Sol xx Mifa 26
“ไม่ต้องทำหน้างอแบบนั้น พ่อไม่ตามใจแล้ว” พ่อที่ทำหน้าที่ขับรถเพื่อพาเราไปยังสนามบินที่อยู่ห่างออกไป เอ่ยตอบกลับมาเมื่อท่านมองที่กระจกมองหลังแล้วเห็นฉันทำหน้างอแง เพราะตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาพ่อก็ไม่ยอมให้ฉันห่างจากสายตาเลยสักวินาทีเดียว กลายเป็นว่าแม่เองก็ไม่สามารถช่วยพูดได้
หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาซอลและพี่ชายก็เดินเข้ามาในห้องพยาบาลพอดี ซอลจึงเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฉันได้ฟัง รวมถึงฉันเองที่เล่าเรื่องที่ตัวเองเจอให้ทุกคนได้ฟัง ในความรู้สึกฉันเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นเพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำแต่พอซอลเล่าและบอกเวลาที่ฉันหายไป ก็ต้องยกมือทาบอกกันเลยทีเดียว เกือบเก้าชั่วโมงที่ฉันหายไป ไม่ใช่น้อย ๆ เลยล่ะ
“ซอลกับพี่ชายจะกลับพร้อมกับเราไหม?” พ่อเอ่ยถามฉันบ้างหลังจากที่ฉันนั่งงอแงอยู่นาน
“ซอลกลับไฟลท์บินบ่ายค่ะพ่อ กลับพร้อมกับพี่ชายและเพื่อน ๆ ของเขา”
“งั้นกลับถึงบ้านหนูก็ต้องนอนพักนะ เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้พ่อกังวล ไม่อยากให้หนูอยู่ห่างแล้ว หนูเข้าใจพ่อใช่ไหมลูก” ท้ายประโยคพ่อเอ่ยถามด้วยความรู้สึกกังวลใจ
“ค่ะพ่อ หนูเข้าใจ”
เรากลับมาถึงบ้านในช่วงบ่าย ทันทีที่ก้าวลงจากรถพี่ชายทั้งสองก็รีบวิ่งเข้ามารวบฉันเข้าไปกอด พร้อมกับพึมพำขอบคุณที่ฉันกลับมา จากนั้นก็ต้องมานั่งเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้พี่ชายฟัง ระหว่างที่ฟังพี่ก็อุทานคำหยาบอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเล่าจบพี่ก็เข้ามากอดและขอบคุณที่ฉันกลับมา และบอกว่าจะชวนซอลมากินข้าวที่บ้านด้วยกันเพื่อขอบคุณที่เขาช่วยตามหาฉัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมันน่าเหลือเชื่อมากและฉันเองก็กลัวกับเหตุการณ์นั้นอยู่เหมือนกัน ฉันไม่รู้ว่าทำไมหรือเพราะอะไรถึงทำให้ฉันต้องพบเจอเรื่องราวเหล่านั้น
“ไปไหนลูก” พ่อเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่มีเงินและพี่มีตังค์กำลังจะเดินออกจากบ้าน
“ไปซื้อกาแฟครับ พ่อเอาอะไรไหม?”
“ไม่ ๆ ซื้อชาเย็นมาให้แม่ด้วยแล้วกันไม่หวานนะ”
“ครับพ่อ” พี่มีเงินขานรับ
“ให้น้องด้วย หรือจะพาน้องไปด้วย”
“น้องบอกแล้วครับว่าจะเอาอะไร ผมอยากให้น้องพักเดี๋ยวจะออกไปซื้อแล้วรีบกลับมาครับ” พี่มีเงินตอบพ่อก่อนจะออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่มีตังค์ ส่วนฉันก็นั่งกอดอ้อนแม่อยู่ที่ห้องรับแขก ตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ฉันยังไม่ได้คุยกับซอลเลย มีเพียงอีกฝ่ายที่ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังจะขึ้นเครื่องถ้าถึงแล้วเขาจะโทรหาจากนั้นก็เงียบไปนานเลย
“ฟา...”
“คะ?”
“รับโทรศัพท์ก่อนไหม มีคนโทรมาแล้วหนูก็เอาแต่เหม่อ หนูไม่สบายตรงไหนไหมลูก” แม่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ฝ่ามืออุ่นที่คอยโอบประคองฉันตั้งแต่เด็กยกขึ้นลูบที่กรอบหน้าอย่างเบามือ แม่เหมือนนางฟ้าประจำตัวฉันเลยเวลาไม่สบายใจหรือไม่สบายกายก็จะมีแม่คอยดูแลโอบกอดฉันไว้
“มีฟาลูก”
“อ้อ ค่ะแม่ หนูขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ” ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อถูกเรียกอีกครั้ง บ้าจริง ทำไมช่วงนี้ถึงได้เหม่อบ่อยแบบนี้กัน
“เจ้าลูกคนนี้ ระวังด้วยนะลูก”
“ค่ะแม่” ฉันตะโกนตอบกลับไป ขาก็ก้าวขึ้นบันไดอย่างไม่เร่งรีบโดยที่มือก็เลื่อนรับสายของคนที่โทรเข้ามา
(ทำอะไรอยู่ครับ) เมื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อปลายสายก็รีบเอ่ยถามทันทีโดยไม่ได้รีรอ
“นั่งคุยกับแม่อยู่น่ะ ถึงหรือยัง” ฉันถามกลับอย่างเป็นห่วง
(ถึงแล้วครับ ตอนนี้อยู่บ้าน เพื่อน ๆ คนอื่นก็ถึงกันหมดแล้ว นั่งเครื่องมาด้วยกัน แล้วเป็นยังไงบ้างดีขึ้นหรือยัง) ซอลยยังคงเอ่ยถามต่อ น้ำเสียงเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วง ฉันเดินเข้าห้องนอนปิดประตูและจัดการเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศทันที ร้อนมาก เหนียวตัวจนอยากอาบน้ำให้รู้แล้วรู้รอดเลย
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณนะที่ตามหาเรา”
(เรายินดีทำถ้าเธอจะปลอดภัย กินข้าวหรือยัง)
“ยังเลย พี่เงินออกไปซื้อมาให้อยู่ ซอล...”
(ครับ?)
“พี่ชวนมากินข้าวที่บ้านด้วยนะ”
(จริงเหรอ? เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้าไปหานะครับ คิดถึงอ่ะ)
“เวอร์แล้ว เพิ่งแยกกัน” ฉันว่ากลับอย่างไม่เชื่อ จนอีกฝ่ายหัวเราะ ระหว่างนี้ก็เดินไปปิดผ้าม่าน
(จะทำอะไร? ถอดเสื้อเหรอ)
“อื้อ เราจะอาบน้ำ เราร้อน รอไหมหรือจะวางก่อน?”
(รอครับ ไม่ต้องวาง เดี๋ยวเล่นเกมในคอมรอ)
“เอาแบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวเรามานะ” ฉันโผล่หน้าเข้าไปบอกอีกฝ่าย ซอลชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกระแอมเบา ๆ หนึ่งที ท่าทางประหม่าแบบนั้นมันคืออะไรกัน? เขาเขินเหรอ
“เป็นอะไร? เขินเหรอ”
(อือ เชิ้ตปลดกระดุมแบบนั้น ฆ่าเราเถอะฟา)
“ฮา ๆ ๆ ตลกอ่ะ ไปแล้วนะอาบน้ำก่อน”
(ครับ ระวังลื่นด้วย)
ฉันเข้ามาทำธุระจัดการตัวเองอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ทั้งอาบน้ำสระผม เป่าผมให้แห้งอีก บางทีก็อยากจะตัดผมให้สั้นกว่านี้อีกหน่อย เพราะผมที่หนามาก ๆ ทำให้ใช้เวลาค่อนข้างมากทั้งก่อนสระและหลังสระ ไหนจะการดูแลบำรุงเส้นผมอีก
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยฉันก็ออกจากห้องน้ำ ฉันจะไม่ตกใจเลยถ้าไม่มีพี่ชายทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงในมือก็ถือโทรศัพท์ฉันคุยอย่างออกรส พี่มีตังค์ที่เดิมทีไม่ค่อยชอบซอลจนแสดงออกมาชัดเจน ตอนนี้ซอลแทบจะกลายเป็นน้องชายอีกคนของพี่ ๆ ฉันแล้ว
“มานะ เอาตามที่เราคุยกันเลย พ่อกับแม่ก็อยากเจอ”
(ครับพี่ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปครับ)
“นั่นไง ไอ้ดื้อมาแล้ว” พี่มีเงินหันมามองฉันยิ้ม ๆ พร้อมกับกวักมือให้เข้าไปหา
“อะไรกันคะ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“สักพักแล้ว อ่ะรีบคุยจะได้ลงไปกินข้าวพี่ซื้อกับข้าวมาแล้ว”
“ค่ะพี่ เดี๋ยวหนูตามลงไป”
“ตังค์ลุก ไปกินข้าว จะมานอนเฝ้าน้องแบบนี้ไม่ได้ลุก ๆ ๆ ” พี่มีเงินดึงแขนพี่มีตังค์ที่แกล้งหลับให้ออกจากห้อง ฉันมองตามพี่ชายทั้งสองอย่างขำ ๆ ก่อนจะหันมาสนใจคนที่อยู่ในสาย
“รอนานไหม?”
(ไม่นานครับ สระผมด้วยเหรอ)
“ใช่แล้ว มันเหนียวมาก ๆ เลยสระ”
(เป่าให้แห้งด้วย...แปบนะพี่ซีมา เปิดเข้ามาเลยครับพี่ // คนที่ให้ตามอ่ะ พี่ได้ข้อมูลมาแล้วนะ /// จริงปะ? ฟา พี่ซีหาที่อยู่พวกเขาเจอแล้วนะ)
“จะ จริงเหรอ จริงใช่ไหม?”
(จริงครับ พี่ให้เลขาจ้างนักสืบแล้ว แต่มีที่อยู่แยกกันสองที่) พี่ซี พี่ชายคนโตของซอลบอกมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ฮื่อ ฉันดีใจจนอยากจะร้องไห้เลย ใกล้จบแล้วสินะ เรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ขอบคุณนะคะพี่ซี ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ”
(ด้วยความยินดีครับ เดี๋ยวฝากข้อมูลไปกับซอลนะ)
“ค่ะพี่ซี”
“น้องฟากินข้าวกันลูก” แม่เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับเอ่ยเรียก
“แม่คะ! พี่ซีกับซอลได้ที่อยู่พวกเขาแล้วค่ะแม่” ฉันรีบเอ่ยบอกแม่อย่างตื่นเต้น ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ก็วันนี้นี่แหละ ฉันรู้สึกโล่งอกอย่างมากที่จะได้พาเขากลับไปส่งบ้าน
“จริงเหรอลูก?” แม่ยิ้มกว้างเดินเข้ามาใกล้
“น้องซอล เจอที่อยู่แล้วเหรอลูก” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้แม่ได้คุยกับซอล ส่วนตัวเองก็นั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ แม่ ฮื่อ ฉันดีใจอ่ะ
(เจอแล้วครับแม่ พี่ซีช่วยอีกแรงครับพรุ่งนี้ผมจะเอาข้อมูลเข้าไปให้นะครับ)
“ขอบใจมาก ๆ เลยนะลูก ถ้าไม่รังเกียจพรุ่งนี้ชวนพี่ชายซอลมาด้วยนะลูก แม่อยากขอบคุณมาก ๆ ”
(เอ่อ ผมเกรงใจครับคุณน้า) เสียงพี่ซีเอ่ยแทรกเข้ามาอย่างเกรงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจเลยลูก คนกันเองอีกอย่างน้าอยากขอบคุณจริง ๆ มานะ น้าจะรอ”
(ถ้าอย่างนั้นขอรบกวนด้วยนะครับ)
“ได้ลูก เจอกันนะ น้องฟาอย่าลืมลงไปกินข้าวนะพ่อเขารออยู่”
“ค่ะแม่ ซอล เราขอวางก่อนนะ เดี๋ยวตอนดึกเราโทรหา”
(ครับ แล้วโทรมานะ)
“ค่ะ จะโทรหา”
====
ทุกคนนนน เราจะทำยังไงดี ตอนที่เหลือจากนี้เราตั้งใจเขียนไว้ในอีบุ๊ค แต่ถ้าตัดจบทุกคนก็จะค้าง ถ้าอัพต่อ คนที่ซื้ออีบุ๊คก็คงจะรู้สึกเสียเปรียบ ถ้าจะอัพบางเว็บและติดเหรียญเรทก็ไม่เท่ากัน บางคนก็อาจจะเติมเหรียญเข้าระบบไม่ได้ แงงงง คิดมากไปหมด ไม่รู้จะไปต่อทางไหน เอายังไงดีคะ
อันนี้ความคิดเค้านะ
ถ้าอัพต่ออีกสองตอน แบบไม่ให้ค้าง ที่เหลือไปเจอกันในอีบุ๊คแบบนั้นไหวไหมคะ เรทบางเว็บไม่เท่ากัน คนอ่านบางเว็บก็เสียเปรียบเกินไปเพราะราคาเติมเหรียญสูง(ไม่รู้ว่าใช้คำถูกไหมนะคะ) แต่ถ้าอัพจนจบเค้าก็อยากอัพลงเพียงเว็บเดียว ปัญหาก็อยู่ที่ว่า บางคนไม่ได้อ่านทุกเว็บ หรือเติมเหรียญในเว็บนั้นๆไม่ได้
ปากเหงื่อเลยค่ะ
หรือเค้าจะคิดมากเกินไป ^_^
ขอคิดวิเคราะห์บวกกับคำแนะนำของทุกคนก่อนนะคะ ว่าจะเอายังไง
หรือแนะนำเราได้ที่แฟนเพจ Nanaกะหอยทาก ได้เลยนะคะ มาพูดคุยกันได้ค่ะ