“รอนานไหม”น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนรออยู่หันมามองทางเธอผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้นั้นแตกต่างจากอดีต เธอแต่งกายด้วยชุดสายเดี่ยวสีแดงดูเซ็กซี่ทั้งที่จากเดิมชอบเพียงแค่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนรองเท้าส้นสูงที่เธอเคยบอกว่าไม่ชอบใส่ตอนนี้กลับใส่ผมที่ชอบทำเป็โดนัทตอนนี้กลายเป็ปล่อยยาวสลวยให้พลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดแ่เบาเธอจับปอยผมซึ่งพัดมาบังสายตาให้ทัดหลังหูใบหน้าเรียวปราศจากแว่นตากลมหนาถูกแต่งแต้มจนมีสีสันแลดูมีชีวิตชีวาสดใสราวกับสาวน้อยแรกแย้มที่สามารถสะกดได้ทุกสายตาที่จ้องมองมา
ไม่มีอีกแล้ว ‘ต้าเฟยลี่’นักเขียนสุดเฉิ่มคนเก่า
ส่วนเขานั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย...
ดวงตาสีน้ำตาลมอง ‘อดีตแฟน’ที่มีสีหน้าแปลกใจอย่างชอบใจ
“นี่เธอแต่งตัวแบบนี้... เพื่อมาเจอฉันโดยเฉพาะเลยเหรอ”
คำถามนี้ทำให้เฟยลี่เบ้ปากเล็กน้อย “เสียใจด้วยพอดีฉันมีนัดต่อ นายอย่าได้สำคัญตัวเองมากนักได้ไหมหลี่เสี่ยวหลง”เธอตอบกลับไปอย่างช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำแต่คำตอบของเธอกลับกลายเป็เรียกรอยยิ้มเล็กน้อยของเขาขึ้นมาแทน
เขาที่มักจะไม่ค่อยมีรอยยิ้มบนใบหน้าให้แก่คนอื่นแต่กลับยิ้มให้เธออยู่เสมอ เฟยลี่แสร้งเบนสายตาไปทางอื่นแล้วทำเป็มองไม่เห็นรอยยิ้มนั้นเธอแกล้งกระแอมไอออกมาทีหนึ่ง “ที่ฉันเอาสิ่งนี้มาให้นาย”เธอชูกระดาษที่พิมพ์ออกมาไว้นานจนเหลืองขึ้นตรงหน้า“อย่านึกเข้าข้างตัวเองล่ะว่าฉันยังมีใจให้นายอยู่”
“เธอก็ยังชอบคิดไปเองเหมือนเดิม”
“นี่นาย!” เธอถลึงตาใส่เขา
หลี่เสี่ยวหลงอมยิ้ม “เฟยเฟย ฉันรู้ว่าเธอคงไม่ให้อภัยฉันแต่เธอช่วยฟังฉันหน่อยได้ไหม”
เขาเดินเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าวเธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ฟังเหรอ? ฉันจำเป็ต้องฟังคำอะไรของนายอีก อยู่ ๆ นายก็มาบอกให้เรา ‘ห่างกันสักพัก’ ไม่ต้องรอนายกลับมา ให้ฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยที่ไม่ต้องมีนายอยู่”เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน เธอก็รู้สึกเหมือนหัวใจมันถูกบีบจนชา เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้คงที่ไม่ให้ไหลไปตามความรู้สึก“นายจากไปโดยไม่ให้คำอธิบายฉันสักคำ ไม่แม้แต่จะตอบกลับข้อความของฉันปล่อยให้ฉันคิดอยู่คนเดียวว่าตนเองทำอะไรผิด หลี่เสี่ยวหลง ฉันขอถามอะไรนายสักข้อนายเคยรักฉัน... เห็นฉันเป็แฟนของนายไหม?”
“...”
เฟยลี่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอราวกับจะเยาะเย้ยตนเองเป็อย่างที่เธอคิด เขาไม่มีคำอธิบายใด ๆ ให้เธอแม้แต่คำเดียวเธอสบเข้าไปในดวงตาสีดำที่มีแววเ็ป... เ็ปอย่างนั้นหรือฝ่ายที่เ็ปควรเป็เธอต่างหาก
“นิยายเื่นี้ฉันบอกว่าจะเขียนให้นายได้อ่านเป็คนแรกนายเองก็เคยบอกว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอมันเคยเป็นิยายที่ฉันรู้สึกภูมิใจที่สุดั้แ่ได้เขียนออกมาแต่นายรู้อะไรบ้างไหม ทั้งที่ฉันภูมิใจแต่ฉันก็เกลียดมันมากเช่นกัน สามปีที่มันถูกเก็บเอาไว้ใต้เตียงในที่สุดก็จะมีคนได้อ่านมันได้เสียทีหากนายอยากอ่านมันนักก็อ่านสิ!”
ปึกกระดาษที่มีรอยคราบสีเหลืองเล็กน้อยถูกโยนใส่หน้าผู้ชายที่ไม่คิดจะหลบต้นฉบับปึกนี้เธอเคยตั้งใจจะเอาไปเข้าเป็เล่มให้เขา แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้ว กระดาษแต่ละแผ่นกระจายตัวปลิวว่อนไปทั่วรอบกายของเขาและเธอพอได้ทำเช่นนี้เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อยราวกับว่าได้ระบายความอัดอั้นในใจตลอดสามปีที่ผ่านมาออกไป
ร่างบางสะบัดหน้าหันหลังเดินจากไปทันทีเธอจะไม่ให้เขาได้เห็นน้ำตาของเธอเป็อันขาด เธอจะไม่เข้าไปร้องไห้อยู่ในอ้อมอกเขาอีกแล้วพอกันที! เธอยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาข้างแก้มลวก ๆ
บนถนนใหญ่ มีชายชราผู้หนึ่งกำลังข้ามทางม้าลายแต่ทว่ารถที่ขับมาอย่างเร็วไม่อาจจะเบรกได้ทันท่วงทีชายชรานั้นหันไปมองรถที่พุ่งเข้าใส่อย่างใ คนขับเบิกตากว้างบีบแตรดังลั่นแล้วตัดสินใจหักพวงมาลัยหลบไปทางซ้ายจนสุดโดยไม่ทันสังเกตว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินอยู่บนทางเท้า...
ต้าเฟยลี่ได้ยินเสียงแตรดังลั่นจึงหันกลับไปมอง สายตาของเธอกำลังเห็นรถคันหนึ่งหักเลี้ยวมาทางที่เธอยืนอยู่!
“เฟยเฟย!!!”
