หลังจากที่สองหนุ่มสาวรับประทานอาหารกันจนอิ่มแปล้ก็ต่างเปิดใจเล่าเื่ของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังราวกับว่าทั้งคู่รู้จักกันมาั้แ่เก่าก่อนแล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งบนยานทั้งสองลืมเื่ราวสยองขวัญที่เพิ่งจะเกิดขึ้นไปเสียหมดสิ้นเวลานี้แอนนารู้สึกว่าตัวเองสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณออกรบมานานแล้วเหรอคะแล้วครอบครัวล่ะ”
ลูสหยุดดื่มน้ำในแก้วที่กำลังถืออยู่ในมือวางแก้วลงก่อนตอบ
“ผมตัวคนเดียวครับทุกคนเสียชีวิตไปหมดแล้วจากาแย่งชิงพลังงาน”
“อ้อ...ขอโทษค่ะฉันไม่น่าถามเลย”
“ไม่เป็ไรครับ”นายทหารหนุ่มยิ้มให้ แต่แววตาแฝงความเศร้า
เขาไม่ได้คิดโกรธในสิ่งที่แอนนาถามเพราะมันเป็เื่ปกติของคนที่จะทำความรู้จักกัน ลูสเจอคำถามแบบนี้มานักต่อนักแล้วจากบรรดาผู้หญิงที่เคยคุยด้วยตามดาวต่างๆที่ไปทำงาน
พอเห็นแอนนายังทำหน้ารู้สึกผิดลูสก็เอ่ยต่อ
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับผมไม่เป็ไรจริงๆ เื่มันก็นานมา แล้ว” เขาบอกแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มต่อจนหมด
“ถ้างั้นขออีกคำถามได้ไหมคะ”แอนนาเอ่ยขึ้นขณะที่นายทหารหนุ่มกำลังจะลุกไปเก็บภาชนะใส่อาหารเขาเลยนั่งลงตามเดิม พยักหน้าให้
“ที่คุณบอกว่าทุกคนเสียชีวิตจากาแย่งชิงพลังงาน แสดงว่า...คุณไม่ใช่ชาวเรนต้าเหรอคะที่เรนต้าไม่เคยมีาแบบนั้น”
“ผมเป็ชาวเผ่าอาสดาวนิคัสอยู่คนละกาแล็กซีกับคุณ แต่ตอนนี้ดาวของผมล่มสลายไปแล้วจากไฟา”
แอนนาสีหน้าสลดลงอีกเธอไม่คิดว่าคำถามนี้จะยิ่งไปสะกิดแผลในใจของชายหนุ่มตรงหน้า
“ฉันไม่ถามแล้วดีกว่า”แอนนาผุดลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปเก็บแก้วและภาชนะใส่อาหาร “กลับกันเถอะ”
แต่ชายหนุ่มไม่ยอมลุกขึ้นเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของคู่สนทนา
“คุณช่วยฟังต่อได้ไหมเผื่อบางทีแผลในใจผมมันจะหายไปบ้าง”
แอนนานั่งลงอย่างเต็มใจเพื่อรับฟังเื่ราวของนักรบหนุ่ม
ลูสถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตให้อีกฝ่ายฟัง
ในอดีต ดาวนิคัสเป็ดาวที่อุดมสมบูรณ์ทุกอย่างเป็ดินแดนที่เหล่านักเดินทางล้วนอยากแวะไปพักผ่อนให้ได้สักครั้งก่อนตายนิคัสขึ้นชื่อเื่ ที่มีชนเผ่าหลากหลายไม่ได้มีเพียงชนเผ่าเดียวเหมือนอีกหลายดาวที่อยู่ในระบบเดียวกันลูสเป็ลูกหลานของชาวเผ่าอาสซึ่งมีจำนวนประชากรมากเป็อันดับต้นๆ ของดาวตัวของเขาตอนที่อยู่บนดาวนิคัสมีอาชีพเป็ผู้ดูแลผืนป่า ร่วมกับสมาชิกจากเผ่าอื่นๆอีกหลายพันคน
นิคัสได้ชื่อว่าเป็แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งมีสินแร่ที่สามารถนำมาผลิตพลังงานได้อย่างมหาศาล ชาวนิคัสทุกเผ่าต่างใช้สอยมันอย่างรู้คุณค่าไม่ได้ใช้มันอย่างบ้าระห่ำทำให้ระยะหลังนิคัสกลายเป็ที่หมายปองของดาวอื่นในระบบเดียวกันที่ล้วนแล้วแต่สูญเสียทรัพยากรกันจนหมดแล้ว
มีอยู่่หนึ่งดาวที่อยู่ใกล้เคียงส่งราชทูตมาติดต่อขอซื้อทรัพยากรไม่เว้นแต่ละวัน ทางรัฐบาลของนิคัสเริ่มเป็กังวลว่าต่อไปในไม่ช้าจะเกิดการขาดแคลนทรัพยากรขึ้นถ้าเปิดการค้าขายจึงปรึกษากันว่าจะตอบปฏิเสธการเจรจาทุกอย่างและด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ดาวต่างๆ เ่าั้เกิดความไม่พอใจประกาศากับดาวนิคัสเพื่อ่ชิงทรัพยากรทั้งหมดมาเป็ของตน
นิคัสถูกระดมโจมตีอย่างหนักประชาชนล้มตายเป็จำนวนมากจนน่าใจหาย เมื่อนิคัสเพลี่ยงพล้ำ บรรดาดาวต่างๆที่จ้องจะฮุบทรัพยากรจึงรุมโจมตีด้วยกำลังรบและอาวุธอย่างเต็มอัตราศึกพวกผู้นำทัพนำยานขุดเจาะมาพร้อมกับกองยานรบเพื่อขุดเอาทรัพยากรทุกอย่างออกไปหลายดาวช่วย กันขุดเจาะ แต่ก็มีบางครั้งที่แบ่งกันไม่ลงตัวจึงเปิดายิงใส่กันเอง่เวลานั้นบนดาวนิคัสไม่ต่างอะไรกับอภิมหาสมรภูมิรบทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยการสู้รบและเสียงกรีดร้องโหยหวนพร้อมเืที่ไหลนอง
ตัวเขาเลิกเป็ผู้ดูแลผืนป่าโดยอัตโนมัติเพราะต้นไม้จำนวนมากถูกถอนลำเลียงใส่ยานของดาวอื่นจนแทบไม่เหลือบางส่วนที่ยังเล็กก็ถูกไฟาเผาวอดวายจนเป็ตอตะโกไม่มีเหลือตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้คือต้องปกป้องชีวิตตัวเองและทุกคนในครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเองของนิคัสเพื่อต่อต้านกองกำลังต่างดาวที่มาย่ำยีบ้านเกิดเมืองนอนทว่ากำลังรบและอาวุธของนิคัสไม่สามารถต้านทานการจู่โจมจากทุกสารทิศจึงพ่ายแพ้ต่อศัตรูในเวลาไม่นาน
เขาเดินทางกลับมาหาครอบครัวหลังพ่ายแพ้าแต่สิ่งที่เจอคือร่างไหม้เกรียมของคนในเผ่าที่พักอาศัยพังเสียหายจากการถล่มด้วยอาวุธหนักนานาชนิด ทุกคนที่ตายไม่มีใครถืออาวุธไว้ในมือสักคนเดียวการตายของสมาชิกในเผ่ารวมถึงคนในครอบครัวทำให้ตัวเขาแทบเป็บ้า...จนกระทั่งวันหนึ่ง มีกองกำลังทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งได้นำยานลงจอดหมายจะพักผ่อนแต่ก็ต้องใเมื่อเห็นสภาพที่ย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีของดาวนิคัส หัวหน้ากลุ่มในตอนนั้นจึงพาเขาขึ้นยานก่อนจะสั่งให้ะเิดาวทิ้งเป็การประกาศให้สมาชิกสากลจักรวาลรับทราบว่าาไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็แค่ทหารรับจ้างแต่ก็ไม่รับงานที่ก้าวก่ายอธิปไตยของดาวใดรับแค่งานดูแลคุ้มครองตัวบุคคลหรือลอบสังหารเป็รายตัวเท่านั้น และั้แ่นั้นมาตัวเขาก็ได้อยู่กับกองกำลังนักรบรับจ้างมาตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
“เสียใจด้วยนะคะฉันไม่เคยรู้เลยว่ามีเื่แบบนี้เกิดขึ้น”
แอนนาเอ่ยขึ้นหลังจากที่ลูสเล่าจบ
“ไม่แปลกหรอกเพราะเื่มันนานแล้ว อีกอย่าง มันก็เกิดห่างจากเรนต้ามาก”
อันที่จริงการเล่าเื่ของชายหนุ่มมีผลทำให้หญิงสาวได้ฉุกคิด
การที่โครงการสเปซออฟเกิดขึ้นแบบนี้ก็นับว่าดีต่อพลเมืองของเรนต้าแต่การที่ต้องเดินทางไปหาทรัพยากรบนดาวอื่นมันจะเป็การสมควรหรือไม่ถ้ายานเดินทางไปถึงแล้วจะเกิดเหตุการณ์คล้ายกับที่นิคัสหรือเปล่าเธอไม่อยากจะไปรุกล้ำดินแดนของใคร และไม่อยากสร้างศัตรูให้ลูกหลานในอนาคตก็ได้แต่หวังเพียงว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ไม่ได้ไปรบกวนใครจนมากเกินไปนัก
“ถ้าทำงานนี้สำเร็จฉันจะยุบโครงการสเปซออฟทิ้ง”
แอนนากำแก้วในมือแน่นลูสจ้องมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้บอกออกมาว่าจะยุบโครงการที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านฟาเรนทิ้ง
“ไม่เสียดายเงินเหรอครับ”
“เสียดายสิคะแต่เป็ไปได้ฉันไม่อยากไปบุกรุกดินแดนใครอีก”
ลูสถอนใจที่แท้แอนนาก็ยังคิดถึงเื่ที่เขาเล่าเมื่อครู่นี่เอง แสดงว่าเธอยังมีจิตสำนึกที่ดีไม่ได้เห็นแก่ผลประโยชน์ของบริษัทเพียงอย่างเดียวซึ่งต่างกับอีกหลายคนที่เขาเคยรับงานมาที่มีแต่จะตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวให้มากที่สุดโดยไม่สนใจเลยว่าใครจะเป็จะตายหรือจะเดือดร้อนมากแค่ไหน
“เื่นั้นกลับไปค่อยปรึกษาคุณคาลอสดีกว่าครับ”
ลูสลุกจากเก้าอี้เพื่อนำแก้วน้ำและภาชนะใส่อาหารทั้งของเขาและหญิงสาวไปเก็บ
“ก็คงต้องเป็แบบนั้น...ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณพ่อเพียงคนเดียว”
“แล้วจะเอาอะไรไปฝากลิซ่าหรือเปล่าครับเดี๋ยวผมจะได้เดินไปตักให้”
“อุ๊ย!จริงด้วย ขอบคุณค่ะที่บอก” แอนนาสะดุ้งสุดตัว
เธอลืมเลขาของเธอไปเสียสนิทจึงกุลีกุจอลุกขึ้นไปหาภาชนะอันใหม่ใส่อาหารและผลไม้ที่ลิซ่าชอบแล้วก็เดินตรงดิ่งกลับห้องพักพร้อมลูส อย่างรวดเร็ว
แอนนาเดินคิดมาตลอดทางถึงสิ่งที่กำลังจะไปทำในครั้งนี้ว่ามันจะคุ้มหรือไม่คำว่า ‘คุ้ม’ ของเธอไม่ใช่เื่ของจำนวนสินแร่หรือทรัพยากรที่กำลังจะไปเสาะแสวงหาแต่หมายถึงว่ามันจะไปทำลายระบบนิเวศน์รวมทั้งความเป็อยู่ของผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมหรือเปล่าถึงขั้นตอนในการตรวจสอบจะไม่น่าเป็ห่วงแต่ตอนที่บิดาของเธอส่งคนมาขุดหรือมาขนสิ่งต่างๆที่เจอมันอาจจะไปทำให้อะไรต่ออะไรในดาวเป้าหมายเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งความอุดมสมบูรณ์ของดาวดวงนั้น
“ดูสีหน้าคุณไม่ค่อยดีเลยนะยังกังวลอยู่อีกหรือครับ”
ลูสเอ่ยถามหญิงสาวที่เดินอยู่เคียงข้าง
แอนนาพยักหน้าช้าๆเป็คำตอบ เธอไม่อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไปซ้ำรอยกับที่เคยเกิดขึ้นบนดาวนิคัสทว่าตนเองก็ต้องจำใจทำเนื่องจากดาวบ้านเกิดกำลังจะตายถ้าหาแหล่งพลังงานไปป้อนให้ไม่ทันแล้วเธอจะทำยังไงมันมีทางเลือกอื่นอีกไหมที่ไม่ต้องไปบุกรุกใครที่ไหนแล้วทำให้เรนต้าสามารถอยู่รอดต่อไปได้
“ผมว่าถึงคุณจะไม่ทำมันวันหน้าก็ต้องมีคนอื่นมาทำแทนอยู่ดี”
จริงด้วยสินะต่อให้เธอไม่ทำหรือหนีกลับไปตอนนี้ บิดาก็คงต้องส่งคนอื่นมาทำแทนอยู่ดีสู้ทำให้มันจบๆ แล้วค่อยคิดหาวิธีอื่นเอาทีหลังน่าจะดีกว่าเผื่อจะเจอทางออกที่ไม่ต้องไปรบกวนดาวดวงไหนในจักรวาลอีก
“หยุดเดินก่อนแอนนาคุณรออยู่ตรงนี้นะ อย่าเดินมาจนกว่าผมจะบอก”
พูดจบลูสก็ชักปืนออกมาแล้วเดินเลี้ยวซ้ายไปตรงทางแยกข้างหน้าทันที
แอนนาเริ่มหายใจติดขัดหรือว่าจะมีเื่ร้ายๆ เกิดขึ้นกับเธออีก...หลายนาทีผ่านไปชายหนุ่มก็ยังไม่กลับมาเธอจึงข่มความกลัวค่อยๆ เดินไปยังจุดที่ลูสเลี้ยวไป เมื่อจวนจะถึงตรงทางแยกกลิ่นเหม็นคาวอย่างรุนแรงก็โชยเข้าจมูกแอนนาอย่างจังเธอต้องรีบเอามือข้างหนึ่งปิดจมูกแล้วพยายามเดินต่อทว่ายิ่งเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไร กลิ่นเหม็นก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นพอเดินเลี้ยวไป แอนนาเห็นลูสกำลังยืนดูอะไรบางอย่างอยู่บนพื้นชายหนุ่มหันมาเห็นก็รีบบอกให้แอนนาหันหลังกลับออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน
“บอกว่าอย่าตามมาไง!”
“ก็ฉันไม่เห็นคุณกลับมาเสียทีนี่”แอนนาตอบเขาทั้งที่ยังเอามือปิดจมูก “แล้วคุณดูอะไรอยู่”
แอนนาไม่รอคำตอบรีบเดินเข้าไปหานายทหารอย่างรวดเร็ว
แต่แล้วภาพที่สาวจากเรนต้าได้เห็นคือร่างของชายคนหนึ่งถูกฟันด้วยของมีคมจนเละไม่มีชิ้นดี เศษเนื้อกระจายไปทั่วและมีศีรษะตกอยู่ไม่ห่างจากพื้นตรงนั้น เืสีแดงฉานไหลนองนี่เป็ศพแรกที่แอนนาได้เห็น
แต่มันเป็ศพที่สองแล้วบนยานอวกาศลำนี้!
แอนนาถึงกับกรีดร้องลั่นพร้อมกับภาชนะใส่อาหารร่วงหล่นหลุดมือจนลูสต้องรีบคว้าตัวแอนนาเอาไว้ให้หันไปทางอื่น
นายทหารหนุ่มรีบติดต่อหาเจสันเสียงตอบกลับมาจากทางนั้นฟังดูค่อนข้างหัวเสียเป็อย่างมากเขาสั่งให้ลูสเตรียมลูกทีมให้พร้อมภายในห้านาทีเพื่อประชุมหามาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน!รวมทั้งต้องวางแผนออกตามล่าฆาตกรรายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุดก่อนที่จะมีใครอื่นอีกต้องตายเป็รายต่อไป
แอนนาตัวสั่นขวัญเสียมันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นบนยานลำนี้กันแน่ ทำไมเจสันถึงยังไม่ยอมสั่งยุติภารกิจหรือว่าจะเป็เพราะคำสั่งของเธอเองที่บอกให้ดำเนินต่อไปห้ามหันหลังกลับ
“ผมไปส่งคุณที่ห้องพักก่อนดีกว่าท่าทางจะเจองานหินเข้าให้แล้ว”
“ฉันจะไปกับคุณด้วย”แอนนาสะบัดมือออก “ฉันเองก็อยากรู้ว่าตัวจริงของฆาตกรคือใครกันแน่”
“แล้วลิซ่าล่ะคุณไม่ห่วงเธอหรือยังไง”
แอนนายืนนิ่งนี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่เธอมัวแต่สนใจเื่ของตัว เองจนลืมเพื่อนรักอย่างลิซ่าไป
“เอาอย่างนั้นก็ได้คุณช่วยพาฉันไปส่งหน่อยก็แล้วกัน”
ทั้งคู่รีบพากันเดินออกจากตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองกองเศษเนื้อและเืที่นองอยู่บนพื้นเป็ครั้งที่สอง
ที่หน้าห้องพักนายทหารหุ่นดรอยด์ยังคงยืนเฝ้าอยู่เหมือนเดิม ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นตรงบริเวณนั้นเป็ซ้ำสองแอนนารีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อหาลิซ่าแต่ก็ย้อนกลับออกมาเพื่อขอบคุณลูสที่ยอมไปนั่งทานข้าวเป็เพื่อนก่อนจะผลุบกลับเข้าไปในห้องด้วยรอยยิ้มเล็กๆ
“ไปไหนมาคะคุณหนูทำไมไม่ปลุกดิฉันให้ไปด้วย” ลิซ่าถามเ้านายน้ำเสียงงัวเงีย
“ไปหาอะไรกินมาเห็นว่าเธอกำลังหลับสบายเลยไม่ได้ปลุก แล้วขออีกอย่างนะเลิกเรียกฉันว่าคุณหนูเสียทีจะได้ไหม ฉันไม่ชอบ”
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะเรียกแบบนี้มาั้แ่เรียนหนังสือด้วยกันแล้ว” เลขาสาวทำตาปริบๆ
แอนนาใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยบอกกับเพื่อนร่วมห้อง
“งั้นเอาแบบนี้ให้เธอเรียกชื่อฉันได้โดยไม่ต้องมีคุณนำหน้า”
“หือไม่เอาหรอกค่ะ ถ้าคุณคาลอสได้ยินเข้าดิฉันตายแน่” ลิซ่ารีบยกมือเบรก
แอนนาทำหูทวนลมยังไงเธอก็ยังคงยืนกรานจะให้ลิซ่าทำตามที่บอก โดยห้ามขัดขืนไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น และให้ลิซ่าเลิกแทนตัวเองว่าดิฉันด้วยเพราะได้ยินทีไรขัดหูทุกทีเลขาประจำตัวเลยต้องยอมจำนนด้วยประการทั้งปวง
ที่จริงในใจแอนนายังคิดถึงภาพที่เพิ่งเจอมาเมื่อครู่เธอพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าของตัวเองไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้พร้อมกันนั้นยังตัดสินใจด้วยว่าจะไม่เล่าเื่ที่เจอมาให้ลิซ่าฟังเด็ดขาดลิซ่าเป็คนขี้กังวลจนเกินเหตุ ถ้าขืนรู้เข้ามีหวังได้ติดสอยห้อยตามไปทุกฝีก้าวแน่
“คุณแอนนาชอบคุณลูสใช่หรือเปล่าคะลิซ่าว่าเขาก็ดูหล่อดีนะ”
แอนนาไม่ตอบไม่ใช่เพราะว่าเขินหรืออะไร แต่เวลานี้เธอไม่ได้คิด ถึงเื่ของลูสเลย
เมื่อลิซ่าเห็นว่าเ้านายสาวไม่ยอมตอบเลยโมเมเอาเองว่าแอนนาคงชอบนายทหารรูปหล่อเข้าให้แล้ว
สักพักใหญ่ๆมีเสียงดังโครมมาจากทางประตูห้อง ราวกับว่ามีบางอย่างกระแทกเข้าอย่างแรง!
แอนนาลุกพรวดออกไปดูโดยมีลิซ่าตามมาติดๆพอทั้งสองสาวก้าวออกมาจากห้องก็เห็นคราบเืเปรอะที่กำแพงประตูบนพื้นมีรอยคราบเืเหมือนบางอย่างถูกลากไปตามทาง
“ลูส!” แอนนาะโเรียกหานายทหารหนุ่มทันทีทว่าไม่มีเสียงตอบกลับ
เธอเริ่มใจคอไม่ดีรอยเืนี่ไม่น่าจะเป็ของดรอยด์ แถมตอนนี้สองนายทหารก็หายตัวไปทั้งคู่ตกลงแล้วรอยเืนี้เป็ของใครกันล่ะ!
แอนนาย้อนกลับเข้าไปในห้องเพื่อหยิบเอาปืนพกเลเซอร์ออกมา
“ลิซ่าเธอกลับเข้าไปรออยู่ในห้อง เดี๋ยวฉันจะออกไปตามหาลูส”
“อย่าดีกว่าค่ะ”ลิซ่าคว้าแขนเ้านายไว้ “ปล่อยให้คนในทีมของเขาจัดการกันเถอะนะคะพวกเขาน่าจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ค่ะ”
แอนนายังดึงดันที่จะออกตามหาชายหนุ่มเมื่อห้ามไม่ได้ลิซ่าจึงวิ่งไปหยิบปืนอีกกระบอกมาแล้วมองหน้าเ้านายสาวเพื่อขออนุญาตติดตามไปด้วย
“เธอแน่ใจแล้วนะลิซ่าไม่กลัวแน่นะ”
“ยังไงลิซ่าคนนี้จะไม่ปล่อยให้คุณไปคนเดียวอย่างแน่นอนค่ะ”ลิซ่ายืนตัวสั่นกำปืนไว้ในมือแน่น แอนนาเห็นในความตั้งใจของเลขาสาวที่อยากจะดูแลเลยห้ามไม่ลง
“แล้วจะไม่แจ้งคุณเจสันก่อนเหรอคะ”
“เธอก็แจ้งไปสิฉันไม่อยากคุยกับเขา”
ลิซ่ารีบติดต่อเจสันผ่านอุปกรณ์สื่อสารพร้อมกับอธิบายในสิ่งที่เกิด ขึ้นให้ฟังอย่างคร่าวๆเมื่อเจสันฟังจบก็สั่งให้ทั้งคู่กลับเข้าห้องพักทันทีที่เหลือเขาจะให้ทีมอารักขาของลูสจัดการเอง แต่ไม่ทันที่เจสันจะพูดจบแอนนาก็หันมาคว้าแขนของลิซ่าแล้วตัดสัญญาณการสื่อสารทิ้ง
“เพราะแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากคุยกับหมอนั่น เห็นพวกเราเป็เด็กอมมือไปได้”
“คุณแอนนา!นั่น...” ลิซ่าชี้ไปยังด้านหลังของเ้านายสาว
แอนนารีบหันกลับไปมองอย่างเร็วเื้ัของเธอกำลังมีบางสิ่งเดินตรงเข้ามาพร้อมด้วยเืสีแดงฉานชโลมกาย