ควันไฟจากเศษซากป้อมยามที่ถูกทำลายในคืนก่อนหน้ายังคงหลงเหลือจาง ๆ ในอากาศยามเช้า ประตูเมืองทิศเหนือที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้มีร่องรอยของการแตกร้าวและเขม่าดำจากการเผาไหม้ ทว่าท่ามกลางความพินาศนั้น ชายหนุ่มในชุดเกราะทหารยามที่ดูเก่าคร่ำคร่ายังคงนั่งพิงกำแพงหินอยู่อย่างมั่นคงในตำแหน่งเดิมมิมือแปรเปลี่ยน
หลี่ิ หาวหวอดใหญ่พลางบิดี้เี เขามิได้ใส่ใจกับกองขี้เถ้าหรือสายตาหวาดระแวงของเพื่อนทหารยามคนอื่นที่ยืนอยู่ห่างออกไปนับสิบก้าว สำหรับเขาแล้ว... ตราบใดที่พื้นดินตรงนี้ยังนุ่มพอให้นั่ง และซาลาเปาหน้าประตูเมืองยังมอดไหม้จนสุกดี เขาก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องย้ายที่ทางไปไหน
‘ระบบ... ลงชื่อเข้าใช้’
[ติ๊ง! ท่านประจำการที่ประตูเมืองทิศเหนือต่อเนื่องเป็วันที่สี่...] [ยินดีด้วย! ท่านได้รับรางวัลระดับ SSR: 'เนตรวงแหวน' - 3 ลูกน้ำ] [ท่านได้รับรางวัลต่อเนื่อง (โบนัสเฝ้าพื้นที่) : ดาบฟันิญญา 'ซันเงสึ] [หมายเหตุ: ระบบได้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของดาบให้กลายเป็ 'ดาบไม้ผุ' เพื่อให้กลมกลืนกับสถานะทหารยามของท่าน]
วินาทีนั้น หลี่ิรู้สึกถึงกระแสพลังเย็นเยียบที่พุ่งเข้าสู่ดวงตาทั้งสองข้าง มันมิใช่ความร้อนแรงดั่งอัคคีเหมือนวันก่อน แต่มันคือความคมชัดที่เหนือล้ำจินตนาการ เมื่อเขาลืมตาขึ้น โลกที่เขามองเห็นก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เขาสามารถมองเห็นเส้นไหมที่กำลังขาดจากชายเสื้อของพ่อค้าที่อยู่ห่างออกไปร้อยก้าว เห็นการไหลเวียนของลมปราณในร่างกายของนกที่บินอยู่บนฟ้า แม้แต่จังหวะการเต้นของหัวใจของมดที่เดินอยู่บนกำแพงเมือง เขาก็รับรู้ได้ชัดแจ้ง
"อืม... ดวงตานี่เข้าท่าดีแฮะ ต่อไปนี้ใครแอบซุกซ่อนภาษี ข้าคงเห็นได้แม้แต่ในสาบเสื้อ" หลี่ิพึมพำพลางคลำหาดาบไม้ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นข้างกาย มันดูเหมือนไม้ฟืนที่ชาวบ้านใช้หาบของมากกว่าจะเป็อาวุธสังหาร
ในขณะที่หลี่ิกำลังสำรวจดวงตาคู่ใหม่ หลิวรั่วเฉินที่อยู่ในชุดทหารยามปลอมตัวก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด "พี่หลี่... บรรยากาศรอบประตูเมืองวันนี้มันแปลกไป ข้าััได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงกว่าหน่วยเขี้ยวโลหิตเมื่อวานนัก"
หลี่ิมิได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่หลับตาลงครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อนั์ตาสีแดงฉานที่เริ่มหมุนวน "อ้อ... พวกที่แอบอยู่ในซอกตึกห้าคน ในรถม้าขนฟางอีกสามคน และที่ปลอมตัวเป็ขอทานขาเป๋ตรงนั้นอีกหนึ่งคนสินะ"
หลิวรั่วเฉินเบิกตากว้าง "ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร?"
ยังมิทันที่นางจะได้รับคำตอบ เสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่บรรจุด้วยลมปราณสีม่วงเข้มก็นับสิบดอกพุ่งมาจากทิศทางต่าง ๆ เล็งเป้ามาที่จุดตายของหลี่ิพร้อมกัน!
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ลูกธนูเ่าั้ปักลงบนพื้นไม้และกำแพงหินล้อมรอบตัวหลี่ิพอดี แต่มิมีดอกใดเลยที่ััถูกร่างกายของเขา หลี่ิขยับกายเพียงเล็กน้อยในท่วงท่าที่ดูเหมือนคนกำลังนั่งง่วงนอน แต่ทุกท่วงท่านั้นกลับหลบเลี่ยงวิถีธนูได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับเขารู้อยู่แล้วว่ามันจะมาทางไหน
"ปราณวายุโลกันต์... พวกเ้ามาจาก 'หุบเขาโลกันต์' รึ?" หลิวรั่วเฉินชักกระบี่ออกมาด้วยมือที่สั่นเทา หุบเขาโลกันต์คือนามของสำนักนักฆ่าที่โเี้ที่สุดในแผ่นดิน รับจ้างทำงานให้เพียงผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าเท่านั้น
ชายชราในชุดขอทานขาเป๋ะโทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ ร่างกายที่เคยดูอ่อนแอพลันแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายพลังระดับ ขั้นนภา (ขั้น 5) เขาสะบัดหัตถ์ซัดกรงเล็บเหล็กอาบยาพิษเข้าใส่หัวของหลี่ิ
"ตาย!"
หลี่ิลืมตาขึ้นทันที ั์ตาสีแดงฉานพร้อมลูกเหวี่ยงสามจุดหมุนวนอย่างน่าสยดสยอง ในสายตาของเขา ท่ากรงเล็บที่รวดเร็วปานสายฟ้านั้นกลับช้าลงจนดูเหมือนการขยับมือของคนแก่
"วิชากงเล็บพยัคฆ์โลกันต์... ท่วงท่าที่สาม 'ปลิดชีพในพริบตา' สินะ" หลี่ิเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ "จังหวะการปล่อยลมปราณของเ้ามันช้าไปครึ่งจังหวะนะ"
หลี่ิคว้าดาบไม้ผุๆ ที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมา เขาไม่ได้ใช้ท่าทางที่ซับซ้อน เพียงแค่ฟาดดาบไม้ออกไปในแนวนอนเบา ๆ
[โหมด: เก็ตสึกะ เทนโช (แบบยั้งมือ) ]
วูบ!
คลื่นพลังสีดำทมิฬทรงพระจันทร์เสี้ยวพุ่งออกจากปลายดาบไม้ มันมิได้ตัดผ่านแค่ร่างกาย แต่มันตัดผ่าน "ลมปราณ" ที่ห่อหุ้มกรงเล็บเหล็กนั้นจนแตกกระจายดั่งเศษแก้ว ชายชราขั้นนภาดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า ร่างของเขาถูกแรงกดดันจากคลื่นสีดำกระแทกจนกระเด็นกลับหลังไปชนกำแพงเมืองดังกึกก้อง
"เป็ไปได้อย่างไร! ดาบไม้เล่มหนึ่ง... กลับพังทลายวิชาลับของข้าได้!"
นักฆ่าคนอื่นที่ซุ่มอยู่เห็นดังนั้นจึงเลิกซ่อนตัว พวกเขาพุ่งเข้าใส่หลี่ิพร้อมกันจากทุกทิศทาง ลมปราณหลากหลายสีพุ่งพล่านจนท้องฟ้าเหนือประตูทิศเหนือดูมืดครึ้ม
หลี่ิยืนขึ้นอย่างช้าๆ ดาบไม้พาดอยู่ที่บ่า ั์ตาเนตรวงแหวนของเขาจ้องมองไปยังนักฆ่าเ่าั้ "พวกเ้าอุตส่าห์ดั้นด้นมาที่นี่เพื่อส่งส่วยให้ข้าถึงที่... ข้าคงต้องขอบคุณด้วยการส่งพวกเ้าไปพักผ่อนสักหน่อย"
เขาเริ่มขยับกาย ท่วงท่าของเขากลายเป็ภาพติดตา เนตรวงแหวนมิเพียงแค่มองเห็น แต่มันยัง "เลียนแบบ" วิชาของนักฆ่าเ่าั้ในพริบตา นักฆ่าคนหนึ่งซัดฝ่ามือพิษออกมา หลี่ิก็ซัดฝ่ามือที่เหมือนกันเป๊ะกลับไปแต่มวลพลังมหาศาลกว่าร้อยเท่า!
เปรี้ยง! ตูม! อั้ก!
เสียงร่างมนุษย์กระแทกพื้นดังขึ้นต่อเนื่องกันเพียงไม่กี่ลมหายใจ ยอดฝีมือจากหุบเขาโลกันต์ทั้งสิบคนลงไปกองกับพื้นในสภาพหมดสติ วรยุทธ์ถูกทำลายสิ้นซากจากคลื่นพลังสีดำที่ตกค้างอยู่ในร่าง
หลี่ิเดินเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าชายชราผู้นำนักฆ่าจากหุบเขาโลกันต์ที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นหิน ั์ตาสีแดงฉานของเนตรวงแหวนยังคงหมุนวนอย่างเยือกเย็นชวนขนหัวลุก เขาใช้ปลายดาบไม้เชี่ยไหล่ของนักฆ่าเฒ่าเบาๆ เหมือนกำลังเช็คดูว่าเป้าหมายยังเหลือลมหายใจอยู่หรือไม่
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและอัปยศ "เ้า... เ้า้าสิ่งใดกันแน่..."
หลี่ิแค่นยิ้มที่ดูเหมือนจะง่วงนอนแต่กลับแฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กึกก้องไปถึงก้นบึ้งหัวใจของผู้ฟังว่า:
"กลับไปบอกคนที่จ้างพวกเ้ามาเสีย... ว่าครั้งหน้าถ้าจะส่งคนมาสังหารข้าอีก ก็ช่วยส่งคนที่มีความสามารถกว่านี้มาอีกเยอะๆ หน่อย! เพราะพวกเ้าสิบกว่าคนนี่... แม้แต่จะทำให้ข้าขยับตัวจนเหงื่อออกสักหยดก็ยังทำมิได้ มันช่างน่าผิดหวังและเสียเวลาเวลานอนของข้าจริงๆ รู้ไหม?"
คำพูดนั้นทำให้นักฆ่าเฒ่าถึงกับสำลักเืออกมาด้วยความโกรธแค้นผสมหวาดหวั่น การถูกมองว่าความพยายามสังหารระดับ 'ขั้นนภา' เป็เพียงการทำให้เสียเวลานอน คือการดูิ่ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิต
"เข้าใจที่ข้าพูดไหม? หรือต้องให้ข้าใช้ดาบไม้เล่มนี้ช่วยเตือนความจำ?" หลี่ิถามย้ำพร้อมกับเคาะดาบไม้ลงบนพื้นหินจนแตกกระจายดั่งเศษแก้ว
"ขะ... เข้าใจแล้ว... ข้าจะนำข้อความของท่านไปแจ้ง..." ชายชราพูดยังไม่ทันจบก็รีบพยุงร่างที่บอบช้ำหนีไปอย่างทุลักทุเลพร้อมกับพวกพ้องที่เหลือ โดยไม่กล้าหันกลับมามองเงาของยามผู้นี้อีกเลย
หลิวรั่วเฉินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เื้ัถึงกับขนลุกซู่ "พี่หลี่... ท่านท้าทายการสังหารเช่นนั้น มิกลัวว่าคราวหน้าพวกเขาจะขนยอดฝีมือระดับบรรพชนหรือกึ่งเซียนมาทั้งสำนักเลยหรือเ้าคะ?"
หลี่ิหาวหวอดใหญ่พลางเปลี่ยนเนตรวงแหวนกลับเป็ดวงตาปลาตายตามเดิม "มาเยอะๆ สิดีแม่นางหลิว... ยิ่งพวกเขาส่งคนเก่งๆ มาสังหารข้ามากเท่าไหร่ ์ก็ยิ่งประทานรางวัลให้ข้าหนักเท่านั้น เฝ้าประตูเฉยๆ มันน่าเบื่อจะตายไป"
เขานั่งลงที่ตั่งไม้ตัวเดิมพิงกำแพงเมืองทิศเหนืออย่างผ่อนคลาย "เอาล่ะ ไปซื้อซาลาเปามาให้ข้าได้แล้ว คราวนี้ขอแบบไส้หมูสับพิเศษนะ ข้าใช้แรงพูดไปเยอะจริงๆ"