ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 5 บทที่ 125 ประทานรางวัลอย่างต่อเนื่อง

            ครึ่งชั่วยามต่อมาพ่อบ้านรองจากจวนท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงขุนนางหนึ่งท่านจากเมืองเซียงและนายอำเภอของอําเภอเหอ ได้นําเจ้าหน้าที่และทหารยี่สิบคนมาที่บ้านตระกูลหวังของหมู่บ้านหวัง

            ทันใดนั้นก็มีคนจำนวนมากมายยืนเต็มลานบ้านหวังชีนำคนตระกูลหวังโขกศีรษะให้ขุนนางทั้งสามท่าน

            พ่อบ้านรองจากจวนอ๋องที่ตําแหน่งสูงสุดมีรูปร่างสูงใหญ่มีชาติกำเนิดมาจากกองทัพ สายตาเฉียบคม มองไปรอบๆ สตรีสามคนที่การแต่งกายบ่งบอกว่าออกเรือนแล้วที่กำลังคุกเข่าอยู่พลางเอ่ยถาม “ผู้ใดคือหลี่ซื่อ?”

            หลี่ชิงชิงก้มหน้าต่ำแล้วตอบ“ข้าน้อยคือหลี่ซื่อเจ้าค่ะ”

            ครั้นพ่อบ้านรองเห็นสตรีสองคนที่คุกเข่าอยู่ข้างกายหลี่ชิงชิงกลัวจนไหล่สั่นก็กลัวว่าจะทำให้หลี่ชิงชิงหวาดกลัว น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนโยนลงเล็กน้อย เอ่ยว่า “เงยหน้าขึ้น”

            หลี่ชิงชิงเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์สบตากับพ่อบ้านรองหนึ่งทีแล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง

            เมื่อครู่หวังชีได้แจ้งว่าขุนนางจากเมืองเซียงจะมาที่บ้านตระกูลหวังเพื่อตกรางวัลให้หลี่ชิงชิงแต่ไม่ได้บอกว่าคนจากจวนท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงจะมาด้วย

            ตําแหน่งพ่อบ้านรองในจวนท่านอ๋องนั้นต่ำกว่าผู้ตรวจการมณฑลเมืองเซียงเพียงเล็กน้อยคนใหญ่คนโตเช่นนี้กลับออกหน้าด้วยตนเอง

            หลี่ชิงชิงไม่คิดว่าจวนอ๋องแห่งเมืองเซียงจะให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เช่นนี้

            พ่อบ้านรองเห็นใบหน้างดงามแฝงด้วยความไร้เดียงสาของดรุณีน้อยแม้ว่าจะได้ยินมานานแล้วว่าหลี่ชิงชิงเป็นสตรีออกเรือนแล้วแต่ก็ยังตกใจที่หลี่ชิงชิงยังเด็กมากขนาดนี้ดูเหมือนว่าจะตรงตามที่ท่านหมอเติ้งกล่าวเอาไว้ว่า หลี่ชิงชิงเป็นคนมีความสามารถพิเศษต่างจากคนอื่นจริงๆ

            ครั้นพ่อบ้านรองนึกถึงสิ่งที่ท่านอ๋องได้กำชับเอาไว้ว่า“ไม่อาจละเลยผู้มีความพิเศษต่างจากผู้อื่น” เขาจึงเดินขึ้นไปข้างหน้าแล้วโค้งตัวลงเอ่ยว่า “แม่นางหลี่ซื่อได้โปรดรีบลุกขึ้นเถิด”

            ครั้นคนอื่นๆ เห็นว่าพ่อบ้านรองให้ความสําคัญกับหลี่ชิงชิงเช่นนี้สายตาที่มองหลี่ชิงชิงก็มีความเคารพมากขึ้นหนึ่งส่วน

            หลังจากหลี่ชิงชิงหยัดกายลุกขึ้นก็นึกถึงจางซื่อและหวังเยวี่ยข้างกายที่กำลังคุกเข่าอยู่โดยเฉพาะจางซื่อที่ร่างกายอ่อนแอหลังคลอดบุตร บนพื้นทั้งเปียกและเย็นคุกเข่าเป็นเวลานานนั้นไม่ดีต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่งนางจึงก้มศีรษะเล็กน้อยให้พ่อบ้านรอง แล้วช่วยประคองจางซื่อและหวังเยวี่ยขึ้นมา

            พ่อบ้านรองกล่าวอย่างผลักเรือไปตามน้ำ“ทั้งหมดลุกขึ้นเถิด” จากนั้นรอให้คนตระกูลหวังยืนได้มั่นคงแล้วเขาจึงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “หลี่ซื่อก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อรับแผ่นป้ายแผ่นป้ายนี้เขียนด้วยลายมือของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง เจ้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดีภายภาคหน้าจะได้แขวนป้ายรักษาแก่ปวงประชา”

            องครักษ์ถือดาบนายหนึ่งนำแผ่นป้ายขนาดใหญ่สีแดงที่เขียนด้วยอักษรสีทองที่แบกอยู่บนหลังลงมาจากนั้นก็มอบให้พ่อบ้านรอง โดยพ่อบ้านรองมอบให้หลี่ชิงชิงต่อ

            แผ่นป้ายมีขนาดใหญ่ประมาณห้าหรือหกจินใช้ไม้แดงชั้นดี แผ่นป้ายทาด้วยสีแดงเข้มบนแผ่นป้ายเขียนอักษรสี่ตัวขนาดใหญ่ด้วยผงทองคําว่า “เมี่ยวโส่วหุยชุน”ด้านซ้ายมีตัวอักษรสีชมพูเหลือบทองสี่ตัวขนาดเล็กว่า “เซียงอ๋องจารึก”

            หลี่ชิงชิงรับแผ่นป้ายด้วยมือทั้งสองข้างท่ามกลางสายตาอิจฉาเป็นอย่างยิ่งจากทุกคน นี่คือแผ่นป้ายไม้ที่จารึกด้วยลายมือของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงในยุคสมัยนี้นางที่อยู่ในเมืองเซียงแห่งนี้ก็เทียบเท่ากับว่ามีเครื่องรางป้องกันตัวแล้วในอนาคตหากคนเลวคิดประสงค์ร้ายต่อนางและคนตระกูลหวัง ก็ย่อมมีความรู้สึกหวาดกลัว

            นางเอ่ยอย่างซาบซึ้งว่า“หญิงชาวบ้านหลี่ซื่อขอบพระคุณท่านอ๋องที่ประทานแผ่นป้ายนี้ให้ข้าน้อยจะเป็นหมอที่ดี ไม่ทรยศต่อความชื่นชมของท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

            พ่อบ้านรองพยักหน้าและให้องครักษ์ถือดาบนำทองและเงินรางวัลมามอบให้หลี่ชิงชิงจากนั้นจึงเดินไปที่ด้านข้าง

            ยามนี้เองขุนนางจากเมืองเซียงซึ่งยืนอยู่ข้างๆตลอดเวลาได้เดินเข้ามา และอ่านข้อความในจดหมายราชการของเมืองเซียง

            ในจดหมายราชการผู้ตรวจการมณฑลเมืองเซียงใช้อักษรมากกว่าหนึ่งร้อยคําเพื่อยกย่องหลี่ชิงชิงแล้วตกรางวัลเป็นเงินหนึ่งร้อยตำลึง

            สุดท้ายนายอำเภอของอําเภอเหออ่านจดหมายราชการที่เขียนด้วยตนเอง น้ำเสียงมีความซาบซึ้งยิ่งนักเขารู้สึกภูมิใจที่อำเภอเหอมีบุคคลที่มีทักษะทางการแพทย์เหนือชั้นเช่นหลี่ชิงชิง ทำการตกรางวัลเป็นเงินยี่สิบตำลึง

            ครั้นทุกคนได้ยินว่าจวนอ๋องแห่งเมืองเซียงเมืองเซียง และอำเภอเหอต่างตกรางวัลให้หลี่ชิงชิงรางวัลของเมืองเซียงไม่ได้มากเท่าจวนอ๋อง และอำเภอเหอไม่ได้มากเท่าเมืองเซียง

            หลี่ชิงชิงคุกเข่าลงอีกครั้งเพื่อรับรางวัลก่อนหน้านี้ยามที่นางถอนพิษให้กับคนตระกูลหูนางไม่เคยคิดว่าจะได้รับผลประโยชน์มากมายเพียงนี้

            เมื่อคนกลุ่มหนึ่งจัดการกิจธุระเสร็จสิ้นก็พากันจากไปอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่น้ำของตระกูลหวังก็ไม่จิบสักอึก

            หลี่ชิงชิงยังคิดว่าท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงจะให้พ่อบ้านรองขอเทียบยาถอนพิษจากนางผู้ใดจะรู้ว่าไม่ได้ขอแต่อย่างใด

            ไหนเลยนางจะรู้ว่าจ้าวอันอ๋องแห่งเมืองเซียงได้ให้หมอหลวงที่จวนและแพทย์ที่มีชื่อเสียงหลายคนในเมืองเซียงทำการศึกษายาถอนพิษที่นางทําอย่างลับๆ

            วันนั้นนางให้หม่าเซี่ยงหนานส่งยาถอนพิษไปให้ท่านหมอเติ้งหลังจากท่านหมอเติ้งนำไปที่ตระกูลหู ยามนั้นพ่อบ้านรองของจวนอ๋องก็หยิบยาถอนพิษสามเม็ดในนั้นไป

            คนจากทางการกลับไปได้สักพักบ้านตระกูลหวังก็เต็มไปด้วยชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดี

            “ยินดีกับน้องสะใภ้ด้วย!”

            “นั่นคือแผ่นป้ายจารึกด้วยพระนามของเซียงอ๋อง!”

            “หลายปีมาแล้วที่ตระกูลพวกเราไม่เคยมีบุคคลที่สร้างชื่อเสียงวันนี้ชิงชิงได้สร้างชื่อเสียงแล้ว ยังได้รับรางวัลจากท่านอ๋องด้วย!”

            “ชิงชิงเป็นเซียนแพทย์ลงมาจุติแม้แต่ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงก็ยังให้ความสําคัญกับชิงชิง”

            “เรื่องดีๆ เช่นนี้ควรบันทึกไว้ในผังวงศ์ตระกูล”

            “ชิงชิงทําได้ดีมาก เจ้านําเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูลหวังของพวกเรา”

            เหล่าชาวบ้านต่างเอ่ยถ้อยคำอิจฉาตกตะลึง และยินดีออกมาอย่างเต็มที่ หวังชีในฐานะที่เป็นหลี่เจิ้งยิ่งตื่นเต้นจนหน้าแดงไปทั่วหน้า

            หลี่ชิงชิงวางแผ่นป้ายไม้ไว้บนโต๊ะของห้องโถงให้ชาวบ้านเข้ามาชมภายในบ้านคึกคักอยู่พักหนึ่ง

            นางรู้สึกว่าตนเองโชคดีจริงๆมาถึงแคว้นต้าถังได้ไม่ถึงครึ่งปีก็ได้รับการยอมรับจากบุคคลที่นั่งเก้าอี้ลำดับสองของแผ่นดินแล้ว

            ผ่านไปอีกสักพักคนทั้งสี่ที่ออกไปขายซาลาเปาก็กลับมาแล้ว

            “ทันทีที่ข้าเข้ามาในหมู่บ้านก็ได้ยินว่าจวนท่านอ๋องและทางการจากเมืองเซียงส่งคนมาที่บ้านพวกเรายังมีนายอำเภอของอำเภอเหอก็มาที่บ้านของเราเพื่อตกรางวัลแก่ชิงชิง”เสียงอันดังของหลิวซื่อดังขึ้นในลานบ้าน “สวรรค์ทรงโปรดตระกูลหวังของพวกเราช่างโชคดีจริงๆ ที่หวังเฮ่าตบแต่งภรรยาที่ดีอย่างชิงชิง!”

            ผู้เฒ่าหวังหัวเราะเสียงดังวิ่งเหยาะๆ ตลอดทาง วิ่งนำหน้าหลิวซื่อมาถึงห้องโถงเห็นแผ่นป้ายไม้สีแดงอักษรสีทอง และได้ยินคำแสดงความยินดีจากทุกคน ชายชราทั้งประหลาดใจและดีใจจนเกือบจะเป็นลม

            หวังจื้อเอ่ยอย่างชื่นชมว่า“ท่านอ๋องเขียนตัวอักษรได้ดีจริงๆ”

            หวังเลี่ยงมีคําหนึ่งแวบเข้ามาในหัวเอ่ยเสียงดังว่า “แข็งแกร่งทรงพลัง”

            หลี่ชิงชิงมองไปที่แผ่นป้ายไม้อีกครั้งตัวอักษรของท่านอ๋องเขียนได้ดียิ่ง ทว่าไม่ใช่แข็งแกร่งทรงพลังแต่เป็นเกรงขามสง่างาม

            นางมาที่แคว้นต้าถังหลายเดือนแล้วได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงน้อยมาก

            หลายวันก่อนตอนที่หวังเฮ่ายังอยู่ที่บ้านเขาบอกกับนางว่าจ้าวอันอ๋องแห่งเมืองเซียงคุมกองทัพอย่างเข้มงวด มีครั้งหนึ่งยามที่กองทัพกำลังออกลาดตระเวนหวังเฮ่ายืนอยู่ในกลุ่มฝูงชน เขาเห็นท่านอ๋องจากระยะไกลๆ ไม่ได้เห็นใบหน้าของท่านอ๋องอย่างชัดเจน

            นางเอ่ยในใจว่ายามไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายหากหวังเฮ่ารู้ว่าท่านอ๋องประทานแผ่นป้ายให้ ย่อมต้องดีใจมากแน่นอน

            ทองคำและเงินที่ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงประทานให้นั้นไม่อาจใช้ได้ต้องเก็บไว้อย่างดีหลี่ชิงชิงนำทองคําและเงินเก็บไว้ในกล่องไม้ขนาดเล็กที่หวังเฮ่ามอบให้นาง

            เงินที่ได้รับจากเมืองเซียงและอําเภอเหอหลี่ชิงชิงตัดสินใจแลกเป็นตั๋วเงิน ตั้งใจพกติดตัวไปด้วยยามไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหารเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

            หลายวันติดต่อกันคนในตระกูลหวังต่างดื่มด่ำไปกับความดีใจ ในวันนี้หม่าชิงสามีภรรยาได้เดินทางมาพร้อมกันและยังพาบุตรสาวคนโตหม่าอวิ๋นหรง และบุตรชายคนเล็กหม่าเฟิงเลี่ยมาด้วย

            หม่าชิงสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีฟ้าและกางเกงสีดำท่าทางกระฉับกระเฉง ใบหน้ามีหนวดเคราน้อยๆ สองข้างเอ่ยแนะนำบุตรตนเองต่อคนตระกูลหวังอย่างเป็นธรรมชาติยิ่ง

            ผู้เฒ่าหวังสามีภรรยาหวังจื้อ และหวังเลี่ยงต่างก็เคยพบหม่าชิงแล้วหม่าชิงเป็นบุคคลสําคัญที่ทําให้หลี่ชิงชิงและตระกูลหวังร่ำรวย และก่อนหน้านี้หวังเลี่ยงยังได้ตั้งชื่อเล่นให้หม่าชิงว่านายท่านหนวดเคราน้อย

            วันนี้คนตระกูลหวังได้พบหม่าชิงอีกครั้งครั้นเห็นหนวดเคราน้อยทั้งสองของหม่าชิง ก็ให้มีความรู้สึกสนิทสนมเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน