บทที่ 26 ถูกกลั่นแกล้ง (รีไรต์)
วันรุ่งขึ้น หลินเนี่ยนถูกเสียงระฆังปลุกขึ้นมา
“ตื่นได้แล้ว ระฆังดังสามครั้งต้องไปทำงาน ถ้าสายต้องถูกหักคะแนนทำงานนะ”
นอนได้แค่คืนเดียวหลังจากการเดินทางอันยาวนานจะเพียงพอที่ไหนกัน
แต่หลินเนี่ยนก็ต้องตื่นอยู่ดี
เธอเพิ่งมาถึงที่นี่จะทำตัวเด่นไม่ได้ ต้องไม่เป็หัวข้อสนทนาของใคร
หลังจากแปรงฟันล้างหน้าเสร็จก็ได้ยินหยางชุนหลานพูดว่า “พวกเธอเพิ่งจะมาถึง ในหมู่บ้านจึงไม่ได้แจกอาหารสำรองให้พวกเธอ ตอนเช้าก็ทนไปก่อน หรือไม่ก็ยืมซาลาเปาธัญพืชของสหายคนอื่นกินรองท้องไปก่อน พอได้อาหารบรรเทาทุกข์แล้วจะคืนให้”
หลินเนี่ยนกล่าวขอบคุณ เธอหยิบขนมออกมาสองชิ้นแล้วชงนมมอลต์
กลิ่นหอมของนมมอลต์หอมอบอวลไปทั่วห้อง
หวงอวี้เฟิ่งกลืนน้ำลาย จ้องหลินเนี่ยนเขม็งด้วยความอิจฉา สวี่เหนียนหัวนั่งลงข้างกายหลินเนี่ยนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จ้องโถเคลือบตาเป็ประกาย “โอ้โห นมมอลต์นี่นา!”
“ั้แ่มาออกชนบท ฉันก็ไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของนมมอลต์อีกเลย!”
“หอมจริง ๆ”
หลินเนี่ยนพูด “หอมมากต่างหาก”
สวี่เหนียนหัว “...”
ไม่ใช่สิ ฉันพูดแบบนี้เธอก็ควรพูดว่าจะแบ่งให้ฉันชิมสักนิดไม่ใช่เหรอ
“หลินเนี่ยน ฉันอยากกินจริง ๆ เธอแบ่งให้ฉันชิมหน่อยนะ แล้วเดี๋ยวฉันจะช่วยเธอทำงาน”
หลินเนี่ยนพยักหน้า “เอาสิ”
สวี่เหนียนหัวจึงเอื้อมมือหมายจะหยิบแก้วเคลือบของหลินเนี่ยน ทว่าหลินเนี่ยนยกแก้วออกทันที “ไปหยิบแก้วของเธอมา”
“พูดถึงเื่ทำงาน พอถึงตาฉันตักน้ำ ทำไมเธอไม่ช่วยฉันตักสักถังล่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่เหนียนหัวที่เพิ่งจะหยิบแก้วของตัวเองมาพลันแข็งทื่อ น้ำหนึ่งถัง ต้องตักสามหาบเต็ม ๆ เลยนะ!
“อะไรกัน หลินเนี่ยน น้ำหนึ่งถังมันเยอะเกินไปหรือเปล่า แค่นมมอลต์นิดหน่อยเอง...”
หลินเนี่ยนกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “ยุวชนสวี่ ก็แค่น้ำถังเดียวเอง...”
สวี่เหนียนหัวสะอึก
เธอบอกว่าแค่นมมอลต์นิดหน่อย ส่วนอีกฝ่ายบอกว่าแค่น้ำถังเดียว
“เฮ้อ ซื้อนมมอลต์ต้องใช้ตั๋ว ส่วนน้ำไม่ต้องใช้ตั๋วเลย” หลินเนี่ยนพูดจบก็ยกแก้วขึ้นจิบ “หอมจริง ๆ”
ขอฟรี ๆ คงไม่ได้แล้ว ใจใหญ่เกินไปหลินเนี่ยนก็ให้ไม่ไหว
สวี่เหนียนหัวทำหน้าบูดบึ้ง
เวลานี้เอง หยางชุนหลานก็เดินเข้ามา แล้วกระแทกแก้วเคลือบใบใหญ่ของตัวเองลงบนโต๊ะ “ฉันตักให้เธอสองถังเลย!”
หลินเนี่ยนเลื่อนเปิดตู้และหยิบนมมอลต์ออกมา เธอตักผงนมมอลต์ใส่ลงในแก้วให้หยางชุนหลานสี่ช้อนเต็ม ๆ
เมื่อชงกับน้ำร้อน กลิ่นหอมอบอวลก็ฟุ้งกระจาย ทำให้อีกสองคนในห้องรู้สึกอยากลอง!
แต่ถึงจะอยากก็ไม่สนองให้หรอก
เธอไม่ให้
พวกนั้นก็ทำได้แค่กลืนน้ำลายเท่านั้น
ท้ายที่สุดหวงอวี้เฟิ่งที่อิจฉาตาร้อนก็ยืมวอวอโถวธัญพืชสองลูกจากสวี่เหนียนหัวที่อิจฉาตาร้อนเหมือนกัน ทำให้เธอสำลักจนตาเหลือก
ถ้าสวี่เหนียนหัวไม่ได้กินของแบบเดียวกับเธอ เธอก็คิดว่าสวี่เหนียนหัวจงใจหลอกเธอ
สวี่เหนียนหัวพูดกับเธอว่า “เธอเพิ่งจะมาก็เลยไม่รู้สินะ ชีวิตในชนบทนั้นลำบากมาก คนงานยังมีสมุดรับเสบียง แต่ชาวนาไม่มีเลย”
“คะแนนทำงานของทั้งปีก็แบ่งอาหารได้ไม่เท่าไหร่ ธัญพืชละเอียดที่มาถึงมือต้องเปลี่ยนเป็ธัญพืชหยาบทั้งหมด ถึงจะรับประกันได้ว่าจะมีกินทุกวันไม่ขาดตอน”
หวงอวี้เฟิ่งฟังแล้วก็ตะลึงตาค้าง “แต่แม่บอกฉันว่าที่ชนบทปลูกธัญพืช มีกินไม่ขาดนี่!”
สวี่เหนียนหัวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเห็นใจ เด็กสาวคนนี้คงถูกที่บ้านหลอกและเกลี้ยกล่อมให้มาออกชนบทอีกคนแล้วสินะ
ขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นครั้งที่สอง ทุกคนต่างก็เดินออกไปข้างนอก พวกเธอไม่ได้ตรงไปที่ท้องนา แต่ไปที่คลังเก็บของเป็อันดับแรก
ต้องไปรับเครื่องมือทำนาที่คลังเก็บของก่อน ทำงานเสร็จก็ต้องนำกลับไปคืนที่คลังเก็บของ จะได้บันทึกคะแนนทำงานไปด้วย
มิตรภาพนมมอลต์แก้วเดียว หยางชุนหลานก็เรียกหลินเนี่ยนให้ไปด้วยกัน แล้วเล่าเื่กองการผลิตใหญ่และเื่หน่วยยุวชนมากมายให้หลินเนี่ยนฟังตลอดทาง
หลินเนี่ยนถามอะไร เธอก็ตอบทุกคำถาม
เมื่อมาถึงคลังเก็บของ หัวหน้าหมู่บ้านก็ถือลำโพงธรรมดาที่เก่าโทรมไว้ในมือ แนบมันไว้ที่ปากพร้ะโกน “ยุวชนที่มาใหม่เมื่อวาน ออกมายืนด้านหน้า!”
หลินเนี่ยนและคนอื่น ๆ ออกไปยืนข้างหน้า หวงอวี้เฟิ่งจงใจอยู่ห่างเธอ แล้วขยับไปอยู่ข้างเซียวหลาน
แน่นอนว่าเซียวหลานอยากเห็นหลินเนี่ยนถูกเมิน ‘วันดี ๆ’ ของหลินเนี่ยนยังอีกยาวไกล!
นังบ้านี่ทำให้พี่ชายเธอถูกจับ คอยดูเถอะ คอยดูว่าเธอจะฆ่าคนคนนี้ได้ไหม!
หลังจากหัวหน้าหมู่บ้านพูดเป็พิธียืดยาว ก็เริ่มแบ่งงานให้ยุวชนที่มาใหม่
“พวกเธอเพิ่งมาก็ทำงานง่าย ๆ ให้คุ้นเคยก่อน แต่ต้องทำความคุ้นเคยให้เร็วที่สุด ่ฤดูเก็บเกี่ยวไม่กี่วันนี้ก็จำเป็ต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีตราบใดที่ไม่ได้เหนื่อยตายก็ต้องไปลงนา!”
พูดจบ เขาก็หยุดชะงัก ก่อนจะเริ่มแจกแจงงาน งานของยุวชนชายคือการลงนา ฟังดูก็ไม่ใช่งานที่หนักหนาอะไร ส่วนยุวชนหญิงรับผิดชอบกำจัดวัชพืชและตัดหญ้าหมูหญ้าวัว
มีแค่งานของหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานที่ไม่ได้ประกาศออกมา
หลินเนี่ยนสบสายตาได้ใจของเซียวหลาน จึงรู้ว่าอีกฝ่ายใช้เล่ห์เหลี่ยม
หัวหน้าหมู่บ้านพูดกับพวกเขาสองคนตามคาด “สหายหลิวหย่งหนานไปขุดบ่อปลา ส่วนสหายหลินเนี่ยนไปตักมูลสัตว์”
สิ้นเสียงของเขา ทุกคนก็มองไปที่หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนาน ทันใดนั้นก็รู้ว่าพวกเขาสองคนถูกกลั่นแกล้งแล้ว
น่าสงสารสองคนนี้ ทำไมเพิ่งมาถึงก็ผิดใจกับหัวหน้าหมู่บ้านแล้วล่ะ
ขุดบ่อปลาเป็งานที่เหนื่อยที่สุด ตักมูลสัตว์ก็เป็งานที่เหม็นที่สุด
“แต่พวกเธอเพิ่งจะเรียนรู้งาน ยังไม่คล่องแคล่วมาก ดังนั้นจะบันทึกคะแนนทำงานของพวกเธอแค่ครึ่งหนึ่งในสัปดาห์แรก”
“หลังจากพวกเธอทำงานในมือคล่องแล้ว จะบันทึกเป็คะแนนเต็มอีกครั้ง”
สิ้นเสียงของเขา หลินเนี่ยนก็ปรบมือสุดแรง “ดีค่ะ!”
ทุกคนคิดในใจ ‘ผู้หญิงคนนี้โง่หรือไง โดนให้ไปตักขี้ทำไมถึงมีความสุขขนาดนี้’
แต่แล้วคำพูดถัดมาของหลินเนี่ยนก็ดังขึ้น “สมกับเป็หัวหน้าหมู่บ้าน!”
“จิตสำนึกดีเยี่ยม!”
“ขอบคุณมากค่ะที่จัดแจงงานสกปรกและเหนื่อยที่สุดมาให้ฉัน ฉันในฐานะลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพมาชนบทก็้ารับการฝึกฝนอยู่แล้ว ความมุมานะของหัวหน้าหมู่บ้าน ฉันจะเขียนในจดหมายขอบคุณ แล้วส่งไปที่คณะกรรมการของตำบลและอำเภอ”
“จากนั้นจะส่งไปให้สำนักงานหนังสือพิมพ์อีกไม่กี่ฉบับ การกระทำที่ปฏิบัติโดยมิชอบ การกระทำที่ฝึกฝนลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพอย่างเข้มงวดแบบนี้สมควรได้รับการชื่นชมค่ะ!”
“เป็เกียรติของฉันที่ได้ทำงานสกปรก ฉันจะไม่ทรยศความคาดหวังของหัวหน้าหมู่บ้านแน่นอนค่ะ”
“จะเติบโตได้ก็ต้องเริ่มจากงานตักขี้!”
ทุกคนคิดในใจ ‘พวกเขาคิดน้อยไปสินะ ผู้หญิงคนนี้ไม่โง่เลย!’
หัวหน้าหมู่บ้าน “…”
เขาตวัดสายตาไปหาเซียวหลานโดยพลัน เด็กนี่ไม่ได้บอกเขาว่าหลินเนี่ยนรับมือยากขนาดนี้!
ไม่ได้บอกด้วยว่าเด็กนี่เป็ลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพ!
เซียวหลานยังเชื่อมั่นในเหตุผล ลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพแล้วไงล่ะ
วีรบุรุษผู้สละชีพมีถมเถไป เธอมีค่าคนเดียวหรือไง!
หัวหน้าหมู่บ้านมองสื่อเหอผิงอีกครั้ง สื่อเหอผิงเบือนหน้าหนีอย่างร้อนรน เด็กนี่หลอกแม้แต่สุยเจี้ยนิด้วย สุดยอดจริง ๆ
ถ้าเป็ไปได้ เขาก็ไม่อยากปะทะกับหลินเนี่ยน แต่เซียวหลานปล่อยอีกฝ่ายไปไม่ได้
หัวหน้าหมู่บ้านเปาเซี่ยงตั่งรีบขยิบตาให้หัวหน้าทีมผลิต แย่แล้ว ลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพมาออกชนบทก็ถูกกลั่นแกล้งซะแล้ว...เขาที่ถูกหลอกต้านทานไม่ไหวหรอก!
หัวหน้าทีมรู้ซึ้งแก่ใจ เขาะโออกมาพูดว่า “โอ้ หัวหน้าหมู่บ้านครับ คนตักมูลสัตว์เรามีพอแล้ว ให้แทรกเข้าไปอีกคนคงไม่ไหว”
เปาเซี่ยงตั่งขมวดคิ้วพูดอย่างสามัคคี “ถ้าเป็แบบนี้...งั้นสหายหลินเนี่ยนก็ไปถอนหญ้าแล้วกัน”
แล้วอย่าได้เขียนจดหมายขอบคุณอะไรนั่นเด็ดขาดเลยนะแม่คุณ!
ไหนจะส่งให้สำนักงานหนังสือพิมพ์อีก แค่เปาเซี่ยงตั่งคิดก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ
หลินเนี่ยนถามอย่างผิดหวัง “เอ๊ะ...ฉันตักขี้ไม่ได้แล้วเหรอคะ?”