บทที่ 26 นอนกับพื้น
สะใภ้ทั้งแปดกับโม่หานเยี่ยน้ำลายสอเพราะเนื้อวัวตุ๋นซอสนี้อยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของแม่สามี พวกนางก็กินอย่างไม่ต้องเกรงใจ
“ท่านแม่พูดถูก ตอนนี้พวกเราไม่ใช่ภรรยาหรือบุตรสาวจากตระกูลใหญ่อีกต่อไป ตอนนี้ขอแค่ได้กินให้อิ่มท้องก็ดีมากแล้ว”
“กฎระเบียบอะไรกัน ข้าหยางม่านซินไม่้าแล้ว”
คนที่หิวโหยมาก เห็นอะไรก็ล้วนรู้สึกว่าอร่อยไปหมด
ยิ่งกว่านั้นเนื้อวัวตุ๋นซอสที่เฮ่อจือหร่านนำออกมา แค่มองก็น่ากินมาก แม้กระทั่งรสชาติยังอร่อยกว่าของที่พวกนางเคยกินมาเสียอีก
เมื่อมองเหล่าสตรีที่เคยสง่างามเรียบร้อย กำลังนั่งพื้นกินอย่างตะกละตะกลามเหมือนหมาป่าหิวโซ เฮ่อจือหร่านจึงเตือน
“พวกท่านทุกคนอย่าเพิ่งรีบร้อน ในห่อผ้าข้ายังมีอีก หากกินไม่พอค่อยหยิบมาเพิ่ม”
ถึงอย่างไรของในพื้นที่มิติของนางก็มีระบบสร้างใหม่ เนื้อวัวตุ๋นซอสจะมีมากแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา
ฮูหยินผู้เฒ่ากินเนื้อวัวตุ๋นซอสไปคำหนึ่ง รู้สึกว่านี่คือเนื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่นางเคยกินมาตลอดชีวิต
แต่นางก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเฮ่อจือหร่าน
“ของที่พ่อแม่เ้าให้มา เ้าเก็บไว้กินเองบ้างเถอะ ไม่ต้องนำออกมาแบ่งจนหมดหรอก”
“ท่านแม่ ข้ายังมีอีกเยอะเลยนะเ้าคะ!”
เฮ่อจือหร่านพูดพลางหยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาอีกกำใหญ่แจกจ่ายให้ทุกคน
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ห้ามนางอีก ยิ่งไปกว่านั้นคือตัวนางก็ชอบมาก
เมื่อเห็นคนสกุลโม่กำลังกินหมั่นโถวและเนื้อวัวตุ๋นซอสอย่างเอร็ดอร่อย คนจากสี่ตระกูลต่างก็อิจฉาจนแทบเสียสติ
เหตุใดคนสกุลโม่จึงได้กินหมั่นโถวขาว?
ซ้ำยังมีเ้าหน้าที่มอบถุงน้ำให้ด้วย
ตอนนี้พวกเขาก็กำลังหิวจนท้องร้องเสียงดัง หากอยากดื่มน้ำก็ต้องไปขออนุญาตจากเ้าหน้าที่ก่อน ถ้าอีกฝ่ายเต็มใจก็จะมอบน้ำให้ดื่ม
แต่เพราะได้รับบทเรียนด้วยการถูกเฆี่ยนตีในตอนกลางวัน ต่อให้จะโกรธเพียงใด พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงท่าทีออกมาให้เห็นชัด
ทุกคนจ้องมองคนสกุลโม่ที่กำลังกินดื่มอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟโทสะ
ทว่าแม้จะถูกจ้องมองด้วยสายตาไม่เป็มิตร แต่คนสกุลโม่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
พวกนางทุกคนฟังสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าบอก จึงไม่มีใครสนใจหันไปมอง ต่างก้มหน้าก้มตากินหมั่นโถวขาวของตัวเองต่อไป
หลังจากกินดื่มจนพอแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าพลันกระซิบข้างหูเฮ่อจือหร่านว่า
“พวกเราต้องหาวิธีให้จิ่วเยี่ยได้กินอะไรบ้าง”
แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ต้องเตือน เฮ่อจือหร่านก็คิดเื่นี้อยู่ก่อนแล้ว
“ท่านแม่ ท่านรออีกสักครู่ ให้คนพวกนั้นหลับกันหมดแล้ว ข้าจะนำอาหารไปให้ท่านพี่”
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งนอนอยู่บนเกวียนไม้ก็ได้กลิ่นเนื้อวัวตุ๋นซอสเช่นกัน
เขาเป็คนที่ไม่สนใจเื่อาหารการกินเท่าไหร่ แต่ก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้
น่าเสียดายที่ในสายตาของคนอื่น เขากำลังสลบ ย่อมเป็ไปไม่ได้ที่จะทำลายแผนการเพียงเพราะอาหารคำเดียว
โม่จิ่วเยี่ยอดทนอย่างยากลำบาก จนในที่สุดสตรีสกุลโม่ก็กินจนพอใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้ทุกคนหาที่พักผ่อนด้วยตัวเอง
เมื่อพูดถึงการพักผ่อน นอกจากเฮ่อจือหร่านแล้ว สีหน้าของหญิงสาวคนอื่นก็หมองหม่นลงทันที
“ท่านแม่ พวกเราจะนอนแบบนี้ได้หรือ” โม่หานเยี่ยรู้ดีว่าอย่างไรต้องนอนแบบนี้ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกหมดหนทางเช่นกัน
“หานเยี่ย วันนี้สกุลโม่ของพวกเราไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว การที่ทุกคนมีชีวิตรอดอยู่ได้ก็ถือเป็ความหวัง เ้าอย่าคิดมากเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น น้ำตาของโม่หานเยี่ยก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่นางยังเข้าใจและไม่ได้พูดถึงเื่นี้อีก
ฮูหยินผู้เฒ่าให้กำเนิดบุตรถึงสิบคน มีเพียงโม่หานเยี่ยคนเดียวที่เป็ลูกสาว นางจึงเติบโตด้วยความเอาใจใส่ั้แ่เด็ก
ยิ่งเห็นบุตรสาวเป็เช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ปวดใจนัก
แต่นางก็จำเป็ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ปล่อยให้โม่หานเยี่ยยอมรับความเป็จริงได้โดยเร็ว
“หากยังทนกับความลำบากเพียงเล็กน้อยไม่ได้ ก็ไม่สมควรเป็ลูกหลานสกุลโม่”
การได้เป็ลูกหลานของสกุลโม่ เป็สิ่งที่โม่หานเยี่ยภาคภูมิใจมากที่สุด
บิดาและพี่ชายของนางล้วนเป็วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกป้องราชวงศ์ต้าซุน เมื่อได้ยินมารดาพูดว่าไม่สมควรเป็ลูกหลานสกุลโม่ นางก็หยุดเสียงร้องไห้ทันที รีบใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา
“ท่านแม่ คนสกุลโม่ไม่กลัวความลำบาก หานเยี่ยก็ไม่กลัวเช่นกัน”
พูดจบ นางจึงขดตัวนอนข้าง ๆ ฮูหยินผู้เฒ่า
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่กล้ามองบุตรสาวอีก ยิ่งมองนางก็ยิ่งปวดใจ ได้แต่เบือนหน้าไปทางอื่น
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยสะดวกในการทานอาหารเย็น เฮ่อจือหร่านจึงพิงเกวียนไม้หลับพักผ่อน
ในชาติก่อน ตอนออกทำภารกิจนอกสถานที่ นางมักต้องนอนกลางแจ้งในป่าอยู่บ่อย ๆ สำหรับเื่เหล่านี้ นางจึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ยอมรับไม่ได้
สะใภ้ทั้งหลายเห็นแม่สามีและคนอื่นพักผ่อนไปแล้ว ถึงแม้ในใจจะมีความคิดเช่นเดียวกับโม่หานเยี่ย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีออกมา เพียงแอบอิงนอนกับพื้น
อาจเป็เพราะทุกคนเหนื่อยจากการเดินทางมากเกินไป หลังล้มตัวลงได้ไม่นานก็หลับไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านยังไม่ได้หลับ เพียงแค่แกล้งหลับตาเท่านั้น
ตอนที่นางกำลังจะลืมตาสังเกตว่าทุกคนหลับสนิทดีหรือยัง ก็พบว่าพี่สะใภ้รองลุกนั่งขึ้นมา
พี่สะใภ้รองย่องเข้ามาหาเฮ่อจือหร่าน แล้วเอ่ยกระซิบ “น้องสะใภ้เก้า เ้าหลับหรือยัง”
เฮ่อจือหร่านใช้เสียงเบาตอบกลับไปเช่นกัน “ยังเ้าค่ะ พี่สะใภ้มีอะไรหรือ”
ยามนี้แสงจันทร์ส่องสว่าง จึงเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของพี่สะใภ้รองดูกังวลใจ คล้ายมีเื่จะขอร้องนาง
“อา...คือว่า...น้องสะใภ้เก้า ข้าอยากขอหมั่นโถวขาวจากเ้าสักลูก”
ขณะสะใภ้รองเอ่ย เห็นได้ชัดว่านางกังวลมาก ไม่เพียงแต่พูดตะกุกตะกักสองมือยังคอยดึงชายเสื้อไม่หยุด
เฮ่อจือหร่านเดาได้ถึงเจตนาของพี่สะใภ้รองทันที นั่นคือนาง้าเอาไปให้ครอบครัวฝั่งมารดาของนาง
เฮ่อจือหร่านไม่อยากเป็คนใจดีเกินไป เพราะสุดท้ายแล้วตระกูลเ่าั้ก็คิดร้ายต่อคนสกุลโม่อยู่แล้ว
แม้ว่าครอบครัวของพี่สะใภ้รองจะไม่ได้ด่าทอคนสกุลโม่เหมือนตระกูลอื่น ๆ แต่ความเกลียดชังที่มีต่อคนสกุลโม่ในสายตาของพวกเขาก็ปิดซ่อนไว้ไม่มิด
“พี่สะใภ้รองยังกินไม่อิ่มหรือ” เฮ่อจือหร่านแกล้งทำไม่เข้าใจ
พี่สะใภ้รองโบกมืออย่างแรง
“ไม่ใช่ ข้าอยากนำมันไปให้หลานชาย”
นางพูดจบ ก็เห็นเฮ่อจือหร่านยังไม่ยอมให้หมั่นโถว พี่สะใภ้รองก็รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่เต็มใจ
“น้องสะใภ้เก้า บิดาข้ากับคนสกุลโม่ต้องมีเื่อะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ ตอนกลางวันคนมากจึงมากคำพูด พวกเราจึงไม่ได้พูดคุยเื่นี้ ข้าจึงคิดว่าจะฉวยโอกาสกลางดึกแบบนี้นำหมั่นโถวไปให้หลานชาย และไปถามพวกเขาด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เห็นสะใภ้รองพูดถึงขนาดนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่อาจนิ่งเฉยต่อได้
ยิ่งไปกว่านั้น นางมาขอหมั่นโถวไปให้เด็กกิน ความแค้นของผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวอะไรกับเด็ก
อย่างน้อยจะได้ฉวยโอกาสนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดตระกูลเ่าั้จึงคิดร้ายต่อคนสกุลโม่ขนาดนี้
เฮ่อจือหร่านหยิบหมั่นโถวขาวออกมาจากห่อผ้า แล้วยื่นมือเข้าห่อผ้าของตัวเองอีกครั้ง หยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาสองชิ้น
“พี่สะใภ้รอง นำของพวกนี้ไปเถอะ”
เมื่อเห็นว่ายังมีเนื้อวัวตุ๋นซอสอีก สะใภ้รองก็ซาบซึ้งใจจนกล่าวขอบคุณไม่หยุด
“ขอบใจเ้ามาก น้องสะใภ้เก้า ข้าจะไปถามเื่ให้กระจ่างแล้วกลับมา”
“พี่สะใภ้รีบไปเถอะ!” เฮ่อจือหร่านเผยยิ้มอ่อนโยนไร้พิษภัย
หลังจากสะใภ้รองเดินจากไปแล้ว เฮ่อจือหร่านก็มองไปรอบ ๆ อีกครั้ง
เหล่าเ้าหน้าที่กระจายคนไปอยู่ใกล้กับแต่ละตระกูล แต่ละจุดจะมีคนเฝ้ายามอยู่หนึ่งคน
ส่วนผู้ที่รับผิดชอบเฝ้าคนสกุลโม่คือโจวเหล่าปา เขาคงจงใจทำเป็ไม่เห็น เมื่อพบว่าสะใภ้รองเดินไปยังคนตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร