ณ เมืองหลวง
หลังจากที่ฝานเส้าหย่วนพาตัวหลงเป่ากลับมาเมืองหลวง เขาก็พาหลงเป่าพร้อมทั้งรายงานการกระทำความผิดของนายอำเภอโจวและตระกูลหลูไปแจ้งให้เจ้ากรมโยธาและเจ้ากรมพระคลังทราบ
เจ้ากรมโยธาและเจ้ากรมพระคลังต่างก็เป็นคนซื่อสัตย์ เมื่อพวกเขาทราบข่าวการทุจริตเกี่ยวกับการสร้างสะพานและท่าเรือ รวมถึงการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้งพยานหลักฐานก็มีพร้อม เจ้ากรมโยธากับเจ้ากรมพระคลังจึงนำเรื่องดังกล่าวขึ้นกราบทูลต่อฝ่าบาทเป็นการลับ แต่ไม่นึกว่าการกระทำของพวกเขากลับเล็ดลอดออกไปได้ หลงเป่าถูกสังหารระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในคุก ส่วนฝานเส้าหย่วนก็ถูกลอบสังหารอาการสาหัส ผ่านไปหนึ่งเดือน ฝานเส้าหย่วนจึงฟื้นคืนสติ
“เส้าหย่วน! เจ้าฟื้นแล้ว” ฝานฮุ่ยอันน้ำตาคลอด้วยความดีใจ “พ่อนึกว่าเจ้าจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว”
“เหตุใดท่านพ่อถึงผอมเช่นนี้เล่าขอรับ” ฝานเส้าหย่วนเห็นบิดามีรูปร่างผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงถามอย่างห่วงใย
“เจ้านอนไม่ได้สติมาเป็นเดือนจะให้พ่อกินข้าวลงได้อย่างไร พ่อมีเจ้าเป็นลูกชายแค่คนเดียว” ฝานฮุ่ยอันร้องไห้ “ก่อนที่ท่านแม่ของเจ้าจะจากไป นางกำชับให้พ่อดูแลเจ้าให้ดี หากเจ้าเป็นอะไรไปแล้วพ่อจะเอาหน้าที่ไหนไปพบท่านแม่ของเจ้ากัน”
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเส้าหย่วน” หลินเจาอี้หรือฝานฮูหยินซึ่งเป็นมารดาเลี้ยงของฝานเส้าหย่วนถามอย่างห่วงใย
“ทำให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วงแล้วขอรับ” ฝานเส้าหย่วนบอก หลังจากที่ท่านแม่ของฝานเส้าหย่วนเสียชีวิตไปได้สามปี ฝานเส้าหย่วนกลัวว่าบิดาจะจมอยู่กับความเสียใจ เขาจึงแนะนำให้บิดาแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าบ้าน ช่วงแรกฝานฮุ่ยอันยังปฏิเสธ แต่ผ่านไปสักพักเขาก็ได้แต่งหลินเจาอี้เข้ามา
พื้นเพเดิมของหลินเจาอี้เป็นเพียงครอบครัวชาวนา ฝานฮุ่ยอันได้พบกับนางเมื่อตอนที่เขาเดินทางไปตรวจงานที่ต่างเมือง และเป็นจังหวะเดียวกับที่ครอบครัวของนางกำลังจะพานางไปขายที่หอคณิกา และเพราะใบหน้าของหลินเจาอี้มีส่วนคล้ายภรรยาเก่าอยู่หลายส่วน ทำให้ฝานฮุ่ยอันซื้อตัวหลินเจาอี้และทำการตัดสัมพันธ์กับครอบครัวเดิมของนางจนเรียบร้อย เมื่อกลับถึงเมืองหลวงเขาก็จัดพิธีแต่งงานและแต่งตั้งนางให้เป็นฝานฮูหยินคนใหม่ ซึ่งฝานเส้าหย่วนก็ไม่ได้คัดค้าน
หลินเจาอี้เป็นสตรีรู้จักมารยาทและไม่มีนิสัยเห็นแก่ตัวหรือมักใหญ่ใฝ่สูง นางปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของภรรยาที่ดี ทั้งยังเป็นแม่เลี้ยงที่ดีของฝานเส้าหย่วน แต่คนดีมักจะมีโชคร้าย
เมื่อครั้งที่หลินเจาอี้ตั้งท้องได้สามเดือน สาวใช้ใจคดทำร้ายนางเพื่อหวังจะผลักดันให้ตนเองขึ้นไปเป็นอนุของฝานฮุ่ยอัน ทำให้หลินเจาอี้แท้งบุตรและไม่สามารถมีบุตรได้
ตั้งแต่นั้นมา สาวใช้ในจวนสกุลฝานจึงมีไม่มาก และในเรือนของฝานฮุ่ยอันและเรือนของฝานเส้าหย่วนก็ไม่อนุญาตให้สาวใช้เข้าไปวุ่ยวายอีก สาวใช้จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำความสะอาดก็ต่อเมื่อนายท่านกับคุณชายไม่อยู่ที่เรือนเท่านั้น
หลังจากเหตุการณ์ร้าย ฝานฮุ่ยอันก็ไม่คิดที่จะแต่งงานหรือรับอนุเข้ามาอีก เพราะอย่างไรเขาก็มีบุตรชายอยู่แล้วหนึ่งคน แม้หลินเจาอี้จะบอกให้สามีรับอนุเข้ามาสักคน แต่ฝานฮุ่ยอันก็ปฏิเสธอยู่ท่าเดียว
ดังนั้นความรักและความเอาใจใส่ทั้งหมดของฝานฮุ่ยอันและหลินเจาอี้จึงตกมาเป็นของฝานเส้าหย่วนแต่เพียงผู้เดียว และฝานเส้าหย่วนก็กตัญญูกับบิดาและมารดาเลี้ยงเป็นอย่างมาก
“หิวหรือไม่ แม่ต้มโจ๊กไว้รอเจ้าแล้ว”
“อืม...ดูเหมือนข้าจะหิวสักหน่อยแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่กินพร้อมกับข้าเลยนะขอรับ” ฝานเส้าหย่วนบอก นอกจากบิดาที่ดูจะผอมลง มารดาก็ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกัน
ฝานฮุ่ยอันยิ้มเพราะเข้าใจเจตนาของลูกชาย “ลูกคงอยากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เจ้าให้เด็กมาตักโจ๊กมากินเป็นเพื่อนลูกเถอะ”
หลินเจาอี้จะไม่เข้าใจความคิดของลูกชายได้อย่างไร นางยินดีด้วยซ้ำที่แม้ลูกชายจะเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังเป็นห่วงนาง “เช่นนั้นพวกท่านก็รออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปสั่งให้แม่ครัวอุ่นโจ๊กแล้วยกเข้ามานะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นหลินเจาอี้เดินออกจากห้องไป ฝานเส้าหย่วนจึงถามบิดา “จับตัวคนร้ายที่มาทำร้ายข้าได้หรือไม่ขอรับ”
ฝานฮุ่ยอันส่ายหน้า “ไม่ได้ ตอนนี้ฝ่าบาทส่งองครักษ์ของพระองค์ไปที่อำเภอเสียนหู่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงว่าอาฮวนจะเป็นอันตราย เพียงแต่ยังสืบไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้เจ้าหยุดการสืบสวนเรื่องนี้ไปก่อน ที่เหลือพระองค์จะจัดการเอง”
ฝานเส้าหย่วนถอนหายใจ “ไม่คิดว่านายอำเภอโจวกับตระกูลหลูจะมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่เพียงนี้”
“แล้วเรื่องที่เจ้าเคยเขียนจดหมายมาบอกว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญจะถาม เรื่องสำคัญนั้นคือเรื่องใด”
“ท่านพ่อรู้จักสตรีที่ชื่อฝานฮวาหรือไม่ขอรับ”
“เจ้า...เจ้าบอกว่านางชื่ออะไรนะ!”
“ฝานฮวาขอรับ ท่านป้าจ้าวมีชื่อเดิมว่าฝานฮวา ข้าเห็นว่านางมีเค้าหน้าเหมือนกับท่านพ่ออยู่หลายส่วน ข้าจึงคิดว่าท่านป้าจ้าวอาจจะเป็นญาติกับเรา”
“ตอนนี้นางอยู่ที่ใด”
“ท่านพ่อ...” ฝานเส้าหย่วนไม่เข้าใจว่าทำไมบิดาถึงดูดีใจเพียงนั้น “ตกลงว่าท่านป้าจ้าว...”
“เจ้ารีบบอกพ่อมา ตอนนี้นางอยู่ที่ใด?”
“อยู่ที่หมู่บ้านถังเจี่ยขอรับ ท่านพ่อ...ท่านจะบอกข้าได้หรือยังว่าท่านป้าจ้าวเป็นใคร”
“หากท่านป้าจ้าวเป็นคนเดียวกับคนที่ข้าตามหาอยู่ นางก็คือท่านป้าของเจ้า หรือก็คือพี่สาวของข้า” ฝานฮุ่ยอันพูดถึงอดีต “เมื่อตอนที่นางอายุได้สิบห้าปี นางถูกโจรลักพาตัวไปจากขบวนเจ้าสาว ท่านปู่กับท่านย่าของเจ้าสั่งระดมกำลังคนในบ้านให้ออกไปตามหา แต่หาเท่าไหร่เราก็หานางไม่เจอ ฝ่ายเจ้าบ่าวทำได้เพียงต้องยกเลิกงานแต่ง ส่วนครอบครัวเราก็ยังพยายามตามหานางต่อไป แต่ผ่านไปปีแล้วปีเล่าก็ไม่มีข่าวคราว ท่านปู่ท่านย่าตรอมใจจนจากโลกนี้ไปในที่สุด”
“ในเมื่อตอนนั้นท่านป้ามีอายุได้สิบห้าปีแล้ว ท่านป้าก็น่าจะจำบ้านของตนเองได้กระมัง แล้วทำไมท่านป้าถึงไม่ยอมกลับมา และจากที่ข้าได้พูดคุยกับท่านป้า ข้ารู้สึกว่าท่านป้ากับท่านลุงจ้าว หมายถึงสามีของนาง รวมถึงพี่เจี่ยงรุ่ยแล้วก็น้องเจี่ยงซี พวกเขาดูเหมือนจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขกันมาก” ฝานเส้าหย่วนถามบิดาอย่างจริงจัง “ท่านพ่อ ก่อนที่ท่านป้าจะหายไปตัว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“หากเจ้าถามพ่อ พ่อก็คงจะบอกว่าพ่อไม่รู้”
“พี่รอง จดหมายจากพี่เส้าหย่วนเขียนมาว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ” ถังหลีถามเฟิ่งฮวน
“หลังจากที่เส้าหย่วนพาหลงเป่าเดินทางเข้าเมืองหลวง เขาก็นำเรื่องการทุจริตของนายอำเภอโจวกับตระกูลหลูขึ้นทูลต่อฝ่าบาทเป็นการลับ แต่ไม่รู้ว่าข่าวเกิดรั่วออกไปได้อย่างไร เส้าหย่วนถูกคนลอบสังหารเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาได้ ส่วนหลงเป่าถูกคนวางยาและเสียชีวิตในขณะที่ถูกคุมขัง”
“มิน่าล่ะ ฝ่าบาทถึงส่งองครักษ์ส่วนพระองค์ให้มาสืบข่าวแทน” เฟิ่งเฮ่าถามน้องชาย “เช่นนั้นตอนนี้สถานะของเจ้ากับเส้าหย่วนก็คงจะถูกเปิดโปงแล้ว พวกเจ้าคงทำงานลับให้ฝ่าบาทและรัชทายาทไม่ได้อีกแล้วกระมัง”
“ทำงานลับไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำงานแบบเปิดเผยไปเลยก็สิ้นเรื่อง” เฟิ่งฮวนยิ้ม “ในจดหมาย เส้าหย่วนบอกไว้แล้วว่ารอให้จัดการเรื่องที่อำเภอเสียนหู่เสร็จ ข้ากับเส้าหย่วนก็จะถูกเลื่อนขั้น ถึงตอนนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานลับข้างนอกแล้ว อีกอย่างท่านลองดูผลสอบของเยี่ยนเฉิง เขาคว้าอันดับหนึ่งในการสอบซิ่วไฉปีนี้มาได้ แล้วเดือนหน้าเขาก็ต้องไปสอบจวี่เหริน ข้าคิดว่าความรู้อย่างเขาคงไม่พลาดอันดับหนึ่งอีกแน่นอน ถึงตอนที่ต้องเดินทางไปสอบจิ้นซื่อที่เมืองหลวง หากน้องเขยของเราไม่ได้รับตำแหน่งจอหงวน หน้าตาหล่อเหลาแถมอายุน้อยอย่างเขาคงคว้าตำแหน่งทั่นฮวามาครองได้อย่างแน่นอน”
“แล้วเจ้าจะดีใจไปทำไม” เฟิ่งเฮ่าถามน้องชาย
“ข้าก็จะทูลฝ่าบาทกับรัชทายาทว่าให้น้องเขยมาทำงานกับข้า ก่อนที่เขาจะถูกส่งให้เข้าไปรับตำแหน่งที่สำนักฮั่นหลินอย่างไรเล่า”
“เจ้าก็ดีแต่ทึกทักเอาเอง เจ้าถามความต้องการของเยี่ยนเฉิงแล้วหรือยัง”
“ข้าชอบทำงานแบบพี่รองขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับลิ่วจื่อ “ยิ่งมีคนติดตามอย่างพี่ลิ่วด้วยแล้ว ข้ารู้สึกว่างานที่กรมพระคลังเหมาะกับข้ามากกว่างานของฝ่ายราชเลขาขอรับ”
“วันนี้น้องเขยมีอะไรดีๆ มาให้พี่รองอีกแล้ว” เฟิ่งฮวนยื่นมือไปรับเอกสารเล่มหนา
“หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกที่พี่ลิ่วเขียนเกี่ยวกับงานสกปรกที่นายอำเภอโจวสั่งให้เขากับหลงเป่าไปทำตลอดหลายปีที่ผ่านมาขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงบอก
ลิ่วจื่อคุกเข่าลงต่อหน้าทุกคน
“คุณชายใหญ่ คุณชายรอง คุณชายสาม คุณหนู” ลิ่วจื่อคุกเข่าและจ้องคนทั้งหมด “ก่อนอื่น ข้าอยากสารภาพกับความผิดที่ข้าเคยทำ เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่บ้านท่านลุงกู้เป็นฝีมือของข้ากับหลงเป่าเองขอรับ ตอนนั้นข้าได้รับมอบหมายจากคุณหนูโจวให้ไปจัดการกับคุณชายกู้ แต่วันนั้นคุณชายกู้พาคุณหนูกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมหลังแต่งงาน ท่านลุงกู้อยู่บ้านคนเดียว ข้าเผลอทำร้ายท่านลุงกู้จนได้รับบาดเจ็บ ตอนนั้นข้าคิดว่าข้าทำร้ายท่านลุงกู้จนเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก่อนที่หลงเป่าจะถูกส่งตัวไปเมืองหลวง เขาได้บอกความจริงกับข้าว่าเป็นเขาที่ทำให้ท่านลุงกู้ตาย
แม้ความจริงจะเป็นอย่างนั้น แต่ข้าก็ยังรู้สึกผิดมาตลอด คุณชายกู้จึงได้พูดเตือนสติว่าความผิดที่ข้าได้ทำ ข้าควรทำความดีชดใช้ ตั้งแต่วันนั้นข้าก็เริ่มเขียนบันทึกความผิดที่นายอำเภอโจวและสกุลหลูได้สั่งให้ข้ากับหลงเป่าไปทำเรื่องสกปรกต่างๆ เท่าที่ข้ารู้ออกมาขอรับ”
“ในเมื่อเยี่ยนเฉิงเชื่อใจและให้โอกาสเจ้า ข้าก็จะไม่สงสัยในความภักดีของเจ้าที่มีต่อเขา แต่ข้าก็ยังอยากจะถามให้มั่นใจว่าข้อความในบันทึกเล่มนี้เป็นสิ่งที่เจ้ากับหลงเป่าเคยทำมาทั้งหมดใช่หรือไม่” เฟิ่งฮวนถาม เขาอยากยืนยันให้แน่ใจว่าข้อความที่อยู่ในบันทึกเล่มนี้เป็นความจริง เพราะหากเป็นอย่างที่ลิ่วจื่อพูดมาทั้งหมด บันทึกเล่มนี้จะทำให้เขาจัดการกับนายอำเภอโจวและตระกูลหลูได้ แม้จะสาวไปไม่ถึงเบื้องหลังของนายอำเภอโจว แต่อย่างน้อยราษฎรในอำเภอเสียนหู่ก็จะไม่ต้องทนใช้ชีวิตอยู่กับการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ปกครองบ้านเมือง
“หลงเป่าไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน ทำให้เขาไม่สามารถอ่านจดหมายสั่งการหรือเขียนหนังสือขึ้นไปรายงานผลงานของตัวเองได้ เขาจึงให้ข้าเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้แทนขอรับ เพราะฉะนั้นงานทุกอย่างที่หลงเป่าได้รับมอบหมาย ข้าจะเป็นคนแรกที่ได้อ่าน และข้ายังเป็นคนเดียวที่ได้เขียนรายงานแทนเขาขอรับ” ลิ่วจื่อพูดจบก็โขกศีรษะให้ทุกคนอีกสามครั้ง “ข้ารู้ว่าการกระทำในอดีตของข้าคงยากที่จะทำให้ทุกคนเชื่อใจ แต่ในเมื่อข้าตัดสินใจว่าจะเป็นผู้ติดตามคุณชายกู้แล้ว ข้าอยากให้พวกท่านเขียนสัญญาทาสให้ข้าลงนามด้วยขอรับ”
“พี่ลิ่ว! ไม่จำเป็นที่ท่านต้องทำเช่นนั้น ท่านเป็นผู้ติดตามข้าได้ แต่ท่านไม่จำเป็นต้องลงนามในสัญญาทาส” กู้เยี่ยนเฉิงห้าม แม้เขาจะดีใจที่เขาได้ลิ่วจื่อมาเป็นผู้ติดตาม และแม้ลิ่วจื่อจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้บิดาของเขาต้องเสียชีวิต แต่เขาก็ไม่ได้อยากให้ลิ่วจื่อมาเป็นทาส
“เรื่องของท่านลุงกู้ยังติดอยู่ในใจข้ามาตลอด ข้าจึงหวังจะติดตามคุณชายเพื่อไถ่โทษกับสิ่งที่ข้าได้ทำ” ลิ่วจื่อยิ้มให้กู้เยี่ยนเฉิง “ข้ารู้ว่าคุณชายเห็นว่าข้าสอบได้เป็นถึงซิ่วไฉ และคิดว่าข้าอาจจะกลับไปสอบเพื่อเข้ารับราชการอีกครั้งใช่หรือไม่ขอรับ ข้าขอบอกคุณชายว่าข้าไม่คิดจะไปสอบอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นข้าจะตัดนิ้วตัวเองและทิ้งรอยแผลเป็นบนหน้าไว้ทำไม คุณชาย...ข้าอยากติดตามรับใช้ท่านไปตลอดชีวิตขอรับ”