ระหว่างนั่งรอสโรชาเรียกวงล้อโชคชะตาขึ้นมาแล้วก็จัดการหมุนโดยการสั่งในใจ เพราะกลัวว่าคนรอบข้างจะสงสัยและมองว่าเธอเป็บ้า
ติ้ง!
[โฮสต์ได้รับเงิน 1,000 บาท]
'อืม...ดูเหมือนวันนี้โชคจะไม่เข้าข้างแต่ก็ช่างเถอะ ได้มาหนึ่งพันยังดีกว่าไม่ได้สักบาท'
แปะๆ~
"สาวๆนี่คือผู้กำกับเบิ้ม"
สโรชาเงยหน้าขึ้นแล้วก็อ้าปากเหวอผู้กำกับเบิ้มหรือก็คือบริภัทร ชัยสิทธิ์ผู้กำกับมือทองที่หยิบจับเื่ไหนเป็ได้เงินทะลุร้อยล้านทุกเื่
ในโลกของเธอผู้กำกับคนนี้ค่อนข้างเข้มงวด แต่ใจกว้าง ที่สำคัญคือมิตรสัมพันธ์ดีมากทำให้นักแสดงหลายๆคนอยากร่วมงานด้วย
ในโลกเก่าเธอเคยร่วมงานกับผู้กำกับเบิ้มมานับไม่ถ้วนั้แ่เป็นักแสดงโนเนมจนกระทั่งเป็นักแสดงอันดับต้นๆขวงการนับว่ารู้ใจกันอยู่ไม่น้อย
แต่น่าเสียดาย...ที่โลกนี้แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็คนคุ้นเคยอย่างไรก็หาใช่คนในโลกนั้นไม่ แน่นอนว่านิสัยใจคอถ้ายังไม่ได้ััก็ไม่แน่ว่าจะดีจริง
"สวัสดีค่ะผู้กำกับ"สโรชาเอ่ยทักทายก่อนใคร เพราะคนอื่นยังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
ผู้กำกับเบิ้มหันมองทันทีเขาเลิกคิ้วจ้องหน้าสโรชาแล้วหรี่ตามอง ก่อนจะชี้นิ้วมือมาทางเธอ
"เอาคนนี้"
สโรชาอึ้งงันไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับบทตัวประกอบที่มีบทพูดด้วย แน่นอนว่าเธอดีใจเป็อย่างมาก
"ขอบคุณค่ะผู้กำกับ"ว่าแล้วก็รีบลุกขึ้นยืน ส่วนคนอื่นๆก็ได้แต่มองด้วยความอิจฉา
"คนนั้น แล้วก็คนนั้น"จากนั้นผู้กำกับก็ชี้ไปที่หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง และหญิงสาวรูปร่างอวบคนหนึ่ง"นอกนั้นให้รับบทธรรมดาไป สามคนนี้ตามมา"
สโรชาและอีกสองสาวเดินตามผู้กำกับออกไปนอกเต้นท์ในกองถ่ายค่อนข้างวุ่นวาย แต่เพราะสโรชาเคยชินกับมันมาก่อนจึงไม่เกิดอาการวอกแวกผิดกับสองสาวที่เหลียวมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น
"กิ๊บเก๋ช่วยแต่งหน้าให้สามคนนี้หน่อยนี่เป็กลุ่มเพื่อนเก่าของนางเอก เอาล่ะ พวกเธอนั่งรอคิวแต่งหน้าไปก่อนเดี๋ยวจะให้ผู้ช่วยเอาบทพูดมาให้ฝึกซ้อม"
"ค่ะผู้กำกับ"กิ๊บเก๋และสามสาวตอบพร้อมกัน
"เอาล่ะสามสาวพวกเธอโชคดีมากที่ได้รับบทพูดกัน ใครจะแต่งหน้าคนแรกดี"กิ๊บเก๋ผู้เป็สาวประเภทสองเอ่ยปากพูด
"ฉันค่ะ ฉันขอก่อน"สาวร่างอวบเสนอตัวเป็คนแรก
ระหว่างรอคิวแต่งหน้าผู้ช่วยผู้กำกับก็มาส่งบทให้พร้อมกับอธิบายเนื้อเื่ของหนังคร่าวๆให้ฟังไม่นานสโรชาก็นิ่งไปเมื่อรับรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ในกองถ่ายหนังเื่อะไร
'นี่มันหนังเื่ 'วันวานรักยังหวานชื่นอยู่' นี่นา...จำได้ว่าตอนนั้นนักแสดงตัวประกอบที่แสดงเป็เพื่อนนางเอกคนหนึ่งโด่งดังขึ้นมาเพราะรับบทในหนังเื่นี้ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานเลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่แต่ตอนหลังยัยนั่นถือได้ว่าเป็นักแสดงอันดับต้นๆของวงการเลย อะไรกัน!ทำไมเื่ราวพวกนี้ถึงได้คล้ายกับโลกเดิมของฉันนักล่ะแค่คู่ขนานไม่น่าจะคล้ายกันขนาดนี้' สโรชาคิดในใจ
'แต่ว่า...ได้โอกาสล่ะ!ถ้าฉันได้แสดงบทนั้น รับรองว่าต้องมีงานเข้ามาอีกแน่...อืม แต่จะดีเหรอฉันยังมีแสนดีที่ต้องดูแล แล้วถ้าโชคหล่นใส่เกิดดังเปรี้ยงขึ้นมาผลกระทบใหญ่เลยนะนั่น!'
"เธอชื่อไรเหรอเรามะนาวนะ" หญิงสาวหน้าสวยคนที่ได้รับเลือกสะกิดถามพลางยิ้มให้
"เราชื่อโรส"สโรชาบอกยิ้มๆ
"ว้าวชื่อสวยจังว่าแต่โรสไม่ตื่นเต้นเลยเหรอ เราเห็นเธอนิ่งมาก" มะนาวถามอย่างแปลกใจ
"ตื่นเต้นสิแต่พอดีเราเก็บอาการเก่ง"
"อ๋อ...แล้วท่องบทได้ยังอ่า"
"อื้อเราได้พูดแค่ไม่กี่ประโยค" ใช่แล้วบทที่สโรชาได้รับนั้นได้พูดอยู่ไม่กี่ประโยคอาจเพราะผู้ช่วยเห็นว่ามะนาวสวยกว่าเลยได้บทพูดเยอะกว่าใครเพื่อน
"เรายังจำไม่ได้เลยบทพูดเยอะมาก" มะนาวทำท่าทางหนักใจออกมา สโรชาเห็นแบบนั้นเลยเสนอตัวช่วยบอกว่าจะช่วยต่อบทให้ จะได้จำได้เร็วๆ
'เฮ้อ! สงสัยบทที่มะนาวได้ไปต้องเป็บทที่ทำให้ดังเป็พลุแตกแน่ ช่างเถอะ!เราก็ใช่ว่าจะกลับมาทำอาชีพนักแสดงเสียหน่อย ตอนนี้มีแสนดีอยู่ด้วยคงไม่สะดวกถ้าต้องมาเป็นักแสดงเหมือนเดิม'
เมื่อปล่อยวางได้แล้วจึงช่วยมะนาวซ้อมบทต่อไปพอขวัญนภา (สาวร่างอวบ) แต่งหน้าเสร็จ มะนาวเลยถือโอกาสขอแต่งหน้าก่อนแต่งเสร็จจะได้มีเวลาซ้อมบท
ใช้เวลาพักใหญ่ก็ถึงคิวสโรชากิ๊บเก๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือแต่งหน้าให้ทันที จนกระทั่งแต่งเสร็จคนแต่งก็ชะงักไปราวกับไม่เชื่อสายตา
"คุณน้องขา...พี่ไม่คิดว่าจะแต่งหน้าออกมาแล้วสวยขนาดนี้"กิ๊บเก๋ยิ้มอย่างภูมิใจพลางหมุนตัวสโรชาไปมา "สนใจเป็นางแบบมั้ยหน้าตาคุณน้องเก๋มากเลย ถ้าไปสายนางแบบต้องรุ่งแน่นอน แถมยังสูงมาก นี่ไม่ได้ใส่รองเท้าส้นสูงใช่มั้ย"
"ไม่ได้ใส่ค่ะพี่"สโรชาตอบยิ้มๆ ในขณะที่ในใจรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในโลกก่อนตอนที่เป็นักแสดงหน้าใหม่ แล้วมันไม่รุ่งสักทีผู้จัดการคนที่ดูแลเธออยู่เลยแนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนสายงานดูบ้างโดยเฉพาะงานเดินแบบ ถ่ายแบบ เพราะหน้าตาของเธอสวยเก๋ เวลาไม่แต่งหน้าจะออกโทนหวานพอแต่งหน้านี่กระเบียดไปทางอินเตอร์ทันที เพราะตาคม
"หนูไม่มีเวลาหรอกค่ะพี่แต่ถ้ามีผู้ใหญ่ใจดีป้อนงานให้หนูก็ไม่เกี่ยง" สโรชากึ่งรับกึ่งปฏิเสธ
"งั้นเอางี้ พี่ขอเบอร์เราหน่อยหรืออีเมลก็ได้ เวลาผู้ใหญ่คนไหนอยากได้นางแบบพี่จะได้ติดต่อเราไป"
"จริงเหรอคะพี่!"สโรชาเลิกคิ้วถาม ในใจเริ่มตื่นเต้นแม้ว่าในโลกก่อนเธอจะไม่ได้โฟกัสงานนางแบบมากนักแต่ว่าก็ยังมีถ่ายงานขึ้นหน้าปกบ้าง โปสเตอร์บ้าง เดินแบบออกงารอีเว้นท์ก็ยังเคยมันจึงไม่เหนือบ่ากว่าแรงนักถ้าเธอจะรับงานพวกนี้ อีกทั้งมันสามารถรับงานได้อิสระไม่ต้องอยู่ในกรอบเหมือนพวกนักแสดง
"จริงสิ สนใจมั้ย"
"สนใจค่ะพี่แต่หนูไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ให้อีเมลไปก่อนได้มั้ยคะ"
กิ๊บเก๋พยักหน้ารับแล้วรีบยื่นกระดาษและปากกาให้สโรชาเขียนอีเมลที่เคยใช้ในโลกก่อนให้ แน่นอนว่าเธอยังไม่ได้สมัครแต่ให้ไว้ก่อนไว้ค่อยสมัครทีหลัง
"ว้าว โรสสวยจัง"พอเดินกลับมาหาสองสอง มะนาวก็ทักทันที ขวัญนภาก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ขอบใจนะทั้งสองคนก็สวยเหมือนกัน"
รอเข้าอยู่เกือบสองชั่วโมงผู้กำกับก็เรียกทั้งสามสาวให้ซ้อมเข้าบทกับทางนางเอกของเื่ซักซ้อมอยู่ครึ่งชั่วโมง ผู้กำกับก็ตัดสินใจถ่ายทำจริง
'อรอิง' คือนางเอกของหนังเื่นี้หน้าตาจิ้มลิ้มออร่าจับมาก แน่นอนว่าในโลกก่อนของสโรชา รู้จักกับอรอิงเป็อย่างดีเพราะถือว่าเข้าวงการมาพร้อมกัน เลยสนิทกันมากกว่าคนอื่น
แต่เพราะนี่คือโลกคู่ขนาน แม้ว่าจะเจอคนรู้จักแต่ให้ไปทำตัวสนิทสนมเกินงามมันก็ไม่ควรดังนั้นสโรชาจึงต้องทำใจและปลงให้ได้ ข่มใจตัวเองให้ท่องจำเอาไว้ ว่านี่คือโลกใหม่ไม่ใช่โลกใบเดิมของเธออีกแล้ว!
"วันวานฉากสิบ เทคหนึ่งแอคชั่น!!"
สิ้นเสียงของผู้กำกับเหล่านักแสดงก็เริ่มทันทีฉากสิบคือฉากในงานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียนเก่านางเอกเพื่อนที่แยกย้ายกันไปเรียนไปทำงานที่ต่างๆก็หวนกลับมาเจอกันในงานนี้
สโรชาได้รับบทเป็เพื่อนในกลุ่มของนางเอกเป็เพื่อนเบอร์สอง มะนาวเป็เพื่อนเบอร์หนึ่ง ส่วนขวัญนภาเป็เพื่อนเบอร์สามที่จริงงานนี้ต้องใช้นักแสดงจริงไม่ใช่เอ็กซ์ตร้าแต่เพราะผู้กำกับอยากทำหนังให้เรียลสมจริงที่สุด เลยเป็ที่มาของการหาตัวประกอบ
เปิดฉากที่นางเอกกลับมาเจอเพื่อนเก่าทั้งสามคนมะนาวทำได้ดีทีเดียว อาจเพราะก่อนหน้านี้ถูกสโรชาเทรนมาอย่างดีเลยทำได้ไม่ติดขัด
ในส่วนของสโรชาที่มีบทพูดน้อยนิดก็ไม่มีผิดพลาดเลยสร้างความแปลกใจให้กับผู้กำกับและทีมงารเป็อย่างมาก ส่วนขวัญนภาค่อนข้างทำได้ดีน้ำเสียงเวลาพูดก็ใช้ได้ แม้ว่าจะยังดูตื่นกล้องเล็กน้อยก็ตาม
"คัท!! เยี่ยมมาก!"ผู้กำกับะโเสียงดังด้วยความดีใจ พวกทีมงานก็ปรบมือแล้วหัวเราะสดใส
"โรสเคยแสดงละครมาก่อนหรือเปล่าทำไมแสดงได้ดีขนาดนี้" ผู้ช่วยผู้กำกับเดินมาถาม
"ไม่ค่ะ"
"หูย...งั้นแสดงว่าเป็พร์สินะเก่งมากเลย สนใจเป็นักแสดงมั้ย พี่ติดต่อโมเดลลิ่งให้ได้นะ"
"ไม่ดีกว่าค่ะพอดีหนูต้องดูแลลูกคงไม่มีเวลา"
"หือ...มีลูกแล้วเหรอ"
"ค่ะพี่"สโรชายิ้มรับอย่างภูมิใจ นั่นยิ่งสร้างความแปลกใจให้กับคนในกองถ่ายเป็อย่างมากเพราะหากเป็คนทั่วไปที่มีโอกาสเข้าวงการบันเทิงได้ ต้องคว้าเอาไว้อย่างแน่นอนแถมเื่ที่มีลูกแล้วยิ่งต้องปิดบังเอาไว้ ไม่ให้ใครรู้แต่สโรชากลับพูดออกมาอย่างภูมิใจ ทุกคนเลยรู้สึกแปลกใจปนชื่นชม
"เอาล่ะ นี่ค่าตอบแทน"
สโรชารับมาแล้วยกมือไหว้ขอบคุณจากนั้นก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ววิ่งออกจากกองถ่ายไปหาแสนดีที่ร้านค้าในตลาดซึ่งเธอฝากลูกเอาไว้
"แม่จ๋า"พอแสนดีเห็นก็วิ่งมากอดทันดี น้ำตาเม็ดน้อยแทบจะไหลลงมาอาบแก้ม
"ยัยหนูแสนดีเกือบร้องไห้ตั้งหลายครั้งแน่ะเจ๊พยายามปลอบแล้วหลอกล่อด้วยขนมไปหลายชิ้นกว่าแกจะยอมสงบแล้วรออยู่เงียบๆฮ่าๆ"
"ขอบคุณเจ๊พรมากนะคะนี่เป็เงินเล็กๆน้อยๆ คิดเสียว่าเป็ค่าขนมของแสนดีก็ได้ค่ะเจ๊"
"โอ๊ย ไม่ต้องหรอก เจ๊ยินดีรับฝากอยู่แล้วอีกอย่าง...ยัยหนูแสนดีก็เรียกลูกค้าให้เจ๊ได้ตั้งเยอะ โรสเอาเงินกลับไปเถอะ"
"แต่ว่า"
"เหอะน่า...งั้นคราวหลังเจ๊ไม่รับฝากแล้วนะ"
"ก็ได้ค่ะขอบคุณเจ๊มากๆนะคะ" สโรชายกมือไหว้อย่างจริงใจในใจนับถือเจ๊พรร้านขายของชำในตลาดมาก ใจดีแล้วก็ช่วยเหลือตนกับลูกมาแต่ไหนแต่ไร
หลังจากกลับถึงบ้านสโรชาพาแสนดีอาบน้ำแล้วทานข้าวที่ซื้อมาจากตลาดเรียบร้อยอ้อ...เธอไม่ลืมที่จะหยดยาบำรุงสมองระดับ S หยดหนึ่งผสมกับข้าวให้แสนดีทานด้วยจากนั้นเธอก็หยิบซองค่าตอบแทนที่ได้มาจากการแสดงออกมา
'1,500 บาทงั้นเหรอ อืม...ก็ใช้ได้'
"แม่จ๋า...เราไม่ไปดูโรงเรียนแล้วเหรอ"แสนดีเกาะแขนเธอแล้วถามอย่างไร้เดียงสา
"เอาไว้เราไปพรุ่งนี้กันนะลูกวันนี้คงไม่ทันแล้ว แต่ก่อนอื่นทานข้าวเสร็จแล้วต้องทำไงคะ"
"แปรงฟันค่ะ"
"เก่งมาก...งั้นเราไปแปรงฟันกันดีกว่า"