บทที่ 15 : หอกระบี่์ รังสีอำมหิตสยบอัจฉริยะ!
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบแผ่นกระเบื้องเคลือบสีทองของหมู่ตึกนับร้อยบนเกาะลอยฟ้าแห่งสำนักกระบี่์ กลิ่นอายปราณิญญาที่นี่หนาแน่นจนก่อตัวเป็หมอกจางๆ ลอยคลอเคลียไปตามทางเดินศิลาหยก
ซูหลงอวิ๋นในชุดกวานสีขาวบริสุทธิ์ ขลิบดิ้นทองสลักลวดลายกระบี่ไขว้ ซึ่งเป็ชุดประจำตำแหน่ง 'ศิษย์สืบทอดหลัก' ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง ท่วงท่าของเขาแฝงไปด้วยความสง่างามและความเยือกเย็นประดุจสายน้ำลึก เื้ัสะพายกระบี่กลืนเงาสีดำสนิทที่ดูขัดแย้งกับชุดสีขาว ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาอย่างเงียบเชียบ
ผู้พิทักษ์ชุดเกราะเงินสองนายเดินนำทางเขาผ่านลานกว้างและตำหนักต่างๆ ศิษย์สายนอกและศิษย์สายในหลายร้อยคนที่เดินขวักไขว่ ต่างหยุดชะงักและหันมามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่หลากหลาย ทั้งอยากรู้อยากเห็น ตื่นตะลึง หวาดระแวง และอิจฉาริษยา
"นั่นน่ะหรือ ซูหลงอวิ๋น? เด็กหนุ่มที่ทำให้ศิลาทดสอบ์ส่องแสงเก้าดาวจนแตกร้าว? ดูจากกลิ่นอายแล้ว เขาอยู่เพียงขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เก้าเท่านั้น เหตุใดท่านเ้าสำนักจึงแต่งตั้งให้เป็ศิษย์สืบทอดหลักอันดับหนึ่ง ทะยานข้ามหัวศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเราไปได้!"
"ชู่ว! เ้าอยากตายหรือไร! ท่านเ้าสำนักประกาศกร้าวแล้วว่าผู้ใดล่วงเกินเขา เท่ากับล่วงเกินท่าน! แม้ฐานพลังของเขาจะยังไม่ถึงขอบเขตสร้างรากฐาน แต่พร์ระดับเก้าดาวนั้นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ!"
"หึ! พร์ก็ส่วนพร์ หากไม่มีพลังปกป้องตนเอง ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ก็เป็ได้แค่เป้านิ่ง ข้าได้ยินมาว่า 'เซียวถิง' ศิษย์สืบทอดอันดับสอง โกรธเกรี้ยวอย่างมากที่ถูกแย่งชิงตำแหน่งไป วันนี้เซียวถิงเพิ่งออกจากด่านกักตน ข้าว่าต้องมีเื่สนุกให้ดูแน่"
เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาเข้าหูของซูหลงอวิ๋นอย่างชัดเจน ทว่าเด็กหนุ่มหาได้ใส่ใจไม่ ริมฝีปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน
'ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เก้าสูงสุดของข้า ถูกปิดบังเอาไว้ด้วยเคล็ดวิชาเทวะ ในสายตาของพวกสวะเหล่านี้ ข้าคงเป็เพียงขั้นที่เก้าธรรมดาสินะ... ช่างเถอะ ปล่อยให้พวกมันเห่าหอนไป หากมีสุนัขตัวใดกล้าเข้ามากัด ข้าก็จะเตะมันให้ฟันร่วงหมดปากเอง'
ไม่นานนัก ผู้พิทักษ์ก็นำทางมาถึงใจกลางของเกาะลอยฟ้า เบื้องหน้าของซูหลงอวิ๋น ปรากฏหอคอยศิลาขนาดั์สูงเก้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่ รูปลักษณ์ของหอคอยคล้ายคลึงกับกระบี่เล่มั์ที่ปักลงบนผืนปฐี ปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่อันคมกริบและหนักหน่วงออกมากดทับผู้คนรอบด้านจนแทบหายใจไม่ออก
นี่คือ 'หอกระบี่์' คลังสมบัติที่เก็บรวบรวมเคล็ดวิชา คัมภีร์ยุทธ์ และศาสตราวุธที่ล้ำค่าที่สุดของสำนักเอาไว้!
หน้าทางเข้าหอกระบี่์ มีลานหินกว้างขวาง ในยามนี้ ศิษย์สายในนับร้อยคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ ทว่าทันทีที่ซูหลงอวิ๋นก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณลาน บรรยากาศก็พลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน ฝูงชนแหวกทางออกเป็สองฝั่งโดยสัญชาตญาณ
ทว่า ท่ามกลางช่องว่างนั้นเอง กลับมีชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวออกมายืนขวางทางขึ้นบันไดหอคอย!
ชายผู้นี้สวมชุดศิษย์สืบทอดสีขาวเช่นเดียวกัน ทว่าขลิบดิ้นเป็สีเงิน ใบหน้าของมันหล่อเหลาเหลาเอาการ แววตาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและดุดัน กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น หนักแน่นและลึกล้ำเหนือกว่าขอบเขตรวบรวมปราณอย่างเทียบไม่ติด!
ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น!
มันคือ 'เซียวถิง' ศิษย์สืบทอดอันดับสอง ผู้ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่์ ก่อนที่ซูหลงอวิ๋นจะปรากฏตัว!
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" เซียวถิงตวาดเสียงกร้าว ั์ตาจ้องเขม็งไปยังซูหลงอวิ๋นประดุจงูพิษจ้องมองเหยื่อ "เ้าสินะ... ซูหลงอวิ๋น สวะจากเมืองชายแดนที่อาศัยลูกไม้ตบตาทำลายศิลาทดสอบ์ จนหลอกลวงท่านเ้าสำนักให้หลงเชื่อได้!"
คำกล่าวนั้นโอหังและท้าทายอย่างถึงที่สุด ศิษย์รอบด้านต่างลอบสูดลมหายใจเย็น พวกเขารู้ดีว่าเซียวถิงมีเื้ัที่ไม่ธรรมดา ปู่ของมันคือผู้าุโสูงสุดฝ่ายคุมกฎ มันจึงกล้ากำเริบเสิบสานเช่นนี้
ผู้พิทักษ์เกราะเงินทั้งสองรีบก้าวออกมาขวางหน้าซูหลงอวิ๋น "ศิษย์พี่เซียว! โปรดระวังวาจา! ศิษย์พี่ซูคือศิษย์สืบทอดอันดับหนึ่งที่ท่านเ้าสำนักแต่งตั้งด้วยตนเอง ท่านไม่มีสิทธิ์มาขวางทางเขา!"
"ไสหัวไป! พวกสุนัขเฝ้าประตูมีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนข้า!" เซียวถิงสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง คลื่นพลังปราณขอบเขตสร้างรากฐานพุ่งกระแทกผู้พิทักษ์ทั้งสองจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเืออกมาเล็กน้อย
เซียวถิงเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินเข้าไปหาซูหลงอวิ๋น "หอกระบี่์ คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บรวบรวมมรดกของบรรพชน มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งและคู่ควรเท่านั้นจึงจะเข้าสู่ชั้นสูงได้ เ้าเป็เพียงขยะรวบรวมปราณขั้นที่เก้า มีคุณสมบัติอันใดมาเหยียบย่ำที่นี่! หากเ้าอยากจะเข้าไป ก็ต้องผ่านด่านกระบี่ของข้าไปให้ได้เสียก่อน!"
ชิ้ง!
เซียวถิงชักกระบี่สีเงินประกายรุ้งออกจากฝัก ปราณกระบี่ที่แหลมคมพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ ก่อเกิดเป็พายุหมุนขนาดเล็ก ลานหินรอบกายมันเกิดรอยแตกร้าว
"นี่คือ 'กระบี่วายุคำราม' ศาสตราิญญาระดับกลาง! ศิษย์พี่เซียวเอาจริงแล้ว!" ฝูงชนหวีดร้องและถอยห่างออกไปอีก
ซูหลงอวิ๋นยืนนิ่งสงบดุจขุนเขา ไม่มีความตื่นตระหนกใดๆ บนใบหน้า เขากวาดสายตามองเซียวถิงั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ในโลกนี้ มักจะมีพวกสวะที่ชอบเอาหน้ามารองรับฝ่าเท้าผู้อื่นอยู่เสมอสินะ"
ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคำพูดนั้นกลับเหมือนตบหน้าเซียวถิงฉาดใหญ่!
"เ้าว่ากระไรนะ! ไอ้เด็กนรก รนหาที่ตาย!" เซียวถิงเดือดดาลจนหน้าแดงก่ำ ปราณยุทธ์สร้างรากฐานเดือดพล่าน มันพุ่งทะยานร่างเข้าหาซูหลงอวิ๋นประดุจพายุบุหงา! "เพลงกระบี่วายุคลั่ง... กระบวนท่าสังหาร พายุทะลวงใจ!"
กระบี่สีเงินพุ่งแหวกอากาศ รังสีดาบนับสิบสายควบแน่นเป็จุดเดียว พุ่งตรงเข้าทะลวงขั้วหัวใจของซูหลงอวิ๋นด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน พลังทำลายล้างนี้ มากพอที่จะเจาะทะลุแผ่นเหล็กกล้าหนานับวาได้อย่างง่ายดาย!
ศิษย์หลายคนเบือนหน้าหนี ไม่กล้าดูสภาพศพของอัจฉริยะเก้าดาวที่กำลังจะถูกสังหาร
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายกระบี่วายุคำรามกำลังจะัักับสาบเสื้อของซูหลงอวิ๋น...
วูบ!
ซูหลงอวิ๋นขยับมือขวา! เขามิได้ชักกระบี่กลืนเงาที่แผ่นหลัง ทว่ากลับยื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไปเบื้องหน้า หนีบเข้าที่ใบกระบี่สีเงินของเซียวถิงอย่างแม่นยำและดุดัน!
กึก!
เสียงโลหะปะทะกับนิ้วมือดังกังวาน! กระบี่วายุคำรามที่พุ่งมาด้วยพลังมหาศาล หยุดชะงักงันกลางอากาศประดุจถูกคีมเหล็ก์หนีบเอาไว้! รังสีดาบที่เคยบ้าคลั่ง สลายหายไปราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัด!
"อะ... อะไรกัน!"
เซียวถิงเบิกตากว้างจนแทบถลน พยายามออกแรงดันกระบี่ไปข้างหน้า ทว่ากระบี่ในมือกลับนิ่งสนิทราวกับฝังรากลงในหินผา! มันพยายามจะดึงกระบี่กลับ ทว่าก็ไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ชุ่นเดียว!
"รับการโจมตีของขอบเขตสร้างรากฐาน... ด้วยสองนิ้ว!"
ฝูงชนช็อกตาตั้ง! เสียงสูดลมหายใจเย็นะเืดังระงมไปทั่วลาน! นี่มันเื่บ้าอันใดกัน! ผู้ฝึกยุทธ์รวบรวมปราณ ใช้สองนิ้วเปล่าๆ หยุดศาสตราิญญาระดับกลางของยอดฝีมือสร้างรากฐาน! กายเนื้อของเขาทำจากเหล็กกล้าาหรืออย่างไร!
ซูหลงอวิ๋นมองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นเทาของเซียวถิง ั์ตาสีดำของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมิดที่ลึกล้ำ 'เจตจำนงกระบี่า' ที่เพิ่งดูดซับมาจากก้นสระวารี์ ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น!
"กระบี่ของเ้า... มันอ่อนแอยิ่งกว่ากิ่งไม้ผุพัง เจตจำนงก็เปราะบางดุจเศษแก้ว เ้ามีสิทธิ์อันใดมาถือกระบี่ต่อหน้าข้า!"
ซูหลงอวิ๋นเค้นเสียงเ็า ปราณยุทธ์สีทองที่ผสานกับเจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว ทะลักออกจากสองนิ้ว พุ่งทะลวงเข้าสู่ใบกระบี่วายุคำราม!
แกรก... แกรก... แกรก!
เสียงแตกร้าวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง! ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน ศาสตราิญญาระดับกลางที่หลอมขึ้นจากโลหะล้ำค่า เริ่มเกิดรอยร้าวลากยาวั้แ่ปลายกระบี่จนถึงด้ามจับ!
"ไม่! กระบี่ของข้า!" เซียวถิงร้องลั่น
เพล้ง!!!
กระบี่วายุคำรามแตกกระจายเป็เศษเหล็กนับพันชิ้นร่วงหล่นลงสู่พื้นศิลา! แรงกระแทกจากเจตจำนงกระบี่าพุ่งทะลวงผ่านด้ามจับ เข้าสู่เส้นชีพจรที่แขนขวาของเซียวถิงอย่างโเี้!
"อ๊ากกกก!"
เซียวถิงกระอักเืสีแดงสดคำโต ร่างกายของมันลอยละลิ่วปลิวถอยหลังไปไกลกว่าสิบจั้ง กระแทกเข้ากับรูปปั้นสิงโตหินหน้าลานจนแตกละเอียด! กระดูกแขนขวาของมันหักสะบั้น เส้นชีพจรถูกเจตจำนงกระบี่ฉีกกระชากจนแหลกเหลว าเ็สาหัสจนลุกไม่ขึ้น!
เพียงการกระทำเดียว! มิได้แม้แต่จะชักกระบี่! อัจฉริยะอันดับสองผู้เย่อหยิ่ง พ่ายแพ้อย่างหมดรูป!
ความเงียบงันระดับป่าช้าเข้าครอบงำลานหอกระบี่์ ผู้คนนับร้อยจ้องมองเด็กหนุ่มในชุดขาวด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ บัดนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า เหตุใดศิลาทดสอบ์จึงเปล่งแสงเก้าดาว... สัตว์ประหลาดผู้นี้ มิใช่มนุษย์!
"ผู้ใดมีปัญหาเื่คุณสมบัติการเข้าหอกระบี่์ของข้าอีกหรือไม่?" ซูหลงอวิ๋นสะบัดฝุ่นที่ปลายนิ้วเบาๆ กวาดสายตามองฝูงชนด้วยความเ็า
ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีผู้ใดกล้าสบตาหรือส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว
"ช่างเป็การลงมือที่เด็ดขาดและหนักหน่วงยิ่งนัก สมกับเป็ผู้ที่ท่านเ้าสำนักเลือกสรร"
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าก็ดังขึ้นจากหน้าประตูหอคอย ปรากฏร่างของชายชราหลังค่อมสวมชุดสีเทาหม่น ผู้ทำหน้าที่เป็ 'ผู้าุโเฝ้าหอ' นามว่าผู้าุโคู แม้รูปลักษณ์จะดูชราภาพ ทว่ากลิ่นอายพลังปราณกลับลึกล้ำประดุจห้วงมหาสมุทรไร้ก้น! ขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด!
ผู้าุโคูปรายตามองร่างที่สลบไสลของเซียวถิง ก่อนจะหันมามองซูหลงอวิ๋นด้วยแววตาพึงพอใจ "การต่อสู้ระหว่างศิษย์เป็เื่ปกติในวิถียุทธ์ เซียวถิงอ่อนแอทว่าโอหัง การได้รับบทเรียนเสียบ้างย่อมเป็เื่ดี ซูหลงอวิ๋น... แสดงป้ายหยกของเ้ามา"
ซูหลงอวิ๋นประสานมือคารวะผู้าุโคูอย่างมีมารยาท ก่อนจะยื่นป้ายหยกสีทองสลักคำว่า 'สืบทอดหลักอันดับหนึ่ง' ส่งให้
ผู้าุโคูรับไปตรวจสอบ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นที่ประตูหอคอย "ถูกต้อง... ด้วยสถานะของเ้า เ้าได้รับสิทธิ์ให้ก้าวขึ้นสู่ 'ชั้นที่เก้า' ชั้นสูงสุดของหอกระบี่์ ซึ่งเป็สถานที่ที่เก็บซ่อนวิชาลับและสมบัติาของสำนัก... ทว่า ข้าต้องเตือนเ้าไว้ก่อน ชั้นที่เก้ามีค่ายกลทดสอบจิตใจและสติปัญญา หากเ้าฝืนรับวิชาที่ไม่คู่ควร ิญญาของเ้าอาจจะแตกซ่านได้ จงเลือกสรรด้วยความระมัดระวัง"
"ผู้น้อยน้อมรับคำเตือนขอรับ"
ซูหลงอวิ๋นรับป้ายหยกคืน ก่อนจะก้าวเดินผ่านประตูหินศิลาบานใหญ่ เข้าสู่ความมืดมิดภายในหอกระบี่์ ทิ้งความตกตะลึงและความโกลาหลไว้เื้ั
...
ภายในหอกระบี่์
บรรยากาศแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง อากาศอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและปราณิญญาอันศักดิ์สิทธิ์ ซูหลงอวิ๋นเดินผ่านชั้นหนึ่งถึงชั้นแปดอย่างรวดเร็ว แม้จะมีเคล็ดวิชาและศาสตราิญญาระดับปฐีมากมายตั้งเรียงรายอยู่ ทว่าในสายตาของเขา สิ่งเ่าั้ล้วนเป็เพียงเศษขยะ
จนกระทั่งเขาบรรลุถึงบันไดศิลาแคบๆ ที่ทอดตัวขึ้นสู่ ชั้นที่เก้า
ทันทีที่ก้าวเท้าขึ้นมาบนชั้นสูงสุด แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงมาบนบ่าประดุจแบกูเาไว้ทั้งลูก! มิติรอบกายบิดเบี้ยวและพร่ามัว ค่ายกลลวงตาระดับปฐีขั้นสูงสุดเริ่มทำงาน หมายจะดึงสติสัมปชัญญะของเขาเข้าสู่ห้วงภวังค์
ทว่า สำหรับซูหลงอวิ๋นผู้มีทะเลิญญาที่ประทับด้วย 'คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์' ค่ายกลมายาเหล่านี้ก็เปรียบดั่งสายลมพัดผ่านหน้า เขากะพริบตาเพียงครั้งเดียว ั์ตาสีทองก็ฉีกกระชากภาพลวงตาเ่าั้จนแหลกสลาย
เมื่อทัศนวิสัยกลับมาแจ่มชัด ซูหลงอวิ๋นก็พบว่าตนเองยืนอยู่ในห้องศิลาทรงกลมที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งชั้นหนังสือ ไร้ซึ่งแท่นวางอาวุธ
ทว่า ใจกลางห้องศิลานั้น กลับมีวงเวทแสงสีเงินลอยอยู่ และภายในวงเวทนั้น มีสิ่งของเพียงสามชิ้นเท่านั้นที่ลอยคว้างอยู่อย่างโดดเดี่ยว!
ชิ้นแรก คือ ม้วนหยกสีเขียวมรกตที่แผ่กลิ่นอายความว่างเปล่าไร้รูปลักษณ์
ชิ้นที่สอง คือ เศษปลายกระบี่หักๆ ที่เต็มไปด้วยสนิม ทว่ากลับปลดปล่อยเจตจำนงสังหารที่ทำให้ิญญาสั่นสะท้าน
และชิ้นที่สาม... คือ 'กล่องศิลาสีดำทะมึน' ที่ปิดสนิท ไร้ซึ่งกลิ่นอายใดๆ ราวกับเป็เพียงก้อนหินไร้ค่า
ซูหลงอวิ๋นเดินเข้าไปใกล้และเพ่งพินิจ
"ม้วนหยกนั่น... จารึกเคล็ดวิชา 'วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์' วิชาดาบระดับปฐีขั้นสูงสุด ทว่ามันยังธรรมดาเกินไปสำหรับข้า ส่วนกระบี่หักนั่น... แม้จะเคยเป็ศาสตราระดับศักดิ์สิทธิ์ แต่จิติญญาของมันสูญสลายไปแล้ว หากจะฟื้นฟูต้องใช้ทรัพยากรที่ข้ายังไม่มีในตอนนี้"
สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดที่กล่องศิลาสีดำทะมึน
ทันใดนั้น คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ในร่างก็เกิดปฏิกิริยาสั่นะเือย่างบ้าคลั่ง! รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่พบเศษแผนที่เพลิงิญญาเสียอีก! แรงดึงดูดจากเคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล แทบจะะเิออกมากระชากกล่องศิลานั้นด้วยตนเอง!
"กล่องใบนี้... ซ่อนสิ่งใดไว้กันแน่?"
ซูหลงอวิ๋นไม่รอช้า เขายื่นมือออกไปทะลวงผ่านวงเวทแสงสีเงิน คว้ากล่องศิลาสีดำนั้นมาถือไว้ในมือ
กริ๊ก!
เพียงแค่เขาถ่ายทอดปราณยุทธ์สีทองที่มีกลิ่นอายของวิถีเทวะเข้าไป กล่องศิลาที่ปิดตายมาเนิ่นนานนับหมื่นปี ก็ถูกปลดล็อกและเปิดออกอย่างง่ายดาย!
ภายในกล่องศิลา มิใช่อาวุธ มิใช่ยาวิเศษ ทว่ามันคือ 'เศษแผ่นหยกสีเื' ขนาดเท่าฝ่ามือแผ่นหนึ่ง! บนแผ่นหยกสลักอักขระโบราณที่บิดเบี้ยวและซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะทำความเข้าใจได้
ทว่าเมื่อสายตาของซูหลงอวิ๋นจดจ้องไปที่อักขระเ่าั้ แผ่นหยกสีเืก็พลันสลายกลายเป็ลำแสงสีแดง พุ่งทะลวงเข้าสู่หว่างคิ้วของเด็กหนุ่มในทันที!
ตูม!!!
ความรู้มหาศาละเิออกในทะเลิญญา ภาพนิมิตแห่งการทำลายล้างจักรวาลปรากฏขึ้นในห้วงความคิด! เขาเห็นอสูรั์ผู้หนึ่ง อ้าปากกว้างกลืนกินดวงดาวนับหมื่นดวงให้ดับสูญลงในอึกเดียว! ทั่วทั้งกาแล็กซีตกอยู่ในความมืดมิด!
ข้อมูลเคล็ดวิชาสายหนึ่ง ประทับลงในความทรงจำของเขา!
[ เคล็ดวิชาลับา : กระบี่กลืนดาราทำลายล้างสิบทิศ! ]
"เคล็ดวิชาา! ซ้ำยังเป็วิชากระบี่ที่ผสานกับ 'แิแห่งการทำลายล้าง' และ 'วิถีแห่งการกลืนกิน' โดยสมบูรณ์!"
ซูหลงอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความปีติสุดขีด เคล็ดวิชานี้สอดคล้องกับ 'เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล' ของเขาอย่างถึงที่สุด! มันเกิดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ!
"ทว่า... เคล็ดวิชานี้เป็เพียง 'ฉบับไม่สมบูรณ์' มีเพียงกระบวนท่าแรกเท่านั้นที่ถูกบันทึกไว้ในแผ่นหยกนี้ มิน่าเล่า มันถึงถูกทิ้งไว้ในหอกระบี่์โดยไม่มีผู้ใดฝึนฝนสำเร็จ เพราะหากรากฐานไม่แข็งแกร่งพอ การฝืนฝึกวิชาที่ไม่สมบูรณ์นี้ จะทำให้ธาตุไฟแตกซ่าน ิญญาถูกกลืนกินเสียเอง!"
รอยยิ้มโอหังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซูหลงอวิ๋น "สำหรับผู้อื่น มันคือยาพิษ ทว่าสำหรับข้า ผู้ความรู้แห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์... ข้าจะใช้ความเข้าใจในเต๋าแห่ง์ เติมเต็มวิชานี้ให้สมบูรณ์แบบด้วยตัวข้าเอง!"
ซูหลงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิลงกลางชั้นเก้าของหอกระบี่์ ปิดเปลือกตาลง และเริ่มดำดิ่งเข้าสู่การทำความเข้าใจ 'เคล็ดกระบี่กลืนดาราฯ' กระบวนท่าแรกในทันที!
"กระบวนท่าที่หนึ่ง... กลืนแสงดับดารา!"
ในห้วงจิตสำนึก ซูหลงอวิ๋นชักกระบี่ออกฟาดฟันนับหมื่นนับแสนครั้ง รังสีดาบของเขาแปรเปลี่ยนจากสีทอง เป็สีดำทมิฬที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดของหลุมดำ เจตจำนงกระบี่าที่เขาเพิ่งได้รับมา ผสานเข้ากับกระบวนท่านี้อย่างแเี เพิ่มพูนพลังทำลายล้างขึ้นไปอีกนับร้อยเท่า!
เวลาผ่านไปเพียงสามชั่วยาม...
ซูมมม!
ร่างของซูหลงอวิ๋นที่นั่งนิ่งอยู่ พลันแผ่คลื่นพลังงานสีดำทมิฬออกมากวาดล้างทั่วทั้งชั้นเก้า! แสงสว่างจากไข่มุกราตรีบนผนัง ถูกดูดกลืนหายไปในความมืดมิดชั่วขณะหนึ่ง! นี่คืออานุภาพของวิชาที่สามารถกลืนกินแสงสว่างและพลังงานทุกชนิด!
ซูหลงอวิ๋นลืมตาขึ้น ั์ตาของเขามีประกายแสงของดวงดาวที่แตกดับวาบผ่าน เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
"เคล็ดกระบี่กลืนดารากระบวนท่าแรก... สำเร็จขั้นต้นแล้ว! ด้วยกระบวนท่านี้ อาศัยพลังรวบรวมปราณขั้นที่เก้าสูงสุดของข้า... ข้าสามารถสังหารยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ!"
ความมุ่งมั่นและอำนาจแผ่ซ่านออกจากร่าง เด็กหนุ่มหมุนตัวเดินลงจากชั้นเก้าของหอกระบี่์
เขามาที่นี่เพื่อค้นหาอาวุธ ทว่ากลับได้สุดยอดวิชาสังหารกลับไปแทน การเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในสำนักกระบี่์นั้น สมบูรณ์แบบแล้ว!
เมื่อซูหลงอวิ๋นก้าวพ้นประตูหอกระบี่์ออกมาสู่แสงตะวันภายนอก ฝูงชนที่ยังคงจับกลุ่มกันอยู่ต่างหลีกทางให้อย่างรวดเร็วประดุจคลื่นแหวก ผู้าุโคูมองตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ