หลังนอนพักได้ 1 ชม. หลังลืมตาพบว่าผู้คนที่พลุกพล่านอยู่แถวหน้าหอคอยตอนนี้ได้หายและแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เหลือแต่เพียงเ้าหน้าที่เล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นผมก็ยืนขึ้น
“เอาล่ะ..”
‘ไฟเยอร์แอเรียล’ เกิดเวทย์มนต์แห่งเพลิงหุ้มที่ปลายเท้า ผมถีบพื้นแล้วเหาะขึ้นไป
“เห้อ..ใช้เวทย์มนต์นี้ทีไรรู้สึกสะดวกจริงๆแหะ ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ค่อยชอบใช้กันนะ” ผมมุ่งหน้าไปยังทิศใต้ ซึ่งเป็เส้นทางไปยังเมืองหลวง ซึ่งยังไงก็ต้องผ่านอีกหลายเมืองแน่ หลังบินมาได้สักพักมองไปข้างล่างก็เจอ
“เอ๊ะ นั่นมัน?” เห้ยนี่มันไอเด็กคนเมื่อกี้ในหอคอยนี่หว่าที่ได้คฑาไป แล้วอีก2คนนั่นไปใครน่ะ
“หึ..อาร์ติเฟกซ์คฑาเทพีแห่งการรักษา ฉันขอแกไปล่ะนะ”
“ย..อย่านะ นั่นผมของผม” เด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ในสภาพสะบักสะบอม นอบราบกับพื้น เหมือนเพิ่งโดนซ้อมอย่างหนัก พลางยื่นมือไปพยายามคว้าคฑาของตนเอง พร้อมกับน้ำตาเริ่มที่เจิ่งนอง ทันทีที่ผมเห็นแบบนั้น
“ไม่ได้การล่ะ…ต้องรีบเข้าไปช่วย” ตลอดสิบปีมานี้ ผมเรียนรู้เวทย์พื้นฐานประเภทโจมตีและป้องกันมาบ้างน่าจะพอสู้ไหว พอคิดแบบนี้ผมก็รีบเหาะแล้วพุ่งลงไปบนพื้นปรากฎตัวตรงหน้าเด็กหนุ่มคนนั้นในทันที
“เห้ย…แกน่ะ ทำอะไรอยู่ฟะ”
“หา..แกโง่ป่าวนิ ก็ขโมยไงล่ะ"
“ฮะฮะๆ มีพวกโง่โผล่ออกมาแล้วแหะ”
พวกนั้นหัวเราะเยาะผมอย่างสนุกสนาน สองคนนี้แต่งตัวธรรมดา ไม่น่าใช่ทหาร แต่หน้าตาดูป่าเถื่อนและดุร้ายซึ่งดูท่าทางจะไม่ใช่คนดีแน่ๆ
“แต่ว่าอาร์ติเฟกซ์ ถ้าไม่ใช่ที่ผู้ถูกเลือกจะก็จะใช้มันไม่ได้ไม่ใช่รึไง ที่แกเอาไปมันก็ไร้ความหมายน่ะสิ”
“ก็ใช่นะสิ พวกเราไม่ได้เอาไปใช้ แต่จะเอาไปขายต่างหาก”
“หา??” ผมกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
“ที่ตลาดมืดน่ะ มีพวกที่รับซื้ออาร์ติเฟกซ์หายากอยู่ด้วยนะเว้ย และถึงจะใช้ไม่ได้ แต่ถ้ามันทำเงินให้พวกฉันได้ ฉันก็พร้อมจะแย่งชิงมาเสมอ ที่สำคัญอาร์ติเฟกซ์อันนี้มันหายากสุดๆเลยไม่ใช่หรอ”
“อา..ท่าทางต้องใช้กำลังกันจริงๆแหะ” ผมกล่าวออกไปพร้อมตั้งท่าต่อสู้
“ช่วยไม่ได้แหะ” โจรพวกนี้ก็ตั้งท่าสู้ใช่กัน
‘ไฟเยอร์โบลต์’ ผมร่ายเวทย์ปล่อยะุสายฟ้าเพลิงใส่พวกโจร เกิดกระแสเพลิงจากมือพุ่งเข้าใส่โจรทันที และโจรนั้นก็หลบได้ในทันทีเช่นกัน
“แค่นี้ไม่โดนชั้นหรอกน่า”
"ติดกับล่ะ" ผมกล่าวออกมาพลางร่ายเวทย์เสริมสมรรถภาพที่ขา ถีบตัวไปด้วยแรงถีบพร้อมเกิดเปลวเพลิงปลายที่ขาเล็กน้อย ขณะที่ศัตรูลอยอยู่ระหว่างะโหลบจะเกิดช่องว่างในชั่วพริบตา ทำให้ผมสามารถใช้จังหวะนี้ได้
‘เฟรมเอนชาน’ ผมเสริมสมรรถภาพที่หมัดด้วยเปลวเพลิง เกิดกระแสเปลวเพลิงที่มือแล้วชกเข้าไปที่ใบหน้าของโจรคนแรกทันที
“อั๊ก” โจรคนแรกกระเด็นไปกระแทกกับอีกคนจนลอยไปไกลได้สัก10เมตร
“สำเร็จ”ผมกล่าวด้วยความรู้สึกดีใจว่าชนะแล้ว ส่วนเด็กหนุ่มผมน้ำตาลเหลืองที่อยู่ด้านหลังก็แสดงสีหน้าโล่งใจเล็กน้อย และตอนนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น
“โอ้ย..เจ็บเว้ย” พวกโจรทั้งสองคนลุกขึ้นมา พร้อมปัดฝุ่นที่ตัว พร้อมกับเก็บอาร์ติเฟกคฑาที่ชิงไปจากเด็กหนุ่มใส่ไว้ในกระเป๋า
“ฝีมือใช้ได้นี่หว่าเ้าหนู เห็นทีต้องเอาจริงล่ะ” พวกโจรกล่าวพร้อมกับยื่นฝ่ามือออกมา
ผมเองก็อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมสู้ทันที
‘อาร์ติเฟกซ์ ดาบคาตะความมืด ’
“เอ๋??”
‘อาร์ติเฟกซ์ ดาบคาตะลม ’
เกิดกระแสพลังเวทย์สีดำและสีเขียวรวมที่ปลายฝ่ามือของโจร พร้อมกับเปล่งแสงสีดำและเขียวตามลำดับ จากนั้นปรากฎดาบยาวเรียวยาวพร้อมมีออร่าพลังเวทย์แผ่ออกมา
“อะไรกัน!!! นายเองก็มีอาร์ติเฟกซ์หรอ” ผมกล่าวด้วยความรู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก
“เอาล่ะ จะไปล่ะนะ ฮิฮิ”
‘เวทย์ความมืด ดาบเคลือบความมืด อิไอสแลช’ กระแสดาบรูปครีบฉลามพุ่งเข้ามา ผมรีบหลบไปด้านข้าง พร้อมกับคว้าตัวเด็กหนุ่มด้านข้างไปด้วย หลังจากวางเด็กหนุ่มลงไปแล้ว ผมมองไปทางโจร
“ไม่มี? อยู่ไหนกัน”
‘เวทย์ลม ลมกรดเฉือน3ทบ'
เกิดการโจมตีพุ่งเข้าระยะประชิดของโจรอีกคน ซึ่งหลบไม่ทันแน่ ผมรีบใช้บาเรียคลุมรอบตัวเพื่อป้องกัน แต่ว่า
‘ฉึก…ซู้ดดด’ บาเรียพลังเวทย์ถูกทำลายแหลกปรากฎรอยฟันลึก 3 แผลบนตัวผม พร้อมกับเืสดๆพุ่งออกมาอย่างแรงจากตัวผม
“อั๊ก..” ผมกระอักเืออกมา พร้อมกับล้มลงไปนอนกับพื้น
“นาย ไม่เป็ไรนะ” เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง ร้องไห้ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“อึก..ยะยัง” ความรู้สึกร้อนฉ่าปรากฎบนรอยแผล พร้อมกับเืทะลักออกมาไม่หยุด เกิดความรู้สึกเ็ปทรมานราวกับลุกไหม้แบบที่่ไม่เคยเป็มาก่อน ถ้าหากไม่ร่ายบาเรียกันไว้ก่อนตัวคงได้ขาดเป็3ท่อนแน่ นี่คงเป็การาเ็ที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ พลังต่อสู้มันแตกต่างกันเกินไป
“แก..เองไม่มีอาร์ติเฟกซ์สินะ ยังไงก็ไม่มีทางชนะชั้นได้อยู่แล้ว ฮ่าๆๆ”
“เป็ชนชั้นล่างก็แบบนี้แหละ ความสามารถไม่ถึง กระจอกจริงๆ”
โจรสองคนกล่าวด้วยท่าทีหัวเราะเยาะ
“พวกนาย..เป็ใครกันแน่..” เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเหลืองด้านข้างผมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พวกเราคืออดีตองครักษ์ประจำราชวงศ์ซึ่งเคยรับใช้คนๆนึง แต่บังเอิญทำงานใหญ่เื่นึงผิดพลาด เลยถูกไล่ออกเลยจนสุดท้ายเลยผันตัวมาเป็โจรแบบนี้ไง”
พอได้ยินตำแหน่งของทั้งคู่แล้ว พวกผมถึงกับช็อค
“แต่พอมาเห็นพวกแกสองคนแล้ว ก็เลยรู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่น่าสมเพชมากกว่าพวกชั้นซะอีก นี่แน่ะ” โจรคนที่ใช้ 'ดาบคาตะลม'ออกแรงแตะผมจนกลิ้งกระเด็นออกห่าง
“อึก..” เกิดความเ็ปที่ลุกไหม้รุนแรงกว่าเดิม เืไหลไม่หยุด ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้เราต้องตายแน่ อา..หมดหนทางแล้ว พลังแตกต่างกันเกิน สถานการณ์สิ้นหวังสุดขีด ยังไงก็ข้ามพ้นไปไม่ได้ สุดท้ายเราก็คือผู้ที่ไม่ถูกเลือก นี่คือความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง อา..ยอมแพ้ซะเถอะ ยอมรับความตายที่โอบอุ้มเข้ามา สติเริ่มเลือนลาง การรับรู้เริ่มหายไป ตอนที่จะสิ้นสติในตอนนั้น ได้ปรากฎคำพูดของบุคคลหนึ่งแล่นเข้ามา
“นายเคยบอกว่าอยากเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์สินะ" ปรากฎคำพูดอันแสนอ่อนโยนของเด็กสาวผู้หนึ่งที่สุดแสนจะคิดถึง
"ฉันน่ะ ชอบนายที่ถึงแม้จะเกิดมาเป็ชนชั้นล่าง แต่มีความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ”
".."
“พอฉันเห็นนายแล้วรู้สึกเหมือนวีรบุรุษในนิทานที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟังเลย”
“นายน่ะ ช่วยเป็วีรบุรุษของฉันหน่อยได้มั้ย"
“ช่วยเป็'จักรพรรดิเวทย์มนต์' ให้ฉันดูที เรเวล”
“เพราะอะไรล่ะ?” ตัวผมวัยเด็กในมโนภาพนั้นกล่าวด้วยความสงสัย
"เพราะว่านายน่ะคือคนที่ฉันรัก ชื่นชอบและหลงไหลที่สุดในโลกใบนี้เลยไงล่ะ ><” เอลิเซ่เด็กสาวผมทอง ตาทอง กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม หลังสิ้นคำพูดนั้น หัวใจผมร้อนผ่าวราวกับลุกไหม้ ปรากฎน้ำตาอันอบอุ่นไหลอาบแก้ม
“อา..ฉันจะไม่ยอมแพ้ แล้วสักวันฉันจะเป็วีรบุรุษของเธอ ฉันจะขึ้นเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ให้เธอดู” หลังกล่าวกับอาลิเซ่ในความทรงจำนั่นแล้ว ภาพของเอลิเซ่ในวัยเด็กก็ค่อยๆหายไป ผมลืมตาขึ้นมาในทันที
สติเริ่มหวนคืนกลับมา ผมค่อยๆกำมือแล้วพยายามลุกขึ้นในสภาพปางตาย
“ยย…ยังหรอกน่า ..แฮ่กๆ” ผมกล่าวพร้อมกับหายใจแรง
“ยังไม่ยอมแพ้หรอก”
“หา..?” พวกโจรทำหน้าตกตะลึงด้วยความสงสัย
“อย่างแกจะชนะพวกเราได้ยังไง อาร์ติเฟกซ์ก็ไม่มี แถมร่างกายก็อยู่ในสภาพนั้น”
ผมค่อยๆยืนขึ้น ส่วนเด็กหนุ่มด้านหลัง ก็มองมองมาทางผมด้วยแววตาสั่นเครือ
“ถึงฉันจะเกิดมาเป็ชนชั้นล่าง โดนผู้คนและหลายสิ่งปฎิเสธมากมาย แต่ว่า ฉันจะโค่นแกตรงนี้ แล้วสักวัน ..สักวัน ฉันจะขึ้นเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ให้ดู จะเป็วีรบุรุษของเธอคนนั้นให้ดู!!!!" ผมะโด้วยเสียงอันแรงกล้า ปลุกเร้าความปราถนาเบื้องลึกในใจ พลางนึกถึงเด็กสาวอันแสนงดงามผู้นั้นในใจ
อา..พึ่งรู้สึกจากใจเป็ครั้งแรก ผมอยากเป็วีรบุรุษของผู้คน อยากเท่เหมือนอัศวินเวทย์มนต์ในนิทานที่อ่านด้วยกันกับเอลิเซ่ อยากได้ความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญและผู้คนไว้ได้ เพื่อการนั้น เพื่อการนั้น…ผมจะต้องโค่นศัตรูที่อยู่ตรงหน้า แล้วปกป้องเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหลังนี้ให้ได้ก่อน!!!!!
ทันใดนั้น ปรากฎแสงสีขาวบริสุทธิ์สว่างจ้าขึ้นตรงหน้าผม แสงสว่างให้ความรู้สึกอบอุ่นกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ ภายในแสงนั้นมีหอกขาวสีเงินสวยงามทอประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมปรากฎเสียงระฆังไพเราะดังกังวาลสนั่นไปทั่ว ราวกับเสียงระฆังของโบสถ์ที่ดังเป็จังหวะ ผมยื่นมือไปจับหอกนั้น
“อาวุธนั่นมันอะไรน่ะ…” พวกโจรแสดงสีหน้าใและหวาดกลัวชัดเจน “บ้าน่า…อาร์ติเฟกซ์มันต้องถูกเลือกภายในหอคอยเทพธิดาเท่านั้นไม่ใช่หรอ ทำไมคนอย่างแกถึงได้… แกเป็ใครกันแน่!!!” พวกโจรค่อยๆก้าวถอยหลังด้วยความกลัวจนหน้าถอดสี
แสงสว่างจ้าจากหอกและเสียงระฆังยังคงปรากฎอยู่ ทัศนวิสัยเปลี่ยนไป ปรากฎตัวอักษรและตัวเลขปรากฎขึ้นตรงหน้าผม :หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งวีรบุรุษ:
ผู้: เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV1
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก) :เทวทัณฑ์
พลังชีวิต 300/2000
พลังเวทย์ 4570/5000
สกิล: [ปรารถนาวีรบุรุษ lv1] -เอนชานต์(เพิ่มคุณสมบัติ)พลังกายภาพและเวทย์มนต์
-ประสิทธิภาพขึ้นกับเวลาที่ชาร์จ (ระยะเวลาชาร์จสูงสุด 3นาที)
-สามารถส่งต่อผลลัพธ์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้
-เงื่อนไขการใช้สกิล สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ
-เวลาชาร์จทุก1วินาทีจะปรับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น2เท่า
-ใช้พลังเวทย์2000
[คัตเตอร์สเปียร์ lv1 ] -หลังตะวัดหอก จะปล่อยคลื่นโค้งที่ตัดทำลายเป้าหมาย
- ความเสียหาย 510
-ใช้พลังเวทย์100
…………………………….
เวลาชาร์จตอนนี้คือ 10 วินาที ฉะนั้นจะเพิ่มความเสียหายได้ 20 เท่าสินะ เอาล่ะ ผมจ้องไปยังโจรที่ตอนนี้ทำสีหน้าหวาดกลัว พร้อมกับพูดชื่อสกิล
‘เวทย์ไฟ คัตเตอร์สเปียร์’ ปลายหอกส่องแสงสีแดงพร้อมกับประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ ทันใดนั้นปรากฎเกิดคลื่นดาบโค้งรูปครีบฉลามพุ่งออกจากปลายหอกตามทิศทางที่ตะหวัด ครีบฉลามสีแดงใบมีดคมกริบขนาดมหึมาระดับที่สามารถกลืนกินโจรสองคงเข้าไปได้ในพริบตาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง
“หลบไม่ทันแน่!! ป้องกันเร็ว ” โจรทั้งสองยื่นอาวุธของตัวเองไปบังด้านหน้า
‘เวทย์ความมืด อาภรณ์คุ้มกัน’
‘เวทย์ลม กำแพงแห่งสายลม'
เกิดกำแพงสีดำและสีเขียวซ้อนกันด้านหน้าโจรทั้งสองคน
'แกร๊ก…' เกิดร้อยร้าว
‘แพล้ง.’" กำแพงเวทย์ที่เกิดจากสกิลของอาร์ติเฟกซ์ถูกทำลายแหลกในพริบตา
“ไม่น้าาาา อ๊าากกก” คมมีดลากผ่านโจรทั้ง2คนไปในพริบตา และพุ่งต่อไปเรื่อยๆจนผ่าทะลุูเาที่อยู่ด้านหลัง แล้วหายไป
พื้นเกิดแนวคว้านลึกราวกับทวีปนี้ถูกผ่าเป็2ซีก จนแม้กระทั่งผมตัวเองยังตกตะลึกในอานุภาพของสกิลที่ชาร์จเพียงแค่ 10 วินาที หัวใจเต้นรัวๆด้วยความตื่นเต้นผสมความตกตะลึง
“ถ้าชาร์จ3นาที จะขนาดไหนเนี่ย” ผมเปล่งอุทานออกมาเบาๆ ท่ามกลางใบหน้าอ้าปากค้างของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง
“อ้า…อ๊ากก อะ…สุดยอดไปเลย” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอมเหลืองกล่าวด้วยใบหน้าตื่นเต้นสุดๆพร้อมจ้องมาที่ผม และวิ่งเข้ามาหา และประคองตัวผมที่กำลังจะล้มลงเพราะาเ็หนักและฝืนร่างกายถึงขีดสุด
“นายไม่เป็ไรใช่มั้ย ผมใช้เวทย์รักษาได้ อาร์ติเฟกซ์ผม.." พวกเราทั้งสองคนหันหน้าไปยังทิศทางที่โจรถูกจัดการไปแล้ว
“อึก…เกือบตายไปแล้วมั้ยล่ะ”
“ตอนที่โล่กำลังจะถูกทำลาย เราได้ร่ายเวทย์เสริมกำลังขา ทำให้ะโหลบได้ทันก่อนที่คลื่นดาบั์สีแดงจะผ่านเราไป” โจรพูดด้วยอาการาเ็หนัก พร้อมช่วยกันประคอง
“แต่ถึงอย่างนั้นแรงลมกระแทกที่คลื่นดาบนั่นผ่านก็ยังอัดเราซะหมดสติไปวูบนึงเลย ทำแสบนักนะเ้าหนู”
“ไม่จริงใช่มั้ย..” เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเหลืองกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัวอีกครั้งพลางประคองผมไปด้วย
“อั๊ก..” ผมกระอักเืออกมาอีกครั้ง พร้อมรู้สึกเวียนหัวเนื่องจากเสียเืมาก ประกอบกับพลังเวทย์ลดลงอย่างรวดเร็วจากการใช้ สกิล2อันเมื่อกี้ พลังเวทย์ตอนนี้เหลือแค่2470 สามารถใช้การโจมตีแบบเมื่อกี้ได้อีกแค่ครั้งเดียว แต่ว่าพลังชีวิตตอนนี้ผมลดเหลือแค่ 180 ขยับตัวไม่ไหวแล้ว
“บ้าเอ้ย อุตส่าห์ก้าวข้ามความสิ้นหวังมาได้ครั้งนึง สุดท้ายก็หนีไม่พ้นงั้นหรอ”
พวกผมตกอยู่ในสถาการณ์วิกฤติอีกครั้ง ส่วนเด็กหนุ่มด้านข้างก็ทำสีหน้าหวาดกลัวรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้
“ตายซะเถอะเ้าหนู”
“เวทย์ความมืด ดาร์คแทรช”
“เวทย์ลม สไปรัลคัตเตอร์”
แสงสกิลเริ่มปรากฎจากอาร์ติเฟกซ์ดาบคาตะของโจรทั้งสองคน
‘ตาย’ ความคิดนี้วูบผ่านหัวผม
“เวทย์มนต์มิติ อีเทอร์นัลพริซัน(กักขังคุกนิรันด์)” ปรากฎเสียงร่ายสกิลของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งที่คล้ายเสียงผู้หญิง
“อึก..”
“ขยับบ..ไม่ได้”
เกิดบอลทรงกลมขนาดใหญ่ล้อมรอบและขังโจรทั้งสองเอาไว้ แสงสกิลจากอาร์ติเฟกซ์ของโจรก็หายไปด้วย การโจมตีของทั้งคู่ถูกหยุดและทำให้ไร้ผลในพริบตา ท่ามกลางความใและตามสถานการณ์ไม่ทันของพวกผมนั้น ได้มีผู้หญิงลึกลับผู้นึงปรากฎตัวขึ้น
“ต่อสู้ได้กล้าหาญมากเด็กน้อย พี่สาวเฝ้าดูพวกเธอทั้งสองคนมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว”
ผู้หญิงคนนี้ใส่หมวดแม่มดสีดำ สวมชุดเดรสเปิดอกสีม่วงพร้อมกับรองเท้าบูทสีแดง ใบหน้าสวยหมดจด ดูจากใบหน้าแล้วน่าจะอายุสัก 20-25ได้ มีบุคลิกคือตาชอบปิดแล้วดูยิ้มตลอดเวลา ไม่สินี่มันตาชั้นเดียวนี่นาบุคคลลึกลับคนนี้คือใครกันแน่นะ ???