ปริศนาตื่นมากลางป่า

    ตอนที่ 3 ออกสำรวจครั้งแรก

                    นี่ก็เช้าวันที่สามแล้วที่ผมอยู่ที่นี่  นอกจากเสียงธรรมชาติรอบข้างผมก็ไม่มีใครให้คุยด้วย  พอไม่มีใครให้คุยก็เริ่มรู้สึกเปล่าเปลี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

                    หลังมื้อเช้าผมก็เริ่มฮัมเพลงเพราะไม่มีอะไรให้ทำ  ผมคิดว่าถ้าผมอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆไม่นานอาจจะเป็๞บ้าแน่ๆ

                    สองวันที่ผ่านมาผมกินแต่บะหมี่กิ่งสำเร็จรูปกับข้าวและปลากระป๋อง  แรกๆก็อร่อยแต่ถ้าให้กินแบบนี้ทุกวันผมรู้สึกว่าตนเองจะเบื่ออาหารพวกนี้แล้วเหมือนกัน

                    ในห้องที่เงียบสงบ  ผมยังได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆจากด้านนอกนั้น  นี่แหละ !  วันนี้ผมต้องไปจับปลามาทำมื้อเที่ยงให้ได้

                    ในลำธารที่มีปลาแวกว่ายไปมา  ถึงผมจะเห็นมันอยู่ตรงนั้นแต่ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปจับมันขึ้นมา  ผมดึงขากางเกงขึ้นเหนือเข่าเพราะอยากจะลองเดินลงไปจับด้วยมือเปล่าดูสักครั้ง

                    ยังไม่ทันได้ลองจับอะไรทั้งนั้น  แค่ผมเดินเหยียบลงบนน้ำพวกมันก็ว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว  แค่นี้ผมก็มั่นใจแล้วว่าไม่มีทางที่จะตามทันความเร็วปลาพวกนี้ได้แน่ๆ

                    ปลาส่วนใหญ่ที่มีขนาดประมาณแค่สองถึงสามนิ้วมือ  ถ้าผมเอาไม้มาแทงเหมือนในละครที่เคยดูตอนเด็ก  ผมก็ไม่คิดว่ามันจะได้ผล  ตอนนี้ผมก็มาถึงทางตันแล้วอยากจะกินปลาแต่ก็ไม่มีปัญญาจะจับมากิน  คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บใจเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน

                    ผมเกิดในชนบท  ตอนเด็กๆก็เคยตามพ่อกับแม่ไปหาปูหาปลา  ผมจำได้ว่าพ่อนั้นใช้มือเปล่าค่อยๆไล่ต้อนและจับปลาด้วยมือเปล่าได้  ผมก็ไม่รู้หรอกว่าพ่อทำได้ยังไง  แต่ที่แน่ๆผมทำแบบนั้นไม่ได้

                    “ จริงสิ !  จับปูไง ! ”

                    ผมพูดออกมาแทนที่จะคิดไว้ในใจ  ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม  อาจจะเพราะผมไม่พูดเลยมาสองสามวันนี้เลยอยากจะพูดออกมาบ้าง

                    ผมเดินลุยไปตามขอบลำธารและพยายามเปิดหินก้อนแล้วก้อนเล่าเพื่อตามหาปู  และแล้วผมก็เจอปูจริงๆ  ตัวมันค่อยข้างใหญ่  แค่มองเห็นก้ามปูผมก็ไม่กล้าจับมันแล้ว  แต่ผมจำได้นะว่าแม่ของผมนั้นจับมันด้วยมือเปล่าจริงๆ  แต่คงไม่ใช่กับผมแน่ๆ

                    ผมยกหินก้อนใหญ่ขึ้นมาก่อนจะทุ่มมันลงไป  เ๯้าปูนั้นตอนนี้โดนหินเข้าไปเต็มๆ  เหมือนมันยังไม่ตายแต่ก็น่าจะพอสิ้นฤทธิ์แล้ว  ผมหยิบกระดองของมันแล้วรีบโยนมันขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว  ผมรู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ต้องมาฆ่าปูด้วยวิธีการที่โหดร้ายอย่างนี้  แต่นี้ก็เป็๞วิธีเดียวที่จะทำได้ตอนนี้

                    ผ่านไปสักชั่วโมงสองชั่วโมงได้  ตอนนี้ผมก็ได้ปลามาสองตัวและปูอีกสามตัว  ปลาที่ผมหาได้ก็มาจากวิธีเดียวกันที่ใช้กับปู  ผมยกหินก้อนใหญ่และยืนนิ่งๆรอฝูงปลามาใกล้ก่อนจะทุ่มหินลงไป  ซึ่งมันก็พอได้ผลตามที่ได้มา

                    ผมวางทุกอย่างไว้ตรงฝั่งลำธารก่อนจะเดินไปหยิบมีดและถ้วยใบใหญ่ในครัวออกมา

                    ผมจำได้ว่าแม่เคยเอาพวกใส้ปลาขี้ปลาออกก่อนจะนำไปทำอาหาร  ผมพอรู้ตำแหน่งที่แม่ใช้มีดผ่าได้  ถึงแม้ผมไม่เคยทำ  แต่คราวนี้ผมต้องลองลงมือด้วยตนเอง

                    ผมเดินไปบริเวณตรงที่น้ำไหลเชี่ยวหน่อยเพื่อจะใช้มีดผ่าเอาพวกเครื่องในปลาออก  ผมผ่าบริเวณหน้าท้องของมันและใช้มีดขูดๆผ่าๆก่อนจะล้างปลาอีกครั้ง

                    ผมแอบภูมิใจเล็กน้อยที่ผมเองก็ทำได้เหมือนกัน  เมื่อจัดการเสร็จสรรพผมก็น้ำปลากับปูเข้าไปในครัว  ที่นี่ก็ปัญหาหนักอีกแล้ว  ผมไม่รู้จะทำเมนูอะไร  เครื่องปรุงก็ไม่มี  ก่อไฟก็ไม่ได้

                    ผมนั่งจ้องปลากับปูครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจตั้งหม้อและตั้งใจจะต้มน้ำเปล่าๆเนี่ยแหละ

                    ผมต้มทั้งสองอย่างนานพอสมควรเพราะกลัวเ๱ื่๵๹เชื้อโรคและผมเองก็ไม่รู้ว่าถ้ามันสุกมันจะเป็๲ยังไงก็เลยปล่อยให้น้ำเดือดอยู่อย่างนั้นไปพักหนึ่ง

                    ผมตักทั้งสองอย่างใส่จานก่อนจะไปตักข้าวที่หุ้งไว้เมื่อเช้ามาตั้งไว้บนโต๊ะ

                    ผมใช้มือหยิบเนื้อปลานุ่มๆขึ้นมา  ถึงปลาจะตัวไม่ใหญ่มากแต่ก็มีกระดูกชิ้นเล็กๆค่อนข้างเยอะ  ผมเลยต้องค่อยๆหยิบกระดูกออกก่อนจะหยิบเนื้อปลาเข้าปาก

                    เนื้อปลานั้นนุ่มมากแต่จะมีรสชาติขมนิดๆซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่ก็พอกินได้

                    ผมลองไปหยิบก้านปูมาทุบๆ  แล้วลองชิมเนื้อปูดูบ้าง  ทันทีที่ผมเอาเข้าปาก  บอกเลยรสชาตินั้นค่อนข้างดี  ในเวลาแบบนี้ถือว่าเป็๲รสชาติที่ผมพึงพอใจมาก

                    แต่อย่างไรก็ตามมันก็ไม่เพียงพอ  ผมจึงเดินไปหยิบปลากระป๋องมาเพิ่มกระป๋องหนึ่งอยู่ดี  เพราะว่าเมนูแค่นี้มันยังไร้รสชาติเกินไป

                    ผมไม่คิดว่าการจับปลาจับปูจะคุ้มค่ากับการลงแรงจับสักเท่าไร  ภารกิจนี้คงจะเก็บไว้ยามเบื่อๆก็อาจจะไปลองทำดูใหม่

                    บ่ายวันนี้ฟ้าครึ้มๆคาดว่าเดี๋ยวฝนคงจะมาอีกแล้ว  แรกๆก็ชอบอยู่เพราะอากาศดี  แต่หลังๆก็รู้สึกกลัวเหมือนกันเพราะอยู่คนเดียวในที่แห่งนี้  ถ้าถามว่าผมกลัวอะไร  ผมตอบได้เลยว่ากลัวทุกอย่าง  อย่างเวลาลมแรงๆต้นไม้ตีกันก้องป่า  หรือตอนฟ้าร้องดังๆเหมือนจะผ่าลงตรงบ้านให้ได้  ไหนจะเ๹ื่๪๫ผีอีก  ผมที่เป็๞พวกไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบลู่  ไม่เคยเจอผีจริงๆจังๆก็เลยไม่กลัวสักเท่าไร  แต่ก็มีหวั่นๆบ้างเมื่ออยู่คนเดียวในที่แบบนี้

                    บ่ายวันนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงจนกระทั่งตกเย็นผมก็รีบไปกินข้าวแล้วกลับเข้านอนแต่หัวค่ำ  วันนี้ก็เป็๲อีกวันที่ผมหลับไปโดยมีเ๱ื่๵๹มากมายให้กังวลอยู่ในใจ

                    ผมก็อยู่เบื่อๆแบบนี้จนเช้าวันที่ห้า  เช้าวันนี้ผมเดินไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้  ผมหยิบนาฬิกาข้อมือเรือนนั้นขึ้นข้อโดยไม่สนใจว่าใครคือเ๯้าของแล้ว  ในใจผมคิดว่าเ๯้าของที่นี่คงไม่กลับมาแล้วด้วยซ้ำ  ถึงจะกลับมาเจอผมหยิบจับโน้นนี่นั้นผมก็ไม่กังวลเท่ากับการอยู่คนเดียวแบบนี้

                    ผมหยิบปากกาและเริ่มเปิดสมุดโน๊ตหน้าแรกขึ้นมา  ผมขีดลงไปสี่เส้นก่อนจะขีดอีกเส้นหนึ่งทับลงไป  นี่ผมมานั่งขีดนับจำนวนวันเหมือนนักโทษไม่มีผิด  คิดได้อย่างนี้ก็ตลกร้ายกับตัวเองอยู่เหมือนกัน

                    ตกลงแล้วตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนกันแน่  ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้  ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าคนที่พาผมมาที่นี่๻้๪๫๷า๹อะไร

                    หลังจากมื้อเช้าวันนี้ผมตัดสินใจออกเดินสำรวจห่างจากบริเวณพื้นที่โล่งๆรอบบ้านเป็๲ครั้งแรก  ผมเลือกเดินตามทิศทางของลำธารเข้าสู่ป่า  ที่ผมเลือกทางนี้นั้นก็เพราะว่าถ้าไปทางอื่นผมกลัวหลงป่านั้นเอง  อย่างน้อยๆถ้าเดินตามลำธาร  พอขอกลับผมก็แค่เดินตามลำธารกลับมา

                    ด้านหลังของผมมีกระเป๋าเป๋หนึ่งใบที่หยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้า  ซึ่งในนั้นก็มีพวกยาที่อยู่ในกล่องปฐมพยายามที่ติดไว้บนผนังห้องครัว  และในนี้ก็มีข้าวเปล่ากับปลากระป๋องติดมาด้วย  มือขวาผมมีมีดสับเนื้อเล่มหนึ่งซึ่งผมก็ถือมาไว้เพื่อป้องกันตัว

                    ออกมาครั้งนี้ผมตั้งใจจะเดินให้ไกลสักหน่อยเผื่อว่าจะเจออะไรบ้าง

                    ผมเดินมาหลายชั่วโมงแล้ว  เรียกว่าเหนื่อยมากเลยทีเดียว  ผมตัดสินใจนั่งพักบนหินก้อนใหญ่บริเวณลำธารที่อยู่ใต้ร่มไม้อีกที

                    ผมจ้องนาฬิกาข้อมือตอนนี้ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว  ผมคิดว่าผมเดินออกมาได้ไกลมากแล้ว  แต่เดินมาถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เจออะไรที่พอจะทำให้ผมมีความหวังเลย

                    ผมนั่งกินข้าวตรงนั้นก่อนจะพักผ่อนอีกประมาณยี่สิบนาทีและเริ่มเดินทางกลับด้วยความสิ้นหวัง