าคืนนี้อาจจะเป็คืนสุดท้ายของนางซือ
“ท่านย่า”เสียงเรียกของหลานคนโปรดทั้งสองทำให้ดวงตาที่ปิดลงเมื่อครู่ได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“โอ้อาเค่อกับเฟิ่งเออร์ของย่าก็มาด้วยหรือ”นางซือเอ่ยถามหลานๆของตนอย่างอ่อนแรง
“ท่านย่าเป็อะไรหรือขอรับ”หยางเหวินที่ซุกอยู่ที่อกของนางซือเอ่ยถามย่าของตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ย่าเพียงแค่อยากนอนหลับเท่านั้น”นางซือเอ่ยปลอบหลานๆของตนด้วยรอยยิ้มอ่อน
“ข้าไม่ยอมให้ท่านย่าไป”หยางเฟิ่งที่รู้ว่าถึงวาระสุดท้ายของย่าตนเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ยินยอมนางก้มลงไปกอดที่อกของย่าตนอย่างไม่ยินยอม์ทำไมต้องเป็ท่านย่าด้วยเอาชีวิตท่านพ่อข้าไปแทนไม่ได้หรือหยางเฟิ่งที่กอดนางซืออยู่คิดในใจ
“เด็กน้อยเ้ายอมขายพ่อของเ้าเลยหรือ”เสียงเย็นกระซิบที่หูขาวของหยางเฟิ่ง
“ข้าเป็บุตรเขาข้าขายเขาไม่ได้หรอกถึงแม้ข้าอยากจะขายเขามากก็ตาม”หยางเฟิ่งที่เคยตายแล้วเกิดใหม่ไม่คิดกลัวเสียงเย็นที่กระซิบถามตนนางเอ่ยตอบพร้อมกับลุกขึ้นมามองหาที่มาของเสียง
“เช่นนั้นเ้ามีอะไรมาแลกเปลี่ยนกับข้าเล่า”เสียงเย็นกระซิบถามที่หูอีกข้างของหยางเฟิ่ง
“เอาครึ่งชีวิตของข้าไปเลย”หยางเฟิ่งเอ่ยตอบด้วยแววตามุ่งมั่น
“เฟิ่งเออร์เ้าพูดกับใคร”กุ้ยเจินที่เห็นว่าบุตรสาวของตนพูดคล้ายกับยอมแลกชีวิตของตนกับนางซือเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยแววตาตื่นกลัวนางรีบเดินเข้ามาหาบุตรสาวของตนด้วยใบหน้าซีดขาว
“ข้าก็ไม่รู้เ้าค่ะ”หยางเฟิ่งเอ่ยตอบมารดาของตนแล้วมองหาที่มาของเสียงต่อด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“เด็กน้อยข้าไม่สนใจชีวิตเล็กๆของเ้าหรอกเอาเช่นนี้ข้าจะต่ออายุให้นางซืออีกสิบปีแต่เ้าก็ต้องยอมทำงานให้ข้าเ้ายอมหรือไม่”เสียงเย็นยังคงวนเวียนเอ่ยรอบๆตัวของหยางเฟิ่ง
“ข้ายอมจะให้ข้าทำอะไรข้าก็จะทำ” หยางเฟิ่งะโตอบเสียงดัง
“เฟิ่งเออร์เ้าจะทำอะไร”หยางเหวินที่ได้ยินทุกคำพูดของน้องสาวตนและสิ่งไร้ตัวตนเขาเอ่ยถามน้องสาวตนเสียงเคร่ง
“พวกเ้าเล่นอะไรที่นี้ไม่ใช่ที่เล่นของพวกเ้าออกไป”หยางเจี๋ยที่นั่งฟังบทสนทนาของเดินทั้งสองอยู่นานเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่เด็กทั้งสองรบกวนเวลาของกับมารดาก่อนตาย
“แต่เขาบอกว่าสิบปีเลยนะเ้าคะ”หยางเฟิ่งหันกลับไปเอ่ยกับพี่ชายของตนด้วยสีหน้าไม่ยินยอมที่จะมีใครมาขัดขวาง
“ก็ได้หากเ้าจะทำพี่ก็จะทำกับเ้า เราพี่น้องจะไม่มีวันทิ้งกัน เ้าสุขพี่สุขเ้าทุกข์พี่ทุกข์”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาจับมือน้องสาวของตนแน่น
“พวกเ้าจะทำอะไรบอกแม่มานะ พวกเ้าจะทำอะไร” กุ้ยเจินที่เห็นท่าทางของบุตรทั้งสองของตนได้แต่เอ่ยถามบุตรของตนด้วยท่าทีร้อนใจ
“จะอะไรอีกละก็คงหวังเล่นละครเรียกร้องความสนใจนั้นแหละ”หยางเจี๋ยแค่นเสียงเอ่ยกับกุ้ยเจิน
“ท่านไม่เคยเลี้ยงพวกเขามาอย่าได้พูดจาส่งเดชถึงลูกของข้าเชียว พวกเขาไม่้าท่านในชีวิตด้วยซ้ำแล้วพวกเขาจะเล่นละครเพื่อเรียกร้องความสนใจจากท่านทำไม”กุ้ยเจินหันกลับไม่เอ่ยกับพ่อของลูกด้วยแววตาไม่พอใจ
“ก็ได้ข้ากับพี่ชายตกลงที่ทำงานให้เ้า”หยางเฟิ่งเอ่ยตอบเสียงดัง
วูบบวูบบ
ลมหนาวได้พัดเข้ามาในห้องทำให้ทุกอย่างในห้องหยุดนิ่งสิ่งที่เด็กทั้งสองเห็นคือชายชุดดำที่บนหัวมีหมวกสีดำและชายชุดขาวที่บนหัวมีหมวกยาวสีขาวพวกเขามองมาที่สองพี่น้องด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“เด็กน้อยเราสองคนยอมต่อชีวิตให้นางซือเป็เพราะความรักของเ้าสองคน”ชายชุดดำเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“แต่เหนือสิ่งอื่นใดพวกเ้าสองคนพี่น้องก็ต้องทำงานให้เราตามสัญญา”ชายชุดขาวเอ่ยกับเด็กทั้งสองเสียงเรียบ
“เ้าค่ะ/ขอรับ”เด็กทั้งสองตอบรับด้วยแววตามุ่งมั่น